Q

ราคา Toyota Crown ในประเทศไทยคือเท่าใด?

ราคาของ Toyota Crown ในประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับรุ่นและปีที่ผลิต โดยรุ่นใหม่ล่าสุดในตลาดไทยตอนนี้มีราคาประมาณ 2-3 ล้านบาท สำหรับรุ่นพื้นฐาน ส่วนรุ่นพิเศษอย่าง HEV แบบไฮบริดหรือรุ่นท็อปซีรี่ย์ราคาจะสูงกว่านี้ ในฐานะรุ่นเรือธงของ Crown ได้รับความนิยมในประเทศไทยด้วยดีไซน์ที่หรูหราและความสะดวกสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันได้ดีและเหมาะกับสภาพการจราจรที่คับคั่งในเมืองใหญ่ของประเทศไทย ส่วนเวลาซื้อลูกค้ายังควรสอบถามโปรโมชั่นบริการหลังการขายจากโตโยต้า เช่น ส่วนลดบริการประจำหรือการขยายระยะเวลารับประกันที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในระยะยาว นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถยนต์รักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้รุ่นไฮบริดอาจได้ประโยชน์ แนะนำให้ปรึกษาโชว์รูมเพื่อสอบถามสิทธิ์ล่าสุดก่อนตัดสินใจ ซ้ำยังต้องเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda Accord Hybrid หรือ Nissan Tenna แต่คราวน์ยังได้เปรียบในแง่ประวัติศาสตร์แบรนด์และความหรูที่ดึงดูดผู้ซื้อที่เน้นความสะดวกสบายและความน่าเชื่อถือ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถยนต์ Toyota Crown ทุกรุ่นเป็นไฮบริดหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกรุ่นของ Toyota Crown จะเป็นแบบไฮบริด เพราะว่า Toyota Crown มีหลายรุ่น หลายรุ่นย่อยในแต่ละตลาด แต่ละรุ่นก็จะมีระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างกันไป ทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปและระบบไฮบริด ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นและสเปคของรถด้วย สำหรับตลาดไทยแล้ว Toyota Crown ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นไฮบริดเป็นหลัก เช่น รุ่นที่ 15 (Crown S220) และรุ่นล่าสุดอย่างรุ่นที่ 16 (Crown Crossover) ที่มาพร้อมกับระบบไฮบริดประสิทธิภาพสูง ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยที่อยากประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แถมยังได้ประโยชน์จากภาษีที่ถูกกว่าอีกด้วย เพราะรัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนรถไฮบริดและรถไฟฟ้า Toyota จึงเน้นเปิดตัวรุ่นไฮบริดในไทยมากเป็นพิเศษ ระบบไฮบริดของคราวน์นั้นผสมผสานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ปกติ ทำให้ไม่เพียงประหยัดน้ำมัน แต่ยังคงสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เหมาะกับทั้งการขับขี่ในเมืองและทางไกลในไทย ถ้าสนใจรายละเอียดของแต่ละรุ่น แนะนำให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โชว์รูม Toyota ใกล้บ้านได้เลย
Q
"Toyota Crown ขายได้ทั้งหมดกี่คันในปี 2024"
ณ สิ้นปี 2024 ทาง Toyota ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขยอดขายอย่างเป็นทางการของ Toyota Crown ในตลาดไทย แต่ต้องยอมรับว่ารุ่นนี้สร้างความสนใจไม่น้อยในตลาดรถซีดานระดับกลางถึงสูงของไทย ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและเทคโนโลยีไฮบริดที่มาพร้อมประสิทธิภาพ สำหรับ Toyota Crown รุ่นปี 2024 ที่วางขายในไทย ได้ปรับสเปคให้ตอบโจทย์คนไทยมากขึ้น ทั้งระบบปรับอากาศที่ออกแบบมาสำหรับสภาพอากาศร้อน และรุ่นไฮบริดที่เหมาะกับการขับขี่ในเมือง ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีแต่ยังคงความแรงไว้อยู่ ในตลาดไทย Crown มีคู่แข่งหลักอย่าง Honda Accord และ Nissan Teana แต่จุดแข็งที่ทำให้ Crown ได้รับความนิยมในกลุ่มนักธุรกิจและครอบครัวรายได้สูงคือการตกแต่งภายในที่หรูหราพร้อมความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota ถ้าสนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ติดตามช่องทางทางการของ Toyota ไทยหรือไปทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่ายเพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง โดยเฉพาะระบบ T-Connect ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาติดรถติดในกรุงเทพฯ
Q
Toyota Crown 2024 ราคาเท่าไหร่?
ราคาของ Toyota Crown รุ่นปี 2024 ในประเทศไทยจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์ โดยรุ่นเริ่มต้นราคาเริ่มที่ประมาณ 1.59 ล้านบาท ส่วนรุ่นไฮบริดสุดหรูราคาอาจสูงกว่า 2 ล้านบาท แนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อขอราคาล่าสุดเพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลง รถรุ่นนี้ในตลาดไทยมาพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ทั้งแบบเบนซินทั่วไปและไฮบริด ที่โดดเด่นคือระบบไฮบริดช่วยประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะสมกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองและมาตรฐานการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ Toyota Crown ในฐานะรถยนต์เรือธงของ Toyota ดีไซน์หรู มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ จึงได้รับความนิยมในกลุ่มคนไทยโดยเฉพาะนักธุรกิจและครอบครัวรายได้สูง จุดเด่นที่ต้องพูดถึงคือมาตรการสนับสนุนรถยนต์พลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถไฮบริด ทำให้รุ่น Crown ไฮบริดมีความคุ้มค่ามากขึ้น แถม Toyota ยังมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับความสะดวกสบายและความมั่นใจในการใช้งานอย่างเต็มที่
Q
Crown เปรียบเทียบกับ Camry อย่างไร?
รถ Toyota Crown และ Camry เป็นรถเก๋งขนาดกลางถึงใหญ่ที่ขายดีมากในตลาดไทย แต่ทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างกันในเรื่องของกลุ่มเป้าหมายและจุดขาย Crown ซึ่งเป็นรุ่นพรีเมียมของโตโยต้าจะเน้นความหรูหราและเทคโนโลยีมากกว่า ใช้วัสดุภายในห้องโดยสารคุณภาพสูง พร้อมระบบช่วยขับขี่อันทันสมัย เหมาะกับคนที่มองหาความสบายและคุณภาพชีวิต ส่วน Camry จะตอบโจทย์การใช้งานครอบครัวหรือธุรกิจมากกว่า ด้วยพื้นที่กว้างขวาง ประหยัดน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาไม่สูง และมีจำนวนรถวิ่งบนถนนมากกว่าในไทย ทำให้คุ้มค่ากว่าในแง่ราคา ในส่วนของเครื่องยนต์ Crown ตัวเลือกไฮบริดสำหรับคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ส่วน Camry รุ่นเบนซินนั้นผ่านการทดสอบมาแล้วว่าทนทานต่อสภาพอากาศร้อนของไทย ทั้งสองรุ่นได้รับการปรับเซตติ้งช่วงล่างให้เหมาะกับถนนไทย แต่ Crown จะเน้นระบบช่วงล่างที่เน้นความนุ่มสบายเป็นหลัก ส่วน Camry นั้นได้สมดุลระหว่างการควบคุมและความสบายได้ดีกว่า สำหรับคนไทยถ้ามีงบประมาณพอและต้องการประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียม Crown คือคำตอบที่ดีกว่า แต่ถ้าคิดถึงความประหยัดและประโยชน์ใช้สอยจริงจัง Camry ก็จะเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลมากกว่า ต้องบอกว่าสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและชื้นนั้นต้องการระบบแอร์ที่แรงและสีรถที่ทนทาน ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว
Q
2024 Crown เป็นรถหรูหรือไม่?
รถ Toyota Crown รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยถูกวางตำแหน่งเป็นรถระดับพรีเมียม แต่การจะบอกว่าเป็นรถหรูหรือไม่ต้องดูจากมาตรฐานของไทยเป็นหลัก รุ่นนี้มาพร้อมระบบไฮบริด จอสัมผัส 12.3 นิ้ว ระบบเสียง JBL หลังคาพาโนรามิก และใช้วัสดุชั้นดีเช่นหนังนุ่มและเส้นโครเมี่ยม โดยออกแบบมาเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย ทั้งระบบแอร์และเบาะระบายอากาศ เมื่อเทียบกับรถหรูยอดนิยมในไทยอย่าง Mercedes E-Class หรือ BMW 5 ซีรี่ย์ Crown ราคาจับต้องได้กว่าแต่มีเทคโนโลยีและความสะดวกสบายใกล้เคียงรถหรู สำหรับคนไทยต้องเข้าใจว่ารถหรูมักมาพร้อมบริการหลังการขายระดับพิเศษและราคาที่สูงจากแบรนด์ ในขณะที่ Crown เน้นความคุ้มค่าและประโยชน์ใช้สอยจริง ที่สำคัญระบบไฮบริดของ Crown ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีในสภาพการจราจรติดขัดแบบกรุงเทพฯ ก่อนตัดสินใจซื้อแนะนำให้เปรียบเทียบกับรถอย่าง Lexus ES ฯลฯ เพราะในตลาดไทยคำว่า "รถหรู" มักเน้นที่ภาพลักษณ์แบรนด์มากกว่าข้อกำหนดทางเทคนิค
Q
รถ Toyota Crown ปี 2024 เป็นรถไฟฟ้าหรือไม่?
รุ่นปี 2024 ของ Toyota Crown ในตลาดไทยมีเฉพาะรุ่นไฮบริดเท่านั้น โดยยังไม่เปิดตัวรุ่นไฟฟ้า 100% ระบบไฮบริด THS II ที่ใช้คู่กับเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรและมอเตอร์ไฟฟ้านั้นช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีมากในสภาพการจราจรติดขัดของเมืองไทย โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมการขับขี่ในกรุงเทพฯ ที่มีการสตาร์ต-ดับเครื่องบ่อยครั้ง ส่วนรถไฟฟ้าล้วนที่โตโยต้าเน้นขายในไทยตอนนี้จะเป็นซีรีส์ bZ ส่วน Crown ในฐานะรถเรือธงยังคงใช้เทคโนโลยีไฮบริดเป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับรถไฮบริดบ้าง สำหรับคนไทยที่สนใจรถไฟฟ้าล้วน สามารถรอติดตาม Toyota bZ4X ที่กำลังจะเข้ามา ซึ่งวิ่งได้ไกลถึง 500 กม. เหมาะกับการขับทางไกลในไทยมากกว่า แต่ต้องบอกว่าสถานีชาร์จในไทยยังคงอยู่ในช่วงพัฒนาการ ดังนั้นรถไฮบริดยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและความสะดวกใช้งาน ส่วนเรื่องอะไหล่และการบริการหลังการขายนั้นไม่ต้องห่วง เพราะ Toyota มีระบบการผลิตภายในประเทศที่พร้อมสนับสนุน Crown รุ่นไฮบริดอย่างเต็มที่
Q
ความแตกต่างระหว่าง Toyota Crown ปี 2025 และปี 2024 คืออะไร?
รุ่น Toyota Crown ปี 2025 นี้มีการอัปเกรดทั้งด้านดีไซน์ สเปค และระบบขับเคลื่อนเมื่อเทียบกับรุ่นปี 2024 ที่ตอบโจทย์ตลาดไทยมากขึ้นครับ ด้านหน้าตาแบบใหม่จะดูเฉียบคมขึ้นด้วยกริลล์หน้าและชุดไฟ LED ที่ออกแบบมาให้สปอร์ตกว่าเดิม ส่วนภายในก็อัปเกรดหน้าจอกลางให้ใหญ่ขึ้น พร้อมระบบมัลติมีเดียที่รองรับคำสั่งเสียงภาษาไทยและแอปพลิเคชันท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น ส่วนระบบส่งกำลัง รุ่น 2025 ในตลาดไทยมีแนวโน้มยังคงนำเสนอตัวเลือกไฮบริด 2.5 ลิตร ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับต้นทุนรถยนต์ที่ผู้บริโภคไทยกังวล ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ TSS 3.0 รุ่นปี 2025 มาพร้อมระบบแจ้งเตือนการชนก่อนชนและระบบรักษาเลนที่แม่นยำยิ่งขึ้นซึ่งสามารถใช้งานได้จริงในสภาพแวดล้อมในเมืองที่มีการจราจรสลับซับซ้อนอย่างกรุงเทพฯ สำหรับลูกค้าชาวไทยที่สนใจ อย่าลืมสอบถามข้อมูลเรื่องสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับรถไฮบริด และตรวจสอบเครือข่ายบริการหลังการขายในพื้นที่ของคุณด้วย อย่างไรก็ตาม สเปคและรายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทางที่ดีควรติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากโฟล์คไทยหรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจะได้ข้อมูลที่อัปเดตที่สุด
Q
Crown ใหญ่กว่า Camry ไหม?
ใช่แล้วToyota Crown ถือว่าใหญ่และสูงกว่าระดับกว่า Camry ทั้งในเรื่องขนาดตัวถังและการวางตำแหน่งรถ โดย Crown ที่เป็นหนึ่งในรถยนต์เรือธงของ Toyota นั้น โดยทั่วไปจะมีความยาวตัวถังเกิน 4,900 มม. และระยะฐานล้อมากกว่า 2,850 มม. ส่วน Camry ในฐานะรถยนต์ซีดานขนาดกลาง จะมีความยาวตัวถังอยู่ที่ประมาณ 4,885 มม. และระยะฐานล้อประมาณ 2,825 มม. ทั้งสองรุ่นในตลาดไทยมีให้เลือกทั้งแบบเบนซินและไฮบริด แต่ Crown จะเน้นไปที่ความหรูหราและความสะดวกสบายเป็นหลัก เช่น บางรุ่นจะมีระบบกันสะเทือนแบบอากาศและระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาระดับความสบายระดับธุรกิจ ในขณะที่ Camry จะเน้นความสมดุลในฐานะรถครอบครัวที่มีความคุ้มค่ามากกว่า ที่น่าสนใจคือตลาดไทยให้การยอมรับรถ Toyota ทั้งสองรุ่นนี้ค่อนข้างสูง และเครือข่ายบริการหลังการขายก็ครอบคลุมทั่วถึง ถือเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือทั้งคู่ ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกได้ตามงบประมาณและความต้องการ เช่น ถ้าต้องการพื้นที่กว้างขวางและความหรูหราก็ควรเลือก Crown แต่ถ้าชอบความประหยัดและความใช้งานได้จริง คัมรี่ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
Q
ราคา 2024 Toyota Crown เท่าไหร่?
รถ Toyota Crown รุ่นปี 2024 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมีราคาแตกต่างกันตามระดับเครื่องยนต์และอุปกรณ์เสริม โดยรุ่นพื้นฐานเริ่มต้นที่ประมาณ 1.59 ล้านบาท ส่วนรุ่นไฮบริดสุดหรูอาจสูงถึง 2.39 ล้านบาท แต่แนะนำให้สอบถามราคาโปรโมชั่นล่าสุดจากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นเพื่อความชัดเจน รุ่นนี้โดดเด่นในเรื่องความหรูหราและเทคโนโลยีครบครัน พร้อมระบบขับเคลื่อนทั้งแบบเครื่องยนต์ 2.5L ไฮบริดและ 2.4L เทอร์โบชาร์จ อุปกรณ์ภายในรถรวมถึงจอแสดงผล 12.3 นิ้ว และระบบความปลอดภัย TSS 3.0 ที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองและบนทางไกล ต้องบอกว่า Crown ในฐานะรถยนต์เรือธงของ Toyota มีจุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือในตลาดไทย โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีในสภาพการจราจรติดขัดอย่างกรุงเทพฯ นอกจากนี้ผู้ซื้อยังควรศึกษาข้อมูลเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถยนต์พลังงานสะอาดซึ่งอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย
Q
รถโตโยต้า คราวน์ 2024 มีกล้อง 360 องศาหรือไม่
ใช่แล้ว รุ่น Toyota Crown 2024 ในบางรุ่นระดับสูงได้ติดตั้งระบบกล้องรอบคัน 360 องศา ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถถ่ายภาพรอบตัวรถแบบเรียลไทม์ผ่านกล้องหลายตัว และแสดงผลภาพพาโนราม่าที่ประมวลแล้วบนหน้าจอกลางของรถ ระบบนี้เหมาะมากสำหรับการใช้ในประเทศไทย โดยเฉพาะในซอยแคบๆ หรือลานจอดรถที่คับคั่ง ช่วยให้ผู้ขับขี่ประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดรอยขีดข่วน กล้อง 360 องศามีประโยชน์อย่างมากในสภาพการจราจรของเมืองไทย เช่น ในซอยแคบของกรุงเทพฯ หรือลานจอดรถใต้ดินของห้างสรรพสินค้า ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างชัดเจน นอกจากระบบกล้องรอบคันแล้ว Toyota Crown 2024 ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อื่นๆ ที่ทันสมัย เช่น ระบบเตือนจุดบอด ระบบจอดรถอัตโนมัติ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมในสภาพถนนที่ซับซ้อนของประเทศไทย หากคุณกำลังพิจารณาซื้อรถรุ่นนี้ในประเทศไทย แนะนำให้ไปสอบถามรายละเอียดการจัดสรรอุปกรณ์ที่ตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น เพราะรุ่นรถในแต่ละพื้นที่อาจมีความแตกต่างกัน นอกจากนี้เครือข่ายบริการหลังการขายของโตโยต้าในประเทศไทยค่อนข้างครอบคลุม และสามารถให้การสนับสนุนทางเทคนิคและบริการบำรุงรักษาที่น่าเชื่อถือให้กับเจ้าของรถได้
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

คุณภาพที่เชื่อถือได้ ให้ความมั่นใจ
ห้องยืดหยุ่น ทำให้การเดินทางสบาย
การใช้เชื้อเพลิงประหยัด เส้นทางการเดินทางยาวขึ้น
การออกแบบด้านนอกที่สไตล์ สามารถดึงดูดความสนใจ
โครงสร้างที่นั่งยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการต่างๆ

ข้อเสีย

ที่นั่งแถวที่สามอาจไม่สบายเพียงพอ
พื้นที่กันน้ำมันอาจค่อนข้างเล็ก
กำลังขับเคลื่อนอาจขาดประสิทธิภาพ
การออกแบบภายในอาจดูธรรมดาเล็กน้อย

Q&A ล่าสุด

Q
"รถที่มีราคาสูงที่สุดในโลกในปี 2024 คืออะไร?"
ในปี 2024 รถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้น Rolls-Royce Boat Tail รุ่นคัสตอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ราคาพุ่งไป 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเรือยอร์ชโบราณ ตัวถังทาสีเมทัลลิกที่ขัดมืออย่างประณีต ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยอุปกรณ์สุดหรูเช่น ตู้เย็นเก็บแฮมพาร์มาและชุดเครื่องเงินสำหรับคาเวียร์ ตามมาติดๆ คือ Bugatti La Voiture Noire รถซุปเปอร์คาร์สัญชาติฝรั่งเศสที่ราคา 18.5 ล้านดอลลาร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 8.0 ลิตร ที่ทำความเร็วสูงสุดได้ 420 กม./ชม. สำหรับในตลาดรถไทย เราอาจจะเคยเห็น Rolls-Royce Phantom หรือ Lamborghini รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันวิ่งอยู่แถวกรุงเทพฯบ้าง ซึ่งรถระดับนี้มักจะมีระบบป้องกันฝุ่นพิเศษ สําหรับผู้ที่ชื่นชอบการสะสมรถยนต์ นอกจากการให้ความสําคัญกับราคาแล้ว ควรเข้าใจศักยภาพในการรักษามูลค่าของรถยนต์เหล่านี้มากขึ้น เช่น ราคาของ Ferrari 250 GTO ในการประมูลเพิ่มขึ้นจาก 35 ล้านเป็น 70 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ความขาดแคลนนี้จึงเป็นคุณค่าหลักของรถยนต์หรูหราชั้นนํา
Q
อะไรทำให้ Revuelto มีราคาแพงขนาดนี้?
ราคาสูงลิ่วของ Lamborghini Revuelto เกิดจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงในฐานะซูเปอร์คาร์ไฮบริดแบบปลั๊กอินรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วยคุณสมบัติการผลิตแบบลิมิเต็ดเอดิชัน ที่มาพร้อมระบบไฮบริดซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12 แบบดูดธรรมชาติและมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังสูงถึง 1,015 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที สมรรถนะระดับนี้ต้องพึ่งพาวัสดุลดน้ำหนักจากคาร์บอนไฟเบอร์และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาในระดับมาตรฐานการบิน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถขับเคลื่อนอย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในสภาพอากาศร้อนระอุของประเทศไทย ระบบระบายความร้อนอัจฉริยะและจานเบรกเซรามิกจะช่วยรักษาความเสถียรระหว่างขับขี่แบบสุดเหวี่ยง ส่วนกรรมวิธีการผลิตแบบทำมือในอิตาลีทำให้ผลผลิตต่อเดือนไม่ถึง 100 คัน ความหายากนี้เองที่ดันราคาให้สูงขึ้น ซูเปอร์คาร์ระดับนี้ส่วนใหญ่จะผลิตแบบออร์เดอร์เมด (สั่งทำตามใบสั่ง) โดยบริการปรับแต่งพิเศษเช่นสีรถเฉพาะหรือหนังหุ้มเบาะภายในย่อมเพิ่มต้นทุนเข้าไปอีก ในขณะที่ระบบไฮบริดซึ่งซับซ้อนกว่าซูเปอร์คาร์ทั่วไปก็ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระยะยาวด้วย ที่น่าสนใจคือ ไฮเปอร์คาร์ในระดับราคานี้มักมาพร้อมเทคโนโลยีระดับสนามแข่ง อย่างระบบแอคทีฟแอโรไดนามิกส์หรือระบบกระจายแรงบิด (Torque Vectoring) ซึ่งต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่สูงลิบเหล่านี้จะถูกเฉลี่ยเข้ากับแต่ละคันที่ผลิต ทำให้รถสมรรถนะขั้นสุดแบบนี้กลายเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มโดยธรรมชาติ
Q
มียอดขายรถ Lamborghini ในปี 2024 จำนวนเท่าไร?
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับยอดขายทั่วโลกของ Lamborghini ในปี 2024 แต่จากผลงานในปีที่ผ่านมาของแบรนด์นี้ พบว่ายอดขายต่อปีมักจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 ถึง 10,000 คัน โดยรุ่น Urus เป็นตัวหลักที่ทำยอดขายเกิน 60% ของทั้งหมด ในตลาดท้องถิ่น Lamborghini มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมเมืองใหญ่ๆ พร้อมเสนอผลิตภัณฑ์ครบทุกรุ่นทั้ง Huracán Aventador รุ่นต่อเนื่อง และ Urus ซึ่งรุ่น Urus นั้นได้รับความนิยมเป็นพิเศษเพราะตอบโจทย์ทั้งความแรงและความประหยัดพื้นที่ ที่น่าสนใจคือแบรนด์ซูเปอร์คาร์ในยุคนี้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า Lamborghini เองก็ประกาศแล้วว่าจะเปิดตัว Revuelto รุ่นไฮบริดแรก ซึ่งนับเป็นการเริ่มปรับตัวตามเทรนด์พลังงานสะอาด แต่ยังคงรักษาลักษณะเฉพาะของเครื่องยนต์ความจุสูงไว้ แนวทางนี้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่นที่อยากได้ทั้งสมรรถนะสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับผู้ที่สนใจซื้อ นอกจากจะดูตัวเลขยอดขายแล้ว ควรให้ความสำคัญกับระยะเวลารอคอยและการบริการปรับแต่งเฉพาะตัวของรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเหล่านี้ ซึ่งปกติต้องติดต่อล่วงหน้ากับตัวแทนจำหน่ายอย่างน้อยหลายเดือนเพื่อกำหนดสเปค
Q
รถยนต์ที่ขายเร็วที่สุดในปี 2024 คือรุ่นใด
รถยนต์ที่ขายดีที่สุดในปี 2024 คือ Toyota Hilux Revo ซึ่งเป็นรถปิคอัพที่ครองใจผู้บริโภคด้วยความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และความสามารถในการขับขี่บนทุกสภาพถนน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องขนของหรือเดินทางไกลบ่อยๆ Hilux Revo ไม่เพียงแต่มีโครงสร้างแข็งแรงและระบบเครื่องยนต์อันล้ำสมัย แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์ช่วยขับขี่อัจฉริยะ ที่ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ นอกจากรถปิคอัพแล้ว รถไฟฟ้าอย่าง BYD ATTO 3 ก็มาแรงไม่แพ้กัน ด้วยราคาคุ้มค่าและค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่ต่ำ ดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา ยอดขายรถไฮบริดและรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มยอมรับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบเดิมหรือรถพลังงานใหม่ สิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเวลาซื้อรถคือความคุ้มค่า ความทนทาน และค่าบำรุงรักษา ขณะที่การบริการหลังการขายและการจัดหาอุปกรณ์เสริมที่แปลเป็นภาษาท้องถิ่นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
Q
รถที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในปี 2024 คืออะไร?
คาดว่าในปี 2024 รถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นรุ่นไฮบริดและไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะ Toyota bZ4X และ BYD ATTO 3 ที่ผสมผสานระหว่างความใช้งานได้จริงกับเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคจำนวนมากด้วยต้นทุนการประหยัดพลังงานและนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล ส่วนรถปิกอัพอย่าง Toyota Hilux Revo และ Isuzu D-MAX ยังคงเป็นที่นิยมสูงเนื่องจากความทนทานและความหลากหลายในการใช้งานที่เหมาะกับสภาพถนนและไลฟ์สไตล์ของคนไทย นอกจากนี้รถหรูแบรนด์ดังอย่าง Mercedes-Benz EQ Series และ BMW iX ก็ยังครองใจกลุ่มตลาดบนด้วยภาพลักษณ์แบรนด์และเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟและการเพิ่มความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ยานพาหนะเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมยังคงสามารถแข่งขันได้ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด แนะนำให้ทดลองขับรถและเปรียบเทียบค่าบำรุงรักษาและประสิทธิภาพความทนทานของพลังงานประเภทต่าง ๆ ก่อนที่จะซื้อรถเพื่อให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคล
ดูเพิ่มเติม