Q

รถ Toyota Sienna 2022 ใช้ยางขนาดเท่าไหร่?

ยางมาตรฐานที่ติดมากับรถโตโยต้า ซีเอนน่า รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยส่วนใหญ่จะเป็นขนาด 235/60 R18 ซึ่งขนาดยางนี้ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มสบายและการใช้งานบนถนนทั่วไป ความกว้าง 235 มม. ร่วมกับอัตราส่วนด้านข้าง 60% ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนได้ดี ขณะที่ล้อ 18 นิ้วก็เหมาะกับการใช้งานรถ MPV แบบครอบครัว แต่ต้องระวังว่ารุ่นท็อปบางรุ่นอาจใช้ยางขนาด 235/65 R17 แทน ซึ่งล้อขนาดเล็กกว่ากับดอกยางที่หนากว่าช่วยเพิ่มความนุ่มสบายโดยเฉพาะสำหรับการเดินทางไกล เวลาเปลี่ยนยางนอกจากต้องเลือกขนาดให้ตรงแล้ว ควรคำนึงถึงผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยด้วย แนะนำให้เลือกยางที่มีสัญลักษณ์ "Tropical" ที่มีประสิทธิภาพการยึดเกาะเปียกและทนความร้อนสูง ถ้าอยากอัพเกรดยางต้องระวังไม่ให้เส้นผ่านศูนย์กลางรวมเปลี่ยนไปเกิน 3% เพราะจะทำให้ความเร็วบนมาตรวัดเพี้ยนได้ เช่น ยางขนาด 235/55 R19 ที่ดูสปอร์ตกว่าอาจลดความนุ่มลงนิดหน่อย ควรปรึกษาช่างก่อนตัดสินใจดัดแปลง ที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบลมยางสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่ความดันลมยางอาจเพิ่มขึ้น 10-15kPa จากอุณหภูมิสูง ควรเติมลมยางตามค่ามาตรฐานที่ระบุบนกรอบประตูเมื่อยางเย็นตัวแล้ว
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
"รถ Sienna รุ่นปี 2022 ทั้งหมดเป็นไฮบริดหรือไม่?"
ไม่ใช่หรอกครับ รุ่น Sienta ปี 2022 นั้นไม่ได้เป็นรถไฮบริดทั้งหมด รุ่นที่ 3 ของ Sienta ที่ออกมาปีนั้นพัฒนาบนแพลตฟอร์ม TNGA-B มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์สองแบบ คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แบบธรรมดากับระบบไฮบริด 1.5 ลิตร รุ่นเครื่องยนต์เบนซินธรรมดามีเกียร์ Direct Shift-CVT ส่วนระบบไฮบริด 1.5 ลิตรใช้เทคโนโลยี Atkinson cycle คู่กับแบตเตอรี่นิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์และเกียร์ E-CVT ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามความต้องการรุ่นเบนซินสามารถตอบสนองผู้ใช้ที่มีความต้องการสำหรับรถยนต์เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมรุ่นไฮบริดเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่แสวงหาการประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพสูงทางเลือกที่หลากหลายนี้เสริมสร้างสายผลิตภัณฑ์ของ Sienta และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน
Q
Toyota Sienna ปี 2022 เป็นรถรุ่นที่เท่าไร?
รถ Toyota Sienna รุ่นปี 2022 นั้นเป็นรุ่นที่ 4 ของซีรีส์ โดยรุ่นนี้เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2020 ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม TNGA-K ของโตโยต้า ซึ่งให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีไฮบริดและความใช้งานได้จริงสำหรับครอบครัวมากกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างชัดเจน สำหรับรุ่นปี 2022 ยังคงดีไซน์โดยรวมเหมือนรุ่นที่ 4 ทุกประการ พร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริด 2.5 ลิตร 4 สูบมาตรฐานที่ให้ประหยัดน้ำมันได้ดีมาก เหมาะสมทั้งการเดินทางไกลหรือใช้ชีวิตประจำวันในเมือง นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัย TSS 2.0 มาตรฐานทุกรุ่น ซึ่งรวมฟังก์ชั่นเด็ดๆ เช่น การเตือนการชนและช่วยควบคุมเลน สำหรับตลาดไทยแล้ว รถคันนี้โดดเด่นด้วยการจัดวางห้องโดยสารแบบ 7 หรือ 8 ที่นั่งที่ปรับได้ตามความต้องการ พร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองข้างและพื้นที่เก็บของท้ายรถที่กว้างขวาง ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัว โดยเฉพาะระบบไฮบริดที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันในสภาพการจราจรติดขัดได้ชัดเจน ส่วนเรื่องความนุ่มนวลในการขับขี่ รุ่นที่ 4 นี้ได้รับการปรับแต่งช่วงล่างให้มีความมั่นคงมากขึ้น พร้อมลดเสียงรบกวนได้ดีกว่าเดิม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสบายเป็นพิเศษ ข้อควรระวังคือ แบตเตอรี่ของระบบไฮบริดจะติดตั้งอยู่ใต้เบาะแถวสอง ซึ่งไม่กินพื้นที่ภายในรถ แต่แนะนำให้ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่เป็นระยะที่ศูนย์บริการเพื่อความมั่นใจในระยะยาว
Q
รถ Sienna 2022 เป็นไฮบริดทั้งหมดใช่หรือไม่?
ไม่ใช่หรอก รถ Toyota Sienta ปี 2022 ไม่ได้เป็นรุ่น Hybrid ทั้งหมด จากข้อมูลรุ่นที่ให้มา พบว่า Toyota Sienta 1.5 G CVT 2022 และ Toyota Sienta 1.5 V CVT 2022 เป็นรุ่นที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเบนซิน ไม่ใช่ระบบ Hybrid ประเภทของเครื่องยนต์นอกจากแบบเบนซินและ Hybrid แล้ว ยังมีแบบดีเซล, แบบไฟฟ้า 100% และแบบไฮโดรเจนอีกด้วย รถดีเซลจะมีแรงบิดสูง มักใช้กับรถบรรทุก ส่วนรถไฟฟ้าจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเงียบกว่า แถมระยะทางวิ่งก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาของเทคโนโลยี ส่วนรถไฮโดรเจนนั้นปล่อยแค่น้ำออกมา เป็นพลังงานที่สะอาดมาก แต่ตอนนี้โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อมเท่าไหร่ แต่ละประเภทก็มีจุดเด่นต่างกันไป ผู้บริโภคก็เลือกใช้ตามความต้องการของตัวเองได้เลย
Q
ควรหลีกเลี่ยง Sienna ปีไหน?
จากการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญและความคิดเห็นของผู้ใช้ รุ่น Toyota Sienna ปี 2011 และ 2017 มีปัญหาค่อนข้างมาก แนะนำให้คิดดีก่อนซื้อ สำหรับรุ่นปี 2011 ปัญหาที่พบบ่อยคือเกียร์กระตุกและระบบอิเล็กทรอนิกส์ขัดข้อง ส่วนรุ่นปี 2017 มักได้รับคำร้องเรียนเกี่ยวกับประตูสไลด์เสียบ่อยและเครื่องยนต์รั่วน้ำมัน ถ้าคิดจะซื้อ Sienna มือสอง แนะนำให้เลือกรุ่นที่ปรับโฉมหลังปี 2018 เป็นต้นไป เพราะความน่าเชื่อถือและอุปกรณ์เทคโนโลยีดีขึ้นอย่างชัดเจน Sienna เป็นรถครอบครัวที่ขายดีในไทย อะไหล่ซ่อมบำรุงหาไม่ยาก แต่เวลาซื้อควรตรวจสอบประวัติการบริการให้ดี โดยเฉพาะรถที่ใช้งานเดินทางไกลบ่อยๆ ต้องเช็คสภาพช่วงล่างและระบบส่งกำลังให้ละเอียด รุ่น Hybrid ของ Sienna ประหยัดน้ำมันมาก เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบท่องเที่ยว แต่ต้องตรวจสอบอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ดีด้วย ไม่ว่าจะเลือกรุ่นปีไหน แนะนำให้ซื้อผ่านช่องทางทางการหรือตัวแทนจำหน่ายรถมือสองรับประกัน พร้อมเก็บประวัติการซ่อมบำรุงให้ครบถ้วน เพื่อการใช้งานที่ราบรื่นในระยะยาว
Q
วิธีสตาร์ทรถ Toyota Sienna ปี 2022 เมื่อกุญแจรีโมทแบตเตอรี่หมด
ถ้าสมาร์ทคีย์ของ Toyota Sienna รุ่นปี 2022 หมดแบตเตอรี่ คุณยังสามารถใช้กุญแจกลและวิธีสตาร์ทรถฉุกเฉินได้ โดยขั้นแรกให้หาปุ่มกุญแจกลที่ซ่อนอยู่ด้านข้างของกุญแจ กดแล้วดึงกุญแจสำรองออกมา ใช้กุญแจนี้เปิดฝาครอบช่องกุญแจที่ด้ามเปิดประตูด้านคนขับ เสียบแล้วหมุนเพื่อปลดล็อคประตู เมื่อเข้าไปในรถแล้ว ให้วางกุญแจชิดกับปุ่มสตาร์ท (ปกติหน้าปัดจะแสดงข้อความว่า "ตรวจพบกุญแจ") จากนั้นเหยียบเบรกแล้วกดปุ่มสตาร์ทเพื่อติดเครื่องยนต์ วิธีนี้ใช้เทคโนโลยีการรับสัญญาณจากเสาอากาศความถี่ต่ำของระบบในรถ แม้แบตเตอรี่กุญแจจะหมดแต่ระบบยังสามารถระบุชิปเข้ารหัสได้ ควรระวังว่าในชีวิตประจำวันต้องตรวจสอบระดับแบตเตอรี่กุญแจ (รุ่น CR2032) เป็นประจำ หากระยะการทำงานของรีโมตสั้นลงหรือมีข้อความเตือนว่า "แบตเตอรี่กุญแจอ่อน" ควรเปลี่ยนทันที บางศูนย์บริการอาจตรวจสอบสถานะกุญแจให้ฟรีเมื่อนำรถไปทำตามระยะ นอกจากนี้แนะนำให้เก็บกุญแจกลไว้ในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการวางใกล้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช่นโทรศัพท์มือถือเพราะอาจก่อให้เกิดสัญญาณรบกวน ถ้าหากพบปัญหากุญแจใช้งานไม่ได้บ่อยๆ อาจเกิดจากแหล่งกำเนิดคลื่นแม่เหล็กแรงสูงในบริเวณใกล้เคียง เช่น สถานีฐานโทรคมนาคมหรือสายไฟแรงดันสูง ในกรณีนี้ลองเปลี่ยนตำแหน่งในการสตาร์ทรถดู หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อตรวจสอบระบบป้องกันการขโมยของกุญแจว่าทำงานปกติหรือไม่
Q
รถ Toyota Sienna ปี 2022 เป็นรถที่ดีหรือไม่?
รถ Toyota Sienta รุ่นปี 2022 เป็นรถ MPV ที่ตอบโจทย์การใช้งานครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยม ระบบไฮบริดของมันประหยัดน้ำมันสุดๆ โดยเฉพาะเวลาขับในเมืองที่รถติดบ่อย เผาผลาญแค่ 5.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำหรับคนที่ต้องเจอรถติดประจำ มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบแบบไฮบริดคู่กับเกียร์ E-CVT ที่ให้กำลังส่งเนียนเงียบ ส่วนบรรยากาศในรถก็กว้างขวาง นั่งสบาย โดยเฉพาะเบาะแถวสองที่ปรับได้หลากหลายตามความต้องการ ด้านความปลอดภัยก็ครบครันด้วยระบบ Toyota Safety Sense 2.0 ที่มีทั้งระบบเตือนก่อนชน ช่วยควบคุมเลน และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ทำให้การเดินทางกับครอบครัวอุ่นใจกว่าเดิม ในตลาดบ้านเรายังมีศูนย์บริการครบวงจร อะไหล่ก็หาง่าย ค่าดูแลรักษาไม่สูงมาก แถมยังใช้แพลตฟอร์ม TNGA-K ที่ช่วยให้การควบคุมทรงตัวดีกว่ารุ่นก่อน แม้ตัวรถจะใหญ่แต่เข้าโค้งก็ไม่โคลงเคลงมาก สำหรับใครที่ต้องรับส่งลูกหรือพาครอบครัวท่องเที่ยวบ่อย พื้นที่เก็บของของมันยังได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้จริง ส่วนท้ายรถยังคงสามารถวางเบาะนั่งแถวที่สามได้หลายแบบเมื่อยืนขึ้น
Q
รถ Toyota Sienna ปี 2022 เป็นไฮบริดหรือไม่?
แน่นอนว่า Toyota Sienna รุ่นปี 2022 ทุกรุ่นมาพร้อมระบบไฮบริดมาตรฐาน ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ผสานระหว่างเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 245 แรงม้า คู่กับเกียร์ E-CVT ซึ่งช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีมากโดยเฉพาะในเมืองที่การจราจรหนาแน่นแบบบ้านเรา ตัวรถใช้เทคโนโลยีไฮบริดรุ่นที่ 4 ของ Toyota โดยติดตั้งแบตเตอรี่ไว้ใต้ที่นั่งแถวหลังอย่างชาญฉลาด ไม่กินพื้นที่ภายในรถ แถมยังมีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและ 4 ล้อให้เลือก สำหรับรุ่น 4 ล้อจะมีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้อหลังช่วยเพิ่มความมั่นคงบนถนนลื่นๆ ที่เด็ดกว่านั้นคือระบบไฮบริดของ Sienna ไม่ต้องเสียบชาร์จ แค่ใช้ระบบกักเก็บพลังงานจากการเบรกและระบบ Start-Stop อัตโนมัติก็เติมพลังงานให้แบตเตอรี่ได้แล้ว ใช้ง่ายมาก ในตลาดรถ MPV ไฮบริดนี่มีให้เลือกไม่มาก Sienna จึงกลายเป็นตัวท็อปสำหรับครอบครัวด้วยเทคโนโลยีไฮบริดอันเชี่ยวชาญของ Toyota และพื้นที่กว้างขวางสำหรับ 7 ที่นั่ง ถ้าคิดถึงราคาน้ำมันและเทรนด์รักษ์แวดล้อมในตอนนี้ รถไฮบริดยิ่งใช้ยิ่งคุ้ม เพราะประหยัดค่าดูแลรักษาในระยะยาว แบตเตอรี่ยังรับประกันยาวๆ 8 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร หมดห่วงได้เลย
Q
2022 Toyota Sienna LE มีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกลหรือไม่?
รุ่น Toyota Sienna LE ปี 2022 บางคันมีระบบ Remote Start นะ แต่ต้องเช็คให้ชัวร์ว่าคันนั้นติดตั้ง Option นี้มาหรือเปล่า เพราะรุ่นพื้นฐานอาจจะไม่มีฟีเจอร์นี้ ถ้าอยากใช้ลองกดปุ่ม Remote Start ที่กุญแจรถหรือผ่านแอป Toyota ก็ได้ ระบบนี้ช่วยได้มากเวลาอากาศร้อนๆ อยากให้แอร์ทำงานก่อนขึ้นรถ เรื่องระบบ Remote Start ตอนนี้รถส่วนใหญ่จะใช้สองแบบคือ รับสัญญาณจากกุญแจหรือควบคุมผ่านแอปมือถือ บางรุ่นแพงๆอาจใช้สมาร์ทวอทช์หรือสั่งงานด้วยเสียงก็มี แต่ต้องระวังเรื่องสัญญาณให้ดี และไม่ควรให้เครื่องยนต์เดินเบาต่อเนื่องเกิน 10-15 นาที เดี๋ยวเปลืองน้ำมันแถมมีปัญหาเรื่องไอเสียด้วย สำหรับคนที่กำลังมองหา Sienna มือสอง แนะนำให้เช็คระบบ Remote Start ให้ดีว่าใช้งานได้ปกติไหม เพราะระบบนี้เกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าและ ECU ถ้าคนก่อนหน้าไปดัดแปลงอะไรมา อาจทำให้ระบบไม่เสถียรได้ ส่วนรถ MPV คลาสเดียวกันอย่าง Honda Odyssey ก็มีฟีเจอร์นี้เหมือนกัน แต่รายละเอียดอาจต่างกันนิดหน่อย บางรุ่นต้องซื้อ Option เพิ่ม
Q
Toyota Sienna มีค่าบำรุงรักษาแพงไหม?
รถ Toyota Sienta ในฐานะรถเอ็มพีวีนำเข้าที่ประเทศไทย ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจะสูงกว่ารถยนต์ญี่ปุ่นที่ผลิตในประเทศเล็กน้อย แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล ค่าบำรุงรักษาพื้นฐานอย่างการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับรถนำเข้าขนาดเดียวกัน ส่วนราคาอะไหล่หลักจะสูงกว่าหน่อยเพราะต้องนำเข้า แต่ระบบซัพพลายเชนของ Toyota สามารถรับประกันความมั่นคงได้ รถรุ่นนี้ใช้ระบบไฮบริด 2.5 ลิตรที่เทคโนโลยีที่ครบถ้วน มีอัตราเสียหายต่ำ การใช้งานระยะยาวจะช่วยลดความถี่ในการซ่อมแซม แถมศูนย์บริการในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังมีประกันให้ถึง 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตรอีกด้วย ที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่ของรถไฮบริดมักมีอายุการใช้งานถึง 8-10 ปี แค่ต้องระวังไม่จอดตากแดดนานๆ ในสภาพอากาศร้อนของไทยแนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนเป็นประจำ ถ้าเลือกใช้บริการอู่ซ่อมเอกชนค่าใช้จ่ายอาจลดลง 20%-30% แต่ต้องมั่นใจว่าช่างมีคุณสมบัติในการทำงานกับระบบไฮบริด เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน ซีเอนนายังมีอัตราคงมูลค่าสูงซึ่งช่วยชดเชยค่าดูแลรักษาไปบางส่วน สำหรับผู้ใช้ครอบครัว จุดเด่นที่ยังคงเหนือกว่าคือความสะดวกในการใช้งานและความประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม
Q
ปัญหาทั่วไปของ Toyota Sienna LE 2022 คืออะไร?
สำหรับ Sienna LE รุ่นปี 2022 ที่เป็นรถ MPV ไฮบริด ส่วนใหญ่ปัญหาที่พบจะอยู่ที่ระบบมัลติมีเดียที่อาจมีอาการตอบสนองช้าเป็นบางครั้ง โดยเฉพาะเวลาเชื่อมต่อ CarPlay อาจมีกระตุกบ้าง แต่พออัปเดตระบบที่ศูนย์บริการแล้วก็มักจะหายขาด มีเจ้าของรถบางรายแจ้งว่าช่วงอากาศร้อนชื้นๆ แผงคอนโซลหน้าบางทีอาจมีเสียงลั่นนิดหน่อยจากชิ้นส่วนพลาสติก แนะนำให้ใช้น้ำยาบำรุงภายในรถเป็นประจำจะช่วยลดปัญหาการขยายตัวจากความร้อนได้ ส่วนเรื่องระบบเบรกที่เป็นไฮบริดนั้น เวลาเปลี่ยนจากการชาร์จแบตกลับมาใช้เบรกปกติอาจรู้สึกถึงความแตกต่างนิดๆ แต่เป็นเรื่องปกติ พอขับไปสักพักก็ชินเอง ไม่มีผลต่อความปลอดภัย ต้องบอกเลยว่าระบบไฮบริด 2.5L ของคันนี้ประหยัดน้ำมันมากๆ โดยเฉพาะเวลาติดถนนในเมือง แต่ต้องอย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่นิกเกิล-เมทัล ไฮไดรด์ตามกำหนด ซึ่งศูนย์บริการทั่วไปจะแนะนำให้ตรวจทุก 30,000 กิโลเมตร เนื่องจากตัวรถค่อนข้างยาว เวลาถอยในซอยแคบๆ ควรใช้กล้องถอยหลังที่มากันเป็นมาตรฐานทุกคัน แต่ถ้าติดตั้งระบบกล้องรอบคันเพิ่มเติมก็จะสะดวกขึ้นอีก ในช่วงฤดูฝนแนะนำให้ตรวจสอบรูระบายน้ำในช่องเก็บยางสำรองด้วยว่าไม่มีอะไรอุดตัน เพื่อป้องกันน้ำขัง ส่วนรางประตูสไลด์ไฟฟ้าควรทำความสะอาดเป็นประจำ โดยเฉพาะถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ ควรเป่าด้วยลมแรงทุกเดือนจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ดี
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ห้องนั่งกว้างขวางเพื่อรถโดยสารที่สบาย
ประหยัดน้ำมันช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายน้ำมัน
คุณภาพของยุคโตโยต้าที่เชื่อถือได้เพื่อสุขสันติสุขใจ
การตั้งค่าการนั่งแบบยืดหยุ่นเพื่อความหลากหลาย
ดีไซน์ที่สวยงามที่ชอบใจหลายคน

ข้อเสีย

กำลังการผลิตที่จำกัดสำหรับความต้องการบางอย่าง
แถวที่สามอาจขาดความสบายเพียงพอ
ห้องเก็บของขนาดเล็กสำหรับบรรทุกสิ่งมวลขนาดใหญ่
ระบบไฮบริดอาจต้องการการปรับปรุง

Q&A ล่าสุด

Q
คุณสามารถขับรถได้กี่กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ขีด?
ในประเทศไทย น้ำมันเชื้อเพลิงมักวัดเป็นลิตร และระยะทางที่รถยนต์สามารถวิ่งได้ด้วยน้ำมัน 2 ลิตรนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ รถยนต์ขนาดเล็กทั่วไป เช่น โตโยต้า วิออส และฮอนด้า ซิตี้ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 18-22 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้สามารถวิ่งได้ 36-44 กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ลิตร รถ SUV เช่น โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ดีเซล และฮอนด้า ซีอาร์-วี มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 14-16 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้สามารถวิ่งได้ 28-32 กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ลิตร รถกระบะ เช่น โตโยต้า ไฮลักซ์ ดีเซล และอีซูซุ ดี-แม็กซ์ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 12-14 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้สามารถวิ่งได้ 24-28 กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ลิตร นอกจากนี้ ระยะทางที่วิ่งได้ยังได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการบำรุงรักษารถยนต์ ตัวอย่างเช่น การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในสภาพการจราจรติดขัดในเมืองอาจสูงกว่าบนทางหลวง 10%-20% การขับขี่อย่างนุ่มนวลและการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้ประหยัดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุด
Q
“ค่าเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรในปี 2024 เป็นกี่บาท?”
ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรในประเทศไทยปี 2024 จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นรถ อัตราการใช้น้ำมัน และการผันผวนของราคาน้ำมัน ยกตัวอย่างรุ่นรถ SUV ทั่วไป อัตราการใช้น้ำมันประมาณ 9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ราคาน้ำมันเบนซินปี 2024 ยังคงอยู่ในช่วง 35-42 บาท/ลิตร ดังนั้นต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรประมาณ 3.15-3.78 บาท ถ้าใช้รถเก๋งประหยัดน้ำมัน (อัตราการใช้น้ำมัน 6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร) ต้นทุนต่อกิโลเมตรจะประมาณ 2.1-2.52 บาท นอกจากนี้นิสัยขับขี่และสภาพถนนยังส่งผลต่อต้นทุนด้วย เช่น การขับขี่อย่างนุ่มนวล ใช้โหมด eco สามารถลดการใช้น้ำมันได้ สภาพถนนทางหลวง (ความเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง) มักใช้น้ำมันน้อยกว่าสภาพถนนในเมืองที่ติดขัด (ความเร็วเฉลี่ย 30-40 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ควรระวังว่าพารามิเตอร์ฮาร์ดแวร์ของรถแต่ละรุ่น (เช่น น้ำหนักรถ ปริมาตรเครื่องยนต์) ยังส่งผลต่อการใช้น้ำมันได้อีกด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรเปลี่ยนแปลงไป
Q
เครื่องยนต์ขนาด 3000cc ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกี่ลิตร?
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ 3000 ซีซี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รุ่นรถ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 10-15 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรในเขตเมือง และอาจลดลงเหลือประมาณ 8-12 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรบนทางหลวง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขนาดเครื่องยนต์เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น น้ำหนักรถ ประเภทเกียร์ คุณสมบัติของยาง และการใช้เครื่องปรับอากาศก็มีผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจริงเช่นกัน ในสภาพอากาศเขตร้อน เนื่องจากมีการใช้เครื่องปรับอากาศบ่อยขึ้น อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอาจเพิ่มขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับเขตภูมิอากาศอบอุ่น เทคโนโลยีไฮบริดหรือเทอร์โบชาร์จสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น เครื่องยนต์ 3000 ซีซี เทอร์โบชาร์จบางรุ่นอาจมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ 2500 ซีซี แบบดูดอากาศปกติ การบำรุงรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ การรักษาระดับแรงดันลมยางให้เหมาะสม และการหลีกเลี่ยงการเร่งและเบรกอย่างรวดเร็ว ล้วนเป็นพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ผู้บริโภคจำนวนมากจึงเริ่มพิจารณารถยนต์ไฮบริดแบบเสียบปลั๊กหรือรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเป็นทางเลือกแทนรถยนต์เบนซินขนาดใหญ่
Q
“คุณสามารถขับรถได้กี่กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 1 ลิตร?”
ระยะทางที่รถแต่ละรุ่นสามารถวิ่งได้ต่อลิตรน้ำมันมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทรถ ระบบขับเคลื่อน และสภาพการขับขี่ ตัวอย่างเช่น รถยนต์ไฮบริดอย่าง Toyota Yaris Ativ HEV (Vios HEV) มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตามข้อมูลทางการสูงถึง 29.4 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่น Yaris Hybrid ภายใต้สภาพการทดสอบ WLTP มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับรถกระบะดีเซล อย่าง Hilux อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจริงอยู่ที่ประมาณ 7.0-7.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (หรือประมาณ 13.3-14.3 กิโลเมตรต่อลิตร) เหมาะสำหรับการเดินทางไกลบนทางหลวงและการบรรทุก ในส่วนของรถจักรยานยนต์ Honda CM500 มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันประหยัดที่ 3.44 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ประมาณ 29.1 กิโลเมตรต่อลิตร) นอกจากนี้ รถไฮบริดมักมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีกว่าในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง ขณะที่รถดีเซลมีประสิทธิภาพคงที่ในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวงและเมื่อมีการบรรทุก ผู้บริโภคจึงสามารถเลือกรถที่เหมาะสมตามความต้องการการใช้งานของตนเอง
Q
รถ Honda City ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่าไร?
ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของ Honda City ขึ้นอยู่กับรุ่นและเวอร์ชันของรถ รุ่น City Hatchback ที่ปรับโฉมใหม่สำหรับตลาดไทย รุ่นเชื้อเพลิงด้วยเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC ทอร์โบ มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 23.3 กม./ลิตร ส่วนรุ่น e:HEV ไฮบริดน้ำมัน-ไฟฟ้า 1.5 ลิตร มีประสิทธิภาพดีกว่า ที่ 27.8 กม./ลิตร นอกจากนี้ รุ่นเบนซินเกียร์อัตโนมัติปี 2018 มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตามมาตรฐานประมาณ 5.4-5.8 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดามีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำกว่า ประมาณ 4-5 ลิตร/100 กม. รุ่นไฮบริดด้วยการช่วยเหลือจากมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้มากขึ้นในสภาพการจราจรที่ติดขัด ในบางการทดสอบ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรุ่นไฮบริดต่ำกว่า 3 ลิตร/100 กม. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสิ้นเปลืองน้ำมัน ได้แก่ นิสัยการขับขี่ สภาพถนน และการบำรุงรักษารถ การขับขี่อย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกระทันหัน การบำรุงรักษารถอย่างสม่ำเสมอ การใช้เครื่องปรับอากาศและโหมด ECON อย่างเหมาะสม ล้วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้ ความแตกต่างของอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันระหว่างรุ่นที่ใช้พลังงานต่างกัน แสดงถึงการพัฒนาประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผู้บริโภคสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมตามการใช้งานประจำวัน โดยรุ่นเชื้อเพลิงเหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการตอบสนองของกำลังขับ ส่วนรุ่นไฮบริดเหมาะสำหรับผู้ที่สัญจรในเมืองบ่อยครั้ง ช่วยรักษากำลังขับในขณะที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
ดูเพิ่มเติม