BYD ชะลอแผนผลิตใหญ่ในฮังการี เตรียมดันกำลังผลิตโรงงานตุรกีแทน
วิรุฬห์Jul 23, 2025, 04:22 PM

【PCauto】BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน กำลังปรับแผนยุทธศาสตร์การผลิตในยุโรปใหม่ โดยตามรายงานพิเศษจาก Reuters โรงงานของ BYD ที่เมืองเซเกด ประเทศฮังการี จะเลื่อนการเดินสายการผลิตขนาดใหญ่ออกไปเป็นปี 2026 และช่วงแรกจะมีกำลังการผลิตเพียงไม่กี่หมื่นคันต่อปี ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 150,000 คันต่อปีอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน BYD จะเร่งแผนเปิดสายการผลิตที่โรงงานในประเทศตุรกี ซึ่งคาดว่าปริมาณการผลิตจะสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 150,000 คันต่อปีอย่างมีนัยสำคัญ
BYD ปรับแผนกำลังผลิตทั้งโรงงานฮังการีและตุรกี
โรงงานในฮังการีซึ่ง BYD ลงทุนกว่า 4 พันล้านยูโร เดิมมีแผนจะติดตั้งสายการผลิตในเดือนกันยายนปี 2025 แต่ล่าสุดมีการเลื่อนกำหนดออกไป และแม้เข้าสู่ปี 2027 กำลังการผลิตก็ยังไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลัง
สำหรับรถยนต์ที่จะผลิตในโรงงานนี้ มีรายงานแบ่งออกเป็นสองแนวทาง บางแหล่งระบุว่าจะผลิต Atto 3, Dolphin และรุ่นประหยัดอย่าง Seagull ขณะที่อีกกระแสระบุว่าเป็น Atto 2, Atto 3 และ Dolphin
ในขณะเดียวกัน BYD เดินหน้าลงทุนโรงงานใหม่ที่เมืองมานิซา ประเทศตุรกี ด้วยงบประมาณ 852 ล้านยูโร โดยจะเริ่มผลิตเร็วกว่ากำหนด เดินสายการผลิตในปี 2027 ด้วยเป้าหมายทะลุ 150,000 คัน และมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมในปี 2028
รุ่นที่ยืนยันการผลิตในโรงงานตุรกี ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า SUV อย่าง Seal U และ Sealion 5 รวมถึงรุ่นปลั๊กอินไฮบริดอย่าง Seal U DM-i และ Seal 06 DM-i

BYD ปรับแผนผลิตเพราะผลกระทบภาษีนำเข้าของอียู
ปัจจุบัน รถยนต์ที่ BYD ส่งออกไปยุโรปต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตรา 27% (ประกอบด้วยภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% และภาษีตอบโต้การอุดหนุนอีก 17%) ขณะที่ตุรกีซึ่งมีข้อตกลงสหภาพศุลกากรร่วมกับสหภาพยุโรป กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการเลี่ยงภาษีดังกล่าว เดิมทีอียูหวังว่าแรงกดดันด้านภาษีจะดึงดูดให้บริษัทรถยนต์จีนเข้ามาลงทุนสร้างงานในยุโรป แต่การเปลี่ยนแผนของ BYD กลับสวนทางกับความคาดหวังนั้น

เบื้องหลังปรับกำลังการผลิต BYD พลิกกลยุทธ์บุกตลาดยุโรป
BYD กำลังปรับโครงสร้างธุรกิจในยุโรปใหม่เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการขาดเครือข่ายดีลเลอร์ที่แข็งแกร่ง การไม่มีทีมผู้บริหารท้องถิ่นที่เข้าใจตลาด และการเลือกทำตลาดรถไฮบริดในประเทศที่ยังไม่เปิดรับรถยนต์ไฟฟ้าล้วนอย่างเต็มที่ แม้จะเจออุปสรรคหลายด้าน แต่ความต้องการของตลาดยังเติบโตต่อเนื่อง คาดว่า BYD จะมียอดขายในยุโรปปีนี้ถึง 186,000 คัน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2024 และอาจแตะ 400,000 คันในปี 2029
การตัดสินใจของ BYD สะท้อนถึงความท้าทายของแบรนด์จีนในยุโรป ที่ต้องหาทางหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถแบกรับต้นทุนแรงงานและพลังงานที่สูงในยุโรปได้ ตุรกีจึงกลายเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ ด้วยจุดแข็งด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์และต้นทุนที่แข่งขันได้

นอกจาก BYD แล้ว Chery Automobile ก็ประกาศลงทุนสร้างโรงงานในตุรกีเช่นกัน ด้วยงบประมาณกว่า 852 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองรับกำลังการผลิตสูงสุด 200,000 คันต่อปี ขณะที่ค่ายรถระดับโลกอย่าง Toyota, Stellantis และ Ford ก็ได้ตั้งฐานการผลิตในตุรกีมานานแล้ว ทำให้ประเทศนี้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค
คุณสามารถติดต่อเราให้ลบออกเนื้อหาถ้าละเมิดลิขสิทธิ์
ข้อมูลยอดนิยม

รุ่นใหม่ Xiaomi SU7 เปิดพรีออเดอร์ การออกแบบภายในปรับปรุงใหม่ ระยะทางการขับขี่ 902 กม. กลายเป็นจุดเด่นที่ใหญ่ที่สุด
Xiaomi รถยนต์เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เปิดเผยการอัปเดตสำคัญ รุ่นใหม่ Xiaomi SU7 ได้เปิดจองอย่างเป็นทางการแล้ว ในขณะที่ราคาปรับขึ้นเล็กน้อย รถรุ่นใหม่นี้ได้ทำการอัปเกรดอย่างเป็นระบบในเรื่องของความปลอดภัย การขับขี่อัจฉริยะ แพลตฟอร์มแรงดันสูง และความสามารถในการใช้งานระยะยาว

Geely EX2 เปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 ด้วยราคา 399,990 บาท การแข่งขันด้านราคายังคงดำเนินต่อไป
ปัจจุบันตลาด EV ส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยแบรนด์จีน BYD Dolphin เป็นตัวเริ่มต้น Wuling ใช้ Bingo และ Air EV ยึดตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก ในขณะที่ MG4 มุ่งเป้าไปที่ตลาดระดับไฮเอนด์ แต่เมื่อ EX2 มา รถเหล่านี้ก็ต้องพิจารณากำหนดราคาใหม่อีกครั้ง ตอนนี้คุณสามารถใช้เงินที่ซื้อ Wuling Air EV เพื่อซื้อ BYD Dolphin พร้อมอุปกรณ์ที่ดีกว่า Bingo ได้แล้ว

Thailand International Motor Expo 2025 รุ่นรถที่น่าสนใจที่สุด 10 อันดับ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดของงาน Thailand International Motor Expo 2025 คือ xEV มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากในครั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กราคาถูกไปจนถึง SUV ปลั๊กอินไฮบริด ตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับสูง รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งและ MPV ยังคงได้รับความนิยมเหมือนเดิม

Denza B5 เปิดพรีเซลในประเทศไทย ประสิทธิภาพเหนือกว่า Toyota Prado โดยราคาไม่เกิน 1.8 ล้านบาท
Denza B5 ยืนยันว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ในประเทศไทย มีสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่ดีกว่า Prado ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน CLTC 125 กม.+ ระยะทางรวม 1200 กม. ราคาหลังการประกอบในประเทศอาจไม่เกิน 1.8 ล้านบาท

Toyota Yaris Cross Nightshadeรุ่นพิเศษ(Special Edition)เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
โตโยต้าเปิดตัวรุ่นพิเศษ Yaris Cross Nightshade อย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ รุ่นพิเศษนี้พัฒนามาจาก SUV ระดับเริ่มต้นที่ขายดีที่สุด จุดเด่นหลักคือการเพิ่มชุดตกแต่งสีดำทั้งหมดเพื่อเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์และความรู้สึกสปอร์ตมากขึ้น ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดมายาวนาน โตโยต้า เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องดีไซน์ภายนอก และมอบตัวเลือกใหม่ที่มีความแตกต่างให้กับตลาด
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ

