รูป Volvo

รีวิว 2020 Volvo V60 2.0 Momentum

2020 Volvo V60 2.0 Momentum เป็นรถปลั๊กอินไฮบริดแบบแวกอนที่เน้นความประหยัดสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล โดยตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของครอบครัวด้วยความปลอดภัย พื้นที่ใช้สอย และการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวีย
รูป Volvo V60
รูป Volvo V60
รูป Volvo V60
รูป Volvo V60
รูป Volvo V60
THB 2,290,000
2020 Volvo V60 2.0 Momentum
เซกเมนท์
D-Segment
ตัวถัง
Hatchback
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
พละกำลังรวม(PS)
-
แรงบิดรวม(Nm)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในปัจจุบันตลาดรถแวกอนระดับ D ในประเทศไทยมีตัวเลือกมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคต้องการคงความสนุกในการขับขี่ของรถยนต์นั่ง แต่ก็อยากได้พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ยืดหยุ่นของรถแวกอน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น—Volvo V60 2.0 Momentum เป็นรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ รถรุ่นนี้เป็นรถแวกอนปลั๊กอินไฮบริดที่มีจุดขายหลักคือการผสานความประหยัดในการใช้งานประจำวันและความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกล ในขณะเดียวกันยังคงคุณสมบัติความปลอดภัยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Volvo การทดลองขับครั้งนี้เราจะเน้นที่การตอบสนองของกำลังเครื่องยนต์ การใช้งานพื้นที่ และประสบการณ์การใช้งานระบบไฮบริดจริง ว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของครอบครัวที่หลากหลายได้หรือไม่

ในด้านการออกแบบภายนอก Volvo V60 2.0 Momentum ยังคงการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ สไตล์โดยรวมเรียบง่ายและมั่นคง ไม่มีเส้นสายที่ซับซ้อนเกินไป ด้านหน้าไฟกลางวัน LED แบบ "ค้อนของ Thor" ยังคงมีเอกลักษณ์สูง มาพร้อมกระจังหน้าแบบแนวตั้งที่ให้ความรู้สึกประณีต ด้านข้างตัวรถมาพร้อมกับเส้นสายที่ต่อเนื่องจากด้านหน้าถึงท้ายรถ คล้ายรถแวกอนแบบคลาสสิก และยังมีล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วแบบหลายซี่ล้อที่ให้อารมณ์สปอร์ตและหรูหรา ด้านท้ายของรถมีไฟท้าย LED แบบ "ขวานของชาวไวกิ้ง" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เมื่อเปิดไฟจะสว่างเด่นชัดและสะดุดตา ส่วนกันชนท้ายออกแบบแบบซ่อนปลายท่อไอเสีย ทำให้ดูเรียบง่ายยิ่งขึ้น ในส่วนของระบบไฟ รถรุ่นนี้มาพร้อมไฟหน้า LED ทุกรุ่นย่อย รองรับการเปิด/ปิดอัตโนมัติและไฟสูง-ต่ำปรับตามสภาพแวดล้อมได้ การใช้งานในชีวิตประจำวันจึงค่อนข้างสะดวก

การออกแบบภายในมีสไตล์เรียบง่ายแบบนอร์ดิก สอดคล้องกับการออกแบบภายนอก โดยใช้วัสดุที่มีพื้นผิวนุ่มเป็นหลัก พร้อมตกแต่งด้วยแถบโลหะ เพิ่มความหรูหรา โซนกลางคอนโซลติดตั้งหน้าจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 9 นิ้ว มาพร้อมระบบอัจฉริยะ Volvo Sensus ที่มีอินเทอร์เฟสระบบที่ชัดเจน รองรับการเชื่อมต่อ CarPlay และ Android Auto อินเทอร์เฟสใช้งานได้ราบรื่นในระดับมาตรฐาน ตัวเบาะหุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ โดยเบาะฝั่งผู้ขับขี่สามารถปรับไฟฟ้าและมีฟังก์ชันหน่วยความจำ นั่งสบาย ด้านอุปกรณ์มาตรฐาน รถรุ่นนี้มาพร้อมหลังคาบานใหญ่ควบคุมได้ด้วยไฟฟ้า ระบบแอร์อัตโนมัติแบบ 2 โซน เซ็นเซอร์ช่วยท้ายรถหน้า-หลังและกล้องมองหลัง ซึ่งอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้านระบบความปลอดภัย Volvo ติดตั้งระบบความปลอดภัยในเมือง (City Safety) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงระบบเบรกฉุกเฉินและตัวช่วยรักษาเลนซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ความปลอดภัยของแบรนด์

ในด้านของพื้นที่ ขนาดตัวรถยาว 4761 มม. กว้าง 2040 มม. สูง 1432 มม. ระยะฐานล้อ 2872 มม. ซึ่งอยู่ในระดับมาตรฐานของรถแวกอนขนาด D พื้นที่นั่งด้านหน้ากว้างขวาง ผู้ที่มีความสูง 180 ซม. เมื่อปรับเบาะให้อยู่ในตำแหน่งเหมาะสม หัวยังมีพื้นที่เหลือประมาณ 1 กำปั้น พื้นที่เบาะหลังมีที่ว่างขาเหลือกว่า 2 กำปั้นและว่างหัวอีก 1 กำปั้น พื้นหลังตอนกลางไม่ยกสูงมาก ดังนั้นผู้โดยสารที่นั่งกลางจะไม่รู้สึกอึดอัดมากนัก ในด้านพื้นที่เก็บของ พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุเริ่มต้นที่ 529 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 1441 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง มีความสามารถในการบรรทุกที่ดี เหมาะสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัวหรือการขนย้ายสิ่งของขนาดใหญ่ ช่องเก็บของภายในรถออกแบบมาได้ใช้งานง่าย ทั้งช่องเก็บของที่แผงประตู กล่องเก็บของที่พนักแขนกลาง และที่วางแก้วน้ำด้านหน้า มีพื้นที่ใช้งานเพียงพอสำหรับเก็บของชิ้นเล็กๆ ได้โดยไม่ยุ่งยาก เบาะหลังยังมีช่องแอร์แยกอิสระและพอร์ตชาร์จ USB เพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารในส่วนนี้

ในด้านระบบขับเคลื่อน รถคันนี้มาพร้อมกับระบบไฮบริดเสียบปลั๊กที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0T + มอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบมีพละกำลังสูงสุดรวม 253 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตามตัวเลขจากบริษัทผู้ผลิตอยู่ที่ 4.6 วินาที ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพพลังงานที่ดี ในการขับขี่จริง ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานตั้งแต่ระยะออกตัว ทำให้การตอบสนองพลังงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว แม้ในโหมดไฟฟ้าล้วน ระบบสามารถรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมืองได้อย่างเต็มที่ เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดไฮบริด เครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานร่วมกัน ทำให้มีพลังงานสำรองเพียงพอในขณะเร่งความเร็ว แม้ในการแซงรถ เพียงกดคันเร่งลึก เกียร์จะเปลี่ยนเกียร์อย่างราบรื่น และการส่งกำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ขณะขับขี่บนความเร็วสูง เสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ถูกควบคุมอย่างดี ภายในห้องโดยสารคงไว้ซึ่งความเงียบสงบ

ในแง่ของการควบคุมและการทำงานของแชสซี พวงมาลัยมีน้ำหนักกำลังเหมาะสม ทิศทางแม่นยำ ทำให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันสะดวกมาก ระบบช่วงล่างใช้ช่วงล่างแบบอิสระแมคเฟอร์สันด้านหน้า + แบบมัลติลิงค์ด้านหลัง ซึ่งปรับแต่งให้เน้นความสบาย สามารถกรองแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากพื้นถนนในเมืองได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผู้โดยสารในรถไม่รู้สึกถึงการกระเทือนที่ชัดเจน ขณะเข้าโค้ง การโยกตัวของตัวถังถูกควบคุมอย่างดี ช่วงล่างมีความมั่นคงเพียงพอที่จะรักษาเสถียรภาพของการควบคุมรถ

ในฐานะที่เป็นรถยนต์ไฮบริดเสียบปลั๊ก เราได้ทดสอบการทำงานจริงของระบบนี้ ระยะทางที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนตามตัวเลขจากบริษัทผู้ผลิตอยู่ที่ 55 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งหากเดินทางในระยะสั้นสำหรับการเดินทางภายในเมือง โหมดไฟฟ้าล้วนสามารถครอบคลุมได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน เราทำการทดสอบในสถานการณ์การจราจรหนาแน่นในเมือง อัตราการใช้ไฟฟ้าในโหมดไฟฟ้าล้วนอยู่ที่ประมาณ 15kWh/100 กม. ระดับการบรรลุเป้าหมายของระยะทางสูงถึงประมาณ 90% ซึ่งนับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีมาก ในโหมดไฮบริด ผลลัพธ์การทดสอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันรวมที่ได้คือ 3.5 ลิตร/100 กม. ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกับตัวเลขของบริษัทผู้ผลิตที่ 3.2 ลิตร/100 กม. จึงแสดงถึงความประหยัดน้ำมันอันยอดเยี่ยม ระบบการเก็บพลังงานกลับ (Regenerative braking) มี 3 ระดับ และระดับสูงสุดไม่ทำให้เกิดความรู้สึกขัดขวางในขณะขับขี่ ซึ่งช่วยรักษาความสะดวกสบายของการโดยสาร

ในแง่ของความสะดวกสบายในการขับขี่ ที่นั่งมีการรองรับรูปร่างและการพยุงที่ดี ทำให้สามารถนั่งได้สบายแม้เป็นเวลานาน การควบคุมเสียงรบกวน ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง เสียงลมและเสียงล้อถูกควบคุมได้อย่างดี มีเพียงเวลาเร่งความเร็วอย่างรวดเร็วที่เสียงเครื่องยนต์จะดังขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ได้มีผลต่อการพูดคุยภายในรถ ระบบปรับอากาศมีประสิทธิภาพการทำความเย็นที่ดี และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซนก็สะดวกต่อการปรับเปลี่ยน

โดยสรุปแล้ว Volvo V60 2.0 Momentum มีจุดเด่นที่ระบบไฮบริดเสียบปลั๊กที่ประหยัดน้ำมัน พื้นที่ในรถที่กว้างขวาง รวมถึงการติดตั้งระบบความปลอดภัยที่เป็นเอกลักษณ์ของ Volvo เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นไฮบริดเสียบปลั๊กของ BMW 3 Series Touring หรือ Mercedes-Benz C-Class Touring พบว่ารุ่นนี้มีราคาที่คุ้มค่ากว่า และมีอุปกรณ์ที่ครบครันมากกว่า โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยที่ถือเป็นข้อได้เปรียบ

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานที่เหมาะสำหรับครอบครัว การเดินทางในชีวิตประจำวันในระยะทางสั้น และมีเงื่อนไขในการชาร์จไฟ สามารถตอบสนองความประหยัดสำหรับการใช้งานในเมือง และยังสามารถรองรับการเดินทางไกลได้ดี พร้อมกับอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครัน เหมาะสำหรับสมาชิกครอบครัวที่มีลูก หากคุณกำลังมองหารถยนต์สไตล์แวกอนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ใช้งานได้จริง และมีความปลอดภัย Volvo V60 2.0 Momentum ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

โดยรวมแล้ว Volvo V60 2.0 Momentum เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดแบบสเตชั่นแวกอนที่มีสมรรถนะที่สมดุลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน พื้นที่ ประหยัดน้ำมัน และระบบความปลอดภัย ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใช้งานในครอบครัว

ข้อดี
การออกแบบภายนอกเรียบง่ายและสง่างาม ไฟหน้า Thor's Hammer มีความโดดเด่นสูง การออกแบบตัวถังแบบวากอนใช้งานได้จริงและดึงดูดสายตา
เครื่องยนต์ไฮบริดแบบปลั๊กอินเพียงพอในสภาพถนนของประเทศไทย โหมดไฟฟ้าล้วนช่วยประหยัดน้ำมันและเงียบสงบ การเร่งความเร็วบนทางหลวงราบรื่นและแซงได้ง่าย
ระบบความปลอดภัยครบครันและเชื่อถือได้ ระบบเบรกอัตโนมัติและระบบอื่นๆ มีบทบาทสำคัญในสถานการณ์ฉุกเฉินหลายครั้ง
ข้อเสีย
การเร่งความเร็วอย่างกะทันหันหรือการขับขึ้นเนินเครื่องยนต์และมอเตอร์สลับการทำงานบางครั้งมีการสะดุดเล็กน้อย การส่งกำลังไม่ราบรื่น
เมื่อขับบนถนนในชนบทหรือทางลาดชันในประเทศไทย รถจะสั่นไหวชัดเจน ระบบควบคุมเสถียรภาพตอบสนองไม่ไวพอ
เมื่อใช้ความเร็วสูงเกิน 120 กม./ชม. แล้วเร่งต่อ ความรู้สึกดันหลังลดลง การปรับจูนกำลังค่อนไปทางนุ่มนวล
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.2 / 5
ดีไซน์ภายใน
5.0 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายไทร์
เจ้าของ 2020 Volvo V60 2.0 Momentum
ในฐานะเจ้าของ Volvo V60 2.0 Momentum รุ่นปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสามปี รู้สึกว่าคันนี้เลือกไม่ผิดเลยจริง ๆ! อันดับแรกต้องชมเรื่องรูปลักษณ์ คะแนนเต็ม 5 ไม่ต้องลังเลเลย! การออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียโดนใจมาก — เส้นสายที่เรียบง่ายกับไฟหน้าแฮมเมอร์แห่งเทพธอร์ ทำให้โดดเด่นในกลุ่มรถติดในกรุงเทพ ทุกครั้งที่จอดรถที่ลานจอดสยามสแควร์ ก็มักจะมีคนหันมามองเสมอ รถทรงวากอนที่ในไทยยังไม่ค่อยเจอมากนัก ขับง่ายกว่ารถ SUV จอดง่ายกว่า แถมจุของได้เยอะกว่าเก๋งปกติ ช่วงวันหยุดขับไปเล่นเซิร์ฟที่หัวหิน อุปกรณ์เล่นเซิร์ฟและอุปกรณ์ตั้งแคมป์ใส่ไปได้แบบสบาย ๆ ไม่มีปัญหาเลย คะแนนด้านสมรรถนะให้ 4 คะแนน การขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2.0T พร้อมระบบไฮบริด ใช้สภาพถนนในไทยก็เพียงพอแล้ว ช่วงเช้าและเย็นที่กรุงเทพรถติดหนักมาก โหมดไฟฟ้าล้วนเงียบและประหยัดน้ำมันมาก ตามติดรถคันหน้าได้แบบไหลลื่นสุด ๆ และเมื่อวิ่งบนทางด่วนหรือถนนสุขุมวิท พอกดคันเร่งจนสุดก็ได้พลังมาในทันที แซงรถคันอื่นได้ง่ายมาก แต่เพราะเป็นระบบไฮบริด คันเร่งฉับพลันบางครั้งอาจรู้สึกสะดุดบ้างเล็กน้อยระหว่างการเปลี่ยนจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ แต่การขับขี่ปกติแทบจะไม่รู้สึกเลย โดยรวมถือว่าพอใจมาก ในด้านความปลอดภัยให้ 4 คะแนนเลย อุปกรณ์ความปลอดภัยของ Volvo ไม่ใช่เรื่องโม้จริง ๆ! ครั้งที่แล้วที่ขับอยู่ในภูเก็ตบนถนนภูเขา เผลอตัวไปนิดเกือบชนกับรถกระบะคันหน้า ระบบ City Safety ช่วยเบรคให้ทันที ทำเอาตกใจตัวสั่นอยู่พักนึง และยังมีระบบช่วยรักษาเลน ที่ถึงแม้บนถนนในชนบทไทยที่เส้นจราจรไม่ค่อยชัดเจน อาจมีระบบตอบสนองช้าบ้างบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็ช่วยปรับทิศทางได้มั่นคงเลย เซ็นเซอร์ม่านลมด้านหน้า-หลังและตัวเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งมาในรถยังทำให้มั่นใจได้มากเวลาออกไปไหนมาไหนกับครอบครัว โดยรวมแล้ว รถคันนี้ใช้ในไทยได้สะดวกมาก ดีไซน์โดดเด่น สมรรถนะเพียงพอ และปลอดภัยแบบไว้ใจได้ แนะนำให้คนที่ชอบรถทรงวากอนและใส่ใจในคุณภาพ!
4 ดีเยี่ยม
เทอร์โบ
เจ้าของ 2020 Volvo V60 2.0 Momentum
ในฐานะเจ้าของ Volvo V60 2.0 Momentum รุ่นปี 2020 ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปีแล้ว รู้สึกว่ารถคันนี้เหมาะกับถนนในกรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงจริงๆ! ขอกล่าวถึงสมรรถนะก่อนนะครับ ให้ 4 คะแนนเพราะว่าระบบไฮบริดเทอร์โบ 2.0T ของมันทำให้ขับในกรุงเทพฯ ที่รถติดได้อย่างราบรื่นมาก ตอนออกตัวเครื่องกำลังไฟฟ้าทำงานเงียบและประหยัดน้ำมัน อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2 ลิตร/100 กม. ซึ่งในยุคน้ำมันแพงในไทยตอนนี้ถือว่าแจ่มมาก แต่บนทางด่วนถ้าขับเกิน 120 กม./ชม. การเร่งความเร็วต่อจากนั้นจะไม่ได้รู้สึกขนาดว่าแรงดึงมากนัก เข้าใจว่าเป็นเพราะการปรับแต่งเพื่อประหยัดน้ำมันไปหน่อย แต่สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน ผมว่าพอดีเลยครับ เรื่องภายในต้องให้ 5 คะแนน! ดีไซน์สไตล์นอร์ดิกโดนใจผมมาก เบาะหนัง Nappa สีเทาอ่อนช่วยไม่ให้รู้สึกร้อนเวลาหน้าร้อน แผงควบคุมตรงกลางที่เป็นลายไม้ให้สัมผัสแบบมีคุณภาพ และที่สำคัญไม่มีกลิ่นพลาสติกฉุน — ข้อนี้สำคัญมากในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ก่อนนี้เคยนั่งรถยี่ห้อญี่ปุ่นเพื่อน พอโดนแดดกลิ่นแรงจนปวดหัวเลยทีเดียว เรื่องความปลอดภัยให้ 4 คะแนน อุปกรณ์ความปลอดภัยของ Volvo นี่ไม่ได้มีอะไรให้ติเลย ระบบช่วยควบคุมเลนและเบรกอัตโนมัติช่วยผมไว้หลายครั้งเวลาขับในจราจรที่วุ่นวายของกรุงเทพฯ — มีครั้งหนึ่งที่ถนนสุขุมวิท มอเตอร์ไซค์โผล่ออกมาอย่างกระทันหัน รถเบรกให้เองเลย! แต่สำหรับจุดติดตั้ง ISOFIX ที่เบาะหลังยังอยู่ตำแหน่งลึกไปหน่อย ครั้งแรกที่ติดตั้งเบาะเด็กหาตั้งนาน ถ้าทำให้ง่ายกว่านี้จะสมบูรณ์แบบเลยครับ โดยรวมแล้วรถคันนี้ขับในไทยสบายมาก โดยเฉพาะเรื่องภายในและอุปกรณ์ความปลอดภัย ตรงตามที่คาดหวังไว้กับ Volvo เลยครับ!
4 ดีเยี่ยม
คันตรา
เจ้าของ 2020 Volvo V60 2.0 Momentum
ในฐานะเจ้าของรถ Volvo V60 2.0 Momentum รุ่นปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปีแล้ว ประสบการณ์ที่ได้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก! ก่อนอื่น ต้องให้คะแนนเต็มสำหรับการออกแบบภายใน การออกแบบสไตล์นอร์ดิกนั้นโดนใจผมจริงๆ—เบาะหนัง Nappa สีเทาอ่อนให้สัมผัสที่นุ่มสบาย และในหน้าร้อนที่จอดรถตากแดดไว้นานก็ไม่ร้อนจนไม่สามารถนั่งได้; หน้าจอกลางที่ตั้งแนวนอนใช้งานง่าย แม้แต่แม่ผมที่ไม่ค่อยถนัดกับอุปกรณ์เทคโนโลยีก็ยังสามารถหาแอร์และระบบนำทางได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือช่องเก็บของด้านหน้าที่นั่งข้างคนขับ สามารถใส่ขนมและทิชชูเปียกของลูกสาวได้พอดี รายละเอียดทำออกมาได้ดีมาก ในด้านความปลอดภัย ผมให้ 4 คะแนน ระบบความปลอดภัยของ Volvo ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เมื่อเดือนที่แล้วผมเจอสถานการณ์ฉุกเฉินบนถนนสุขุมวิทในกรุงเทพฯ รถที่อยู่ข้างหน้าหยุดกะทันหัน รถของผมก็เปิดใช้งานระบบเบรคอัตโนมัติทันที ตอนนั้นเหลือระยะห่างจากรถคันหน้าแค่ครึ่งเมตร ทำเอาผมเหงื่อออกเต็มมือแต่ตัวเองปลอดภัยไม่มีปัญหา! อย่างไรก็ตาม ข้อเสียเล็กน้อยก็คือถนนในชนบทของไทยขรุขระมาก บางครั้งตัวรถจะสั่นค่อนข้างมาก รู้สึกว่าระบบเสถียรภาพของรถควรจะตอบสนองไวขึ้นอีกนิด ดังนั้นผมจึงให้ 4 คะแนน ในด้านประสิทธิภาพ ผมให้ 4 คะแนน เครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T เพียงพอสำหรับการขับขี่ในสภาพถนนในประเทศไทย โดยปกติแล้วเมื่อขับรถในกรุงเทพฯ โหมดไฟฟ้าล้วนก็สามารถรองรับการเดินทางในชีวิตประจำวันได้เกือบทั้งหมด การประหยัดน้ำมันน่าทึ่งมาก เฉลี่ยแค่ 3.5 ลิตร/100 กิโลเมตร ประหยัดกว่ารถน้ำมันที่ผมเคยมีมาก ตอนอยู่บนไฮเวย์ การเร่งความเร็วนั้นยอดเยี่ยม การเร่งจาก 0 ไป 100 กม./ชม. ให้ความรู้สึกแรงเหมือนถูกดันหลัง ทำให้มั่นใจมากในการแซง แต่ในขณะที่ไต่เขา อย่างเช่นถนนขึ้นภูเขาที่เชียงใหม่ รู้สึกว่าแรงบิดของเครื่องยนต์ยังไม่ค่อยราบรื่นเท่าที่ควร บางครั้งจะมีอาการสะดุดเล็กน้อย ดังนั้นผมจึงไม่ได้ให้คะแนนเต็ม โดยรวมแล้ว การใช้งานรถคันนี้ในประเทศไทยนั้นดีมาก การออกแบบภายใน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพเด่นมาก แนะนำสำหรับทุกคนครับ!
5 ดีเยี่ยม
RacingFanatic
เจ้าของ 2020 Volvo V60 2.0 Momentum
ในฐานะเจ้าของ Volvo V60 2.0 Momentum รุ่นปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปีแล้ว ต้องบอกเลยว่ารถคันนี้เหมาะกับการใช้งานประจำวันในกรุงเทพฯ มากจริงๆ! การออกแบบภายในต้องให้คะแนนเต็ม! การออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนี้ถูกใจฉันสุดๆ — เบาะหนัง Nappa สีเทาอ่อน นุ่มน่าสัมผัส ในช่วงหน้าร้อนที่ต้องจอดในที่โล่งแดดจ้า เบาะนั่งกลับไม่ร้อนจนลวกก้น จุดนี้สำคัญมากในประเทศไทย! แผงคอนโซลหน้าที่ตกแต่งด้วยลายไม้ให้ความรู้สึกหรูหรามาก ผสมผสานกับหน้าจอแนวตั้งขนาด 9 นิ้ว ช่วยนำทางบนทางด่วนกรุงเทพฯ ตัวหนังสือชัดเจนและใช้งานง่ายมาก ส่วนที่ประทับใจที่สุดคือพื้นที่ด้านหลัง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฉันพาพ่อแม่และคุณย่าไปพัทยา ทั้งสามคนนั่งที่เบาะหลังยังไม่มีใครบ่นว่าแคบเลย มีพื้นที่เหลือสำหรับขาอีกประมาณสองกำปั้น นั่งระยะทางไกลก็สบายมาก ส่วนภายนอก ฉันให้ 4 คะแนน โดยรวมแล้วเส้นสายดูสง่างามแบบเรียบๆ ไม่ฉูดฉาดเหมือนรถยุโรปยี่ห้ออื่นๆ ไฟหน้า "Thor's Hammer" ของ Volvo มีเอกลักษณ์มาก ขับบนถนนสุขุมวิทในตอนกลางคืนทำให้มีคนมองตามไม่น้อยเลย แต่จุดที่น่าเสียดายนิดหน่อยคือล้อแม็กซ์ที่ดีไซน์ดูธรรมดาไป หากเปลี่ยนเป็นล้อแม็กซ์แบบออกแบบ R-Design น่าจะเสริมความสวยได้อีกขั้น ในด้านสมรรถนะ การให้ 4 คะแนนก็สมเหตุสมผลแล้ว เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 2.0T ทำให้ขับบนถนนที่รถติดในกรุงเทพฯ สะดวกสบายมาก — โหมดไฟฟ้าล้วนวิ่งได้กว่า 40 กิโลเมตร ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่ต้องใช้ทางด่วน ก็เพียงพอใช้งานได้ดีมาก อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่แค่ 3.5 ลิตร/100 กิโลเมตร ซึ่งประหยัดกว่ารถญี่ปุ่นคันเก่าของฉันเยอะ! แต่บนทางหลวง เวลาขับเลี้ยว 120 กม./ชม. แล้ว การเร่งแซงจะไม่ดุดันเหมือนเดิม เพราะยังไงรถสเตชั่นวากอนก็เน้นเรื่องความสะดวกสบาย ซึ่งฉันเข้าใจได้ โดยรวมแล้ว รถคันนี้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องของการออกแบบภายในและความประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์ของฉันได้อย่างครบถ้วน!
5 ดีเยี่ยม
BangkokRider
เจ้าของ 2020 Volvo V60 2.0 Momentum
สวัสดีเพื่อน ๆ ชาวไทยทุกคน วันนี้ฉันอยากมาแชร์ประสบการณ์การใช้ Volvo V60 2.0 Momentum รุ่นปี 2020 ที่ฉันขับมาเกือบสองปีแล้ว! อย่างแรกคือเรื่องสมรรถนะ บอกได้เลยว่าประทับใจมาก! ขับแซงบนทางด่วนในประเทศไทยได้อย่างสบาย ๆ ทางบริษัทแจ้งไว้ว่าสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.6 วินาที ขับจริงแล้วยังรู้สึกถึงแรงเร่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาขับขึ้นเขาที่กาญจนบุรี แรงเครื่องตอบสนองได้ดี ไม่มีอาการอืดเลย แถมในกรุงเทพที่การจราจรติดขัด การใช้โหมดไฟฟ้าทำให้เงียบมากและประหยัดน้ำมันสุด ๆ เฉลี่ยแค่ 3.2 ลิตร/100 กม. เท่านั้น ประหยัดกว่ารถใช้น้ำมันที่ฉันเคยขับก่อนหน้าเยอะเลย! ในส่วนของดีไซน์ภายนอก การออกแบบของ Volvo ต้องบอกว่าใช่สุด ๆ สำหรับฉัน เส้นสายของตัวรถดูเรียบหรูและสง่างาม โดยเฉพาะมองจากด้านข้าง ตัวรถที่ยาวเรียวพร้อมล้อขนาด 18 นิ้ว จอดอยู่ในลานจอดรถที่สยามสแควร์แล้วยิ่งดูสะดุดตามาก ไฟหน้าแบบค้อนเทพสายฟ้าในตอนกลางคืนดูโดดเด่นมาก ทุกครั้งที่ฉันขับกลับบ้านตอนกลางคืน เพื่อนบ้านสามารถจำรถฉันได้ทันที สำหรับภายใน ไม่ต้องพูดเยอะเลย การออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา หน้าจอคอนโซลขนาดใหญ่ใช้งานได้ง่ายมาก เบาะนั่งเป็นหนังแท้ นั่งแล้วรู้สึกสบายสุด ๆ ครั้งหนึ่งฉันขับรถจากเชียงใหม่กลับมาที่กรุงเทพ ใช้เวลา 7 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลย วัสดุภายในรถยังดูดีมาก ไม่มีกลิ่นฉุนใด ๆ ซึ่งในฐานะที่ฉันมีลูกเล็กข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉันมาก สรุปแล้ว Volvo V60 คันนี้เหมาะมากสำหรับการใช้งานในประเทศไทย ฉันพอใจมากทั้งในเรื่องสมรรถนะ ดีไซน์ภายนอก และการออกแบบภายใน แนะนำเลยสำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากได้รถที่ใช้งานได้สะดวกและมีสไตล์ไม่เหมือนใคร!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1969
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
4.6
อัตราสิ้นเปลือง
3.2
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ขนาดยางหน้า
235/45 R18
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
D-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4761
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
2040
ความสูง(มิลลิเมตร)
1432
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2872
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

Volvo ยังผลิตรถเปิดประทุนอยู่ไหม?

วิธีพับเบาะหลังของ Volvo

Volvo S60 ใช้น้ำมันชนิดไหน