รูป Alfa Romeo

รีวิว Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2.0L I-4 2006

Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2006款ด้วยการออกแบบสไตล์สปอร์ตคลาสสิกแบบยุโรป พร้อมระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติที่เป็นเอกลักษณ์ เน้นความสนุกในการควบคุมและการกำหนดค่าที่สมดุล พร้อมความใช้งานจริง
รูป Alfa Romeo 156
THB 150,579
Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2.0L I-4 2006
เซกเมนท์
C-Segment
ตัวถัง
Sedan
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ตลาดรถยนต์กลุ่ม C-Class ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีการแข่งขันที่ดุเดือดมาโดยตลอด ทั้งจากรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่เน้นการใช้งานในครัวเรือน และรถยนต์ยุโรปที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมการขับขี่ Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2.0L I-4 2006 เปิดตัวในตลาดด้วยการออกแบบสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิกและระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับราคาที่ 150,579 บาท ตั้งเป้าขายด้วยจุดเด่น “ความสนุกในการขับขี่และสมดุลของอุปกรณ์” การทดสอบขับครั้งนี้จะมุ่งเน้นในการตรวจสอบสมรรถนะการขับขี่ว่าสอดคล้องกับบุคลิกรถหรือไม่ พร้อมทั้งประเมินความเหมาะสมของอุปกรณ์และพื้นที่ใช้สอยสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ในด้านการออกแบบ Alfa Romeo 156 ยังคงไว้ซึ่งเส้นสายการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เส้นสายโดยรวมดูเป็นเอกลักษณ์และให้กลิ่นอายย้อนยุคเล็กน้อย ด้านหน้ามีแผงกระจังลมทรงสามเหลี่ยมคว่ำจับคู่กับโคมไฟหน้าทรงเหลี่ยมที่อยู่ทั้งสองข้างซึ่งทำให้มีความโดดเด่นสูง เส้นนูนสองเส้นบนฝากระโปรงหน้าที่ทอดจากกระจังหน้าจนถึงเสา A ช่วยเพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่ง ด้านข้างตัวรถออกแบบด้วยเส้นคาดคู่ด้านบนลากจากโคมไฟหน้าจนถึงโคมไฟท้าย ส่วนเส้นคาดด้านล่างช่วยสร้างมิติที่ประตู โดยล้ออัลลอยลายก้านหลายก้านขนาด 16 นิ้ว ช่วยเสริมความรู้สึกให้ดูปราดเปรียวและสปอร์ต ด้านหลังตัวรถ โคมไฟท้ายถูกออกแบบเป็นแนวตั้งเข้ากันกับการออกแบบด้านหน้า แถบกันชนหลังมีปลายท่อไอเสียคู่ (ตกแต่ง) ช่วยเสริมอารมณ์ของความสปอร์ต ในส่วนของระบบไฟ มาตรฐานมาพร้อมไฟหน้าส่องสว่างอัตโนมัติและไฟเดย์ไทม์ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน และไฟตัดหมอกหน้าช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในสภาพอากาศแย่

เมื่อเข้ามาสู่ภายในห้องโดยสาร การออกแบบภายในเน้นไปที่การใช้งานที่เรียบง่ายโดยไม่มีการออกแบบที่หวือหวามากนัก คอนโซลกลางออกแบบเป็นรูปตัว T ด้านบนหุ้มด้วยวัสดุนุ่มที่ให้สัมผัสดี หน้าจอคอนโซลกลางขนาด 8 นิ้วติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และมาพร้อมกล้องมองหลัง ระบบการใช้งานค่อนข้างเข้าใจง่าย พวงมาลัยแบบสามก้านมาพร้อมปุ่มฟังก์ชันการควบคุม โดยด้านซ้ายสำหรับระบบควบคุมความเร็วคงที่ และด้านขวาสำหรับควบคุมสื่อ โครงสร้างพวงมาลัยจับถนัดมือ เบาะที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้าซึ่งให้การรองรับและการโอบรับที่ดี เบาะด้านหน้าสามารถปรับด้วยมือ ในส่วนของอุปกรณ์ความสะดวก รถรุ่นนี้ให้ความครบครันที่เกินความคาดหมาย มาพร้อมระบบแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD) ซึ่งสามารถแสดงความเร็วและข้อมูลการนำทางได้ ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารที่นั่งเบาะหลัง ระบบเครื่องเสียง 6 ลำโพงนั้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสำหรับกลุ่มรถระดับเดียวกัน เพียงพอสำหรับการฟังเพลงในชีวิตประจำวัน

ด้านพื้นที่ใช้สอย ขนาดตัวรถคือ 4430mm×1745mm×1430mm ระยะฐานล้อ 2595mm ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของรถกลุ่ม C-Class โดยพื้นที่ห้องโดยสารด้านหน้ากว้างขวาง ผู้โดยสารที่มีความสูง 175 ซม. เมื่อนั่งโดยปรับเบาะแล้วจะมีพื้นที่เหนือศีรษะเหลือประมาณหนึ่งกำปั้น ส่วนพื้นที่วางขาด้านหลังมีระยะประมาณสองกำปั้น พื้นที่เหนือศีรษะด้านหลังเหลือประมาณหนึ่งกำปั้น ซึ่งเพียงพอสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นครอบครัว พื้นที่จัดเก็บของ เช่น ที่วางแขนตรงกลางและช่องเก็บของที่ประตู มีความจุเพียงพอสำหรับเก็บโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ และขวดน้ำ ช่องเก็บสัมภาระท้ายรถถึงแม้ว่าจะไม่มีการระบุขนาดที่ชัดเจน แต่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้สองใบ เพียงพอสำหรับการเดินทางระยะสั้น และด้วยการติดตั้งช่อง ISO FIX สำหรับที่นั่งเด็ก ทำให้รถรุ่นนี้รองรับการใช้งานในครอบครัวที่มีเด็ก

ในด้านระบบขับเคลื่อน รถยนต์รุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0L เบนซินแบบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 206 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์กึ่งอัตโนมัติ Selespeed 6 สปีด จากการขับขี่จริง การตอบสนองของเครื่องยนต์ในช่วงเริ่มต้นถือว่ารวดเร็ว เพียงแตะคันเร่งก็สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกของแรงกดหลังเบาะได้อย่างชัดเจน เมื่อขับขี่ในเมือง เกียร์มีตรรกะการเปลี่ยนเกียร์ที่ชัดเจน ในโหมด D สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล ในขณะที่ในโหมด S เกียร์จะชะลอการเปลี่ยนเกียร์เพื่อเร่งความเร้าใจในการขับขี่ ด้านสมรรถนะการเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาประมาณ 9 วินาที ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ในด้านการควบคุม Alfa Romeo 156 มีสมรรถนะที่ตรงตามคุณค่าการควบคุมของแบรนด์อย่างชัดเจน พวงมาลัยมีความแม่นยำสูง มีระยะว่างน้อย และเมื่อหมุนสามารถสัมผัสถึงการติดต่อกับพื้นถนนได้อย่างชัดเจน ระบบกันสะเทือนออกแบบเป็นแบบแมคเฟอร์สันแบบอิสระด้านหน้า และระบบมัลติลิงค์แบบอิสระด้านหลัง โดยมีการปรับจูนให้เหมาะสมกับการขับขี่เชิงสปอร์ต ซึ่งสามารถให้การทรงตัวที่เพียงพอเมื่อเข้าโค้ง ทำให้ตัวรถโอนเอียงน้อย เมื่อขับบนถนนขรุขระ ระบบกันสะเทือนสามารถกรองเสียงสะเทือนเล็กๆ ได้ดี แต่สำหรับหลุมหรือสะดุดใหญ่ ผู้โดยสารด้านหลังอาจสัมผัสถึงแรงสะเทือนได้ชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อความสบายขณะนั่ง ระบบเบรกมีความนุ่มนวลในระยะการเหยียบที่เหมาะสม สามารถให้ผลตอบสนองที่เป็นเส้นตรง ในการเบรกฉุกเฉินตัวรถมีการทรงตัวดี และระยะเบรกอยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน

ในด้านของการประหยัดน้ำมัน การทดลองขับผสมผสานระหว่างในเมืองและทางหลวงแสดงให้เห็นว่า อัตราการใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 8.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นระดับมาตรฐานสำหรับเครื่องยนต์ 2.0L แบบธรรมดา สำหรับการควบคุมเสียง ในการขับขี่ที่ความเร็วสูง (120 กม./ชม.) จะมีเสียงลมและเสียงยางค่อนข้างชัด โดยเฉพาะเสียงยาง ที่อาจเกิดจากการเลือกยางที่เหมาะสำหรับขับขี่แบบสปอร์ต แต่เมื่อขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำ เสียงภายในห้องโดยสารได้รับการจัดการให้เงียบเพียงพอ เพื่อมอบบรรยากาศที่สงบสบาย ความสะดวกสบายของเบาะนั่งสามารถรองรับการขับขี่ได้นาน โดยมีการสนับสนุนช่วงหลังที่เพียงพอ ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยล้า

โดยรวมแล้ว Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2.0L I-4 2006 มีจุดเด่นที่สำคัญในด้านสมรรถนะการควบคุมและอุปกรณ์ที่ครบครัน เมื่อเปรียบเทียบกับรถญี่ปุ่นในระดับเดียวกัน (เช่น Toyota Corolla Altis) สมรรถนะการขับขี่นั้นให้ความสนุกสนานมากกว่า และเมื่อเปรียบเทียบกับรถยุโรปในระดับราคาเดียวกัน อุปกรณ์ที่มาพร้อมกันถือว่าครบครันมากกว่า อย่างไรก็ตาม ความราบรื่นของเกียร์กึ่งอัตโนมัติเมื่อขับขี่ในสภาวะการจราจรหนาแน่นอาจต่ำกว่าเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งเป็นจุดที่ควรพิจารณา

รถรุ่นนี้เหมาะกับลูกค้าสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่ชื่นชอบการควบคุมแบบยุโรปและมองหาความสนุกสนานในการขับขี่ โดยพวกเขาจะพบกับความรู้สึกพิเศษของการขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์จาก Alfa Romeo ในรถรุ่นนี้ ส่วนอีกกลุ่มคือผู้ใช้ที่ต้องการอุปกรณ์การใช้งานที่สมดุล และพื้นที่ที่เพียงพอสำหรับใช้งานในครอบครัว ซึ่งอุปกรณ์ที่ครบครันและพื้นที่ใช้งานที่พอเหมาะสามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้

สรุปแล้ว Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2.0L I-4 2006 เป็นรถเก๋งระดับ C-Class ที่สามารถผสมผสานระหว่างประสบการณ์การขับขี่และความสะดวกสบายในการใช้งานได้อย่างลงตัว ซึ่งนอกจากจะมอบความสนุกสนานในการขับขี่ในแบบเฉพาะของแบรนด์แล้ว ยังเสริมด้วยอุปกรณ์ใช้งานและพื้นที่ที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป ราคา 150,579 บาท ก็ทำให้รถรุ่นนี้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาด ถ้าคุณกำลังมองหารถที่สามารถให้ทั้งความสนุกสนานในการขับขี่และความสะดวกสบายในการใช้งาน รถรุ่นนี้สมควรได้รับการพิจารณา

ข้อดี
หน้าตาดีมาก เวลาอยู่ที่ถนนในไทยคนหันมามองเยอะ
เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ให้กำลังแรงดี ขับแซงบนทางด่วนมันส์มาก เสียงเครื่องเร้าใจ
การควบคุมดีเยี่ยม เหมาะกับการขับบนถนนภูเขา
ข้อเสีย
ความเร็วต่ำตามรถหรือจราจรติดขัด เกียร์บางครั้งสะดุด
เบาะกำมะหยี่ร้อนอบอ้าวในสภาพอากาศร้อน โดนแดดจัดแล้วรู้สึกร้อนก้น
การออกแบบภายในดูค่อนข้างเก่า
คะแนนรวม
4.3
ดีเยี่ยม
จาก 4 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.0 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.3 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.5 / 5
แสดงรีวิว 4 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายคอมมอนเรล
เจ้าของ Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2.0L I-4 2006
ก่อนหน้านี้เคยขับ Toyota Corolla แต่รู้สึกขาดเสน่ห์นิดหน่อย เปลี่ยนมาขับ Alfa 156 คันนี้แล้ว อัตราการมองตามบนถนนในไทยเพิ่มขึ้นทันที! เครื่องยนต์ 2.0L N/A พร้อมเกียร์ AT สุดสัปดาห์ไปขับเล่นที่หัวหิน เสียงเครื่องยนต์ตอนลากรอบถึง 4000 รอบดังก้องกว่า Mazda3 เสียอีก แต่บางครั้งเวลาขับตามคันอื่นที่ความเร็วต่ำจะมีสะดุดเล็กน้อย เบาะหนังกลับด้านในรถในอากาศร้อน 38 องศาที่กรุงเทพฯ ทำให้อึดอัดนิดหน่อย แต่หลังคาซันรูฟมาตรฐานที่เปิดให้ลมผ่านได้โอเคเลย เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพาครอบครัวไปพัทยา แอร์เบาะหลังเย็นสะใจ ระยะความสูงจากพื้น 100 มม. เวลาข้ามเนินชะลอความเร็วบนทางด่วนต้องระวังนิดหน่อย 150,000 บาทไทย ได้รถที่มีหน้าตาและการควบคุมแบบนี้ คุ้มแน่นอน!
4 ดีเยี่ยม
สายสปริง
เจ้าของ Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2.0L I-4 2006
รถ Alfa 156 คันนี้ตอนเจอรถติดในกรุงเทพจนเหมือนลานจอดรถ เกียร์ Selespeed ตอนหยุดๆ ไปๆ อาจจะมีสะดุดนิดหน่อย แต่พอขึ้นทางด่วน เครื่อง 2.0 ลิตรแสดงพลังออกมา แซงได้มันส์สุดๆ! อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน ขับในวันที่ฝนตกหนักก็สบายใจ แต่การตกแต่งภายในอาจดูเก่าไปนิดหน่อย แต่กับราคา 150,000 บาท ถือว่าคุ้มค่า!
4 ดีเยี่ยม
สายชมพู
เจ้าของ Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2.0L I-4 2006
ทุกวันที่ติดอยู่บนถนน เครื่องยนต์ JTS 2.0 คันนี้มีพลังเกินพอเมื่อเร่งแซง! แต่เกียร์ Selespeed บางครั้งก็สะดุดเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การดูแลภายในยังคงอยู่ในสภาพดีเยี่ยม อุปกรณ์ความปลอดภัยเต็มรูปแบบ เบาะหลังนั่งเพื่อนสามคนไม่อึดอัด แต่หลังคาซันรูฟค่อนข้างร้อนในฤดูร้อน
5 ดีเยี่ยม
สายเทา
เจ้าของ Alfa Romeo 156 JTS Selespeed 2.0L I-4 2006
ภายในสัมผัสแล้วรู้สึกสบายมาก แต่พอฤดูร้อนโดนแดดเผาเบาะนั่งร้อนจนก้นลวก!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1970
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดยางหน้า
205/55 R16
ขนาดยางหลัง
205/55 R16
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
C-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4430
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1745
ความสูง(มิลลิเมตร)
1430
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2595
รูป Alfa Romeo 156
Alfa Romeo 156
รูป Suzuki Ciaz
Suzuki Ciaz
Alfa Romeo 156
vs
Suzuki Ciaz
รูป Alfa Romeo 156
Alfa Romeo 156
รูป MG 5
MG 5
Alfa Romeo 156
vs
MG 5
รูป Alfa Romeo 156
Alfa Romeo 156
รูป Nissan Sylphy
Nissan Sylphy
Alfa Romeo 156
vs
Nissan Sylphy
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ความเร็วสูงสุดของ 4C คือเท่าไหร่?

รถ Alfa 4C มีระบบปรับอากาศหรือไม่?

คู่แข่งของ Alfa 4C มีใครบ้าง?