รูป Alfa Romeo

รีวิว Alfa Romeo Stelvio

2024款Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4ด้วยการออกแบบสไตล์อิตาเลียนที่เป็นเอกลักษณ์, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และอุปกรณ์อัจฉริยะที่ครบครัน ตอบโจทย์ทั้งความสนุกในการขับขี่และความสะดวกในการใช้งานในครอบครัว ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในตลาด SUV D-Segment
รูป Alfa Romeo Stelvio
THB 1,553,692-1,997,852
Alfa Romeo Stelvio
เซกเมนท์
D-Segment
ตัวถัง
SUV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาด SUV กลุ่ม D-Segment ของไทยในปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความต้องการด้านความหรูหรา การควบคุมการขับขี่ และความเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันที่เพิ่มมากขึ้น รถหลายรุ่นพยายามหาความสมดุลระหว่างสมรรถนะและการใช้งานในครอบครัว แต่มีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่สามารถทำได้อย่างลงตัว Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 รุ่นปี 2024 ซึ่งเป็นรุ่นหลักของแบรนด์ มาพร้อมกับการออกแบบสไตล์อิตาเลียนที่เป็นเอกลักษณ์ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่หลากหลาย ซึ่งดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ที่แสวงหาความสนุกในการขับขี่และต้องการการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี การทดสอบขับครั้งนี้จะครอบคลุมการสำรวจแบบนิ่ง การแสดงสมรรถนะขณะขับขี่ และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อดูว่ารถรุ่นนี้จะสามารถโดดเด่นในกลุ่มเดียวกันได้หรือไม่

รูปลักษณ์ภายนอกของ Stelvio Ti ยังคงสานต่อการออกแบบในสไตล์ครอบครัว Alfa Romeo โดยเน้นสไตล์ที่สปอร์ตและแข็งแกร่ง ด้านหน้าของรถโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรง “Scuderia” รูปโล่ที่มีลวดลายตะแกรงที่มีเอกลักษณ์พร้อมไฟหน้า LED ดีไซน์เฉียบคมที่เชื่อมต่อกับขอบกระจังหน้าอย่างกลมกลืน สร้างภาพลักษณ์ที่กว้างขึ้น เส้นสายด้านข้างตัวรถดูไหลลื่น และเส้นโค้งที่ยื่นจากเสา A ไปจนถึงท้ายรถให้ความรู้สึกที่แข็งแรง ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว (ยางหน้า-หลังขนาด 235/55 R19 เท่ากัน) เสริมความรู้สึกสปอร์ต ส่วนท้ายรถ ไฟท้าย LED ดีไซน์ “ใบโคลเวอร์สามใบ” ที่เป็นเอกลักษณ์มีความโดดเด่นเมื่อเปิดใช้งาน และท่อไอเสียแยกซ้ายขวาเพิ่มความดุดันให้กับรถ ระบบไฟส่องสว่างมีฟีเจอร์ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ ไฟวิ่งกลางวัน และไฟตัดหมอกซึ่งเป็นมาตรฐาน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความเหมาะสมในการใช้งาน

เมื่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร Stelvio Ti มาในธีมสีเข้มพร้อมการตกแต่งด้วยแถบสีเงิน เพิ่มบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่ไม่ลดทอนความประณีต ส่วนพื้นที่คอนโซลกลางมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว (แม้ขนาดไม่ได้ถูกระบุไว้อย่างเจาะจง แต่การใช้งานคล้ายกับรุ่น Sprint) ที่มีอินเทอร์เฟซที่ชัดเจนและการควบคุมที่ลื่นไหล รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และการควบคุมสื่อ ที่นั่งในรถหุ้มด้วยหนังแท้ให้สัมผัสที่นุ่มนวล พวงมาลัยทรงสามก้านออกแบบสไตล์สปอร์ตพร้อมปุ่มควบคุมแบบมัลติฟังก์ชัน จับถนัดมือ ด้านอุปกรณ์เสริม HUD (Head-Up Display) ระบบแอร์แยกสำหรับที่นั่งด้านหลัง และเบาะไฟฟ้าปรับได้ (แม้จะไม่ได้ระบุอย่างชัดเจน แต่ในรุ่น Ti น่าจะมีฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นมาตรฐาน) ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้านพื้นที่ใช้สอย ตัวรถมีขนาดยาว กว้าง และสูง 4689 มม., 1902 มม., และ 1676 มม. พร้อมระยะฐานล้อที่ 2819 มม. พื้นที่นั่งในแถวหน้ากว้างขวาง ผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. ยังมีระยะห่างจากหัวถึงเพดานในระดับหนึ่งกำปั้น ส่วนที่นั่งด้านหลังมีพื้นที่วางขาประมาณสองกำปั้น และพื้นที่หัวอีกหนึ่งกำปั้น เพียงพอสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว ด้านพื้นที่เก็บของ กล่องเก็บของกลางและช่องเก็บของด้านข้างขนาดพอเหมาะ ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระหลังรถมีความจุ 525 ลิตรตามข้อมูลจากบริษัท และสามารถขยายเป็น 1600 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง เหมาะสำหรับเก็บกระเป๋าเดินทางหรือรถเข็นเด็กขนาดใหญ่

ด้านสมรรถนะ Stelvio Ti มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุดที่รอบเครื่องยนต์ 5200 rpm และแรงบิดสูงสุดที่รอบเครื่องยนต์ 2000 rpm (แม้ว่าค่ากำลังแรงม้าสูงสุดและแรงบิดสูงสุดไม่ได้ถูกระบุอย่างชัดเจน แต่คาดว่าน่าจะเหมือนกับรุ่นในซีรีส์เดียวกัน) โดยจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดและระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อตลอดเวลา ในการขับขี่จริง การออกตัวตอบสนองไว เพียงแตะคันเร่งเบา ๆ ก็สามารถให้กำลังที่เพียงพอ การเร่งทำได้ราบรื่น พลังงานในช่วงกลางถึงปลายมีเพียงพอ และเมื่อเหยียบคันเร่งลึกเพื่อแซงจะรู้สึกถึงแรงดึงตัวอย่างชัดเจน โหมดการขับขี่มีตัวเลือกทั้งโหมดสปอร์ต โหมดสะดวกสบาย และโหมดประหยัดพลังงาน เมื่อเปลี่ยนไปยังโหมดสปอร์ต ระบบเกียร์เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและการตอบสนองของคันเร่งไวขึ้น ด้านการควบคุมพวงมาลัยมีความแม่นยำ ไม่หลวม การเข้าโค้งสามารถควบคุมทิศทางได้อย่างชัดเจน ช่วงล่างได้รับการปรับแต่งในลักษณะเน้นความแข็งเพื่อการขับขี่ที่มั่นคง แม้ว่าการกรองแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีในขณะเข้าโค้งและควบคุมการเอียงของตัวรถได้ดี ด้านการสิ้นเปลืองพลังงาน อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยตามข้อมูลของผู้ผลิตอยู่ที่ 8.9 ลิตร/100 กม. ในการขับทดสอบบนถนนในเมืองวัดได้ประมาณ 10-11 ลิตร/100 กม. และบนทางหลวงประมาณ 7-8 ลิตร/100 กม. ซึ่งผลลัพธ์จัดว่าอยู่ในระดับปานกลาง

ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่ Stelvio Ti มีเบาะนั่งที่กระชับดี พร้อมความสบายในการนั่งขับขี่ระยะยาวโดยไม่รู้สึกล้า การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดี เสียงลมหรือเสียงยางรถในความเร็วสูงยังอยู่ในระดับที่รับได้ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อช่วยเพิ่มการยึดเกาะในถนนลื่นหรือการขับขี่ลุยเบาๆ ช่วยเพิ่มความเสถียรในการขับขี่ ระบบเบรกมีประสิทธิภาพเยี่ยม การตอบสนองของแป้นเบรกเป็นเส้นตรง และรักษาสมดุลของตัวรถได้ดีในขณะเบรกฉุกเฉิน

โดยภาพรวม จุดเด่นสำคัญของ 2024 Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 คือการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์แบบอิตาลี สมรรถนะการควบคุมที่แม่นยำ และฟีเจอร์มาตรฐานที่ครบครัน (เช่น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา, HUD แสดงข้อมูลบนกระจกหน้า, และชุดระบบความปลอดภัยครบชุด) เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น BMW X3 sDrive20i หรือ Mercedes-Benz GLC 200 Stelvio Ti มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นมาตรฐานในทุกรุ่น ในขณะที่คู่แข่งในรุ่นเริ่มต้นส่วนใหญ่มักใช้ระบบขับเคลื่อนสองล้อ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นอย่างมาก ทางด้านราคา Stelvio Ti มีราคา 1,742,807 บาทไทย อยู่ระหว่างรุ่น Sprint (1,553,692 บาทไทย) และ Veloce (1,810,819 บาทไทย) ซึ่งถือว่ามีความคุ้มค่าสูง

รถรุ่นนี้เหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการทั้งความสนุกสนานในการขับขี่และความเหมาะสมในการใช้งานในครอบครัว เช่น กลุ่มครอบครัวชนชั้นกลางช่วงอายุ 30-45 ปี ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ สมรรถนะการควบคุม และความกว้างขวางของพื้นที่ ภายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน รถคันนี้มีความสะดวกสบายและตอบโจทย์ความต้องการ ส่วนการเดินทางออกนอกเมืองในวันหยุด ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและพละกำลังที่เพียงพอสามารถเผชิญกับเส้นทางที่หลากหลายได้

โดยสรุป 2024 Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 เป็นรถ SUV ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นสปอร์ตและการใช้งานได้อย่างลงตัว และสามารถสร้างตำแหน่งในตลาดด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและสมรรถนะการควบคุมที่โดดเด่น ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เน้นประสบการณ์การขับขี่และภาพลักษณ์ของแบรนด์

ข้อดี
2.0T เครื่องยนต์มีกำลังแรง ทอร์คเริ่มต้นไว ปีนเขาและแซงไม่ช้า
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีความเสถียร บนถนนลื่นยึดเกาะดีมาก ตัวรถไม่ลื่นไถล
HUD แสดงข้อมูลบนกระจกหน้า ใช้งานง่าย แสดงความเร็วและนำทาง โดยไม่ต้องก้มมองถนน
ข้อเสีย
หน้าจอควบคุมกลางตอบสนองช้า และบางครั้งกระตุก ในบางสถานการณ์แสงสะท้อนทำให้มองเห็นไม่ชัด
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในเมืองหรือขณะเปิดแอร์ อัตราสิ้นเปลืองสูงกว่าค่าอ้างอิง ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง
บริเวณด้านหน้ารถที่เป็นสามเหลี่ยมคว่ำสะสมสิ่งสกปรกได้ง่าย ทำให้ดูไม่ประณีต
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 20 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.3 / 5
แสดงรีวิว 20 รายการ
5 ดีเยี่ยม
BangkokRider
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 2024
วันนี้ฝนตกหนัก น้ำท่วมทางลาดแรงนี้ 2.0T โคตรแรง! เหยียบคันเร่งทีเดียวก็พุ่งขึ้นไป สนุกมาก!
5 ดีเยี่ยม
สายเหลือง
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Competizione 2.0L I-4 2024
อาทิตย์ที่แล้วพาครอบครัวไปเส้นทางขึ้นเขารอบๆ เชียงใหม่ หลังฝนตกหนัก ทางโค้งลื่น แรงบิดของ Stelvio ที่ออกมาที่รอบ 2000 ทำให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างมั่นคงเหมือนรถไฟบนราง ยางขนาด 21 นิ้วของ Competizione มีแรงยึดเกาะดีกว่าที่คิดไว้ แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องหมายสามเหลี่ยมคว่ำที่หน้ารถเมื่อเจอสภาพฝนจะมีโคลนติด ทำให้ดูไม่ค่อยหรูหราเท่าไหร่ (หัก 1 คะแนน) ตอนลงเขาเบรกอัตโนมัติแจ้งเตือนทันที——ที่แท้มีรถกระบะลื่นอยู่ข้างหน้า ระบบตอบสนองได้เร็วแต่เสียงเตือนค่อนข้างดังไปหน่อย (หัก 1 คะแนนด้านความปลอดภัย) แต่ถึงอย่างนั้น การแสดงผล HUD ทั้งความเร็วและแผนที่นำทาง โดยไม่ต้องก้มดูหน้าปัด สิ่งนี้สะดวกมากในเส้นทางบนภูเขา
4 ดีเยี่ยม
สายสตรีท
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Sprint 2.0L I-4 2024
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพาครอบครัวไปที่ถนนบนภูเขารอบๆ เชียงใหม่ พอเลี้ยวโค้งก็เจอฝนตกหนัก พื้นถนนลื่นเหมือนทาน้ำมัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของ Stelvio ทำงานได้รวดเร็วมาก พวงมาลัยก็ควบคุมได้ดี ไม่มีอาการลื่นไถลเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าฝนตอนนั้นตกหนักมาก ตัวเลขบน HUD ดูมัวๆ ไปหน่อย ถ้าปรับความสว่างให้สูงขึ้นได้อีกก็จะดี ปัญหาด้านความปลอดภัยตรงจุดนี้หักไป 1 คะแนน น่าจะเป็นเพราะรายละเอียดตรงนี้ การทำงานของรถไม่มีอะไรให้ติเลย แรงบิดของเครื่องยนต์ 2.0T ตอนขึ้นเขาดีมาก การแซงก็ไม่อืด ให้คะแนน 4 เต็มตามสมควร
4 ดีเยี่ยม
สายสเวย์
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Sprint 2.0L I-4 2024
ในช่วงเช้าที่เร่งรีบ มีพลังมากพอที่จะเร่งแซงได้,แถวหลังมีชายสามคนเบียดกันก็ไม่อึดอัด。หน้าจอ 8.8 นิ้วพร้อมระบบแสดงผลบนกระจกหน้า,ขับสบายใจ。แค่ในหน้าร้อนจอดกลางแจ้ง ต้องเปิดแอร์ก่อนขึ้นรถ —— แต่ตัวถังสีแดงนี้วิ่งบนถนน,ดึงดูดสายตามากกว่าตัวเลขบนหน้าจอแสดงผลการสิ้นเปลืองน้ำมันเสียอีก!
4 ดีเยี่ยม
สายดีเซล
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Sprint 2.0L I-4 2024
สัปดาห์ที่แล้วพาครอบครัวไปเล่นที่ถนนภูเขาใกล้ๆเชียงใหม่ เพิ่งผ่านโค้งมาก็เจอฝนตกหนัก พื้นถนนลื่นมาก ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของ Stelvio ไม่ธรรมดาจริงๆ แรงบิดของเครื่องยนต์ 2.0T ปล่อยออกมาหมดที่ 2000 รอบ การขึ้นเนินและแซงคันหน้าไม่มีอาการอืดเลย สมรรถนะให้ 5 เต็มก็ยังน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม ด้านความปลอดภัยขอตัดคะแนนไป 1 คะแนน เพราะระบบเบรกอัตโนมัติบางครั้งประเมินผิดพลาดกับกิ่งไม้ข้างทาง ส่วนภายในที่นั่ง Alcantara สัมผัสนุ่มสบาย แต่หน้าจอกลางตอบสนองช้าครึ่งจังหวะ 4 คะแนนกำลังพอดี
1
2
3
4
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1996
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
5200
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
2000
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
8.9
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดยางหน้า
235/60 R18,235/55 R19,255/45 R20,255/40 R21
ขนาดยางหลัง
235/60 R18,235/55 R19,255/45 R20,255/40 R21
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
D-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4689
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1902
ความสูง(มิลลิเมตร)
1676
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2819
รูป Alfa Romeo Stelvio
Alfa Romeo Stelvio
รูป Suzuki XL7
Suzuki XL7
Alfa Romeo Stelvio
vs
Suzuki XL7
รูป Alfa Romeo Stelvio
Alfa Romeo Stelvio
รูป Chery Tiggo 8
Chery Tiggo 8
Alfa Romeo Stelvio
vs
Chery Tiggo 8
รูป Alfa Romeo Stelvio
Alfa Romeo Stelvio
รูป Chevrolet Trailblazer
Chevrolet Trailblazer
Alfa Romeo Stelvio
vs
Chevrolet Trailblazer
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ความเร็วสูงสุดของ 4C คือเท่าไหร่?

รถ Alfa 4C มีระบบปรับอากาศหรือไม่?

คู่แข่งของ Alfa 4C มีใครบ้าง?