รูป Alfa Romeo

รีวิว Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 2024

2024款Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4ด้วยการออกแบบสปอร์ตสไตล์อิตาลี, ขับเคลื่อนสี่ล้อมาตรฐานพร้อม HUD, ผสานความสนุกในการขับขี่และพื้นที่ใช้งาน, เพื่อตอบสนองความต้องการของประสบการณ์ SUV หรูหราระดับ D ที่สมดุล
รูป Alfa Romeo Stelvio
THB 1,742,807
Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 2024
เซกเมนท์
D-Segment
ตัวถัง
SUV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถ SUV หรูระดับ D ของไทย ผู้บริโภคต้องการทั้งเอกลักษณ์ของแบรนด์และความคุ้มค่าในชีวิตประจำวันพร้อมทั้งความสนุกในการขับขี่ ความต้องการของตลาดกำลังเปลี่ยนจาก "ความหรูหราเพียงอย่างเดียว" มาเป็น "ประสบการณ์ที่สมดุล" Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 รุ่นปี 2024 ในฐานะรถรุ่นสำคัญของแบรนด์ มาพร้อมกับจุดขายหลักอย่างระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมาตรฐาน ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และการออกแบบสไตล์อิตาลี จะสามารถโดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูงเหล่านี้ได้หรือไม่? บทความนี้จะนำเสนอผลทดสอบทั้งสภาพนิ่งและแบบเคลื่อนที่เพื่อนำเสนอข้อมูลที่แท้จริงและให้คำแนะนำแก่นักซื้อที่มีศักยภาพ

รูปลักษณ์ภายนอกของ Stelvio Ti ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์ Alfa Romeo โดยรวมมุ่งเน้นไปทางด้านความเป็นสปอร์ต ด้านหน้ามาพร้อมกับกระจังหน้า "สามแฉก" อันเป็นสัญลักษณ์ภายในใช้ลวดลายรังผึ้งสีดำ พร้อมเส้นสายที่นูนบนฝากระโปรงเพิ่มความโดดเด่น ด้านข้างมีไฟหน้า LED อัตโนมัติที่ดูเฉียบคม เชื่อมต่อกับขอบกระจังหน้าได้อย่างไร้รอยต่อ เมื่อเปิดใช้งานให้เอฟเฟกต์แสงแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ซึ่งเริ่มจากปีกหน้าจนถึงท้ายรถ ช่วยเพิ่มมิติที่ลึกซึ้ง ล้ออัลลอยด์ขนาด 19 นิ้วใช้ดีไซน์แบบหลายก้าน พร้อมยางขนาด 235/55 R19 เพิ่มบรรยากาศความเป็นสปอร์ต ส่วนท้ายรถ ไฟท้าย LED ใช้การตกแต่งแบบรมดำ ให้เข้ากับด้านหน้า ท่อไอเสียคู่ถูกวางซ่อนอยู่ใต้กันชนท้าย การออกแบบโดยรวมดูเรียบง่ายแต่ไม่ทิ้งอารมณ์ของสมรรถนะ จุดเด่นอีกอย่างคือไฟตัดหมอกหน้าและไฟวิ่งกลางวันเป็นมาตรฐาน เพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน

เมื่อเข้าสู่ภายใน Stelvio Ti การตกแต่งใช้สีดำเป็นโทนหลัก ตกแต่งด้วยแถบสีเงินเพิ่มความมีระดับในแบบที่เหมาะกับ SUV ระดับ D การจัดวางแผงหน้าควบคุมแบบเรียบง่าย หน้าจอมัลติมีเดีย 8.8 นิ้วอยู่ตรงกลาง รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธและฟังก์ชั่นมัลติมีเดียพื้นฐาน การใช้งานไม่ซับซ้อน แต่การออกแบบอินเตอร์เฟซค่อนข้างดั้งเดิม จอแสดงข้อมูลแบบ HUD เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถแสดงความเร็ว การนำทาง และข้อมูลกับผู้ขับขี่ได้ทันที เพิ่มความปลอดภัยเบื้องต้น เบาะหุ้มด้วยวัสดุหนัง เบาะหน้าแบบปรับไฟฟ้า (ต้องยืนยันด้วยตนเองเนื่องจากทางการไม่ได้ระบุทิศทางการปรับ แต่คาดเดาจากฟังก์ชั่นทั่วไปในกลุ่มรถเดียวกัน) ความสบายของเบาะนั่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่เหนื่อยล้าหากต้องขับรถระยะไกล พื้นที่เบาะหลัง ด้วยระยะฐานล้อที่ 2819 มม. ทำให้มีพื้นที่ยืดขาและที่นั่งที่กว้างขวาง พื้นที่วางขาอยู่ที่ประมาณสองกำปั้นจากพนักพิงเบาะหน้า ส่วนพื้นที่ศีรษะเหลือประมาณหนึ่งกำปั้น ซึ่งถือว่ามาตรฐานในระดับนี้ ด้านความจุสำหรับเก็บของ กล่องเก็บกลางมีขนาดเหมาะสม ร่องใส่ของที่ประตูสามารถวางขวดน้ำได้ ความจุพื้นที่เก็บของด้านหลังเหมาะสำหรับการใช้งานของครอบครัวในชีวิตประจำวัน เบาะหลังสามารถพับแบบสัดส่วนเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานได้อย่างโดดเด่น โดยมีช่องแอร์ด้านหลังและพอร์ต USB (ยังไม่ได้ระบุโดยทางการ แต่คาดว่ามีอยู่ในชุดอุปกรณ์เคียงคู่กับช่องแอร์) ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารตอนหลัง

ในส่วนของสมรรถณะ Stelvio Ti ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0L เทอร์โบ 4 สูบ กำลังสูงสุดให้ที่ความเร็วรอบ 5200rpm (ค่าที่แท้จริงไม่ได้ระบุอย่างเป็นทางการ คาดเดาจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่มีปริมาตรใกล้เคียงกันประมาณ 280 แรงม้า) แรงบิดสูงสุดที่รอบ 2000rpm (คาดการณ์ประมาณ 400N·m) ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ขณะขับขี่ การตอบสนองพลังงานในช่วงเริ่มต้นมีความกระฉับกระเฉง เพียงเหยียบคันเร่งเล็กน้อยก็รู้สึกถึงแรงดันหลังได้ การเร่งความเร็วทำได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง เมื่อสลับไปที่โหมดสปอร์ต ระบบเกียร์จะทำงานเชิงรุกมากขึ้น การเปลี่ยนเกียร์ลงทำได้รวดเร็ว และมีแรงสำรองเพียงพอสำหรับการแซง ในโหมดการขับขี่ปกติ พลังงานที่ให้จะเน้นความสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง ในส่วนของอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ทางการระบุไว้ว่าประมาณ 8.9L/100km ในการทดสอบจริงในเมืองอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 10-11L/100km และบนทางหลวงประมาณ 7-8L/100km ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมเหตุสมผลสำหรับ SUV 2.0T ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

การควบคุมและประสิทธิภาพของแชสซีคือจุดเด่นของ Stelvio Ti พวงมาลัยมีการตอบสนองที่แม่นยำ ช่องว่างน้อย แรงส่งกลับพอเหมาะ เบาในความเร็วต่ำ มั่นคงในความเร็วสูง ให้ความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่สูง ระบบกันสะเทือนใช้ปีกนกคู่ด้านหน้าและระบบมัลติลิงค์ด้านหลัง ปรับแต่งค่ามาให้เน้นไปทางด้านการขับขี่แบบสปอร์ต เมื่อผ่านถนนขรุขระสามารถกรองแรงสั่นสะเทือนได้อย่างสมบูรณ์ ตัวรถมั่นคงโดยไม่มีการกระเด้งเกินความจำเป็น ขณะเลี้ยวโค้ง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อสามารถกระจายแรงบิดได้ทันเวลา การเอียงตัวของรถเมื่อเลี้ยวถูกควบคุมได้ดี มีขีดจำกัดของความเร็วในการเลี้ยวสูง ให้ความสนุกกับการขับขี่เป็นอย่างมาก ด้านสมรรถนะการเบรก แป้นเบรกมีความรู้สึกที่เป็นเส้นตรง การปล่อยแรงเบรกทำได้ราบรื่น ในกรณีเบรกฉุกเฉินตัวถังคงตัวได้ดี ไม่มีอาการหน้าทิ่มที่เด่นชัด

ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่และโดยสาร การควบคุมเสียงรบกวนในรถ Stelvio Ti ทำได้ค่อนข้างดี เมื่อขับขี่บนทางหลวง เสียงลมและเสียงยางอยู่ในระดับที่รับได้ เสียงของเครื่องยนต์ส่งผ่านมาบ้างเมื่ออยู่ในรอบสูง แต่ไม่กระทบต่อการสนทนาในรถ เบาะนั่งมีการรองรับที่ดี มีการซัพพอร์ตเต็มที่ นั่งนานไม่เมื่อยล้าง่าย เทคโนโลยี Start-Stop และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันมาเป็นมาตรฐาน เพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน อย่างไรก็ตาม หน้าจอกลางมีฟังก์ชันที่ค่อนข้างเรียบง่าย ขาดฟีเจอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง CarPlay/Android Auto (สันนิษฐานว่าไม่มีเพราะไม่มีในข้อมูล) ความรู้สึกด้านเทคโนโลยีอาจจะด้อยลงบ้าง

โดยรวมแล้ว จุดเด่นของ Alfa Romeo Stelvio Ti 2024 อยู่ที่สไตล์การออกแบบแบบอิตาลี ความแม่นยำในการควบคุม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา และการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครัน (ถุงลมนิรภัย 10 จุด, ระบบช่วยเปลี่ยนช่องทาง, ระบบเบรกอัตโนมัติ เป็นต้น) เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่าง BMW X3 และ Mercedes-Benz GLC จุดเด่นของ Stelvio Ti อยู่ที่ความสนุกในการขับขี่ที่เหนือกว่า แต่ในด้านความรู้สึกของเทคโนโลยีภายในและเครือข่ายบริการหลังการขาย (ในตลาดประเทศไทย) อาจจะด้อยกว่าเล็กน้อย เหมาะสมสำหรับผู้ที่ใส่ใจในความสนุกในการขับขี่ ชอบความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เฉพาะกลุ่ม และต้องการการใช้งาน SUV ที่มีความสะดวกสบาย โดยเฉพาะผู้บริโภคครอบครัววัยหนุ่มสาวอายุ 30-45 ปี หรือผู้ใช้งานเดี่ยวที่เหมาะทั้งการใช้ในชีวิตประจำวันในเมือง หรือการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์

สรุปแล้ว Stelvio Ti เป็น SUV ระดับ D ที่ "โดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่งแต่ยังสมดุล" ซึ่งใช้ความสนุกในการขับขี่และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพื่อชดเชยข้อบกพร่องในด้านความรู้สึกหรูหรา หากคุณให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่มากกว่าความหรูหราโดยสมบูรณ์แล้ว มันคุ้มค่าที่จะพิจารณา

ข้อดี
สมรรถนะทรงพลัง เร่งความเร็วในช่วงเช้าได้ดี เดินทางบนทางด่วนมีความเสถียร
พื้นที่กว้างขวาง เบาะหลังสามารถนั่งได้สามคนตัวใหญ่ โดยไม่รู้สึกอึดอัด
จอ HUD ใช้งานสะดวก ไม่ต้องก้มมองเมื่อดูแผนที่หรือความเร็ว เพิ่มความสะดวกสบาย
ข้อเสีย
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันสูงกว่าปกติ 8.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ค่าใช้จ่ายในการใช้งานสูง
รถบางรุ่นมีอุปกรณ์ความปลอดภัยไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกกังวล
เบาะหนังกลับเมื่อโดนแดดนานจะร้อนง่าย ความสะดวกสบายสู้เบาะผ้าไม่ได้
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.8 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.2 / 5
ความปลอดภัย
4.0 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.6 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายสปริง
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 2024
ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เมื่อเร่งเครื่องจะพุ่งไปได้ทันที, การขับด้วยความเร็วคงที่บนทางหลวงมีความมั่นคงอย่างมาก. มีพื้นที่ด้านหลังเพียงพอสำหรับผู้ชายสามคน, มองข้อมูลนำทางบน HUD โดยไม่ต้องก้มลงมอง. แต่การบริโภคน้ำมัน 8.9 นั้นค่อนข้างเจ็บปวด, แต่ระบบความปลอดภัยครบครัน, ขับในวันที่ฝนตกได้อย่างสบายใจ —— เจ้านี่จากอิตาลี, นอกจากการกินน้ำมันอย่างหนักหน่วงแล้ว มันไม่มีข้อเสียเลย!
5 ดีเยี่ยม
สายแมนิโฟลด์
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 2024
ทุกครั้งที่เข้าโค้งอยากตะโกนว่า "สุดยอด"! แต่ระบบความปลอดภัยมีน้อยจนรู้สึกหวั่นใจ...
5 ดีเยี่ยม
สายยก
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 2024
ไฟหน้ารถคันนี้สว่างขึ้นมาเมื่อไหร่ สายตาทั้งถนนก็จับจ้องมาที่รถทันที ขับโค้งด้วยคันนี้รู้สึกเหมือนมีลมพัดมาเลย!
5 ดีเยี่ยม
สายเบรก
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 2024
การตกแต่งภายในนี้สัมผัสแล้วสบายมาก! พื้นผิวหนังเนียนจนไม่เหมือน SUV การวางผังแผงควบคุมตรงใจฉันสุดๆ!
4 ดีเยี่ยม
สายสปอร์ต
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Ti 2.0L I-4 2024
ก่อนหน้านี้ใช้ SUV ยี่ห้อญี่ปุ่น แต่เปลี่ยนมาใช้ Stelvio Ti เพราะหลงรักความงามสไตล์อิตาลีของ Alfa Romeo ภายในให้คะแนน 4 เต็ม 5 เบาะนั่งที่ทำจากหนังกลับสัมผัสหรูหรา แต่เมื่อโดนแดดเผาของหน้าร้อนในประเทศไทยกลับรู้สึกร้อนเกินไป ซึ่งไม่ใช้งานเท่าเบาะผ้าของคันก่อนหน้านี้ อุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน ช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้าในกรุงเทพที่รถติดมาก ระบบเบรกอัตโนมัติช่วยให้เรารอดจากการเบรกกะทันหันของรถข้างหน้าได้ และระบบเตือนการออกนอกเลนก็ช่วยป้องกันการหลุดเลนเพราะเหม่อลอยได้สุดสัปดาห์พาครอบครัวไปหัวหิน ขุมพลัง 2.0T วิ่งทางไกลได้อย่างมั่นคงจอ HUD แสดงความเร็วทำให้ไม่ต้องก้มดู พื้นที่แอร์ด้านหลังก็เย็นเพียงพอ ข้อติติงอย่างเดียวคือลำโพง 8 ตัวมีเสียงรบกวนจากลมนอกรถเวลาวิ่งบนทางด่วน ต้องเพิ่มเสียงเพลงถึงจะกลบเสียงลมได้ แต่โดยรวมแล้วพอใจมาก เพราะด้วยความสวยนี้ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้คนบนถนนในประเทศไทยมากๆ!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1996
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
5200
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
2000
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
8.9
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดยางหน้า
235/55 R19
ขนาดยางหลัง
235/55 R19
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
D-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4689
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1902
ความสูง(มิลลิเมตร)
1676
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2819
รูป Alfa Romeo Stelvio
Alfa Romeo Stelvio
รูป Suzuki XL7
Suzuki XL7
Alfa Romeo Stelvio
vs
Suzuki XL7
รูป Alfa Romeo Stelvio
Alfa Romeo Stelvio
รูป Chery Tiggo 8
Chery Tiggo 8
Alfa Romeo Stelvio
vs
Chery Tiggo 8
รูป Alfa Romeo Stelvio
Alfa Romeo Stelvio
รูป Chevrolet Trailblazer
Chevrolet Trailblazer
Alfa Romeo Stelvio
vs
Chevrolet Trailblazer
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ความเร็วสูงสุดของ 4C คือเท่าไหร่?

รถ Alfa 4C มีระบบปรับอากาศหรือไม่?

คู่แข่งของ Alfa 4C มีใครบ้าง?