รูป Aston Martin

รีวิว Aston Martin Vanquish Coupe 2013

Aston Martin Vanquish Coupe 2013 เป็นรถสปอร์ต GT คลาสสิกที่ผสมผสานการออกแบบหรูหราสไตล์อังกฤษและสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ 6.0L V12 แม้จะเลิกผลิตไปแล้วแต่ก็ยังคงไม่ล้าสมัย
รูป Aston Martin Vanquish
THB 25,900,000
Aston Martin Vanquish Coupe 2013
เซกเมนท์
Super Car
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
5.9
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดซูเปอร์คาร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รถยนต์ GT ขนาดใหญ่ในระดับที่มีราคามากกว่า 25 ล้านบาทไทยมีตัวเลือกไม่มาก Aston Martin Vanquish Coupe รุ่นปี 2013 ด้วยการออกแบบแบบอังกฤษและสมรรถนะที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.0 ลิตร ยังคงรักษาตำแหน่งเอกลักษณ์ในกลุ่มรถประเภทนี้ได้ เราได้ทำการทดสอบรุ่นปี 2013 ซึ่งแม้จะหยุดการผลิตไปแล้วก็ตาม แต่การออกแบบและสมรรถนะยังคงมีจุดเด่นที่น่าประทับใจในปัจจุบัน วัตถุประสงค์ของการทดสอบคือ เพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์ GT V12 คันนี้ยังสามารถตอบสนองความต้องการในด้านความหรูหรา สมรรถนะ และการใช้งานในปัจจุบันได้หรือไม่

การออกแบบภายนอกของ Vanquish Coupe หากมองในปี 2024 ก็ยังดูไม่ล้าสมัย รถทั้งคันใช้สัดส่วนแบบคลาสสิกของรถยนต์ GT ด้วยกระโปรงหน้าที่ยาวและท้ายรถที่สั้น เส้นสายบนตัวถังมีความลื่นไหลและมีกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะส่วนที่นูนขึ้นจากโป่งล้อหน้าจนถึงประตู ทำให้เพิ่มมิติความสปอร์ต ด้านหน้ารถใช้กระจังหน้ายี่ห้อ Aston Martin แบบรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ พร้อมกับไฟหน้าออกแบบทรงเฉียบคมที่ทำให้จดจำได้ง่าย ส่วนท้ายรถ ไฟท้าย LED ทรงยาวที่พาดผ่านด้านข้างขนานกับฝากระโปรงท้ายที่ยกขึ้นเล็กน้อย และท่อไอเสียทรงกลม 2 ฝั่งแบบคู่ ยังคงสะท้อนเสน่ห์คลาสสิคของรถยนต์พลังงานน้ำมัน ด้านข้างตัวถังไม่มีเส้นสายที่ซับซ้อนมากนัก เส้นสายเรียบง่ายที่ยาวจากด้านหน้าไปถึงท้ายรถ ผสมกับล้ออัลลอยด์ลายซี่หลายแฉกขนาด 19 นิ้ว ทำให้ภาพรวมดูโดดเด่นและมีพลัง

เมื่อเข้ามายังภายในรถ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศความหรูหราสไตล์อังกฤษ ภายในแผงคอนโซลออกแบบเรียบง่ายเป็นแบบสมมาตร มีปุ่มควบคุมแบบกายภาพส่วนใหญ่รวมกันอยู่บริเวณใต้ช่องระบายอากาศ ซึ่งจัดวางอย่างชัดเจนและง่ายต่อการใช้งาน วัสดุตกแต่งภายในใช้หนังแท้และวัสดุ Alcantara เป็นหลัก ด้านบนแผงคอนโซลกลางและด้านในแผงประตูหุ้มด้วยวัสดุสัมผัสนุ่ม ให้ความรู้สึกหรูหราและประณีต หน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้วให้การแสดงผลที่ชัดเจนและสามารถเปลี่ยนโหมดการแสดงผลได้ ส่วนหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Bluetooth และ CarPlay ซึ่งการใช้งานยังสอดคล้องกับมาตรฐานของยุคนั้น ในด้านอุปกรณ์มาตรฐาน มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น เบาะที่นั่งคู่หน้าแบบปรับอุณหภูมิได้ พวงมาลัยปรับอุณหภูมิได้ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยเฉพาะเบาะที่นั่งแบบทรงบัคเก็ตที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการรองรับและความกระชับ ทำให้ใช้งานเป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้า

ในด้านพื้นที่ใช้สอย ในฐานะที่เป็นรถสองประตูสองที่นั่ง พื้นที่ด้านหน้าของรถมีความกว้างขวาง เพียงพอต่อการใช้งาน ผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. สามารถนั่งบนที่นั่งคนขับได้อย่างสะดวกสบาย โดยมีพื้นที่ว่างบนศีรษะและขาอยู่ประมาณหนึ่งกำปั้น พื้นที่เก็บของส่วนใหญ่จะอยู่ที่กล่องเก็บของบริเวณที่พักแขนและช่องจัดเก็บในประตู แต่กล่องเก็บของที่พักแขนมีขนาดเล็ก สามารถบรรจุเพียงโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์เท่านั้น สำหรับฝากระโปรงพื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุ 368 ลิตร แม้ว่าไม่ใหญ่มาก แต่ก็สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้สองใบ ซึ่งเพียงพอต่อการเดินทางระยะสั้น โดยส่วนหลังไม่มีที่นั่งและถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่จัดเก็บของแทน

ในด้านสมรรถนะ Vanquish Coupe มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตรแบบ NA ซึ่งให้กำลังสูงสุดที่ 421 กิโลวัตต์ (573 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ตามข้อมูลทางการอยู่ที่ 4.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 295 กม./ชม. ในการขับขี่จริง รถสามารถตอบสนองต่อคันเร่งได้อย่างรวดเร็วในช่วงออกตัว แป้นคันเร่งถูกปรับแต่งให้ตอบสนองได้อย่างไว หากแตะเพียงเล็กน้อยก็จะรู้สึกถึงแรงผลักได้ชัดเจน ในช่วงความเร็วกลางถึงความเร็วสูง รถยังคงมีสมรรถนะการเร่งที่ยอดเยี่ยม เมื่อเหยียบคันเร่งลึก เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 จะส่งผ่านเข้ามาในห้องโดยสาร เพิ่มความตื่นเต้นในแง่ของประสบการณ์ ส่วนระบบเปลี่ยนเกียร์มีการทำงานที่ชัดเจน ในโหมดสปอร์ต ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย จะให้ประสบการณ์ขับขี่ที่ตรงไปตรงมายิ่งขึ้น

ในด้านสมรรถนะการขับขี่ พวงมาลัยมีความแม่นยำ ช่องว่างน้อย และให้ความชัดเจนในการควบคุม มอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ขณะเข้าโค้ง ระบบช่วงล่างใช้แบบปีกนกสองชั้นด้านหน้าและมัลติลิงค์ด้านหลัง ปรับแต่งเพื่อตอบสนองด้านการขับขี่แบบสปอร์ต แม้การกรองแรงสะเทือนจากพื้นถนนอาจไม่สมบูรณ์ แต่ถือว่าอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ เมื่อผ่านเนินชะลอความเร็วหรือถนนที่ไม่เรียบ ระบบช่วงล่างอาจส่งต่อแรงสั่นสะเทือนมาถึงห้องโดยสาร ซึ่งส่งผลต่อความสะดวกสบายในบางส่วน แต่ในขณะที่วิ่งบนถนนที่เรียบ รถมีความเสถียรสูง ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง ตัวรถมีความมั่นคง ไม่มีอาการลอยให้สัมผัสได้ชัดเจน

ในด้านการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เมื่อขับขี่ในถนนในเมือง อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 15-18 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนในถนนหลวง อัตราการสิ้นเปลืองจะลดลงเหลือประมาณ 10-12 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร โดยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่แบบดูดอากาศเอง ด้านสมรรถนะการเบรก ระบบเบรกแบบจานระบายความร้อนทั้งหน้าและหลัง มีแรงเบรกเพียงพอ และแป้นเบรกให้ความรู้สึกตอบสนองที่เป็นธรรมชาติ เมื่อเบรกกะทันหัน ตัวรถยังคงสมดุลดี และไม่มีอาการหน้ารถทิ่มให้รู้สึก

ในแง่ของความสะดวกสบายในการขับขี่ ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางได้รับการควบคุมที่ดี แต่เสียงเครื่องยนต์ V12 จะเด่นชัดในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง ซึ่งนับว่าเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของรถสปอร์ต เบาะนั่งมีการรองรับและโอบกระชับที่ดี ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าขณะขับขี่ระยะยาว สิ่งที่น่าสังเกตคือ รถมีระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ขณะจอดติดไฟแดง ซึ่งช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ในระดับหนึ่ง

โดยรวมแล้ว Aston Martin Vanquish Coupe 2013 มีจุดเด่นที่สำคัญอยู่ที่เครื่องยนต์ V12 ที่ให้พละกำลังสูง ดีไซน์หรูหราแบบอังกฤษ และการออกแบบภายนอกที่คลาสสิก เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น Ferrari F12 Berlinetta Vanquish Coupe มีราคาที่ค่อนข้างต่ำกว่า และมีจำนวนรถที่หายากกว่า จึงมีมูลค่าที่น่าสะสมได้ดี ผลงานรวมของรถยังคงสมดุล สามารถตอบสนองทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และสามารถพลิกบทบาทในสนามแข่งเพื่อแสดงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความงามของการออกแบบแบบอังกฤษ ผู้ที่หลงใหลในเสียงของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบดูดอากาศเอง และต้องการรถที่มีความหรูหราและสมรรถนะสูง สำหรับผู้ที่มีงบประมาณประมาณ 25 ล้านบาท และมองหารถสปอร์ตที่มีทั้งความภูมิฐานและประสิทธิภาพ Vanquish Coupe ถือเป็นตัวเลือกที่ดี

ในฐานะที่เป็นรถรุ่นที่หยุดผลิตแล้ว แม้ Vanquish Coupe 2013 อาจไม่มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นใหม่ แต่คุณภาพทางวิศวกรรมและประสบการณ์ขับขี่ยังคงยอดเยี่ยม หากคุณเป็นคนที่มีความชื่นชอบแนวคลาสสิก และไม่ติดขัดกับการซื้อรถมือสอง รถคันนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง มันไม่ใช่แค่รถสปอร์ต แต่ยังเป็นผลงานศิลปะที่จะมอบความสุขในการขับขี่และมูลค่าที่น่าสะสม

ข้อดี
เครื่องยนต์ V12 มีสมรรถนะที่ทรงพลัง ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที ความรู้สึกกดทับหลังชัดเจน การแซงทำได้ง่าย
เสียงของเครื่องยนต์ V12 มีเสน่ห์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น
การออกแบบภายนอกเน้นเส้นสายกล้ามเนื้อ และประตูไม่มีกรอบ สร้างความโดดเด่น
ข้อเสีย
ฤดูฝนในประเทศไทยทำให้ด้านข้างตัวรถสะสมโคลนง่าย ต้องล้างรถบ่อย
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูง (13.7) ทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้รถในประเทศไทยสูง
ฤดูร้อนหลังจากรถโดนแดดแล้ว อุณหภูมิภายในรถสูงเหมือนซาวน่า
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 4 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.8 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.8 / 5
ความปลอดภัย
4.0 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.0 / 5
แสดงรีวิว 4 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายดาวน์
เจ้าของ Aston Martin Vanquish Coupe 2013
ก่อนหน้านี้เคยขับ 911 Turbo S ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนของกรุงเทพฯ ติดหนักเหมือนปลากระป๋อง แต่พอเปลี่ยนมาใช้ Vanquish ถึงเข้าใจว่าอะไรคือศิลปะแห่งความดุดันที่สง่างาม จริงอยู่ที่รูปลักษณ์ให้คะแนนแค่ 4 คะแนน เพราะช่วงฤดูฝนในประเทศไทยทำให้ด้านข้างรถมีคราบโคลนสะสม ต้องล้างรถบ่อย ๆ ไม่งั้นไม่สมกับเส้นสายกล้ามเนื้อสุดสวยงามของมันเลย ประสิทธิภาพขอให้เต็ม 5 คะแนนไม่มีข้อกังขา ช่วงสุดสัปดาห์ขับไปบนทางด่วนไปพัทยา เสียงคำราม V12 ที่รอบ 6750 นี่ฟังแล้วเร้าใจกว่าเสียงดนตรีในบาร์ที่พัทยาอีก การเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที รถกระบะโตโยต้าที่ขับอยู่ข้าง ๆ ถึงกับอึ้ง มาดูที่อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 13.7 กม./ลิตร ในราคาน้ำมันบ้านเราอาจจะเจ็บใจนิดหน่อย แต่มันคือ Aston Martin ใครจะละทิ้งได้ล่ะ?
5 ดีเยี่ยม
สายคลัทช์
เจ้าของ Aston Martin Vanquish Coupe 2013
ความรู้สึกกดเบาะแบบนี้เวลาเหยียบคันเร่ง V12 มันเหมือนโดนกดให้นั่งติดเบาะ ฟินจนระเบิด!
4 ดีเยี่ยม
สายสตรีท
เจ้าของ Aston Martin Vanquish Coupe 2013
ขับมันทุกวันทะลุกลางกระแสรถยนต์ ความเร็ว 0-100 ใน 4.1 วินาทีมันเร้าใจจริงๆ การแซงก็ไม่เคยต้องลังเล เพียงแต่ว่าในฤดูร้อนหากจอดริมถนนแล้วกลับเข้ามาเหมือนเข้าไปในห้องซาวน่า แต่ทันทีที่เสียงคำรามของ V12 ดังขึ้น ทุกอย่างมันก็คุ้มค่า!
5 ดีเยี่ยม
สายซิ่ง
เจ้าของ Aston Martin Vanquish Coupe 2013
รถ Vanquish คันนี้ขับในประเทศไทยค่อนข้างขัดแย้ง—เครื่องยนต์ V12 ที่เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที แซงบนทางหลวงเหมือนตัดเนย แต่ในเมืองที่รถติดกลับมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 13.7 ลิตรทำให้กระเป๋าสตางค์สะเทือน ตัวถังรถที่เตี้ยต้องระวังตอนข้ามลูกระนาด แต่ประตูไร้กรอบด้านหลังเสา B ก็ดึงดูดสายตาคนที่เห็นทุกครั้งที่เปิดประตู ก็นับว่าคุ้มค่าอยู่
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
5.9
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
5935
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6750
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
5500
จำนวนลูกสูบ
12
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
4.1
อัตราสิ้นเปลือง
13.7
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Super Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
4720
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1912
ความสูง(มิลลิเมตร)
1294
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2740
รูป Aston Martin Vanquish
Aston Martin Vanquish
รูป Lotus EMIRA
Lotus EMIRA
Aston Martin Vanquish
vs
Lotus EMIRA
รูป Aston Martin Vanquish
Aston Martin Vanquish
รูป Maserati MC20
Maserati MC20
Aston Martin Vanquish
vs
Maserati MC20
รูป Aston Martin Vanquish
Aston Martin Vanquish
รูป Lamborghini Huracan
Lamborghini Huracan
Aston Martin Vanquish
vs
Lamborghini Huracan
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

“ราคา Aston Martin DB12 Convertible ปี 2025 เท่าไหร่?”

ราคา Aston Martin DB12 Volante รุ่นปี 2024 เท่าไหร่?

DB12 Volante มีราคาเท่าไหร่?