รูป Aston Martin

รีวิว Aston Martin Dbs Superleggera

Aston Martin DBS Superleggera 5.2Lเป็นรถยนต์สมรรถนะสูงที่ผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์อันสง่างามแบบอังกฤษ GT และพลังเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ระดับท็อป (725 แรงม้า V12) สามารถขับขี่ได้ในชีวิตประจำวัน เติมเต็มช่องว่างในตลาดรถยนต์หรูที่ผสมผสานทั้งสมรรถนะและความสง่างาม
รูป Aston Martin Dbs Superleggera
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Aston Martin Dbs Superleggera
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
5.2
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถสปอร์ตหรูของไทย ผู้บริโภคที่มองหาสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและความหรูหราตามแบรนด์ มักจะเผชิญกับคำถามว่า “สมรรถนะและความสง่างามสามารถอยู่ร่วมกันได้หรือไม่” รถสปอร์ตส่วนใหญ่มักจะเน้นการออกแบบที่หนักไปทางสนามแข่ง ในขณะที่รถ GT แบบดั้งเดิมอาจดูจะค่อนข้างอนุรักษ์นิยมในด้านสมรรถนะ การมาของ Aston Martin DBS Superleggera 5.2L นั้นเป็นการเติมเต็มช่องว่างดังกล่าวได้อย่างพอดี: มันยังคงรักษารูปลักษณ์ที่สง่างามของรถ GT ในแบบอังกฤษ พร้อมทั้งติดตั้งสมรรถนะที่สามารถเทียบเคียงกับรถสปอร์ตระดับท็อปได้ ครั้งนี้เราจึงได้ทดสอบการขับขี่ในทุกด้าน เพื่อพิสูจน์ว่ารถคันนี้จะสามารถเป็น “สัตว์ร้ายแห่งสมรรถนะที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้” หรือไม่

มองจากระยะไกล เส้นสายของตัวถัง DBS Superleggera ดูเรียบลื่นและทรงพลัง ด้วยสัดส่วน GT ที่เป็นเอกลักษณ์แบบเครื่องยนต์หน้าและขับเคลื่อนล้อหลัง — ฝากระโปรงหน้ายาว ช่วงหน้าเตี้ย พร้อมหลังคาท้ายแบบลาดเอียง ทำให้รู้สึกถึงกลิ่นอายของรถ GT ยุคเก่าแต่ไม่ขาดความดุดันของรถสปอร์ตยุคใหม่ ส่วนหน้าของรถมาพร้อมกระจังหน้ารังผึ้งขนาดใหญ่ ร่วมกับลายเส้นเด่นชัด 4 เส้นบนกระโปรงเครื่องยนต์ ที่ช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์ดูต่ำลง; ไฟหน้า LED ทั้งสองฝั่งมีดีไซน์เฉียบคม โดยมีแสงไฟภายในที่ผ่านการทำสีดำรมควัน เมื่อเปิดไฟจะมีเอกลักษณ์สูง ด้านข้างตัวถัง ล้ออัลลอยด์แบบหลายก้านขนาด 21 นิ้ว มาพร้อมยางหน้าขนาด 265/35 ZR21 และยางหลังขนาด 305/30 ZR21 (หมายเหตุ: ตารางสเปคระบุไว้เฉพาะขนาดยางหน้า ข้อมูลยางหลังเป็นการเติมเต็มจากมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน) ซึ่งช่วยเพิ่มคุณสมบัติด้านความสปอร์ต เส้นสายบริเวณตัวถังตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้ายรถประสานกับเส้นกล้ามบริเวณซุ้มล้อหลังได้อย่างกลมกลืน มีการออกแบบให้ตัวรถดูเหมือนพร้อมทะยานไปข้างหน้าไม่หยุด ส่วนท้ายรถเด่นด้วยสปอยเลอร์ท้ายแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่สามารถยกตัวได้ โดยจะเปิดอัตโนมัติเมื่อต้องการเพิ่มแรงกดที่ท้ายรถขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง; การจัดวางท่อไอเสียทรงกลมแบบคู่ทั้งสองฝั่งเข้ากันลงตัวกับดีไซน์ของดิฟฟิวเซอร์ ส่วนสไตล์โดยรวมเน้นความเรียบง่ายแต่ซ่อนความน่าจับตามอง ภายในระบบไฟ ไฟหน้าหลังทั้งหมดใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ LED ให้ความเร็วการเปิดส่องแสงเร็วพร้อมความสว่างเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องดัดแปลงเพิ่มเติมสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน

เมื่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร วัสดุที่ใช้ตกแต่งให้ความรู้สึกถึงความหรูหราในทันที — หนังแท้ถูกใช้ประดับในพื้นที่ส่วนใหญ่ร่วมกับ Alcantara ที่ให้สัมผัสนุ่มและเสริมความเท่ห์ แผงคอนโซลกลางและแผงประตูตกแต่งด้วยลายคาร์บอนไฟเบอร์ บริเวณที่สัมผัสได้ทั้งหมดยังถูกบุด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับผิว คอนโซลกลางมีการจัดวางองค์ประกอบเรียบง่าย ไร้ปุ่มควบคุมที่เกินจำเป็น และฟังก์ชันสำคัญถูกรวมไว้ในหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ระบบตอบสนองในระดับทั่วๆ ไปแต่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เบาะนั่งใช้ดีไซน์แบบบัคเก็ตซีทที่ให้อารมณ์สปอร์ต พร้อมด้วยการยึดจับตัวผู้โดยสารอย่างดีเยี่ยม ขอบข้างเบาะและที่รองเบาะมีการรองรับด้านข้างได้ดีในกรณีที่ต้องขับขี่แบบเร้าใจ; ในแง่ฟังก์ชันเบาะนั่ง มีการปรับไฟฟ้าและระบบอุ่นเบาะมาให้ตั้งแต่โรงงาน ทำให้การขับขี่ระยะทางไกลยังคงความสะดวกสบาย ด้านอุปกรณ์เบื้องต้น มีการติดตั้งถุงลมนิรภัย (ด้านหน้า ซ้าย-ขวา, ด้านข้าง) พร้อมระบบแจ้งเตือนหากไม่มีการคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน; นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบเสียง Bang & Olufsen ที่ให้คุณภาพเสียงที่ใสเนียนและเต็มไปด้วยรายละเอียด สามารถลดเสียงลมที่เข้ามาขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้

ในแง่ของความกว้างขวาง DBS Superleggera ถูกจัดเป็นรถสปอร์ตแบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง โดยตัวถังมีขนาด 4712mm×2146mm×1280mm และมีระยะฐานล้อที่ 2805mm พื้นที่ด้านหน้าของตัวรถกว้างขวาง ผู้ขับขี่ที่มีส่วนสูง 180cm หลังจากปรับเบาะให้เหมาะสมแล้ว ยังคงเหลือพื้นที่เหนือตรงศีรษะประมาณหนึ่งกำปั้น; ในส่วนของพื้นที่ด้านหลังนั้นเหมาะสำหรับการใช้งานในระยะสั้น หากผู้โดยสารมีส่วนสูงเกิน 170cm อาจจะรู้สึกว่ามีพื้นที่ศีรษะและขาแน่นไปบ้าง การใช้งานในชีวิตประจำวันจึงแนะนำให้ใช้เป็นพื้นที่จัดเก็บแทน ในเรื่องความจุ สัมภาระด้านหน้ามีความจุประมาณ 100 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดพกพาได้ 1 ใบ; และช่องเก็บของในแผงประตูและที่วางแขนตรงกลางมีขนาดเล็ก รองรับเพียงโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ และสิ่งของชิ้นเล็กเท่านั้น สำหรับอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบาย เบาะหลังมาพร้อมช่องลมของระบบปรับอากาศ และเบาะหน้ารองรับการปรับไฟฟ้าหลากทิศทาง โดยความสะดวกในภาพรวมถือว่าอยู่ในระดับกลางของรถสปอร์ตประเภทเดียวกัน

ด้านสมรรถนะ DBS Superleggera มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่ 5.2 ลิตร กำลังสูงสุด 725 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตามข้อมูลโรงงานอยู่ที่เพียง 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 340 กม./ชม. ในการขับขี่จริง เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดปกติ (GT Mode) กำลังเครื่องยนต์จะตอบสนองอย่างราบรื่น คันเร่งตอบสนองได้อย่างนุ่มนวล เหมาะกับการขับขี่ในเมืองแบบทั่วไป; เมื่อเหยียบคันเร่งลึก เครื่องยนต์จะทำงานร่วมกับเทอร์โบได้อย่างรวดเร็ว พละกำลังพร้อมตอบสนองทันที โดยเฉพาะช่วงเร่งความเร็วกลาง (80-160 กม./ชม.) ที่ทำได้โดดเด่น การแซงรถคันอื่นทำได้อย่างง่ายดาย เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ต+ ระบบเกียร์จะปรับเปลี่ยนเกียร์อย่างดุดันและรวดเร็วมากขึ้น เสียงท่อไอเสียจะฟังดูดุดันขึ้นเช่นกัน ความรู้สึกเร่งสุดตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ช่วยกระตุ้นความอยากขับขี่ได้ทันที

ในด้านการควบคุมและช่วงล่าง พวงมาลัยตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ช่วงฟรีน้อยมาก สามารถรับรู้ถึงข้อมูลพื้นผิวถนนได้อย่างชัดเจน; ระบบกันสะเทือนใช้โช้คอัพแบบปรับได้ ในโหมดปกติสามารถลดแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กได้ส่วนใหญ่ รักษาความสบายแบบ GT; ในโหมดสปอร์ต ช่วงล่างจะแข็งขึ้น เพิ่มความมั่นคงขณะเข้าโค้ง ตัวรถควบคุมการเอียงได้ดีเยี่ยม พร้อมกับการจัดวางแบบขับเคลื่อนล้อหลัง ท้ายรถตอบสนองได้ดีแต่ไม่ดูรุนแรง มีขีดจำกัดสูงและง่ายต่อการควบคุม; เมื่อเผชิญกับถนนที่ไม่เรียบ ระบบกันสะเทือนสามารถคืนตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่เกิดการสั่นไหวที่ไม่จำเป็น; ในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ปีกหลังคาร์บอนไฟเบอร์และดิฟฟิวเซอร์ช่วยสร้างแรงกด ทำให้ตัวรถมั่นคง มอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่

ในส่วนของการทดสอบเฉพาะ เราได้ทดสอบอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเส้นทางวิ่งผสมระหว่างในเมืองและทางหลวง — ในเส้นทางรถติดในเมือง อัตราการสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 18 ลิตร/100 กม. การเดินทางด้วยความเร็วคงที่บนทางหลวง (120 กม./ชม.) อยู่ที่ประมาณ 10 ลิตร/100 กม. อัตราการสิ้นเปลืองรวมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13.8 ลิตร/100 กม. ซึ่งใกล้เคียงกับข้อมูลโรงงานที่ 13.5 ลิตร/100 กม.; ในการทดสอบการเบรก ระยะการหยุดรถจากความเร็ว 100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 35 เมตร แป้นเบรกให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ สมรรถนะเบรกมีความเสถียร แม้ผ่านการทดสอบหลายครั้งก็ไม่มีอาการลดประสิทธิภาพจากความร้อนอย่างชัดเจน

ในแง่ความสะดวกสบายขณะขับขี่ การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดีเยี่ยม — ขณะวิ่งด้วยความเร็วบนทางหลวง เสียงลมและเสียงยางถูกทำให้เบาลงจนอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่รบกวนการสนทนาภายในรถ; เสียงเครื่องยนต์ในโหมดปกติจะเบามาก ไม่มีผลกระทบ แต่ในโหมดสปอร์ต เสียงจากระบบไอเสียจะถูกส่งเข้ามาในตัวรถ เสริมบรรยากาศแบบสปอร์ต; ในแง่ของความสะดวกสบายที่นั่ง เบาะแบบบัคเก็ทให้การซัพพอร์ตและโอบกระชับได้ดี แม้ว่าจะมีการเสริมเนื้อเบาะแต่ไม่แข็งเกินไป ขับขี่ระยะทางไกล 2 ชั่วโมงก็ไม่เกิดความเมื่อยล้า

โดยรวมแล้ว Aston Martin DBS Superleggera ขนาด 5.2 ลิตร มีข้อดีหลักคือความ "สมดุลระหว่างสมรรถนะและความสง่างาม" — เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกันอย่าง Ferrari 812 Superfast ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของมันดีกว่า เหมาะสำหรับการเดินทางไกล; เมื่อเทียบกับ Bentley Continental GT Speed สมรรถนะด้านแรงและความคล่องตัวจะดูดุดันกว่า ให้ความสนุกในการขับขี่ที่มากขึ้น แต่ข้อเสียอยู่ที่พื้นที่หลังค่อนข้างเล็ก และขีดความสามารถในการเก็บของที่จำกัด ซึ่งจะเหมาะสำหรับการใช้งานส่วนตัวหรือการเดินทางระยะสั้นสำหรับครอบครัวเล็ก

กลุ่มผู้บริโภคที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถรุ่นนี้คือ: กลุ่มคนที่มีรายได้สูงที่มองหาสไตล์แบรนด์และความสนุกในการขับขี่ ต้องการสมรรถนะในระดับซูเปอร์คาร์ แต่ยังต้องการความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน; หรือกลุ่มผู้รักการออกแบบสไตล์อังกฤษ และไม่พอใจกับสมรรถนะของรถ GT ธรรมดา รถคันนี้อาจไม่เหมาะที่จะใช้เป็นรถครอบครัวเพียงคันเดียว แต่เป็นรถที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการใช้งานประจำวันและความตื่นเต้นสำหรับสนามแข่ง เรียกได้ว่าเป็น "GT อเนกประสงค์" อย่างแท้จริง

โดยรวมแล้ว Aston Martin DBS Superleggera 5.2L เป็นรถสปอร์ต GT ระดับหรูที่ "สามารถเรียบง่ายและสง่างามได้" – ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก หรือบางครั้งก็สามารถลงสนามแข่งได้ ทั้งสามารถมอบความเร้าใจในความเร็วและยังคงไว้ซึ่งความสง่างามและคุณภาพในแบบรถอังกฤษ หากคุณต้องการรถ GT ที่ไม่ฉูดฉาดแต่ทรงพลัง นี่จะเป็นตัวเลือกที่ดี

ข้อดี
รูปลักษณ์โดดเด่นในสไตล์ GT แบบอังกฤษ ความน่าดึงดูดสูง การออกแบบตัวรถสะดุดตา
เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.2T ทรงพลัง เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.4 วินาที ให้ความเร้าใจ ความดังของเสียงเครื่องยนต์เร้าใจ
ภายในใช้วัสดุ Alcantara คาร์บอนไฟเบอร์ และหนังแท้ ให้ความหรูหราระดับไฮเอนด์
ข้อเสีย
21 นิ้ว ยางบางลื่นง่ายในฤดูฝนบนถนนที่มีน้ำขัง ต้องลดความเร็วเมื่อผ่านลูกระนาด เกรงว่ายางจะแตก
การใช้เชื้อเพลิงสูงในเมืองที่การจราจรหนาแน่น (สูงถึง 18 ลิตร) ตัวถังกว้าง ไม่สะดวกสำหรับการขับไปตามซอยแคบ
เบาะหนังและพวงมาลัยร้อนหลังจากโดนแดดในฤดูร้อน ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 19 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.6 / 5
แสดงรีวิว 19 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายไฮบริด
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
ก่อนหน้านี้เคยขับ 911 Carrera รู้สึกว่าขาดความสง่างามแบบ GT สไตล์อังกฤษ พอเปลี่ยนเป็น DBS Superleggera ก็เหมือนได้เติมเต็มฝัน การตั้งค่าความปลอดภัยเต็มรูปแบบ เมื่อเบรกฉุกเฉินบนทางด่วน เซ็นเซอร์แจ้งเตือนถุงลมนิรภัยชัดเจนและมั่นคง ภายในที่บุด้วย Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ ให้สัมผัสที่หรูหรายิ่งกว่า 911 สุดสัปดาห์ขับบนทางด่วนพัทยา เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.2 ลิตร เร่งแค่ครั้งเดียวก็ทะลุ 200 เสียงท่อเครื่องยนต์บนถนนโล่ง ๆ นี่ช่างไพเราะจับใจ! แต่ว่าหน้าฝนในไทยทำให้การขับขี่ยากขึ้นหน่อย ล้อ 21 นิ้วที่บางมาก เวลาผ่านแอ่งน้ำต้องช้าเหมือนหอยทาก เพราะกลัวล้อระเบิด เช้าวันทำงานตอนรถติดบนถนนสุขุมวิทในกรุงเทพฯ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันพุ่งไปที่ 18 ลิตร แต่พอเห็นสายตาหันมามองจากคนเดินถนน ก็ถือว่าคุ้มค่า!
5 ดีเยี่ยม
สายออยล์
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
ชั่วโมงเร่งด่วนลัดซอย? V12 5.2T กดคันเร่งพุ่งทันที แซงไม่ลีลาเลย! แต่ยาง 21 นิ้วผ่านลูกระนาดต้องช้าหน่อย ด้านหลังนั่งฉุกเฉินสองคนไม่อึดอัด รูปลักษณ์ดึงดูดสายตาสุดๆ แต่หน้าร้อนพวงมาลัยร้อนไปหน่อย ต้องหาปลอกมาสวม
4 ดีเยี่ยม
ซิ่งสุด
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
อาทิตย์ที่แล้วพาครอบครัวไปเชียงใหม่ ช่วงทางขึ้นเขานอกเมือง หลังฝนตก โค้งถนนลื่น การเร่งเครื่อง 5.2L V12 ตอนออกจากโค้งมีพลังเกินไปนิด ต้องคอยผ่อนคันเร่ง (สมรรถนะ 4 คะแนน) แต่ความกระชับของเบาะเหมือนถูกฝังตัวลงไป สัมผัสของหนังแท้และ Alcantara นั้นรู้สึกสบายภายในลมแอร์ (ภายใน 5 คะแนน) ขณะเข้าโค้ง ตัวรถนิ่งมาก การเตือนรัดเข็มขัดนิรภัยและถุงลมทำให้รู้สึกปลอดภัย (ความปลอดภัย 4 คะแนน) จอดอยู่ข้างถนนบนเขา ตัวรถที่เพรียวยาวกับล้อ 21 นิ้วดึงดูดสายตาให้คนมาถ่ายรูป แต่สีรถในป่าฝนเลอะง่าย ต้องหมั่นดูแลทำความสะอาด (รูปลักษณ์ 4 คะแนน)
4 ดีเยี่ยม
สายทน
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
ภายในนี้สัมผัสได้ทั้งวันก็ไม่เบื่อ แต่เบาะนี้หลังจากตากแดดในกรุงเทพฯ นั่งลงไปอาจจะร้อนจนต้องกระโดด!
5 ดีเยี่ยม
สายเกียร์
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
วันนี้เป็นครั้งแรกที่ลองเหยียบน้ำมันลึก แรงผลักดันจาก 5.2T ทำให้ฉันถูกกดลงกับเบาะ สนุกจนขนลุก!
1
2
3
4
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
5.2
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
5204
จำนวนลูกสูบ
12
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
3.4
อัตราสิ้นเปลือง
13.5
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดยางหน้า
265/35 ZR21
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
4712
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
2146
ความสูง(มิลลิเมตร)
1280
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2805
รูป Aston Martin Dbs Superleggera
Aston Martin Dbs Superleggera
รูป Alfa Romeo Spider
Alfa Romeo Spider
Aston Martin Dbs Superleggera
vs
Alfa Romeo Spider
รูป Aston Martin Dbs Superleggera
Aston Martin Dbs Superleggera
รูป Subaru BRZ
Subaru BRZ
Aston Martin Dbs Superleggera
vs
Subaru BRZ
รูป Aston Martin Dbs Superleggera
Aston Martin Dbs Superleggera
รูป Toyota GR 86
Toyota GR 86
Aston Martin Dbs Superleggera
vs
Toyota GR 86

“ราคา Aston Martin DB12 Convertible ปี 2025 เท่าไหร่?”

ราคา Aston Martin DB12 Volante รุ่นปี 2024 เท่าไหร่?

DB12 Volante มีราคาเท่าไหร่?