รีวิว Hyundai IONIQ 6 Exclusive 2024





ทุกวันนี้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับ D ในประเทศไทยกำลังมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ใช้ในครอบครัวและผู้ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีกำลังหันมาสนใจรถยนต์ที่มีทั้งพื้นที่ใช้สอยและคุณสมบัติพลังงานใหม่เป็นหลัก IONIQ 6 Exclusive 2024 ของ Hyundai ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดทรงนี้ มาพร้อมกับจุดขายหลักอย่างการออกแบบที่ล้ำสมัย การขับเคลื่อนล้อหลัง และระยะทางที่วิ่งได้สูงสุดจากการเคลมที่ 545 กิโลเมตร หลายคนต่างสงสัยว่ารถยนต์คันนี้สามารถหาสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและความสนุกในการขับขี่ได้หรือไม่ ซึ่งครั้งนี้เรามีโอกาสได้ทำการทดลองทั้งในแง่ของการออกแบบและการขับขี่เพื่อดูว่ารถยนต์รุ่นนี้เหมาะกับความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยหรือไม่
เมื่อมองครั้งแรกที่ IONIQ 6 Exclusive สิ่งที่รู้สึกได้ทันทีคือการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่โดดเด่น เส้นสายของรถดูโค้งมนและยาวจากซุ้มล้อหน้าจนถึงท้ายรถ ช่วยลดแรงต้านอากาศและทำให้รถดูมีเอกลักษณ์มากขึ้นเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ด้านหน้ารถออกแบบให้มีกระจังหน้าแบบปิดสนิท พร้อมไฟวิ่งกลางวันแบบ LED ที่ดูเฉียบคม ซึ่งเมื่อเปิดไฟจะเกิดเอฟเฟกต์ "พิกเซล" ที่เป็นเอกลักษณ์ และมีการต่อเนื่องไปยังไฟท้ายแบบ LED ด้วย ขนาดของตัวถังอยู่ที่ 4,885 มม. กว้าง 1,880 มม. และสูง 1,495 มม. โดยมีฐานล้อยาวถึง 2,950 มม. ด้านข้างมาพร้อมกับล้อแบบมัลติสป๊อกขนาด 20 นิ้ว และยางขนาด 245/40 R20 ซึ่งช่วยเพิ่มลุคสปอร์ตให้กับรถ
เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร พบว่าการออกแบบเน้นความเรียบง่ายและการใช้งานที่สะดวก คอนโซลหน้าหุ้มด้วยวัสดุนุ่มและตกแต่งด้วยแถบโลหะเพิ่มความหรูหรา หน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้ว เป็นจุดเด่นของการออกแบบภายใน โดยหน้าจอด้านซ้ายเป็นหน้าปัดดิจิทัลเต็มรูปแบบ และหน้าจอด้านขวาเป็นจอควบคุมกลางที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะล่าสุดจาก Hyundai รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและการควบคุมด้วยเสียง พวงมาลัยออกแบบให้เป็นมัลติฟังก์ชั่น โดยมีปุ่มควบคุมด้านซ้ายสำหรับระบบช่วยขับขี่ และด้านขวาสำหรับควบคุมมัลติมีเดีย ซึ่งการใช้งานเป็นระเบียบและเข้าใจง่าย อีกทั้งยังติดตั้ง HUD แสดงผลบนกระจกหน้ารถ ซึ่งแสดงข้อมูลความเร็วและการนำทาง ช่วยลดการละสายตาขณะขับขี่ เบาะหน้าปรับไฟฟ้าได้และรองรับร่างกายได้ดีแม้จะนั่งเป็นเวลานาน เบาะหลังมีพื้นที่วางขาที่กว้างขวางจากฐานล้อที่ยาวถึง 2,950 มม. โดยผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. นั่งแล้วยังมีพื้นที่วางเข่าเหลือเพียงพอสองกำปั้น พื้นบริเวณเท้าก็เป็นแบบเรียบเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารที่นั่งตรงกลาง เบาะหลังยังมีช่องแอร์แยกและพอร์ต USB เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุอยู่ที่ 401 ลิตร เพียงพอสำหรับใส่กระเป๋าเดินทาง และหากพับเบาะหลังก็สามารถขยายพื้นที่ได้อีก ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางแบบครอบครัว
ในส่วนของการขับขี่ IONIQ 6 Exclusive มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าหลังเพียงตัวเดียวให้กำลังสูงสุด 229 PS และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร การขับเคลื่อนล้อหลังทำให้การควบคุมรถมีความคล่องตัวมากขึ้น ในการออกตัวนั้นการตอบสนองของกำลังเครื่องยนต์ทำได้ทันที เพียงแตะที่คันเร่งก็สามารถรู้สึกถึงแรงขับเคลื่อนที่หนักแน่นได้ โดยความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใช้เวลา 5.1 วินาทีตามการเคลมจากบริษัท เมื่อเร่งเครื่องแรงเพื่อแซง การส่งกำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่องและลื่นไหล และแม้ในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงก็ยังคงความมั่นคงได้ดี ระบบการขับขี่มี 3 โหมด ได้แก่ โหมดประหยัด โหมดสบาย และโหมดสปอร์ต โดยโหมดประหยัดจะให้การส่งกำลังที่นุ่มนวลเหมาะสำหรับการขับไม่เร่งรีบในชีวิตประจำวัน และโหมดสปอร์ตจะเพิ่มความไวของคันเร่งและน้ำหนักพวงมาลัย สำหรับผู้ที่ชอบความสนุกสนานในการขับขี่
ในส่วนของช่วงล่าง ใช้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัต และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงก์ ซึ่งให้การปรับแต่งที่เน้นความสบายแต่ยังคงมีความเสถียรในระดับที่ดีเยี่ยม เมื่อขับผ่านเนินลูกระนาดหรือถนนขรุขระ ช่วงล่างสามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวรถจะไม่มีการสั่นไหวอย่างชัดเจนและยังคงความสมดุลได้ดี เมื่อเข้าโค้งตัวรถเอียงเพียงเล็กน้อย ขณะที่พวงมาลัยให้การควบคุมอย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ขับมีความมั่นใจมากขึ้น ด้านการเก็บเสียง (NVH) ทำได้ดีเยี่ยม ขณะขับขี่ช้าจะไม่มีเสียงจากมอเตอร์ไฟฟ้ารบกวน ส่วนเมื่อตอนขับด้วยความเร็วสูงก็สามารถควบคุมเสียงลมและเสียงยางให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และไม่รบกวนการสนทนาภายในห้องโดยสาร
ระยะทางและการชาร์จเป็นจุดสนใจหลักของรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 6 Exclusive มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 53kWh ระยะทางที่ระบุโดยทางการ 545 กิโลเมตร เราได้ทดลองขับทั้งในตัวเมืองและทางหลวงในประเทศไทยครึ่งทาง เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดที่ 24°C ในท้ายที่สุดระยะทางจริงประมาณ 480 กิโลเมตร คิดเป็น 88% ซึ่งถือว่าเป็นไปตามที่คาดหวัง ในด้านการชาร์จ ใช้สถานีชาร์จด่วน ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ส่วนการชาร์จแบบธรรมดาใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการในการชาร์จรายวัน
ในด้านความปลอดภัย รถคันนี้มาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 จุด, ABS ป้องกันล้อล็อก, ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และฟังก์ชันอื่น ๆ ระบบช่วยขับขี่รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, การตรวจจับจุดบอด ซึ่งสามารถเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ สำหรับผู้บริโภคในประเทศไทยที่ใส่ใจเรื่องจุดยึดเก้าอี้เด็ก ISO FIX ทางรถรุ่นนี้ก็มีให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มครอบครัว
โดยรวมแล้ว Hyundai IONIQ 6 Exclusive 2024 มีจุดเด่นหลักในเรื่องของดีไซน์ที่ลื่นไหล, พื้นที่ภายในที่กว้างขวาง, ระยะทางที่เชื่อถือได้ และอุปกรณ์ที่ครบครัน เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกันอย่าง Tesla Model 3 หรือ BYD Han EV การออกแบบแบบขับเคลื่อนล้อหลังของรถรุ่นนี้ช่วยให้การควบคุมดียิ่งขึ้น ความหรูหราของภายในและพื้นที่ใช้สอยยังเป็นจุดเด่นเพิ่มเติม ราคาที่ 1,899,000 บาท ถือว่ามีความคุ้มค่าในกลุ่ม D-segment EV ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการเดินทาง ความเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเดินทางในครอบครัว และคนที่ชื่นชอบความสนุกในการขับขี่
กล่าวโดยสรุป IONIQ 6 Exclusive เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น D-segment ที่มีความสมดุลสูง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอก อุปกรณ์ภายใน หรือสมรรถนะในการขับขี่ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทยส่วนใหญ่ได้ หากคุณกำลังมองหารถยนต์พลังงานใหม่ที่ใช้งานได้จริงและขับขี่ง่าย รุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณา
Hyundai IONIQ 6 เปรียบเทียบรถยนต์












