รีวิว Mercedes-Benz AMG SL 2025





เมื่อเข้าสู่ปี 2025 ตลาดรถสปอร์ตหรูในประเทศไทยยังคงเพิ่มความรุนแรงในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคไม่ได้พึงพอใจกับเพียงแค่การจ่ายเงินให้กับแบรนด์อีกต่อไป แต่ยังกำลังให้ความสำคัญกับสมรรถนะ การใช้งานที่ดี และเทคโนโลยีที่ลงตัว ในบริบทนี้ Mercedes-Benz AMG SL 55 4Matic+ 2025 ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มีนาคม โดยเป็นผลงานล่าสุดของซีรีส์ SL อันคลาสสิกจากแบรนด์ที่ตั้งเป้าผลักดันตัวเองเข้าสู่ตลาดในฐานะ “รถสปอร์ตหรูครอบจักรวาล” นอกจากรักษาดีไซน์เปิดประทุนอันเป็นเอกลักษณ์ของรถตระกูล SL แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic+ พร้อมกับเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร ที่มีพลังแรงกล้า พยายามหาสมดุลระหว่างสมรรถนะการขับขี่เชิงสปอร์ตและการใช้งานในชีวิตประจำวัน วัตถุประสงค์หลักของการทดสอบขับครั้งนี้ คือการยืนยันว่ารถรุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนขับที่ชื่นชอบการเดินทางที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ขับขี่ และตอบสนองการใช้งานสำหรับผู้ใช้ในครอบครัวที่ต้องการพื้นที่และความสะดวกสบายได้หรือไม่
จากรูปลักษณ์ภายนอก AMG SL 55 4Matic+ ยังคงความสง่างามตามเส้นสายของซีรีส์ SL แต่ผสมผสานกับองค์ประกอบด้านกีฬาของตระกูล AMG ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้าทรงตั้งขนาดใหญ่ประกอบกับดีไซน์กันชนหน้าที่เฉพาะของ AMG ช่องลมทั้งสองข้างมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ เส้นสายด้านข้างของตัวรถมีความลื่นไหล โดยเส้นไหล่ที่ชัดเจนจากซุ้มล้อหน้าพาดยาวไปจนถึงท้ายรถ ระยะฐานล้อ 2700 มม. รวมกับความยาวตัวถัง 4700 มม. ช่วยให้รักษาท่าทางสปอร์ตพร้อมกับรองรับพื้นที่ในห้องโดยสาร ส่วนท้ายรถมีสปอยเลอร์ที่สามารถยกขึ้น-ลงอัตโนมัติตามความเร็ว และท่อไอเสียแบบสี่ช่องคู่ที่เสริมภาพลักษณ์สมรรถนะสูง ในส่วนของระบบไฟ แสงไฟกลางวันแบบ LED และไฟหน้าอัตโนมัติที่ให้มาเป็นมาตรฐานช่วยทำให้มีเอกลักษณ์ที่สะดุดตาเมื่อเปิดใช้งาน
เมื่อเปิดประตูเข้ามา ภายในให้ความรู้สึกถึงความหรูหราและเทคโนโลยีที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว คอนโซลกลางได้รับการออกแบบเป็นชั้นๆ วัสดุหลักเป็นหนังสัมผัสนุ่มและแถบโลหะ ให้สัมผัสที่ประณีต หน้าจอคอนโซลกลางขนาด 11.9 นิ้วรองรับการใช้งานแบบสัมผัส มีความไวในการตอบสนองที่รวดเร็วและสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาการแสดงผลตามโหมดการขับขี่ได้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันมาพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ โอบหุ้มด้วยหนังแท้ ให้ความรู้สึกมือที่กระชับเหมาะสมกับคาแรกเตอร์ของรถสปอร์ต เบาะที่นั่งออกแบบเป็นเบาะทรงบัคเก็ตรองรับการปรับไฟฟ้าได้หลายทิศทาง มีการโอบกระชับและนั่งสบายแม้ใช้งานระยะเวลานาน ในด้านการติดตั้งอุปกรณ์ มีถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน และฟังก์ชันความปลอดภัยอื่นๆ ที่มาเป็นมาตรฐาน เพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างรอบด้าน
ในส่วนของพื้นที่ใช้สอย สำหรับรถสปอร์ต 2 ประตู 4 ที่นั่ง AMG SL 55 4Matic+ ทำผลงานได้เหนือความคาดหมาย ที่นั่งด้านหน้าปรับจนได้ตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว ผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. ยังมีพื้นที่เหนือศีรษะเหลือประมาณหนึ่งกำปั้น และพื้นที่ขาสะดวกสบาย ถึงแม้ที่นั่งด้านหลังจะออกแบบมาเพื่อการนั่งสำรอง แต่สำหรับการเดินทางระยะสั้น ขาผู้ใหญ่อาจยังพอมีพื้นที่ขยับได้บ้าง สำหรับการจัดเก็บสัมภาระ กระโปรงท้ายมีพื้นที่ 213 ลิตร โดยในสถานะที่เปิดประทุนปิดสามารถจุสัมภาระที่มีขนาดเท่ากระเป๋าเดินทางขนาดพกพาได้สองใบ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวัน ภายในรถยังมีช่องเก็บของหลายจุด เช่น กล่องเก็บของที่อยู่บริเวณที่วางแขนตรงกลาง และช่องเก็บของบริเวณแผงประตู ซึ่งให้ความสะดวกในการใช้งาน
ส่วนการขับขี่แบบไดนามิก เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 350kW และแรงบิดสูงสุด 700N·m ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ซึ่งทำให้ช่วง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 3.9 วินาที ในการขับขี่จริง ระยะเริ่มต้นระบบสามารถตอบสนองกำลังได้อย่างรวดเร็ว โดยที่เทอร์โบเริ่มทำงานได้เกือบจะไม่ทันสังเกต เมื่อเหยียบคันเร่งหนักๆ จะเกิดแรงดึงหลังที่ทรงพลัง ช่วงกลางถึงปลายยังคงมีพลังในการเร่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความมั่นใจขณะเร่งแซง โหมดการขับขี่มีให้เลือกใช้งานทั้ง Comfort, Sport, Sport+ ซึ่งเมื่อเปลี่ยนเป็นโหมด Sport+ เสียงคำรามของท่อไอเสียจะดังชัดเจนขึ้น และระบบเกียร์มีการปรับการทำงานให้ตอบสนองเร็วมากยิ่งขึ้น
การควบคุมและการแสดงออกของแชสซีก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน ระบบกันสะเทือน AMG RIDE CONTROL Sports Suspension ในโหมดสบายสามารถกรองการสั่นสะเทือนของพื้นถนนส่วนใหญ่ได้ ทำให้มีความสะดวกสบายในการนั่งที่ดี เมื่อสลับไปที่โหมดสปอร์ต ระบบกันสะเทือนจะแข็งขึ้นและการรองรับจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พวงมาลัยมีความแม่นยำในการหมุน ไม่มีช่องว่างมากนัก และรถมีท่าทีที่มั่นคงเมื่อเข้าโค้ง การควบคุมการเอียงของตัวรถทำได้ดี การเพิ่มระบบขับเคลื่อนทุกล้อช่วยเพิ่มการยึดเกาะบนถนนเปียก ลดปัญหาการลื่นไถลขณะเร่งความเร็ว
ในส่วนของการใช้เชื้อเพลิง ข้อมูลของทางการแสดงการใช้งานโดยรวมที่ 12.7 ลิตร/100 กม. ในระหว่างการทดสอบขับในเมืองพบว่าการใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 14 ลิตร/100 กม. และในช่วงถนนทางด่วนลดลงเหลือประมาณ 10 ลิตร สำหรับรถสมรรถนะสูงเครื่องยนต์ V8 นับเป็นผลลัพธ์ที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ระบบเบรกมีปฏิกิริยารวดเร็ว การควบคุมแรงเบรกเป็นไปอย่างสมูท และเมื่อเบรกกะทันหันตัวรถยังคงเสถียร ทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจมาก
ในด้านความสะดวกสบายในการขับและนั่ง การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดีเยี่ยม เมื่อปิดหลังคาแบบเปิดประทุน การขับด้วยความเร็วสูงนั้นเสียงลมและเสียงยางถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ต่ำ ในขณะที่เปิดหลังคาแล้ว ขณะขับต่ำกว่า 80 กม./ชม. การสนทนาในรถจะไม่ถูกรบกวน เบาะที่นั่งมีความกระชับและรองรับได้ดี แม้จะขับเป็นเวลานานก็ไม่รู้สึกปวดเมื่อย ส่วนระบบกู้พลังงานที่มักพบในรถไฟฟ้า แต่ในรถที่ใช้เชื้อเพลิงคันนี้ ระบบกู้พลังงานเบสานพลังงานจากการเลื้อยด้วยแรงเสียดทานของเครื่องยนต์ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการขับขี่
โดยรวมแล้ว Mercedes-Benz AMG SL 55 4Matic+ 2025 มีข้อได้เปรียบหลักในด้านการแสดงผลที่สมดุล เมื่อเปรียบเทียบกับ Porsche 911 Cabriolet ระดับเดียวกันแล้ว ราคาของรถรุ่นนี้ (1490 ล้านบาท) มีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่า และยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนทุกล้อและฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยเพิ่มเติมอีกมากมาย เมื่อเปรียบเทียบกับ BMW M8 Convertible รถรุ่นนี้มีขนาดเล็กกว่า ควบคุมได้คล่องตัวกว่า อีกทั้งยังมีพื้นที่เบาะหลังที่ใช้งานได้จริงมากกว่า รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับคนหนุ่มสาวที่ต้องการความเร้าใจในการขับขี่ และยังเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เน้นความหรูหรา ความสะดวกสบาย และการใช้งานจริง โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการสนุกกับการขับหลังคาเปิดในวันหยุดสุดสัปดาห์ และยังสามารถใช้เป็นพาหนะในชีวิตประจำวันได้
โดยสรุป AMG SL 55 4Matic+ 2025 เป็นรถสปอร์ตหรูที่มีความสามารถรอบด้าน ซึ่งได้สร้างสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างสมรรถนะ ความหรูหรา และการใช้งานจริง หากคุณมีงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 1500 ล้านบาท และต้องการรถที่ตอบโจทย์ในการเดินทางทุกวัน และสามารถปลดปล่อยความแรงบนสนามแข่งหรือถนนในภูเขา รถรุ่นนี้สมควรพิจารณา
Mercedes-Benz AMG SL เปรียบเทียบรถยนต์











