รูป Toyota

รีวิว Toyota C-HR

2022 Toyota C-HR HEV GR Sport เพิ่มความโดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ต โดดเด่นด้วยระบบไฮบริดที่มีประสิทธิภาพเพื่อประหยัดน้ำมัน มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ครบครัน เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับครอบครัววัยหนุ่มสาว
รูป Toyota C-HR
รูป Toyota C-HR
รูป Toyota C-HR
รูป Toyota C-HR
รูป Toyota C-HR
THB 979,000-1,189,000
Toyota C-HR
เซกเมนท์
B-Segment
ตัวถัง
SUV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.8
ระบบเกียร์
E-CVT,AT,CVT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ตลาดรถ SUV กลุ่ม B-Segment ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคต้องการการออกแบบที่ทันสมัยและคำนึงถึงความประหยัดน้ำมันของระบบไฮบริดและความหลากหลายของอุปกรณ์ 2022 Toyota C-HR HEV GR Sport เปิดตัวเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว โดยยังคงรูปลักษณ์อันโดดเด่นของตระกูล C-HR และเพิ่มชุดแต่ง GR Sport ที่ดูสปอร์ต พร้อมทั้งยังคงความประหยัดด้วยระบบไฮบริด การทดลองขับครั้งนี้เรามุ่งเน้นการทดลองปรับแต่งการขับขี่ให้สปอร์ตมากขึ้น และประเมินว่าอุปกรณ์กับอัตราสิ้นเปลืองเหมาะสมกับตำแหน่งตลาดของรุ่นนี้หรือไม่

ในแง่รูปลักษณ์ Toyota C-HR HEV GR Sport มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าลายรังผึ้งสีดำที่ตกแต่งด้วยแถบสีแดง และชุดไฟหน้าออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยวพร้อมไฟหน้าอัตโนมัติและไฟเดย์ไลท์ ทำให้รูปทรงโดยรวมดูดุดันกว่ารุ่นปกติ ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายที่ดูโฉบเฉี่ยว อีกทั้งมือจับประตูหลังแบบซ่อนยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ C-HR ล้ออัลลอยสีดำด้านขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/50 R18 ช่วยเสริมลุคสปอร์ตมากขึ้น ส่วนท้ายรถมีสปอยเลอร์และตัวกระจายลมด้านล่างที่เข้ากับดีไซน์ด้านหน้า โคมไฟท้ายมีความโดดเด่นในยามค่ำคืน ทั้งยังมาพร้อมไฟตัดหมอกหน้าที่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน

เมื่อลองเข้าไปในห้องโดยสาร ภายในใช้โทนสีดำเป็นหลัก เบาะนั่งและพวงมาลัยตกแต่งด้วยการเย็บด้ายสีแดง หัวหมอนปักตรา GR เพิ่มบรรยากาศสปอร์ต แผงคอนโซลออกแบบเรียบง่าย หน้าจอคอนโซลกลางขนาด 7 นิ้วทำงานได้อย่างลื่นไหล รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธและฟังก์ชันความบันเทิงพื้นฐาน ปุ่มควบคุมแบบกายภาพด้านล่างถูกวางในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ง่ายต่อการใช้งานในขณะขับรถ วัสดุที่ใช้ในส่วนบนของแผงคอนโซลเป็นวัสดุเนื้อสัมผัสนุ่มที่ให้ความรู้สึกดี ในส่วนของอุปกรณ์ รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (HUD) แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่องแอร์ด้านหลัง ระบบช่วยเปลี่ยนเลน การเตือนการออกนอกเลน ระบบเบรคอัตโนมัติ รวมถึงถุงลมนิรภัย 7 ลูกและจุดยึดสำหรับเบาะเด็ก ISO FIX ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย

พื้นที่ภายในเหมาะสมกับตำแหน่งรถ SUV กลุ่ม B-Segment ตัวรถมีความยาว/กว้าง/สูง 4360/1795/1565 มม. และระยะฐานล้อ 2640 มม. เบาะนั่งด้านหน้ามีการรองรับที่ดี โดยผู้โดยสารที่มีความสูง 175 ซม. หลังปรับตำแหน่งที่นั่งแล้วจะเหลือที่ว่างระหว่างศีรษะและหลังคารถประมาณหนึ่งกำปั้น ส่วนพื้นที่ขาด้านหลังมีความกว้างประมาณสองกำปั้น โดยที่พื้นที่ศีรษะด้านหลังเหลือเพียงสามนิ้ว แต่ยังเพียงพอต่อการเดินทางครอบครัวในระยะสั้น ด้านพื้นที่เก็บของ ช่องเก็บของที่ประตูสามารถใส่ขวดน้ำได้สองขวด ที่พักแขนกลางและที่เก็บของใต้ถุงมือมีความจุพอเหมาะ ในขณะที่พื้นที่เก็บของท้ายรถมีความจุปกติ 377 ลิตร และสามารถขยายได้โดยการพับเบาะหลัง จึงเหมาะสำหรับการใส่กระเป๋าเดินทางหรือรถเข็นเด็ก

ในส่วนของขุมพลัง C-HR HEV GR Sport ติดตั้งระบบไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตรแบบไร้ระบบอัดอากาศและมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุดที่รอบ 5200 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 72 แรงม้า และแรงบิด 163 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ E-CVT ในการขับขี่ปกติ ช่วงออกตัวรถจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้การตอบสนองรวดเร็วและเงียบ ในช่วงความเร็วต่ำถึงปานกลางการเร่งจะราบรื่น และเมื่อต้องการเร่งแซงเครื่องยนต์จะเข้ามาทำงานได้อย่างราบรื่นแทบไม่มีการกระตุกให้รู้สึก ความเร็ว 0-100 กม./ชม. ตามข้อมูลจากโรงงานอยู่ที่ 11 วินาที เพียงพอสำหรับการเดินทางในเมือง แต่ในการเร่งแซงบนทางหลวงจะต้องเผื่อพลังงานไว้ล่วงหน้า ช่วงล่างใช้ระบบแมคเฟอร์สันด้านหน้าและมัลติลิงค์ด้านหลัง หลังการปรับแต่งของ GR Sport การรองรับมีความแข็งแรงขึ้น ในการเข้าโค้งการควบคุมตัวรถทำได้ดีกว่ารุ่นปกติ และการกรองแรงกระแทกบนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อก็ดีขึ้น โดยไม่มีความกระด้างชัดเจน พวงมาลัยมีความแม่นยำ ตำแหน่งศูนย์มีการเล่นน้อย ทำให้ขับขี่ได้อย่างคล่องตัว

ในส่วนของการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน เราได้ขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัดและถนนที่มีการขับขี่แบบความเร็วสูงเป็นระยะทางประมาณ 50 กม. ผลลัพธ์อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.5 ลิตร/100 กม. ซึ่งสูงกว่าค่าที่ระบุไว้ในทางการที่ 5.2 ลิตร/100 กม. เล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาถึงการหยุดและเริ่มขับขี่บ่อยครั้งระหว่างการใช้งานจริงและการใช้งานแอร์ ผลลัพธ์นี้ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม สำหรับการควบคุมเสียงรบกวน เสียงจากมอเตอร์ไฟฟ้าขณะขับขี่ความเร็วต่ำเงียบมาก แต่เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง มีเสียงจากล้อรถและเสียงลมเข้ามาบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ส่วนเรื่องของความสบายของเบาะนั่งก็ทำได้ดี ขับขี่เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน และช่องแอร์สำหรับเบาะหลังสามารถเพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสารด้านหลังได้ดี

โดยสรุปแล้ว Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 มีจุดเด่นที่สำคัญคือการออกแบบภายนอกที่ดูสปอร์ต การติดตั้งฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่หลากหลาย และมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ไม่น้อยหน้าใคร เมื่อเทียบกับรถรุ่นเดียวกันในกลุ่ม เช่น รุ่น C-HR Hybrid Premium Safety 2022 (ราคา 1,140,000 บาท) รุ่นนี้แพงกว่าเพียง 9,000 บาท แต่ได้เพิ่มชุดแต่ง GR Sport ล้อขนาด 18 นิ้ว และฟังก์ชั่นช่วยเตือนจุดอับสายตา ทำให้มีความคุ้มค่ามากขึ้น อีกทั้งเมื่อเทียบกับรุ่น C-HR 1.8 HV Hi 2020 (ราคา 1,160,000 บาท) รุ่นนี้มีราคาที่ถูกกว่าและมีฟีเจอร์ที่ครบครันมากกว่า

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้วัยหนุ่มสาวที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ภายนอกและต้องการความประหยัดพลังงาน หรือผู้ที่ต้องการใช้รถสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันพร้อมกับสามารถสนุกกับการขับขี่ในแบบสปอร์ตในบางครั้ง รุ่นนี้ยังคงเอกลักษณ์ของ C-HR ไว้ได้เป็นอย่างดี พร้อมกับการปรับจูนแบบ GR Sport ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ อีกทั้งระบบไฮบริดและฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัว โดยรวมแล้ว C-HR HEV GR Sport ถือเป็น SUV ไฮบริดในกลุ่ม B-Segment ที่มีความสมดุลและมีความสามารถในการแข่งขันในระดับที่สูง

ข้อดี
การออกแบบภายนอกดึงดูดสายตา ตัวถังรถแบบโค้งมนและชุดแต่งแนวสปอร์ต น่ามองตรงตามความชอบของผู้ใช้ในประเทศไทย
ระบบความปลอดภัยครบถ้วน รวมถึงถุงลมนิรภัยหลายจุด และระบบเบรกอัตโนมัติ รองรับสถานการณ์จราจรซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สมรรถนะไฮบริดยอดเยี่ยม ออกตัวได้รวดเร็วและราบรื่น ประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการจราจรที่ติดขัดในประเทศไทย
ข้อเสีย
พื้นที่เก็บของด้านหลังมีน้อย ของเล่นเด็ก ขนม และสิ่งของอื่นๆ ไม่มีที่เก็บ การใช้งานไม่เพียงพอ
สีรถบางเป็นรอยง่าย สีบางแบบสกปรกง่าย ช่วงหน้าฝนของไทยร่องท้ายรถมีโคลนสะสมยากที่จะทำความสะอาด
บางรุ่นมีอุปกรณ์ความปลอดภัยไม่เพียงพอ ไม่มีระบบเบรกอัตโนมัติ กล้องรอบคัน 360 องศา และฟังก์ชันขั้นสูงอื่นๆ
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 17 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.5 / 5
แสดงรีวิว 17 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายม่วง
เจ้าของ 2022 Toyota C-HR Hybrid Premium Safety
ในฐานะเจ้าของรถ Toyota C-HR Hybrid Premium Safety รุ่นปี 2022 ที่ใช้ในประเทศไทยมากว่าครึ่งปี สิ่งที่พอใจที่สุดก็คือรูปลักษณ์ภายนอกและการออกแบบภายใน! เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก การออกแบบตัวรถที่มีเส้นโค้งเว้าโฉบเฉี่ยวสะดุดตาสุดๆ! ทุกครั้งที่จอดรถในลานจอดของห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ มักจะดึงดูดสายตาของผู้คนอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้แสงแดดที่ร้อนแรงของประเทศไทย สีของตัวรถดูสดใสกว่าปกติและทำให้ผู้คนหันมามองบ่อยมาก ในด้านการออกแบบภายในบอกได้เลยว่าดีเยี่ยม วัสดุและงานประกอบของเบาะนั่งมีความประณีตมาก นั่งสบายสุดๆ แผงคอนโซลหน้าออกแบบได้อย่างมีเหตุผล ปุ่มฟังก์ชันต่างๆ ก็อยู่ในตำแหน่งที่สามารถเอื้อมถึงได้ ในประเทศไทยที่มักเจอรถติดบ่อยๆ การนั่งอยู่ในรถที่สะดวกสบายแบบนี้ช่วยลดความรู้สึกหงุดหงิดไปได้ไม่น้อย นอกจากนี้พื้นที่เก็บของในรถยังออกแบบมาอย่างเอาใจใส่ สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ อย่างโทรศัพท์มือถือหรือกระเป๋าสตางค์ยังสามารถจัดวางให้เป็นระเบียบได้ โดยรวมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือการตกแต่งภายใน รถคันนี้ทำให้ฉันพอใจมาก!
4 ดีเยี่ยม
สายวาล์ว
เจ้าของ Toyota C-HR HEV GR Sport 2022
ในฐานะเจ้าของรถ Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ที่ใช้งานในประเทศไทยมาสักระยะหนึ่ง วันนี้ฉันจะมาแบ่งปันประสบการณ์ของฉัน ก่อนอื่น เรื่องความปลอดภัยฉันให้คะแนนเต็ม 5 คะแนน สภาพการจราจรในประเทศไทยทุกคนก็คงจะรู้กันดี รถจักรยานยนต์เยอะ ทางแยกซับซ้อน บางครั้งก็มีรถโผล่ออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ C-HR ของฉันมีถุงลมนิรภัย 7 จุด พร้อมทั้งระบบเตือนการออกนอกช่องจราจรและระบบเบรกอัตโนมัติ ครั้งหนึ่งฉันเจอรถติดในเขตกรุงเทพฯ รถข้างหน้าหยุดทันที กะทันหัน รถของฉันส่งสัญญาณเตือนและเบรกอัตโนมัติทันที ป้องกันการชนท้าย ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยมาก ในส่วนของการออกแบบภายใน ฉันให้ 4 คะแนน การออกแบบโดยรวมดูมีความทันสมัย หน้าจอ HUD ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ในวันที่แดดจัดในประเทศไทย ไม่ต้องก้มมองแผงหน้าปัด ทำให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่พื้นที่เก็บของด้านหลังมีน้อยไปหน่อย เวลาพาเด็ก ๆ ออกไปข้างนอก ของเล่นกับขนมสำหรับเด็ก ๆ ไม่มีที่เก็บ ซึ่งฉันหวังว่าจะได้รับการปรับปรุงในจุดนี้ ส่วนภายนอกฉันให้ 4 คะแนนเหมือนกัน ชุดแต่งสไตล์สปอร์ตของ GR Sport ดูเท่ห์สุด ๆ ล้อแม็กสีดำและเส้นสายของตัวถังดึงดูดสายตาคนบนถนนในประเทศไทยได้ดีมาก แต่สีของตัวถังมีให้เลือกไม่มาก ถ้ามีสีสันที่สดใสให้เลือกมากกว่านี้ก็คงจะดี เพราะคนไทยชอบสีสดใสมากกว่า โดยรวมแล้ว รถรุ่นนี้มีการใช้งานที่ดีบนถนนในประเทศไทย อุปกรณ์ความปลอดภัยให้ความมั่นใจ การออกแบบภายในและภายนอกก็น่าพอใจ ถือเป็นรถที่ควรค่าแก่การแนะนำ
4 ดีเยี่ยม
สายเฟรม
เจ้าของ 2020 Toyota C-HR 1.8 HV Hi
ในฐานะเจ้าของรถ Toyota C-HR 1.8 HV Hi รุ่นปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปี สิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจที่สุดคือการตกแต่งภายใน! ทันทีที่คุณนั่งในรถ วัสดุแบบนุ่มและรายละเอียดการเย็บบนแผงคอนโซลจะให้ความรู้สึกหรูหรา ไม่เหมือนรถในระดับราคาเดียวกันที่ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกแข็ง อากาศในประเทศไทยร้อน แต่เบาะหนังกลับระบายอากาศได้ดี นั่งลงหลังจากที่รถติดแดดจ้า ก็ไม่รู้สึกร้อนเหมือนหนังกำมะหยี่ทั่วไป การออกแบบพื้นที่เก็บของทำออกมาให้สะดวกมากๆ แผ่นชาร์จไร้สายใต้คอนโซลกลางสามารถใส่โทรศัพท์ iPhone ของฉันได้พอดี ช่องวางแก้วที่แผงประตูยังช่วยจับแก้วชานมไทยขนาดใหญ่ได้ ทำให้การใช้งานสะดวกสุดๆ! ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกนั้น ฉันให้คะแนน 4 ดาว รูปลักษณ์โดยรวมดูทันสมัยมาก ขับอยู่บนถนนก็มีคนหันมามองไม่น้อย แต่การออกแบบด้านท้ายมีความ “โดดเด่น” เกินไป — กลุ่มไฟท้ายที่โผล่ออกมานั้น ตอนแรกดูเท่ แต่พอมองบ่อยๆ กลับรู้สึกว่าไม่ค่อยลงตัว และประเทศไทยมีฤดูฝนบ่อย บริเวณร่องด้านท้ายรถมักจะสะสมโคลนง่ายมาก ล้างรถได้ไม่กี่วันก็กลับมาสกปรกอีก จุดนี้ค่อนข้างน่ารำคาญเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วความสบายและความสะดวกสบายของการตกแต่งภายในเอาชนะข้อเสียเล็กๆ ของรูปลักษณ์ไปได้ การขับในชีวิตประจำวันก็ยังพอใจมาก!
4 ดีเยี่ยม
สายสี
เจ้าของ 2020 Toyota C-HR 1.8 Entry
ฉันขับ Toyota C-HR 1.8 Entry รุ่นปี 2020 ที่กรุงเทพฯ มาเกือบสองปีแล้ว มาเริ่มจากรูปลักษณ์ก่อนเลยนะ ดีไซน์นี้โดดเด่นจนคนเหลียวมองบนถนนในไทยไม่น้อย! โดยเฉพาะการออกแบบท้ายลาดและไฟหน้าสองชิ้น พอจอดในลานจอดรถที่สยามสแควร์ ก็สามารถแยกออกจากรถเล็กคันอื่นๆ ที่ดูคล้ายๆ กันได้ — แต่ต้องบอกตามตรงว่า สีตัวรถบางไปหน่อย ครั้งก่อนโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวตรงถนนสุขุมวิทจนเห็นสีชั้นในเลย ต้องหักคะแนนไปหนึ่งแต้ม ในส่วนของภายใน การประกอบโดยรวมยังถือว่าทำได้ดี วัสดุที่นิ่มให้สัมผัสที่สบาย และหน้าจอกลางก็ใช้ง่ายดี แต่เพราะอากาศที่ไทยร้อนจัด เวลาจอดกลางแดดในลานจอดรถช่วงหน้าร้อนหลายชั่วโมง ชิ้นส่วนพลาสติกบางชิ้นจะมีเสียงแปลกๆ และที่เก็บของตรงเบาะหลังมีน้อยไปหน่อย เวลาพาเพื่อนๆ ไปพัทยา โทรศัพท์ของพวกเขาแทบไม่มีที่วางเลย เลยรู้สึกเสียดายนิดหน่อย เรื่องความปลอดภัย ฉันค่อนข้างไว้ใจเลย เมื่อเดือนที่แล้วบนทางด่วนเจอรถคันหน้าหยุดกะทันหัน ฉันเหยียบเบรกแรงๆ แต่กลับไม่ชนท้าย — พอมาคิดอีกทีถึงจำได้ว่าเป็นระบบเสริมแรงเบรกที่มีมาตรฐานช่วยไว้ แต่ถ้าหากมีระบบเบรกอัตโนมัติเพิ่มเข้ามาด้วยก็จะดียิ่งขึ้น เพราะมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ ชอบโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้รู้สึกกังวลอยู่เหมือนกัน สรุปแล้ว สำหรับรถที่ใช้ในชีวิตประจำวัน C-HR เหมาะมากสำหรับการใช้ในประเทศไทย แต่ถ้าปรับปรุงในรายละเอียดอีกนิดก็จะสมบูรณ์แบบเลย!
4 ดีเยี่ยม
สายท่อ
เจ้าของ 2020 Toyota C-HR 1.8 HV Hi
ในฐานะเจ้าของรถ C-HR 1.8 HV Hi รุ่นปี 2020 ขับไปมาเกือบสองปี เคยขับไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่บ่อยครั้ง ขอพูดถึงสิ่งที่ประทับใจที่สุดก่อนเลยคือรูปลักษณ์ภายนอก——ตัวถังดูโฉบเฉี่ยวและมือจับประตูหลังแบบซ่อน เมื่อนำไปจอดที่ลานจอดรถ Central World ก็มักจะมีคนมองตาม บางครั้งก็มีป้าขายข้าวเหนียวมะม่วงชมว่า "รถดูเหมือนรถสปอร์ต" ให้ 5 คะแนนเต็มไม่มีลังเล! ในด้านสมรรถนะ รุ่น 1.8 ไฮบริดนี้เหมาะมากในเวลารถติดจนเหมือนลานจอดรถในกรุงเทพฯ อัตราเร่งเริ่มต้นเร็วไม่อืด เกียร์ CVT ทำงานได้นุ่มนวล แทบไม่มีการกระตุก ขณะใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. บนทางหลวงสามารถเร่งต่อได้อย่างไม่ลำบาก แค่เวลาไต่เขารู้สึกว่าพลังจะสำรองน้อยกว่ารถน้ำมันล้วนอยู่นิดหน่อย ให้ 4 คะแนนกำลังพอดี การออกแบบภายในเป็นสไตล์ที่ใช้งานได้ตามแบบฉบับโตโยต้า วัสดุผิวสัมผัสนุ่มมือ หน้าจอกลางใช้งานสะดวกดี แต่เสียดายนิดหน่อยที่รุ่นท็อปไม่ได้ให้แผงหน้าปัดแบบดิจิตอลมา นี่เป็นจุดเล็ก ๆ ที่รู้สึกพลาด ทำให้หักไป 1 คะแนน แต่รวม ๆ แล้วก็ยังพอใจมากทีเดียว ในด้านความปลอดภัย ถุงลมนิรภัยและฟังก์ชันช่วยขับที่ให้มานั้นช่วยได้เยอะมาก ครั้งล่าสุดที่ต้องหลบรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งตัดออกมาแบบกะทันหัน ระบบเบรกอัตโนมัติเข้าช่วยทันที ทำให้ไม่ชน แต่หากมีภาพรอบคัน 360 องศาด้วยคงช่วยให้ขับในตรอกแคบ ๆ ของไทยได้สบายใจยิ่งขึ้น ให้ 4 คะแนนน่าจะเหมาะสม โดยรวมแล้ว รถคันนี้เหมาะสำหรับการขับในสภาพถนนของไทยมาก ขับสบายทั้งมีสไตล์และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน คุ้มค่ามากทีเดียว!
1
2
3
4
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.8
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1798
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน,น้ำมันเบนซิน ไฮบริด
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
5200
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
3600
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
6.7,4.3,4.1,5.2
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
11
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
E-CVT,AT,CVT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ขนาดยางหน้า
215/60 R17,225/50 R18
ขนาดยางหลัง
215/60 R17,225/50 R18
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
B-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4360
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1795
ความสูง(มิลลิเมตร)
1565
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2640
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
377
มอเตอร์และแบตเตอรี่
กำลังมอเตอร์(PS)
72
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
163
ขนาดแบตเตอรี่
6.5
รูป Toyota C-HR
Toyota C-HR
รูป MG VS HEV
MG VS HEV
Toyota C-HR
vs
MG VS HEV
รูป Toyota C-HR
Toyota C-HR
รูป Toyota Yaris Cross
Toyota Yaris Cross
Toyota C-HR
vs
Toyota Yaris Cross
รูป Toyota C-HR
Toyota C-HR
รูป Honda HR-V
Honda HR-V
Toyota C-HR
vs
Honda HR-V
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

Toyota C-HR สามารถใช้งานได้นานแค่ไหน

รถ Toyota C-HR มือสอง สภาพดีไหม?

"สเปคของ Toyota Altis ปี 2020 คืออะไร?"