Q
BRZ 2022 มีเกียร์กี่เกียร์
สำหรับรุ่น 2022 ของ Subaru BRZ ที่วางขายในตลาดไทย มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 ความเร็วและเกียร์อัตโนมัติ 6 ความเร็ว โดยรุ่นเกียร์ธรรมดาจะให้ความรู้สึกในการขับที่ตรงไปตรงมาเหมาะสำหรับคนที่ชอบความสนุกสนานในการขับขี่บนถนนภูเขาหรือวันแข่งที่สนาม ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติจะตอบโจทย์มากกว่าในสภาพการจราจรติดขัดอย่างในกรุงเทพฯ เกียร์ของรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังคันนี้ถูกออกแบบอัตราทดใหม่ให้ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตรที่สามารถเร่งขึ้นไปถึง 7,000 รอบต่อนาที เพื่อดึงพลังทั้งหมด 197 แรงม้าได้อย่างเต็มที่ ในสภาพอากาศร้อนของไทยแนะนำให้ใช้น้ำมันเกียร์ที่มีความหนืดสูงเพื่อช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลมากขึ้น
ที่น่าสนใจคือการตั้งค่าเกียร์ของ BRZ รุ่นไทยจะแตกต่างจากรุ่นที่ขายในญี่ปุ่นเล็กน้อย เพื่อให้เหมาะสมกับคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงและสภาพถนนในประเทศ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายในไทยยังมีบริการเซ็ตพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับสภาพอากาศร้อนโดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน จำนวนเกียร์ของรุ่นธรรมดาถือเป็นมาตรฐานทั่วไปที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ประหยัดในชีวิตประจำวันและให้อัตราทดที่เพียงพอสำหรับการขับแบบสปอร์ต การจัดวางระบบเกียร์แบบนี้ถือเป็นลักษณะเด่นของรถสปอร์ตขนาดกลางในตลาดรถไทย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
2022 BRZ เป็นรถสมรรถนะสูงหรือไม่
รถสปอร์ต Subaru BRZ รุ่นปี 2022 นี่จัดว่าเป็นรถสมรรถนะสูงตัวจริงครับ มันมาพร้อมเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตร แบบดูดธรรมดา ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 249 นิวตันเมตร มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์ออโต้ ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังและการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การเข้าโค้งเนียนสุดๆ เร่ง 0-100 กม./ชม. ในราว 6.8 วินาที ถือว่าเหมาะมากสำหรับคนไทยที่ชอบความมันส์ในการขับขี่
ในตลาดไทย BRZ ได้เปรียบเรื่องขนาดตัวที่กะทัดรัดและการควบคุมที่คล่องตัว โดยเฉพาะเวลาขับบนเส้นทางเขาสลับซับซ้อนแถวเชียงใหม่ หรือสนามแข่งขนาดเล็กรอบๆ กรุงเทพฯ นอกจากนี้เครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ยังสั่นน้อยและจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยให้รถทรงตัวได้ดีที่ความเร็วสูง แม้ว่าตัวเลขกำลังอาจสู้รถเทอร์โบบางรุ่นไม่ได้ แต่เครื่องดูดธรรมดาให้ความรู้สึกการเร่งที่ลื่นไหลและการควบคุมที่แม่นยำกว่า ซึ่งตอบโจทย์คนรักการขับขี่แบบจัดเต็ม แถมยังอัพเกรดง่าย มีร้านแต่งรถหลายเจ้าในไทยที่พร้อมอัพสเปคให้ BRZ อยู่แล้ว
ถ้าคุณกำลังมองหารถสปอร์ตญี่ปุ่นราคาไม่แพง ที่ให้ความรู้สึกการขับที่บริสุทธิ์แบบนี้ BRZ รุ่น 2022 นี่ถือว่าตัวเลือกที่น่าจับตามองครับ แค่ต้องระวังเรื่องอากาศร้อนของไทยที่อาจกระทบกับเครื่องดูดธรรมดานิดหน่อย แนะนำให้ดูแลระบบระบายความร้อนให้ดีเป็นประจำก็พอ
Q
ความเร็วสูงสุดของ BRZ ปี 2022 คือเท่าไร
สปีดสูงสุดของ Subaru BRZ รุ่นปี 2022 ที่ประมาณ 225 กม./ชม. (ถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) รถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตร แบบดูดธรรมดา ให้กำลังสูงสุด 228 แรงม้า คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์ออโต้ ในสภาพอากาศร้อนของไทยแนะนำให้ระวังเรื่องการระบายความร้อนของเครื่องหน่อยนะ ส่วนเรื่องเซ็ตอัพช่วงล่างของ BRZ นั้นเน้นไปที่ความมันส์ในการขับขี่ เล่นโค้งแถบภาคเหนือหรือจะขับบนทางด่วนในเมืองก็ได้ แต่ต้องอย่าลืมว่าบางเส้นทางในไทยจำกัดความเร็วแค่ 120 กม./ชม. ถ้าเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว ตัว BRZ มีน้ำหนักเบาประมาณ 1.3 ตัน และดีไซน์จุดศูนย์ถ่วงต่ำช่วยเรื่องประหยัดน้ำมัน แนะนำให้ใช้เบนซิน 95 สำหรับรุ่นที่ขายในไทยเพื่อประสิทธิภาพที่ดีสุด ถ้าต้องขับบ่อยๆในกรุงเทพฯที่รถติดเป็นประจำ อาจจะเลือกรุ่นเกียร์ออโต้ดีกว่า เพราะระบบเปลี่ยนเกียร์ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
Q
2022 BRZ เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือไม่
สปอร์ตคาร์สับารุ BRZ รุ่นปี 2022 ไม่ได้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) แบบที่หลายคนคุ้นเคย แต่เลือกใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) แบบเน้นความมันส์ในการขับขี่ โดยเฉพาะเวล้าโค้งที่ให้ความรู้สึกตรงตัวกว่า พาวเวอร์ส่งถึงล้อหลังได้เต็มที่ แถมท้ายยังดูกระฉับกระเฉงเหมาะกับถนนเส้นคดเคี้ยวแบบบ้านเราในไทย การออกแบบแบบ RWD นี้ยังทำให้ BRZ เป็นที่นิยมในวงการแต่งรถด้วย เพราะคนไทยชอบอัพเกรดระบบช่วงล่างหรือเปลี่ยนยางเพื่อเพิ่มศักยภาพของรถต่อ แม้ว่าระบบ AWD จะดูเหนือกว่าในวันที่ถนนลื่นๆ แต่ BRZ ก็ตอบโจทย์ด้วย LSD (ล็อกเฟืองท้าย) และการกระจายน้ำหนักตัวรถที่สมดุล ช่วยเกาะถนนได้มั่นใจแม้ในฤดูฝนของไทย ถ้าอยากได้รถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้งานได้ทุกสภาพ ลองมองตัวอื่นอย่าง WRX หรือ ฟอเรสเตอร์ แต่จุดขายของ BRZ อยู่ที่ประสบการณ์การขับที่เริ่ดจริงๆ แนะนำให้เช็คสภาพยางและระบบระบายความร้อนบ่อยๆ โดยเฉพาะกับอากาศร้อนๆ แบบไทย จะได้ขับมันส์ได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องความมั่นใจของรถนะ
Q
รถ BRZ ปี 2022 มี CVT หรือไม่
สำหรับรุ่นปี 2022 ของ Subaru BRZ ที่วางขายในตลาดไทย จะมีเฉพาะรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเท่านั้น โดยไม่ได้มีตัวเลือกเกียร์ CVT ให้เลือก รถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังคันนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความสนุกสนานในการขับขี่เป็นหลัก เหมาะกับคนไทยที่ชื่นชอบความรู้สึกจากการควบคุมเกียร์มืออาชีพ ด้วยเครื่องยนต์แบบ Boxer และการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ที่ช่วยให้การขับขี่ในเส้นทางคดเคี้ยวแถบภูเขาหรือในเมืองของไทยรู้สึกกระชับและคล่องตัว แม้ว่าเกียร์ CVT จะได้รับความนิยมในตลาดไทย โดยเฉพาะในเมืองที่ให้ความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน แต่สำหรับรถสปอร์ตอย่าง BRZ แล้ว การคงเกียร์ธรรมดาไว้ถือเป็นการรักษาความรู้สึกการขับขี่ที่แท้จริง ส่วนลูกค้าที่ต้องการเกียร์อัตโนมัติอาจมองหารุ่นอื่นในระดับเดียวกัน แต่ต้องไม่ลืมว่าเสน่ห์ของ BRZ อยู่ที่เกียร์มือซึ่งช่วยให้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของรถสปอร์ตได้เต็มที่ นอกจากนี้ระบบระบายความร้อนยังได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทย ช่วยให้มั่นใจในประสิทธิภาพแม้ต้องขับแบบสุดมัน
Q
รถ Subaru BRZ ปี 2022 เร็วไหม
สับารุ BRZ รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยคือรถสปอร์ตระดับเอนทรี่ที่เน้นความสนุกในการขับขี่ ขุมพลังเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตร แบบแอตโมสเฟียร์ให้กำลังสูงสุด 235 แรงม้าและแรงบิด 250 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือออโตเมติก เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในประมาณ 6.8 วินาที สำหรับถนนคดเคี้ยวแบบไทยไม่ว่าจะเป็นเส้นทางภูเขาหรือทางด่วนในเมือง พลังงานขนาดนี้ถือว่าเฉียบคมและให้อารมณ์ขับที่สนุกสุดๆ พิเศษตรงที่ระบบขับเคลื่อนล้อหลังและการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำของ BRZ เหมาะมากกับเส้นทางขับขี่สุดฮิตในไทย เช่น ถนนลัดเขาที่เชียงใหม่หรือโคสต์โรดที่หัวหิน ให้ความรู้สึกเข้าโค้งที่แม่นยำสุดๆ แม้ความเร็วสูงสุดอาจไม่ใช่ระดับท็อปของรุ่นเดียวกัน แต่ด้วยน้ำหนักตัวเบาเพียง 1.3 ตันและการกระจายน้ำหนัก 50:50 ระหว่างล้อหน้า-หลัง ทำให้ยังเกาะถนนได้ดีแม้ในสภาพถนนเปียกชื้นของไทย ถ้าคิดถึงอากาศร้อนแบบไทย แนะนำให้อัพเกรดชุดระบายความร้อนจากศูนย์แสดงเพื่อการขับขี่แบบเร่งสูงสุดต่อเนื่องได้ดีขึ้น ในราคาใกล้เคียงกัน BRZ ให้ความรู้สึกในการขับที่ตรงไปตรงมากว่ารถฮอตแฮตchด์ส่วนใหญ่ที่ขับเคลื่อนล้อหน้า แต่พื้นที่ภายในและความสบายอาจเหมาะกับคนรักการขับสปอร์ตตัวจริงมากกว่า เหมาะสุดสำหรับวัยรุ่นไทยที่หลงใหลในความรู้สึกเชิงกลแบบเพียวๆ
Q
อะไรคือความพิเศษเกี่ยวกับ Subaru BRZ 2022
สับารุ BRZ รุ่นปี 2022 เป็นรถสปอร์ตขับหลังที่คนไทยชื่นชอบมาก จุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตร แบบอัตโนมัติใหม่ล่าสุด ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 235 แรงม้า แรงกว่ากันชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่ใช้เครื่อง 2.0 ลิตร แถมยังคงรักษาสัดส่วนน้ำหนักหน้า-หลัง 50:50 แบบคลาสสิกและการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การควบคุมรถแม่นยำและคล่องตัวขึ้น เหมาะสุดๆ สำหรับขับเลี้ยวรับถนนเขาของไทย ส่วนภายในก็อัพเกรดทั้งวัสดุและเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น จอทัชสกรีน 8 นิ้วและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ทำให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น อีกทั้งระบบระบายความร้อนยังถูกปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทยด้วย ที่น่าสนใจคือ BRZ นี้เป็นรถคู่แฝดกับโตโยต้า GR86 แต่เวอร์ชั่นสับารุจะเน้นความรู้สึกเชิงกลมากกว่าและตั้งค่าตัวถังต่างนิดหน่อย คนไทยสามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ชอบ แม้รถคันนี้จะนำเข้าและราคาสูงสักหน่อย แต่ให้ความสนุกของการขับขี่แบบเต็มๆ เหมาะมากๆ สำหรับวัยรุ่นไทยที่อยากได้ทั้งความมันส์และความสบายในชีวิตประจำวัน
Q
2022 BRZ ใช้เวลากี่วินาทีในการเร่งจาก 0 ถึง 60
Subaru BRZ รุ่นปี 2022 สามารถเร่งจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 0–96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ได้ภายในราว 62 วินาที สมรรถนะนี้มาจากเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 4 สูบนอน ขนาด 24 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติ ที่ให้กำลังสูงสุด 228 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 249 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ มอบการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมและความสนุกในการขับขี่ สำหรับสภาพอากาศร้อนและการจราจรที่คับคั่งในประเทศไทย แนะนำให้ผู้ขับระวังเรื่องการระบายความร้อนของเครื่องยนต์เมื่อขับขี่แบบเร่งสมรรถนะ และควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะเพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุด BRZ ในฐานะรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง มีความแม่นยำด้านการควบคุมที่โดดเด่นบนถนนภูเขาหรือสนามแข่งของไทย แต่ควรระวังการยึดเกาะถนนที่ลดลงในฤดูฝน หากต้องการการเร่งที่ดียิ่งขึ้น สามารถพิจารณาอัปเกรดยางสมรรถนะสูงหรือใช้ล้อแม็กน้ำหนักเบา แต่ควรปฏิบัติตามกฎหมายจราจรไทยด้วย อีกทั้ง BRZ ใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ Toyota GR86 ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชื่นชอบการแต่งรถในไทย อย่างไรก็ตาม การเซ็ตอัปมาตรฐานจากโรงงานก็เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันและการขับในสนามแข่งเป็นครั้งคราว
Q
การส่งกำลังใน BRZ 2022 คืออะไร
Subaru BRZ รุ่นปี 2022 ที่ทำตลาดในประเทศไทยมาพร้อมตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (6MT) และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมโหมดแมนนวล (6AT) โดยเกียร์ธรรมดาเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการความสนุกในการขับขี่ เนื่องจากประเทศไทยมีทั้งเส้นทางภูเขาและวัฒนธรรมการแข่งรถที่เข้มข้นทำให้เกียร์ธรรมดามอบประสบการณ์ควบคุมที่ตรงไปตรงมามากกว่า ขณะที่เกียร์อัตโนมัติจะตอบโจทย์การใช้งานบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นเช่นในกรุงเทพฯ ได้ดีกว่า ระบบเกียร์นี้ทำงานเข้ากับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ FA24 ได้อย่างลงตัว ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นพร้อมทั้งมีประสิทธิภาพด้านความประหยัดน้ำมันที่น่าพอใจซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดไทยที่มีต่อรถสปอร์ตญี่ปุ่นที่เน้นสมรรถนะ อีกทั้งเกียร์ของ BRZ ยังถูกออกแบบให้มีระยะเข้าเกียร์สั้นซึ่งตรงกับสไตล์การเซตอัปแบบสปอร์ตที่ผู้บริโภควัยรุ่นชาวไทยนิยม พร้อมทั้งยังมีความทนทานที่ผ่านการพิสูจน์แล้วในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเขตร้อนและมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ค่อนข้างต่ำจึงเหมาะกับการใช้งานในประเทศไทย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับแต่งระบบเกียร์รุ่นนี้ยังมีศักยภาพในการเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรองรับการเพิ่มสมรรถนะซึ่งเป็นความต้องการที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้ใช้รถชาวไทย
Q
2022 BRZ มีแรงม้าเท่าไหร่
สับารุ BRZ รุ่นปี 2022 มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ Boxer 4 สูบ 2.4 ลิตร แบบแอตโมสเฟียร์ ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า (173 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 249 นิวตันเมตร ซึ่งแรงกว่ามากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เครื่องยนต์นี้ใช้เทคโนโลยี Direct Injection คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์ออโต้ 6 สปีด ให้ความรู้สึกเร่งที่เฉียบคม พิสูจน์แล้วว่าเหมาะกับถนนคดเคี้ยวและเมืองไทยแบบสุดๆ BRZ ในฐานะรถสปอร์ตขับหลัง ได้รับความนิยมจากแฟนๆ ชาวไทยด้วยการควบคุมที่แม่นยำและการกระจายน้ำหนักตัวรถที่สมดุล ในตลาดไทย รถคันนี้โดดเด่นด้วยราคาที่คุ้มค่าและศักยภาพในการแต่งที่สูง เครื่องยนต์แบบแอตโมสเฟียร์ให้กำลังแบบลื่นไหล พร้อมด้วยจุดศูนย์ถ่วงต่ำจากดีไซน์เครื่องแบบ Boxer ทำให้ BRZ แม้ในสภาพอากาศร้อนๆ ของไทยก็ยังคงเสถียร ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันก็อยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะทั้งขับในเมืองวันธรรมดาและลุยถนนลัดเขาในวันหยุด
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
Drum brake หมายถึง ระบบเบรกที่ใช้ดรัม (Drum) หรือกระบอกกลมเป็นส่วนหลักของกลไกการเบรก โดยภายในดรัมจะมีก้านเบรกที่เรียกว่าผ้าเบรก (Brake Shoe) ทำหน้าที่กดและสร้างแรงเสียดทานกับดรัมเมื่อเหยียบเบรก เพื่อช่วยลดความเร็วหรือหยุดการเคลื่อนที่ของยานพาหนะ
เบรกดรัมเป็นระบบเบรกรถยนต์ที่พบได้ทั่วไป โดยโครงสร้างหลักประกอบด้วย ดรัมเบรก ผ้าเบรก กระบอกสูบเบรก และสปริงดึงกลับ เป็นต้น ดรัมเบรกจะหมุนตามล้อรถ เมื่อเบรกทำงาน ผ้าเบรกจะถูกดันโดยกระบอกสูบเบรกให้กดเข้ากับผิวด้านในของดรัมเบรก สร้างแรงเสียดทานเพื่อให้เกิดการหยุดรถ
เบรกดรัมแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ แบบขยายจากภายในและแบบรัดจากภายนอก โดยแบบขยายจากภายในมีการใช้งานกว้างขวางกว่า และยังสามารถแบ่งย่อยตามกลไกการทำงานได้เป็น 3 ชนิดคือ ชนิดกระบอกสูบ ชนิดคัม และชนิดลิ่ม
โดยทั่วไปเบรกดรัมจะใช้ที่ล้อหลัง ในรถบางรุ่นอาจมีการรวมกลไกเบรกมือแบบดรัมไว้ในระบบเบรกดิสก์ล้อหลัง เมื่อเปรียบเทียบกับเบรกดิสก์แล้ว เบรกดรัมมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าและมีส่วนประกอบมากกว่า เช่น สปริงจำกัดระยะและตัวปรับแต่ง แต่ให้แรงเบรกที่มากกว่าในราคาที่ต่ำกว่า จึงเหมาะสำหรับรถระดับกลางถึงระดับเริ่มต้นและรถประหยัด
ตลาดระบบเบรกดรัมทั่วโลกถูกครอบครองโดยผู้ผลิตชั้นนำเช่น Akebono Brake Industry และ ZF TRW โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์พัฒนาต่อไป เทคโนโลยีเบรกดรัมก็ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้วัสดุฝืดที่มีความทนทานสูงขึ้นและการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
Q
มีกี่ประเภทของเบรกรถยนต์?
ระบบเบรกของรถยนต์มีหลักๆ 5 ประเภท ได้แก่ ระบบเบรกเสียดสี ระบบเบรกไฮดรอลิก ระบบเบรกอากาศบีบอัด ระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเบรกรีเจเนเรชัน โดยระบบเบรกเสียดสีเป็นที่พบมากที่สุด มี 2 รูปแบบ คือ แผ่นเบรก (ดิสก์เบรก) และ ดรัมเบรก
แผ่นเบรกทำงานโดยการใช้คาลิปเปอร์กดจับจานเบรกที่หมุนเพื่อสร้างแรงเบรก มีประสิทธิภาพการระบายความร้อนดีและตอบสนองเร็ว ใช้กันอย่างแพร่หลายในล้อหน้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถสมรรถนะสูง ส่วนแผ่นเบรกแบบระบายอากาศยังสามารถลดปัญหาการสูญเสียประสิทธิภาพจากความร้อนได้อีกด้วย
ดรัมเบรกทำงานโดยการใช้ผ้าเบรกขยายออกเพื่อเสียดสีกับผนังด้านในของดรัมเบรก มีโครงสร้างเรียบง่ายและต้นทุนต่ำ แต่ระบายความร้อนได้ไม่ดีและมีแนวโน้มจะสูญเสียประสิทธิภาพเมื่อร้อน มักใช้ในล้อหลังของรถบรรทุกขนาดเล็กหรือรถประหยัดพลังงาน
ระบบเบรกจอดอิเล็กทรอนิกส์ (EPB) ใช้การควบคุมด้วยปุ่มแทนเบรกมือแบบดั้งเดิม มีฟังก์ชันจอดรถอัตโนมัติ แต่ต้องพึ่งพาความเสถียรของระบบอิเล็กทรอนิกส์
ระบบเบรกอากาศบีบอัดออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถบรรทุก โดยใช้อากาศอัดให้แรงเบรกที่ทรงพลัง
ระบบเบรกรีเจเนเรชันเป็นเทคโนโลยีพิเศษสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า สามารถแปลงพลังงานจลน์เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อเก็บกลับคืน
ในตลาดไทย รถยนต์ทั่วไปมักใช้ระบบแผ่นเบรกด้านหน้าและดรัมเบรกด้านหลัง หรือแผ่นเบรกทั้งสี่ล้อ ส่วนรถระดับสูงบางรุ่นอาจติดตั้งจานเบรกเซรามิกหรือระบบเบรกมืออิเล็กทรอนิกส์ ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและลักษณะการขับขี่ แต่ควรระวังว่าดรัมเบรกในช่วงฤดูฝนอาจมีประสิทธิภาพลดลงชั่วคราวจากน้ำที่เข้าไป และการตรวจสอบความหนาของผ้าเบรกและระดับน้ำมันเบรกเป็นสิ่งจำเป็นในการบำรุงรักษา
Q
ระบบเบรก ABS ควรกดใช้อย่างไร?
วิธีที่ถูกต้องในการใช้ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) คือ การเหยียบแป้นเบรกให้แน่นจนสุดและรักษาแรงกดให้คงที่ในระหว่างการเบรกฉุกเฉิน ระบบจะตรวจสอบสภาพล้อผ่านเซ็นเซอร์ความเร็วล้อและปรับแรงดันเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันล้อล็อก หากคุณรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนของแป้นเบรกหรือได้ยินเสียงการทำงานในระหว่างการใช้งาน นั่นเป็นเรื่องปกติ อย่าปล่อยแป้นเบรก มิเช่นนั้นจะทำให้การทำงานของ ABS หยุดชะงักและเพิ่มระยะเบรก โปรดทราบว่า ABS ไม่ได้ทำงานทุกครั้งที่เบรก มันจะทำงานก็ต่อเมื่อล้อกำลังจะล็อกเท่านั้น หน้าที่หลักของมันคือการรักษาการควบคุมพวงมาลัยของรถมากกว่าการลดระยะเบรกโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นผิวที่เปียกหรือลื่น ซึ่งระยะเบรกอาจยาวกว่าในรถยนต์ที่ไม่มี ABS ในการขับขี่ประจำวัน ให้รักษาระยะห่างที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเลี้ยวที่หักศอก และตรวจสอบน้ำมันเบรกเป็นประจำ (ใช้ตามข้อกำหนด DOT3 หรือ DOT4 และเปลี่ยนทุกปี) ความสะอาดของเซ็นเซอร์ความเร็วล้อ และสภาพของยาง (แรงดันลมยางและข้อกำหนดเดียวกันสำหรับแต่ละเพลา) หากไฟเตือน ABS บนแผงหน้าปัดสว่างขึ้น ให้ตรวจสอบทันที หากไฟเตือนเบรกมือและไฟเตือนเบรกมือติดพร้อมกัน ให้หยุดรถทันทีและรอความช่วยเหลือ แก้ไขนิสัยการเบรกแบบ "ปั๊ม" เดิมๆ การเบรกอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ระบบ ABS ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบจะใช้การควบคุมแรงดันความถี่สูง (มากถึงหลายสิบครั้งต่อวินาที) เพื่อรักษาสภาพการหมุนของล้อให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ซึ่งช่วยป้องกันการเบรกล้มเหลวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ยังคงต้องคาดการณ์สภาพถนนล่วงหน้า เนื่องจากไม่สามารถฝ่าฝืนข้อจำกัดทางกายภาพได้
Q
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเบรกที่ติดอยู่จะเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเบรกที่ล็อคเกิดความแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ส่วนประกอบที่เสียหาย และช่องทางการซ่อมที่แตกต่างกัน
สำหรับรถรุ่นธรรมดา หากเบรกล็อคเนื่องจากแผ่นเบรกสึกค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแผ่นเบรกล้อหน้าประมาณ 200-800 บาท และล้อหลังประมาณ 300-500 บาท
สำหรับรถไฟฟ้า ค่าเปลี่ยนแผ่นเบรกล้อหน้าประมาณ 20-30 บาท และล้อหลัง 35-40 บาท
หากต้องเปลี่ยนดิสก์เบรก ค่าใช้จ่ายต่อล้อประมาณ 500-1500 บาท
ค่าเปลี่ยนน้ำมันเบรกประมาณ 100-300 บาท
สำหรับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น ปั๊มเบรกเสีย ค่าใช้จ่ายประมาณ 300-1000 บาท
การซ่อมบูสเตอร์เบรกที่เสียหาย ค่าใช้จ่ายประมาณ 800-1500 บาท
สำหรับรถรุ่นระดับสูง หรือปัญหาในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น โมดูล ABS) ค่าใช้จ่ายในการซ่อมจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การเปลี่ยนในศูนย์บริการอาจถึง 4000-9000 บาท ในขณะที่ร้านซ่อมทั่วไป ค่าใช้จ่ายมักต่ำกว่า 30%-40%
แนะนำให้ทำการวินิจฉัยโดยมืออาชีพก่อนเพื่อระบุปัญหาเฉพาะเจาะจง
เลือกอะไหล่จากโรงงานหรืออะไหล่ที่ได้รับการรับรองเพื่อให้แน่ใจในความปลอดภัย
นอกจากนี้ ค่าซ่อมจากผู้ให้บริการแต่ละรายอาจแตกต่างกันถึง 20%-50% ดังนั้นการเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้
Q
ความแตกต่างระหว่างเบรกหน้าและเบรกหลังคืออะไร?
เบรกหน้าและเบรกหลังของมอเตอร์ไซค์มีความแตกต่างที่สำคัญในเรื่องของโครงสร้าง ฟังก์ชัน และสถานการณ์การใช้งาน
เบรกหน้าโดยทั่วไปตั้งอยู่ที่ตำแหน่งมือขวา ใช้ระบบเบรกดิสก์ขนาดใหญ่ สามารถให้แรงเบรกประมาณ 70% หลักการของมันคือการเพิ่มแรงเสียดทานของล้อหน้าโดยการเคลื่อนย้ายจุดศูนย์ถ่วงของรถไปข้างหน้า เพื่อให้การลดความเร็วที่มีประสิทธิภาพและไม่ล็อกล้อง่าย เหมาะสำหรับการเบรกกะทันหัน
เบรกหลังส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำแหน่งมือซ้ายหรือควบคุมด้วยเท้าขวา อาจใช้ระบบเบรกดรัมหรือเบรกดิสก์ขนาดเล็กกว่า รับผิดชอบแรงเบรกประมาณ 30% แต่การใช้มากเกินไปอาจทำให้ล้อหลังล็อกและลื่นไถล โดยเฉพาะบนถนนที่ลื่นควรใช้งานอย่างระมัดระวัง
ในด้านเทคนิค เบรกหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกโดยการเปลี่ยนพลังงานจลน์ของรถเป็นแรงกดลง ในขณะที่เบรกหลังใช้เป็นส่วนใหญ่สำหรับการเบรกช่วยเหลือในความเร็วต่ำและการควบคุมสมดุล
สำหรับการบำรุงรักษาในชีวิตประจำวันควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกเป็นประจำ ทำความสะอาดชิ้นส่วนเบรก และตรวจสอบความหนาของแผ่นเบรก ระบบเบรกประสิทธิภาพสูงและยางรถชนิดพิเศษสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกบนถนนที่ลื่นได้อย่างมีนัยสำคัญ
แนะนำให้ผู้ขับขี่เรียนรู้ทักษะการเบรกแบบค่อยเป็นค่อยไป ในความเร็วสูงควรใช้เบรกหน้าและหลังร่วมกันและร่วมกับการเคลื่อนย้ายจุดศูนย์ถ่วงไปข้างหลัง ในการลงเนินควรใช้เทคนิคการเบรกเป็นจังหวะ ผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นระบบสามารถเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Subaruเปลี่ยนรูปแบบในประเทศไทยเป็นการขายแบบนำเข้า รุ่นใหม่ของForesterจะเปิดตัวในเดือนตุลาคม
สุรเดชSep 30, 2025

Subaru จดทะเบียนชื่อรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ส่อเค้าปรับเกมสู่ยุค EV เต็มตัว
ณัฐวุฒิAug 8, 2025

Uncharted ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าคันแรกจาก Subaru ขับเคลื่อนล้อหน้า วิ่งไกล 482 กม.
พงศธรJul 18, 2025

SUBARU REXมีเทคโนโลยีไฮบริดที่เหมือนและแตกต่างจากNissan e-POWERอย่างไรบ้าง?
วิรุฬห์Jun 24, 2025

Subaru Outback ใหม่ปรากฏตัว ลักษณะการออกแบบขายตามสไตล์ของ SUV
ณัฐวุฒิApr 22, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย