Q
การส่งกำลังใน BRZ 2022 คืออะไร
Subaru BRZ รุ่นปี 2022 ที่ทำตลาดในประเทศไทยมาพร้อมตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (6MT) และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมโหมดแมนนวล (6AT) โดยเกียร์ธรรมดาเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการความสนุกในการขับขี่ เนื่องจากประเทศไทยมีทั้งเส้นทางภูเขาและวัฒนธรรมการแข่งรถที่เข้มข้นทำให้เกียร์ธรรมดามอบประสบการณ์ควบคุมที่ตรงไปตรงมามากกว่า ขณะที่เกียร์อัตโนมัติจะตอบโจทย์การใช้งานบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นเช่นในกรุงเทพฯ ได้ดีกว่า ระบบเกียร์นี้ทำงานเข้ากับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ FA24 ได้อย่างลงตัว ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นพร้อมทั้งมีประสิทธิภาพด้านความประหยัดน้ำมันที่น่าพอใจซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดไทยที่มีต่อรถสปอร์ตญี่ปุ่นที่เน้นสมรรถนะ อีกทั้งเกียร์ของ BRZ ยังถูกออกแบบให้มีระยะเข้าเกียร์สั้นซึ่งตรงกับสไตล์การเซตอัปแบบสปอร์ตที่ผู้บริโภควัยรุ่นชาวไทยนิยม พร้อมทั้งยังมีความทนทานที่ผ่านการพิสูจน์แล้วในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเขตร้อนและมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ค่อนข้างต่ำจึงเหมาะกับการใช้งานในประเทศไทย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับแต่งระบบเกียร์รุ่นนี้ยังมีศักยภาพในการเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรองรับการเพิ่มสมรรถนะซึ่งเป็นความต้องการที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้ใช้รถชาวไทย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
2022 BRZ เป็นรถสมรรถนะสูงหรือไม่
รถสปอร์ต Subaru BRZ รุ่นปี 2022 นี่จัดว่าเป็นรถสมรรถนะสูงตัวจริงครับ มันมาพร้อมเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตร แบบดูดธรรมดา ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 249 นิวตันเมตร มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์ออโต้ ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังและการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การเข้าโค้งเนียนสุดๆ เร่ง 0-100 กม./ชม. ในราว 6.8 วินาที ถือว่าเหมาะมากสำหรับคนไทยที่ชอบความมันส์ในการขับขี่
ในตลาดไทย BRZ ได้เปรียบเรื่องขนาดตัวที่กะทัดรัดและการควบคุมที่คล่องตัว โดยเฉพาะเวลาขับบนเส้นทางเขาสลับซับซ้อนแถวเชียงใหม่ หรือสนามแข่งขนาดเล็กรอบๆ กรุงเทพฯ นอกจากนี้เครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ยังสั่นน้อยและจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยให้รถทรงตัวได้ดีที่ความเร็วสูง แม้ว่าตัวเลขกำลังอาจสู้รถเทอร์โบบางรุ่นไม่ได้ แต่เครื่องดูดธรรมดาให้ความรู้สึกการเร่งที่ลื่นไหลและการควบคุมที่แม่นยำกว่า ซึ่งตอบโจทย์คนรักการขับขี่แบบจัดเต็ม แถมยังอัพเกรดง่าย มีร้านแต่งรถหลายเจ้าในไทยที่พร้อมอัพสเปคให้ BRZ อยู่แล้ว
ถ้าคุณกำลังมองหารถสปอร์ตญี่ปุ่นราคาไม่แพง ที่ให้ความรู้สึกการขับที่บริสุทธิ์แบบนี้ BRZ รุ่น 2022 นี่ถือว่าตัวเลือกที่น่าจับตามองครับ แค่ต้องระวังเรื่องอากาศร้อนของไทยที่อาจกระทบกับเครื่องดูดธรรมดานิดหน่อย แนะนำให้ดูแลระบบระบายความร้อนให้ดีเป็นประจำก็พอ
Q
ความเร็วสูงสุดของ BRZ ปี 2022 คือเท่าไร
สปีดสูงสุดของ Subaru BRZ รุ่นปี 2022 ที่ประมาณ 225 กม./ชม. (ถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) รถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตร แบบดูดธรรมดา ให้กำลังสูงสุด 228 แรงม้า คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์ออโต้ ในสภาพอากาศร้อนของไทยแนะนำให้ระวังเรื่องการระบายความร้อนของเครื่องหน่อยนะ ส่วนเรื่องเซ็ตอัพช่วงล่างของ BRZ นั้นเน้นไปที่ความมันส์ในการขับขี่ เล่นโค้งแถบภาคเหนือหรือจะขับบนทางด่วนในเมืองก็ได้ แต่ต้องอย่าลืมว่าบางเส้นทางในไทยจำกัดความเร็วแค่ 120 กม./ชม. ถ้าเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว ตัว BRZ มีน้ำหนักเบาประมาณ 1.3 ตัน และดีไซน์จุดศูนย์ถ่วงต่ำช่วยเรื่องประหยัดน้ำมัน แนะนำให้ใช้เบนซิน 95 สำหรับรุ่นที่ขายในไทยเพื่อประสิทธิภาพที่ดีสุด ถ้าต้องขับบ่อยๆในกรุงเทพฯที่รถติดเป็นประจำ อาจจะเลือกรุ่นเกียร์ออโต้ดีกว่า เพราะระบบเปลี่ยนเกียร์ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
Q
2022 BRZ เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือไม่
สปอร์ตคาร์สับารุ BRZ รุ่นปี 2022 ไม่ได้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) แบบที่หลายคนคุ้นเคย แต่เลือกใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) แบบเน้นความมันส์ในการขับขี่ โดยเฉพาะเวล้าโค้งที่ให้ความรู้สึกตรงตัวกว่า พาวเวอร์ส่งถึงล้อหลังได้เต็มที่ แถมท้ายยังดูกระฉับกระเฉงเหมาะกับถนนเส้นคดเคี้ยวแบบบ้านเราในไทย การออกแบบแบบ RWD นี้ยังทำให้ BRZ เป็นที่นิยมในวงการแต่งรถด้วย เพราะคนไทยชอบอัพเกรดระบบช่วงล่างหรือเปลี่ยนยางเพื่อเพิ่มศักยภาพของรถต่อ แม้ว่าระบบ AWD จะดูเหนือกว่าในวันที่ถนนลื่นๆ แต่ BRZ ก็ตอบโจทย์ด้วย LSD (ล็อกเฟืองท้าย) และการกระจายน้ำหนักตัวรถที่สมดุล ช่วยเกาะถนนได้มั่นใจแม้ในฤดูฝนของไทย ถ้าอยากได้รถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้งานได้ทุกสภาพ ลองมองตัวอื่นอย่าง WRX หรือ ฟอเรสเตอร์ แต่จุดขายของ BRZ อยู่ที่ประสบการณ์การขับที่เริ่ดจริงๆ แนะนำให้เช็คสภาพยางและระบบระบายความร้อนบ่อยๆ โดยเฉพาะกับอากาศร้อนๆ แบบไทย จะได้ขับมันส์ได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องความมั่นใจของรถนะ
Q
BRZ 2022 มีเกียร์กี่เกียร์
สำหรับรุ่น 2022 ของ Subaru BRZ ที่วางขายในตลาดไทย มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 ความเร็วและเกียร์อัตโนมัติ 6 ความเร็ว โดยรุ่นเกียร์ธรรมดาจะให้ความรู้สึกในการขับที่ตรงไปตรงมาเหมาะสำหรับคนที่ชอบความสนุกสนานในการขับขี่บนถนนภูเขาหรือวันแข่งที่สนาม ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติจะตอบโจทย์มากกว่าในสภาพการจราจรติดขัดอย่างในกรุงเทพฯ เกียร์ของรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังคันนี้ถูกออกแบบอัตราทดใหม่ให้ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตรที่สามารถเร่งขึ้นไปถึง 7,000 รอบต่อนาที เพื่อดึงพลังทั้งหมด 197 แรงม้าได้อย่างเต็มที่ ในสภาพอากาศร้อนของไทยแนะนำให้ใช้น้ำมันเกียร์ที่มีความหนืดสูงเพื่อช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลมากขึ้น
ที่น่าสนใจคือการตั้งค่าเกียร์ของ BRZ รุ่นไทยจะแตกต่างจากรุ่นที่ขายในญี่ปุ่นเล็กน้อย เพื่อให้เหมาะสมกับคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงและสภาพถนนในประเทศ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายในไทยยังมีบริการเซ็ตพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับสภาพอากาศร้อนโดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน จำนวนเกียร์ของรุ่นธรรมดาถือเป็นมาตรฐานทั่วไปที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ประหยัดในชีวิตประจำวันและให้อัตราทดที่เพียงพอสำหรับการขับแบบสปอร์ต การจัดวางระบบเกียร์แบบนี้ถือเป็นลักษณะเด่นของรถสปอร์ตขนาดกลางในตลาดรถไทย
Q
รถ BRZ ปี 2022 มี CVT หรือไม่
สำหรับรุ่นปี 2022 ของ Subaru BRZ ที่วางขายในตลาดไทย จะมีเฉพาะรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเท่านั้น โดยไม่ได้มีตัวเลือกเกียร์ CVT ให้เลือก รถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังคันนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความสนุกสนานในการขับขี่เป็นหลัก เหมาะกับคนไทยที่ชื่นชอบความรู้สึกจากการควบคุมเกียร์มืออาชีพ ด้วยเครื่องยนต์แบบ Boxer และการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ที่ช่วยให้การขับขี่ในเส้นทางคดเคี้ยวแถบภูเขาหรือในเมืองของไทยรู้สึกกระชับและคล่องตัว แม้ว่าเกียร์ CVT จะได้รับความนิยมในตลาดไทย โดยเฉพาะในเมืองที่ให้ความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน แต่สำหรับรถสปอร์ตอย่าง BRZ แล้ว การคงเกียร์ธรรมดาไว้ถือเป็นการรักษาความรู้สึกการขับขี่ที่แท้จริง ส่วนลูกค้าที่ต้องการเกียร์อัตโนมัติอาจมองหารุ่นอื่นในระดับเดียวกัน แต่ต้องไม่ลืมว่าเสน่ห์ของ BRZ อยู่ที่เกียร์มือซึ่งช่วยให้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของรถสปอร์ตได้เต็มที่ นอกจากนี้ระบบระบายความร้อนยังได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทย ช่วยให้มั่นใจในประสิทธิภาพแม้ต้องขับแบบสุดมัน
Q
รถ Subaru BRZ ปี 2022 เร็วไหม
สับารุ BRZ รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยคือรถสปอร์ตระดับเอนทรี่ที่เน้นความสนุกในการขับขี่ ขุมพลังเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตร แบบแอตโมสเฟียร์ให้กำลังสูงสุด 235 แรงม้าและแรงบิด 250 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือออโตเมติก เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในประมาณ 6.8 วินาที สำหรับถนนคดเคี้ยวแบบไทยไม่ว่าจะเป็นเส้นทางภูเขาหรือทางด่วนในเมือง พลังงานขนาดนี้ถือว่าเฉียบคมและให้อารมณ์ขับที่สนุกสุดๆ พิเศษตรงที่ระบบขับเคลื่อนล้อหลังและการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำของ BRZ เหมาะมากกับเส้นทางขับขี่สุดฮิตในไทย เช่น ถนนลัดเขาที่เชียงใหม่หรือโคสต์โรดที่หัวหิน ให้ความรู้สึกเข้าโค้งที่แม่นยำสุดๆ แม้ความเร็วสูงสุดอาจไม่ใช่ระดับท็อปของรุ่นเดียวกัน แต่ด้วยน้ำหนักตัวเบาเพียง 1.3 ตันและการกระจายน้ำหนัก 50:50 ระหว่างล้อหน้า-หลัง ทำให้ยังเกาะถนนได้ดีแม้ในสภาพถนนเปียกชื้นของไทย ถ้าคิดถึงอากาศร้อนแบบไทย แนะนำให้อัพเกรดชุดระบายความร้อนจากศูนย์แสดงเพื่อการขับขี่แบบเร่งสูงสุดต่อเนื่องได้ดีขึ้น ในราคาใกล้เคียงกัน BRZ ให้ความรู้สึกในการขับที่ตรงไปตรงมากว่ารถฮอตแฮตchด์ส่วนใหญ่ที่ขับเคลื่อนล้อหน้า แต่พื้นที่ภายในและความสบายอาจเหมาะกับคนรักการขับสปอร์ตตัวจริงมากกว่า เหมาะสุดสำหรับวัยรุ่นไทยที่หลงใหลในความรู้สึกเชิงกลแบบเพียวๆ
Q
อะไรคือความพิเศษเกี่ยวกับ Subaru BRZ 2022
สับารุ BRZ รุ่นปี 2022 เป็นรถสปอร์ตขับหลังที่คนไทยชื่นชอบมาก จุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 2.4 ลิตร แบบอัตโนมัติใหม่ล่าสุด ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 235 แรงม้า แรงกว่ากันชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่ใช้เครื่อง 2.0 ลิตร แถมยังคงรักษาสัดส่วนน้ำหนักหน้า-หลัง 50:50 แบบคลาสสิกและการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การควบคุมรถแม่นยำและคล่องตัวขึ้น เหมาะสุดๆ สำหรับขับเลี้ยวรับถนนเขาของไทย ส่วนภายในก็อัพเกรดทั้งวัสดุและเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น จอทัชสกรีน 8 นิ้วและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ทำให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น อีกทั้งระบบระบายความร้อนยังถูกปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทยด้วย ที่น่าสนใจคือ BRZ นี้เป็นรถคู่แฝดกับโตโยต้า GR86 แต่เวอร์ชั่นสับารุจะเน้นความรู้สึกเชิงกลมากกว่าและตั้งค่าตัวถังต่างนิดหน่อย คนไทยสามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ชอบ แม้รถคันนี้จะนำเข้าและราคาสูงสักหน่อย แต่ให้ความสนุกของการขับขี่แบบเต็มๆ เหมาะมากๆ สำหรับวัยรุ่นไทยที่อยากได้ทั้งความมันส์และความสบายในชีวิตประจำวัน
Q
2022 BRZ ใช้เวลากี่วินาทีในการเร่งจาก 0 ถึง 60
Subaru BRZ รุ่นปี 2022 สามารถเร่งจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 0–96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ได้ภายในราว 62 วินาที สมรรถนะนี้มาจากเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 4 สูบนอน ขนาด 24 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติ ที่ให้กำลังสูงสุด 228 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 249 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ มอบการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมและความสนุกในการขับขี่ สำหรับสภาพอากาศร้อนและการจราจรที่คับคั่งในประเทศไทย แนะนำให้ผู้ขับระวังเรื่องการระบายความร้อนของเครื่องยนต์เมื่อขับขี่แบบเร่งสมรรถนะ และควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะเพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุด BRZ ในฐานะรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง มีความแม่นยำด้านการควบคุมที่โดดเด่นบนถนนภูเขาหรือสนามแข่งของไทย แต่ควรระวังการยึดเกาะถนนที่ลดลงในฤดูฝน หากต้องการการเร่งที่ดียิ่งขึ้น สามารถพิจารณาอัปเกรดยางสมรรถนะสูงหรือใช้ล้อแม็กน้ำหนักเบา แต่ควรปฏิบัติตามกฎหมายจราจรไทยด้วย อีกทั้ง BRZ ใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ Toyota GR86 ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชื่นชอบการแต่งรถในไทย อย่างไรก็ตาม การเซ็ตอัปมาตรฐานจากโรงงานก็เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันและการขับในสนามแข่งเป็นครั้งคราว
Q
2022 BRZ มีแรงม้าเท่าไหร่
สับารุ BRZ รุ่นปี 2022 มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ Boxer 4 สูบ 2.4 ลิตร แบบแอตโมสเฟียร์ ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า (173 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 249 นิวตันเมตร ซึ่งแรงกว่ามากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เครื่องยนต์นี้ใช้เทคโนโลยี Direct Injection คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์ออโต้ 6 สปีด ให้ความรู้สึกเร่งที่เฉียบคม พิสูจน์แล้วว่าเหมาะกับถนนคดเคี้ยวและเมืองไทยแบบสุดๆ BRZ ในฐานะรถสปอร์ตขับหลัง ได้รับความนิยมจากแฟนๆ ชาวไทยด้วยการควบคุมที่แม่นยำและการกระจายน้ำหนักตัวรถที่สมดุล ในตลาดไทย รถคันนี้โดดเด่นด้วยราคาที่คุ้มค่าและศักยภาพในการแต่งที่สูง เครื่องยนต์แบบแอตโมสเฟียร์ให้กำลังแบบลื่นไหล พร้อมด้วยจุดศูนย์ถ่วงต่ำจากดีไซน์เครื่องแบบ Boxer ทำให้ BRZ แม้ในสภาพอากาศร้อนๆ ของไทยก็ยังคงเสถียร ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันก็อยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะทั้งขับในเมืองวันธรรมดาและลุยถนนลัดเขาในวันหยุด
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
คานทึบคืออะไร?
เพลาแข็งเป็นโครงสร้างช่วงล่างด้านหลังแบบหนึ่งสำหรับรถยนต์ คุณสมบัติหลักคือล้อหลังซ้ายและขวาเชื่อมต่อกันด้วยคานขวางที่แข็งแรง ทำให้ล้อทั้งสองข้างส่งผลกระทบซึ่งกันและกันขณะเคลื่อนที่ โครงสร้างนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในรถกระบะในประเทศ เช่น โตโยต้า ไฮลักซ์ และอีซูซุ ดีแม็กซ์ ซึ่งมักใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบเพลาแข็ง เนื่องจากมีความสามารถในการรับน้ำหนักสูง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในการขนส่งสินค้าหรือการขนส่ง นอกจากนี้ยังเรียบง่าย เชื่อถือได้ และมีค่าบำรุงรักษาต่ำ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในภูมิประเทศที่ซับซ้อน เช่น ถนนลูกรังในชนบทหรือสภาพถนนออฟโรด ข้อเสียของเพลาแข็งคือระดับความสบายจะต่ำกว่าช่วงล่างแบบอิสระเล็กน้อย และความสามารถในการกรองแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจะอ่อนกว่าเล็กน้อยเมื่อขับขี่บนถนนเรียบในเมือง อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความนิยมในรถกระบะใช้งานจริง เนื่องจากผู้บริโภคในประเทศมีความต้องการสูงในด้านความทนทานและความสามารถในการรับน้ำหนัก ซึ่งเพลาแข็งตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Q
มีกี่ประเภทของระบบบังคับเลี้ยวรถยนต์?
ระบบช่วยเลี้ยวรถยนต์มีหลักๆ แบ่งออกเป็นระบบช่วยเลี้ยวเชิงกล ระบบช่วยเลี้ยวด้วยแรระบบพวงมาลัยรถยนต์ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็นระบบพวงมาลัยเชิงกล ระบบพวงมาลัยไฮดรอลิก ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) และระบบพวงมาลัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Steer-by-wire) ระบบพวงมาลัยเชิงกลอาศัยแรงกายของผู้ขับขี่โดยสิ้นเชิง โดยส่งแรงพวงมาลัยผ่านโครงสร้างเชิงกลล้วนๆ แม้จะเรียบง่ายและเชื่อถือได้ แต่ก็ต้องใช้แรงงานมากและไม่ค่อยได้ใช้ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสมัยใหม่ ระบบพวงมาลัยไฮดรอลิกประกอบด้วยระบบไฮดรอลิกเชิงกลและระบบไฮดรอลิกไฟฟ้า ระบบแรกใช้ปั๊มไฮดรอลิกที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพื่อช่วยในการหมุนพวงมาลัย เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาแล้วแต่ใช้พลังงานมากกว่า ระบบหลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนปั๊มและรวมเข้ากับหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถปรับระดับการช่วยเหลือตามความเร็วของรถได้ โดยคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานและความรู้สึกในการขับขี่ ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการหมุนพวงมาลัยโดยตรง ประหยัดพลังงาน ปรับระดับการช่วยเหลือได้ และไม่จำเป็นต้องใช้ท่อไฮดรอลิก ทำให้เป็นระบบพวงมาลัยหลักในปัจจุบัน สามารถแบ่งย่อยออกเป็นระบบแบบคอลัมน์และระบบแบบเฟืองได้ ระบบพวงมาลัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Steer-by-wire) ขจัดความเชื่อมต่อเชิงกลระหว่างพวงมาลัยและล้อ โดยส่งคำสั่งการหมุนพวงมาลัยผ่านสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบนี้ช่วยให้การควบคุมมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่เทคโนโลยีมีความซับซ้อนและมีราคาแพง และปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการใช้งานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ระบบบังคับเลี้ยวแต่ละแบบมีข้อดีของตนเอง การเลือกใช้ควรขึ้นอยู่กับการใช้งานและลักษณะการขับขี่ของรถยนต์
Q
"คำภาษาอังกฤษสำหรับคำว่า 'adulterer' คืออะไร?"
"adulterer" เป็นคำนามภาษาอังกฤษ ที่ออกเสียงแบบอังกฤษ [əˈdʌltərə(r)] และแบบอเมริกัน [əˈdʌltəɚ] ความหมายพื้นฐานคือผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่เหมาะสมกับบุคคลที่สมรสแล้ว มักใช้เพื่ออธิบายผู้ชายที่กระทำประเวณี รูปพหูพจน์คือ adulterers คำที่มักใช้ร่วมกัน ได้แก่ "adulterer and adulteress" (ชายและหญิงที่กระทำประเวณี), "unfaithful adulterer" (ชายที่กระทำประเวณีและไม่ซื่อสัตย์) เป็นต้น เช่น ประโยค "He was charged with being an adulterer." (เขาถูกกล่าวหาว่ากระทำประเวณี) คำนี้ใช้ได้ทั้งในบริบททางกฎหมายและชีวิตประจำวัน เพื่อหมายถึงผู้ที่ละเมิดพันธะความซื่อสัตย์ในชีวิตสมรส
Q
ระบบรองรับน้ำหนักที่เป็นอิสระคืออะไร?
ระบบรับน้ำหนักแบบอิสระ หมายถึงโครงสร้างแชสซีของรถที่แยกออกจากตัวถัง โดยระบบกันสะเทือนจะรับแรงกระแทกและน้ำหนักบรรทุกจากพื้นถนนโดยตรง การออกแบบนี้พบได้ทั่วไปในรถกระบะและรถ SUV แบบตัวถังแยกส่วน เช่น รถกระบะที่ทนทานบางรุ่นที่พบได้ทั่วไปในภูมิภาคนี้ใช้โครงสร้างนี้ ข้อดีคือแชสซีแบบเฟรมบันไดสามารถทนต่อแรงบิดได้มากกว่า ทำให้เหมาะสำหรับสภาพถนนที่ซับซ้อนและความต้องการใช้งานหนัก อย่างไรก็ตาม จุดศูนย์ถ่วงที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อการควบคุมรถบนท้องถนน ในทางตรงกันข้าม แชสซีแบบโมโนค็อกมีน้ำหนักเบากว่าและประหยัดน้ำมันมากกว่า ทำให้เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง รถ SUV ในเมืองของญี่ปุ่นบางรุ่นใช้การออกแบบนี้ ในช่วงฤดูฝนหรือเมื่อขับขี่บนถนนชนบท ความแข็งแกร่งต่อแรงบิดของระบบรับน้ำหนักแบบอิสระจะเหนือกว่าอย่างมาก แต่การบำรุงรักษาตามปกติจำเป็นต้องใส่ใจกับการขันน็อตแชสซีให้แน่นและป้องกันสนิม โครงสร้างทั้งสองแบบมีจุดแข็งของตนเอง และควรเลือกใช้ตามการใช้งานที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น หากต้องขนส่งสินค้าหรือขับรถบนถนนที่ไม่ได้ลาดยางบ่อยครั้ง ระบบรับน้ำหนักแบบอิสระอาจมีความน่าเชื่อถือมากกว่า
Q
หน้าที่ของสปริงในรถยนต์คืออะไร?
สปริงรถยนต์เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ไม่สามารถขาดได้ในการทำงานของรถยนต์ โดยหน้าที่หลักของมันรวมอยู่ในระบบช่วงล่าง ดังนี้
1. รองรับน้ำหนักตัวรถ โดยใช้ความแข็งของตัวเองรับน้ำหนักทั้งในสภาวะคงที่และเคลื่อนที่ เพื่อให้แน่ใจว่าตัวรถมีเสถียรภาพ
2. ดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนน เมื่อรถวิ่งบนพื้นถนนไม่เรียบ สปริงจะดูดซับแรงสั่นสะเทือนผ่านการบีบอัดหรือยืดตัว เพื่อลดการสั่นสะเทือนที่ส่งไปยังผู้โดยสารในรถ และเพิ่มความสะดวกสบายในการนั่ง
3. ในสภาวะการขับเคลื่อนต่างๆ เช่น การเลี้ยว การเบรก หรือการเร่ง สปริงสามารถทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างเพื่อรักษาท่าทางของตัวรถให้มั่นคง ลดการโคลงตัว การก้มหน้าหรือเงยหัว และเพิ่มความปลอดภัยในการควบคุมรถ
นอกจากนี้ สปริงช่วงล่างบางชนิด (เช่น สปริงใบไม้) ยังทำหน้าที่เป็นตัวนำทางด้วย โดยควบคุมการเคลื่อนที่ของล้อให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด
นอกเหนือจากสปริงช่วงล่างแล้ว ระบบอื่นๆ ของรถยนต์ยังมีสปริงประเภทต่างๆ ที่ทำหน้าที่สำคัญดังนี้
- สปริงลดการบิดของคลัตช์สามารถลดการสั่นสะเทือนของชิ้นส่วนเมื่อเริ่มต้นหรือเร่งความเร็ว
- สปริงดึงกลับของแป้นเบรก แป้นคันเร่ง และอื่นๆ ช่วยให้แป้นกลับสู่ตำแหน่งเดิมอย่างรวดเร็วหลังการเหยียบ เพื่อให้การทำงานลื่นไหล
- สปริงตึงของสายพานหรือโซ่ไทมิงรักษาความตึงที่เหมาะสมของชิ้นส่วนส่งกำลัง เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานปกติ
- สปริงดึงกลับของเบรกมือช่วยให้ระบบเบรกกลับสู่ตำแหน่งเดิม
สปริงเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ความมั่นคง และความน่าเชื่อถือของรถยนต์
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Subaruเปลี่ยนรูปแบบในประเทศไทยเป็นการขายแบบนำเข้า รุ่นใหม่ของForesterจะเปิดตัวในเดือนตุลาคม
สุรเดชSep 30, 2025

Subaru จดทะเบียนชื่อรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ส่อเค้าปรับเกมสู่ยุค EV เต็มตัว
ณัฐวุฒิAug 8, 2025

Uncharted ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าคันแรกจาก Subaru ขับเคลื่อนล้อหน้า วิ่งไกล 482 กม.
พงศธรJul 18, 2025

SUBARU REXมีเทคโนโลยีไฮบริดที่เหมือนและแตกต่างจากNissan e-POWERอย่างไรบ้าง?
วิรุฬห์Jun 24, 2025

Subaru Outback ใหม่ปรากฏตัว ลักษณะการออกแบบขายตามสไตล์ของ SUV
ณัฐวุฒิApr 22, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย