Q
Toyota GR Corolla ปี 2024 ประหยัดน้ำมันไหม?
สำหรับ Toyota GR Corolla รุ่นปี 2024 ที่เป็นรถฮีทช์แบคสมรรถนะสูงในตลาดไทย เรื่องประหยัดน้ำมันต้องดูตามสภาวะการใช้งานจริงในประเทศครับ รถคันนี้ใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ 3 สูบ (แรงดันสูงสุด 300 แรงม้า) คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 9.4-10.2 ลิตร/100 กม. ซึ่งถือว่าใช้ได้สำหรับรถสปอร์ต แต่ถ้าเทียบกับรถเครื่อง 1.5 ลิตร แบบปกติในไทยอย่าง Toyota Yaris ที่วิ่งเฉลี่ยแค่ 6 ลิตร/100 กม. ก็ถือว่ากินน้ำมันกว่าชัดเจน เพราะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาและการตั้งค่าเพื่อการขับขี่สมรรถนะนั่นเอง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯที่ต้องเจอรถติดสตาร์ท-หยุดบ่อยๆ อาจทำให้สิ้นเปลืองถึง 12 ลิตร/100 กม. ได้เลย แถมการใช้น้ำมันเอทานอล E20 บนทางหลวงอาจทำให้น้ำมันจริงสูงกว่าข้อมูลผู้ผลิตอีก 5%-8% สำหรับคนที่ชอบลุ้นแต่ก็ยังแคร์เรื่องน้ำมัน อาจจะมองทางเลือกอื่นอย่าง Corolla Cross Hybrid (4.3 ลิตร/100 กม.) ที่ตอบโจทย์ทั้งความสนุกและประหยัดมากกว่า ด้านภาษีนำเข้าของ GR Corolla ได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีรถต่ำกว่า 2000 ซีซีของรัฐบาลไทย ทำให้เสียภาษีแค่ประมาณ 30% แต่ต้องระวังเรื่องค่าบำรุงรักษาที่จะสูงกว่า Corolla รุ่นทั่วไปอยู่พอสมควรครับ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
แบรนด์รถยนต์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในปี 2024 คือ Toyota ใช่ไหม?
จากรายงานความน่าเชื่อถือของรถยนต์ทั่วโลกปี 2024 โตโยต้ายังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในตลาดประเทศไทย ความทนทานที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและอัตราการเสียหายที่ต่ำแสดงผลงานโดดเด่นในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย โดยเฉพาะระบบเครื่องยนต์และเกียร์ของรุ่นอย่างคอร์ลลาและยาริสที่ปรับตัวได้ดี ค่าซ่อมก็ไม่สูงเกินไป ในไทย โตโยต้ามีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายที่ครบครัน อะไหล่ก็มีพร้อม ทำให้สะดวกสบายสำหรับเจ้าของรถ นอกจากนี้โตโยต้ายังนำหน้าในเทคโนโลยีไฮบริด รุ่นอย่างคอร์ลลา ครอส ไฮบริดได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในไทย เพราะไม่เพียงประหยัดน้ำมัน แต่ยังสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมยานพาหนะรักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐบาลไทย แบรนด์อื่นอย่างฮอนด้าหรือมาสด้าก็มีความน่าเชื่อถือดี แต่จุดแข็งโดยรวมของโตโยต้ายังเหนือกว่า โดยเฉพาะในเรื่องอัตราการรักษามูลค่าและค่าใช้จ่ายระยะยาว สำหรับผู้บริโภคไทย การเลือกโตโยต้าไม่เพียงให้ประสบการณ์ขับขี่ที่น่าเชื่อถือในชีวิตประจำวัน แต่ยังช่วยรักษามูลค่าซื้อขายต่อได้ดี ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ควรพิจารณา
Q
“โตโยต้ารุ่นใดบ้างที่ถูกเรียกคืนในปี 2024?”
ในปี 2024 การเรียกตรวจของโตโยต้าในตลาดไทยครอบคลุมรถบางรุ่นที่เป็นไฮบริดซึ่งพบปัญหาระบบแบตเตอรี่ และรถกระบะบางรุ่นที่มีความเสี่ยงของเพลาขับ รุ่นที่เกี่ยวข้องได้แก่ Corolla Cross HEV และ Hilux การเรียกตรวจมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่อาจมีความเสี่ยงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ เจ้าของรถสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ Toyota Thailand โดยกรอกหมายเลขตัวถังหรือสามารถติดต่อผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อนัดหมายตรวจสอบได้ การเรียกตรวจถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบของผู้ผลิตและเป็นขั้นตอนปกติของการรับประกันคุณภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก กรมการขนส่งทางบกของไทยยังได้กำหนดให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามขั้นตอนการเรียกตรวจอย่างเคร่งครัด สำหรับการดูแลแบตเตอรี่ของรถไฮบริด แนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนอย่างสม่ำเสมอในสภาพอากาศร้อนของไทย ส่วนผู้ใช้รถกระบะควรใส่ใจหากมีเสียงผิดปกติจากระบบส่งกำลัง หากพบอาการที่ตรงกับประกาศเรียกตรวจควรติดต่อศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตทันที งานซ่อมทั้งหมดในขอบเขตการเรียกตรวจจะไม่มีค่าใช้จ่าย โตโยต้า ประเทศไทยยังมีบริการแจ้งเตือนความคืบหน้าผ่านข้อความ SMS โดยเจ้าของรถสามารถลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์กับผู้แทนจำหน่ายเพื่อรับข้อมูลล่าสุดได้
Q
เครื่องยนต์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในปี 2024 คืออะไร
หนึ่งในเครื่องยนต์ที่เชื่อถือได้มากที่สุดในปี 2024 คือเครื่องยนต์ตระกูล Dynamic Force ของโตโยต้า โดยเฉพาะเครื่องยนต์เบนซิน 25 ลิตร 4 สูบแบบธรรมดาที่ให้ทั้งประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน กำลังขับที่ดี และความทนทาน เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นและการจราจรหนาแน่นของไทย อีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาต่ำและอะไหล่หาง่าย เครื่องยนต์ 15 ลิตร VTEC Turbo ของฮอนด้าก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าเชื่อถือ ผสานทั้งสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์ความต้องการรถ SUV ขนาดเล็กและรถเก๋งของผู้บริโภคชาวไทย ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล 4JJ3 TCX ของอีซูซุโดดเด่นในรถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์ มีความทนทานต่อความร้อนและการบรรทุกหนัก ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดไทย การเลือกเครื่องยนต์นอกจากความน่าเชื่อถือแล้วควรพิจารณาการบริการหลังการขายในประเทศ ความเหมาะสมกับเชื้อเพลิง และต้นทุนการใช้งานระยะยาว สภาพอากาศร้อนและฝนตกชุกของไทยสร้างความท้าทายต่อระบบระบายความร้อนและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอและการใช้น้ำมันคุณภาพได้มาตรฐานสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้อย่างมาก
Q
ปัญหาคุณภาพของโตโยต้าในปี 2024 คืออะไร?
ปี 2024 ประเด็นด้านคุณภาพที่โตโยต้าให้ความสำคัญในตลาดไทยมุ่งไปที่การอัปเกรดซอฟต์แวร์ของระบบไฮบริดบางรุ่นและการเพิ่มเสถียรภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โตโยต้า ประเทศไทยได้ประกาศแผนเรียกตรวจเชิงป้องกันในบางรุ่นโดยเฉพาะปัญหาความล่าช้าของระบบอินโฟเทนเมนต์ที่อาจเกิดขึ้นในสภาพอากาศร้อนและชื้นของไทย ซึ่งได้รับการแก้ไขแล้วด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์ สิ่งที่น่าสนใจคือประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโตโยต้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รถรุ่นยอดนิยมที่ผลิตในประเทศเช่น Hilux Revo และ Corolla Cross ใช้มาตรฐานการผลิตเดียวกับระดับโลก โรงงานในไทยยังมีสายการตรวจสอบอัตโนมัติที่ช่วยควบคุมคุณภาพการประกอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับความทนทานของแบตเตอรี่ โตโยต้าในไทยมอบการรับประกันแบตเตอรี่รถไฮบริดยาวนานถึง 10 ปีหรือ 300000 กิโลเมตร ซึ่งสูงกว่าข้อกำหนดกฎหมายไทยที่ 5 ปีอย่างมาก แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบสถานะการเรียกตรวจด้วยการกรอกหมายเลข VIN บนเว็บไซต์ Toyota Thailand และเลือกเข้ารับบริการที่ศูนย์ซ่อมมาตรฐานของโตโยต้าเพื่อให้อัปเดตซอฟต์แวร์และคงสมรรถนะของรถให้อยู่ในสภาพดีที่สุดเสมอ
Q
เครื่องยนต์ของโตโยต้าที่ดีที่สุดในปี 2024 คืออะไร?
สำหรับปี 2024 เครื่องยนต์ที่ดีที่สุดของโตโยต้าต้องยกให้ระบบไฮบริด 2.5L A25A-FKS จากซีรีส์ Dynamic Force แน่นอน เครื่องยนต์รุ่นนี้ถูกติดตั้งอย่างแพร่หลายในตลาดไทย ทั้งในรถยนต์ยอดนิยมอย่าง Corolla Cross HEV และ Camry HEV ด้วยประสิทธิภาพความร้อนสูงถึง 41% ที่ถือเป็นมาตรฐานของวงการ พิเศษเหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องการประหยัดน้ำมัน ส่วนระบบเกียร์ ECVT ก็ช่วยให้การเปลี่ยนระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมันราบรื่น อีกจุดที่ควรรู้ ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตโตโยต้าในอาเซียน เครื่องยนต์ไฮบริด 1.8L 2ZR-FXE ที่ผลิตในประเทศ (เช่นใน Prius) ก็แสดงผลงานดีไม่แพ้ แถมค่าบำรุงรักษาถูกกว่าและเหมาะกับน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพในไทย ส่วนด้านเทอร์โบชาร์จ โตโยต้ายังมีนวัตกรรมใหม่ เช่น เครื่องยนต์ดีเซล 2.8L 1GD-FTV ใน Hilux Revo Rocco ที่ให้แรงบิดสูงแม้รอบต่ำ เหมาะกับพื้นที่ภูเขาและการขนส่งของไทย คำแนะนำสำหรับคนไทยเวลาจะเลือกเครื่องยนต์ นอกจากสเปคแล้ว ควรดูเรื่องบริการหลังการขายด้วย โตโยต้ามีเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วไทย ซึ่งสำคัญมากสำหรับการบำรุงรักษาระยะยาว
Q
รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกอันดับ 1 ในปี 2024 คือรุ่นอะไร?
ณ ปี 2024 รถยนต์ผลิตจำนวนมากที่เร็วที่สุดในโลกคือ บูกัตติ ชีรอน ซูเปอร์สปอร์ต 300 พลัส ที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 490 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถรุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ดับบลิว 16 ขนาด 80 ลิตร เทอร์โบชาร์จสี่ตัว กำลังสูงสุด 1600 แรงม้า แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีระดับสูง สำหรับแฟนรถในไทยแม้ว่ารถซูเปอร์คาร์เช่นนี้จะไม่สามารถแสดงสมรรถนะได้เต็มที่บนถนนทั่วไป แต่ประเทศไทยก็มีโชว์รูมรถหรูและกิจกรรมในสนามแข่งที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสรถระดับท็อปเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ตลาดรถยนต์ไทยในช่วงหลังมีความต้องการรถสมรรถนะสูงเพิ่มมากขึ้น หลายแบรนด์อย่างเฟอร์รารี ลัมโบร์กินี และปอร์เช ได้ตั้งตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในกรุงเทพเพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น นอกจากนี้วัฒนธรรมการแต่งรถในไทยยังได้รับความนิยม เจ้าของรถจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะปรับแต่งรถอย่างถูกกฎหมายเพื่อเพิ่มสมรรถนะ แต่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรและขับขี่อย่างปลอดภัย
Q
รถยนต์โตโยต้าที่ขายดีที่สุดในปี 2024 คือรุ่นอะไร?
ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2024 คาดว่า Toyota Hilux Revo ยังคงเป็นรุ่นยอดนิยมที่ขายดีที่สุด ด้วยความทนทาน การใช้งานหลากหลาย และราคาที่คุ้มค่า ทำให้ปิกอัพตัวนี้ครองแชมป์ยอดขายมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการใช้งานทั้งในชนบทและเมืองใหญ่ของไทย เครื่องยนต์ดีเซลที่ประหยัดน้ำมันและความสามารถในการขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นจุดแข็งที่คนไทยชื่นชอบ นอกจากนี้ Toyota ยังมีการผลิตภายในประเทศระดับสูง เช่น โรงงานผลิตที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกในการบริการหลังการขาย นอกจาก Hilux Revo แล้ว Toyota Corolla Cross ก็เป็นอีกตัวเลือกยอดฮิตในตลาดไทย ด้วยการผสมผสานระหว่างความ практиิกของ SUV และเทคโนโลยี Hybrid ที่ช่วยประหยัดน้ำมัน เหมาะสมกับเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรหนาแน่น สิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญเมื่อเลือกซื้อ Toyota คือ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ มูลค่าการขายต่อ และเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ Toyota ครองตำแหน่งผู้นำตลาดในไทย แม้ว่ารัฐบาลไทยจะผลักดันการใช้รถไฟฟ้า และ Toyota มีแผนจะเปิดตัวรุ่นพลังงานสะอาดเพิ่มเติม แต่รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงทั่วไปยังคงเป็นตัวเลือกหลักของคนไทยในระยะใกล้นี้
Q
โตโยต้ารุ่นไหนในปี 2024 ที่มีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงเร็วที่สุด?
2024 โตโยต้า รุ่นที่ทำอัตราเร่ง 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้เร็วที่สุดคือ GR Supra โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ 30 ลิตร 6 สูบเรียง เทอร์โบชาร์จ ที่ใช้เวลาเพียงประมาณ 39 วินาทีในการเร่งจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง รถรุ่นนี้มาพร้อมการปรับแต่งแชสซีอย่างแม่นยำและระบบขับเคลื่อนล้อหลังที่สามารถคงประสิทธิภาพได้อย่างมั่นคงแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย เหมาะสำหรับการขับบนทางด่วนรอบกรุงเทพหรือถนนขึ้นเขาที่พัทยา นอกจากนี้รถตระกูล GR ของโตโยต้าได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบรถสมรรถนะสูงในไทย ไม่ว่าจะเป็น GR Supra หรือ GR Yaris ที่มีตัวถังขนาดกะทัดรัดและพลังเครื่องที่ดุดัน สำหรับผู้บริโภคชาวไทยในการเลือกรถสมรรถนะสูงนอกจากตัวเลขอัตราเร่งแล้วยังต้องพิจารณาการบริการหลังการขายในประเทศ ความเหมาะสมของเชื้อเพลิงเช่นเบนซินออกเทน 95 และผลกระทบของสภาพอากาศชื้นต่อการดูแลรักษารถ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานระยะยาว
Q
2024 GR Corolla มีแรงม้ากี่ตัว?
รถโตโยต้า GR Corolla รุ่นปี 2024 มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 3 สูบ เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 300 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ทำงานคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ GR-FOUR แบบเต็มเวลา ทำให้การขับขี่สมรรถนะสูงแบบนี้เหมาะมากกับสภาพถนนหลากหลายและภูมิประเทศเป็นภูเขาในไทย แค่พูดถึงแรงก็สุดแล้ว แต่ยังควบคุมง่ายด้วย โดยเฉพาะในเมืองไทยทั้งสภาพการจราจรติดขัดหรือถนนคดเคี้ยวตามไหล่เขาก็ขับได้ลื่นปรื๊ด รถรุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ประสิทธิภาพสูง Gazoo Racing จากโตโยต้า ที่สืบทอด DNA จากสนามแข่งแต่ยังใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง เหมาะสุดๆ สำหรับคนไทยที่ชอบความมันส์ในการขับ ขนาดตัวที่กะทัดรัดบวกกับระบบสี่ล้อยังช่วยให้เกาะถนนได้ดีแม้ในช่วงหน้าฝนที่ถนนลื่น ช่วยให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้เต็มที่ ถ้าคุณกำลังมองหาแฮทช์แบคสมรรถนะสูงที่คุ้มค่าเงิน GR Corolla นี่ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะทั้งราคาและค่าดูแลในไทยก็สมเหตุสมผล ไม่แพงเกินไปสำหรับรถสเปคนี้
Q
เวลา 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงสำหรับ Toyota Corolla GR 2024 คือเท่าไหร่?
รถโตโยต้า โคโรลลา GR รุ่นปี 2024 ที่วางขายในไทย สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 0-96 กม./ชม.) ได้ภายใน 5.5 วินาที โมเดลสมรรถนะสูงนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 3 สูบ เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 300 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ GR-FOUR แบบเต็มเวลาที่ตอบโจทย์ทั้งถนนคดเคี้ยวแถบภูเขาและทางด่วนในเมืองของไทยพอดี ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบบ้านเรา เจ้าของรถควรตรวจสอบระบบระบายความร้อนและเทอร์โบ增压器เป็นประจำเพื่อรักษาสมรรถนะของรถให้คงที่ โคโรลลา GR ถูกตั้งค่าซัสเพนชันแบบสปอร์ตที่ค่อนข้างแข็ง ทำให้อาจรู้สึกสะเทือนบ้างเวลาขับบนถนนบางสายในกรุงเทพฯ ที่ผิวทางไม่เรียบนัก แต่ด้วยระบบพวงมาลัยที่แม่นยำและการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม จะทำให้คุณสนุกสนานได้เต็มที่ทั้งบนเส้นทางภูเขาทางเหนือหรือแม้แต่ในวันลงสนามแข่ง ที่น่าสนใจคือราคาขายในตลาดไทยอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับรถสปอร์ตยุโรปในระดับเดียวกัน แถมโตโยต้ายังมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและอะไหล่พร้อมให้บริการเสมอ จุดแข็งนี้สำคัญมากสำหรับคนไทยที่ใส่ใจประสบการณ์การใช้รถในระยะยาว
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Nissan Navara 2025 เป็นเท่าไหร่?
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของ Nissan Navara ปี 2025 แตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.3 ลิตร มีดังนี้: 7.6 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง 2.3 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด, 7.3 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 2.3 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ 7.9 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 2.3 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของประเภทการขับเคลื่อนและประเภทเกียร์ต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงกว่ารุ่นขับเคลื่อนสองล้อเล็กน้อยเนื่องจากลักษณะโครงสร้างของระบบส่งกำลัง และยังมีความแตกต่างเล็กน้อยในอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา ในการใช้งานจริง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงยังได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุกของรถ ตัวอย่างเช่น ถนนในเมืองที่แออัดหรือการเร่งและเบรกอย่างรวดเร็วบ่อยครั้งจะทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ในขณะที่การขับขี่อย่างราบรื่นและการขับขี่บนทางหลวงจะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรุ่นนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับรถกระบะรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพและการปรับแต่งระบบส่งกำลังที่เหมาะสมที่สุด
Q
ราคาของ Nissan Navara 2025 ในมาเลเซียเท่าไหร่?
รถกระบะ Nissan Navara รุ่นปี 2025 มีราคาจำหน่ายในมาเลเซียระหว่าง 98,600 ถึง 154,800 ริงกิตมาเลเซีย รุ่นย่อยต่างๆ ได้แก่ รุ่น 2.5L Single Cab MT ราคา 98,600 ริงกิตมาเลเซีย, รุ่น 2.5L Double Cab SE AT ราคา 123,600 ริงกิตมาเลเซีย และรุ่น X-Tremer Pro-4X AT ราคา 154,800 ริงกิตมาเลเซีย มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ รวมทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ตัวรถมีขนาด 5260 มม. × 1875 มม. × 1855 มม. และระยะห่างจากพื้น 225 มม. ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลาย
Q
รถ Nissan Navara 2025 ราคาเท่าไหร่ในฟิลิปปินส์?
ราคาเริ่มต้นของ Nissan Navara ปี 2025 ในฟิลิปปินส์อยู่ที่ 1,240,000 เปโซ โดยบางรุ่นหรือสี Aspen Pearl White อาจมีราคาเพิ่มอีก 20,000 เปโซ รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 2488 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะที่แข็งแกร่งเหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งแบบออฟโรดและในชีวิตประจำวัน ในด้านการออกแบบภายนอก บางรุ่นมาพร้อมกระจังหน้าดุดัน ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED 4 ดวง พร้อมไฟวิ่งกลางวัน ไฟท้าย LED ใหม่ และล้ออัลลอยสีดำเงาขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางออฟโรด แสดงให้เห็นถึงสไตล์ที่แข็งแกร่งและทันสมัย รุ่น PRO-4X เน้นสมรรถนะแบบออฟโรด ในขณะที่รุ่น Calibre-X4X2 ผสมผสานความต้องการในการขับขี่ในเมืองเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย และนำเสนอรถกระบะที่ผสมผสานความใช้งานได้จริงและการออกแบบเข้าด้วยกัน
Q
แน่นอน! อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดที่ฉันมีอยู่คือถึงเดือนตุลาคม 2023 และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Nissan Navara ปี 2025 ณ ตอนนี้ หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมหรืออยากให้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรุ่นที่ผ่านมา โปรดแจ้งให้ฉันทราบ!
รถกระบะ Nissan Navara รุ่นปี 2025 ได้เปิดตัวในตลาดไทยแล้ว โดยรุ่นที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 ประกอบด้วยรุ่น King Cab และ Double Cab ราคาเริ่มต้นที่ 758,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 2.3 ลิตร ให้กำลัง 2 ระดับ คือ 160 แรงม้า หรือ 190 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด บางรุ่นรองรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานประกอบด้วย ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย บางรุ่นยังมีเซ็นเซอร์ถอยหลัง ระบบกล้องมองหลัง และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน นอกจากนี้ Navara รุ่นใหม่มีแผนจะเปิดตัวในตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยได้รับการอัพเกรดด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full-time และโหมดการขับขี่ 7 ระดับ ภายในรถจะมาพร้อมหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 9 นิ้ว และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ระดับ 2 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรดและคุณสมบัติทางเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น
Q
“วันที่วางจำหน่ายของ Navara 2025 คือเมื่อไหร่?”
วันที่เปิดตัวครั้งแรกของ Nissan Navara 2025 รุ่นใหม่ทั่วโลกคือวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 รถคันนี้พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Mitsubishi Triton ด้านการออกแบบภายนอกใช้ลักษณะเฉพาะ เช่น ไฟหน้าแบบแบ่งส่วนและกริลลี่แบบใหม่ คาดว่าจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จขนาด 2.4 ลิตร และมีแผนจะเปิดตัวในตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นแห่งแรกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

เทสลา ยังคงผลักดันโครงการ Carplay มีข่าวลือว่าจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้
LienFeb 5, 2026

Toyota ไม่พอใจกับเทคโนโลยี e-Smart Hybrid ของไดฮัทสุ: ข้อได้เปรียบเรื่องการประหยัดน้ำมันไม่ชัดเจน
ณัฐวุฒิFeb 4, 2026

Highlander EV มาแล้ว? โตโยต้ายืนยันผลิต SUV ไฟฟ้าแบบ 3 แถวที่ใหม่ในปี 2026
พงศธรFeb 4, 2026

Toyota เปิดตัวรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก Pixis Van ในญี่ปุ่น เน้นใช้งานสำหรับการจัดส่งสินค้าในเมือง
ธนวัฒน์Feb 3, 2026

2025 เทียบกับ 2026:Toyota Crown Crossover รุ่นใหม่มีการอัพเกรดอะไรบ้าง?
วิรุฬห์Feb 2, 2026
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย