Q

น้ำหนักของ subaru wrx คือเท่าใด

จากข้อมูลทางการ น้ำหนักของ Subaru WRX จะแตกต่างกันไปตามปีและรุ่นของรถ ยกตัวอย่างในรุ่นล่าสุด น้ำหนักตัวรถจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 ถึง 1,600 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับประเภทของเกียร์ (แบบมือถือหรือ CVT) และอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลาหรือชุดเสริมสมรรถนะที่จะเพิ่มน้ำหนักให้รถอีกนิดหน่อย ในตลาดไทย Subaru WRX เป็นที่นิยมในหมู่คนรักรถสปอร์ต เพราะเครื่องยนต์แบบ Boxer และเทคโนโลยี Symmetrical AWD ที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและการควบคุมบนถนนที่มักเปียกชื้นในบ้านเรา แถมเครื่องยนต์เทอร์โบยังทำงานได้อย่างเสถียรแม้อากาศจะร้อนจัด แนะนำให้เจ้าของรถดูแลระบบระบายความร้อนเป็นประจำ แม้ตัวรถจะหนักกว่ารุ่นอื่นในระดับเดียวกันบ้าง แต่ก็ช่วยให้รถวิ่งได้นิ่งกว่าในความเร็วสูง แถมยังได้ความปลอดภัยจากการออกแบบโครงสร้างตัวรถที่แข็งแรง ซึ่งตอบโจทย์คนไทยที่ความทนทานของรถ ส่วนใครที่คิดจะแต่งรถ ต้องระวังเรื่องกฎหมายขนส่งไทยที่กำหนดเรื่องน้ำหนักรถไว้ด้วย จะได้ไม่กระทบกับการต่อทะเบียนหรือเงื่อนไขประกัน
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถ Subaru WRX รุ่นปี 2022 ใช้งานได้นานแค่ไหน?
สำหรับรถรุ่น Subaru WRX ปี 2022 หากดูแลรักษาตามมาตรฐานและใช้งานอย่างเหมาะสม คาดว่าสามารถใช้งานได้ถึง 200,000 - 300,000 กิโลเมตร แต่อายุการใช้งานจริงจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ ความถี่ในการเข้าศูนย์บริการ รวมถึงสภาพถนนและภูมิอากาศในประเทศไทย โดยสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยอาจสร้างภาระเพิ่มเติมให้กับเครื่องยนต์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นควรเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเกียร์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งตรวจสอบการป้องกันสนิมใต้ท้องรถเป็นประจำ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและเครื่องยนต์แบบราบของ Subaru ให้ประสิทธิภาพโดดเด่นบนเส้นทางภูเขาของไทย แต่สำหรับรุ่นเทอร์โบควรระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับคุณภาพน้ำมันเครื่องและระยะเวลาการเปลี่ยน กุญแจสำคัญในการยืดอายุการใช้งานรถของคุณคือการปฏิบัติตามคู่มือการบำรุงรักษาอย่างเคร่งครัด ใช้เฉพาะอะไหล่แท้จากศูนย์ และควรหลีกเลี่ยงการขับขี่แบบหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถ แนะนำให้เลือกใช้อะไหล่แต่งที่ผ่านการรับรองเพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อถือได้ของรถ หากใช้งานในเมืองเป็นหลัก ควรขับบนทางหลวงเป็นครั้งคราวเพื่อช่วยลดการสะสมคาร์บอน นอกจากนี้ยังมีประกันตัวถังจากศูนย์ให้ความคุ้มครอง 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจในตลาดไทย
Q
วิธีสตาร์ทรถ 2022 WRX ด้วยตัวเอง
สำหรับรุ่น Subaru WRX 2022 ถ้าแบตเตอรี่หมดสามารถสตาร์ทรถด้วยวิธี Jump Start ได้ โดยขั้นตอนแรกให้เตรียมสาย Jump Start และรถอีกคันที่แบตเตอรี่ปกติ จากนั้นต่อขั้วบวกกับขั้วบวกและขั้วลบกับขั้วลบของแบตเตอรี่ทั้งสองคัน เสร็จแล้วให้สตาร์ทรถคันช่วยเหลือและปล่อยให้เครื่องทำงานสักครู่ ก่อนจะลองสตาร์ท WRX ถ้าสำเร็จให้ถอดสายตามลำดับย้อนกลับ ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยแนะนำให้ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่เป็นประจำเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพเร็วจากน้ำ electrolyte ที่ระเหยง่าย ส่วนในช่วงฤดูฝนควรระวังไม่ให้น้ำเข้าไปในห้องเครื่องเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร สำหรับ WRX ที่เป็นรุ่นสปอร์ตด้วยเครื่องยนต์แบบ 2.4L Turbo Boxer ที่ต้องการระบบจุดระเบิดที่มีประสิทธิภาพ ถ้าต้องจอดรถนานๆแนะนำให้ใช้เครื่องรักษาระดับแบตเตอรี่ นอกจากนี้ในไทยมีบางร้านแต่งรถที่ติดตั้งสวิตช์ตัดไฟเร็วให้กับ WRX กรณีนี้ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสวิตช์อยู่ในตำแหน่งเปิดก่อนสตาร์ทรถ ถ้าในชีวิตประจำวันสังเกตว่ามีอาการสตาร์ทรถช้าหรือมีสัญญาณเตือนแบตเตอรี่ขึ้นที่หน้าปัด ควรนำรถไปตรวจที่ศูนย์บริการ Subaru ทันที ส่วนเรื่องน้ำมันเครื่องสำหรับคนไทยควรเลือกใช้เกรด SAE 0W-20 ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศเพื่อช่วยในการสตาร์ทเครื่องตอนเย็นได้ดีขึ้น
Q
ทำไมรถ 2022 WRX ของฉันถึงสตาร์ทไม่ติด?
สำหรับรถ Subaru WRX รุ่นปี 2022 ที่มีปัญหาเรื่องสตาร์ทรถไม่ติด สาเหตุอาจมาจากแบตเตอรี่ไฟหมด ระบบจุดระเบิดขัดข้อง หรือระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงทำงานผิดปกติ โดยสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนชื้นมักเร่งให้ขั้วแบตเตอรี่กัดกร่อนหรือทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงระเหยได้ง่าย แนะนำให้ตรวจสอบแรงดันแบตเตอรี่และขั้วต่อว่าเกิดออกซิไดซ์หรือไม่ หากใช้น้ำมันเบนซินเอทานอล ต้องใส่ใจกับปัญหาการสะสมของความชื้น ขณะเดียวกัน ฤดูฝนของประเทศไทยอาจทำให้ตัวจ่ายน้ำมันมีความชื้นและทำให้ระบบจุดระเบิดล้มเหลว สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ที่วางในแนวนอน การขับขี่ระยะสั้นเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดคราบน้ำมันได้ง่าย ขอแนะนำให้ขับด้วยความเร็วสูงเป็นประจำเพื่อขจัดคราบเขม่า นอกจากนี้สำหรับการดูแลรถ turbo ในประเทศไทย ควรเลือกใช้เครื่องยนต์น้ำมันสังเคราะห์แบบทนความร้อนสูง และเปลี่ยนไส้กรองอากาศบ่อยขึ้นเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นเยอะ ถ้ารถมีระบบกุญแจอัจฉริยะ ต้องระวังปัญหาสัญญาณรบกวนอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจทำให้ระบบ keyless ไม่ทำงาน สามารถใช้กุญแจธรรมดาเพื่อสตาร์ทรถแทนได้ชั่วคราว หากปัญหายังไม่หายแนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการ Subaru ประเทศไทยซึ่งมีเครือข่ายในกรุงเทพฯและเชียงใหม่ ที่พร้อมด้วยอุปกรณ์วินิจฉัยปัญหาเฉพาะรุ่น
Q
รถ 2022 WRX มีสายพานไทม์มิ่งหรือตัวโซ่?
สับารุ WRX รุ่นปี 2022 ใช้ระบบไทม์มิ่งเชนแทนสายพานเหมือนรถทั่วไป ซึ่งแบบนี้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยทั้งร้อนและฝุ่นมากกว่า เพราะว่าโซ่ทนทานกว่าสายพาน แถมดูแลรักษาง่ายกว่า ไม่ต้องคอยเปลี่ยนเหมือนสายพานตามระยะ เครื่องยนต์แบบราบของสับารุที่ใช้ระบบโซ่นี่ผ่านการทดลองมาหลายปีแล้ว แม้ในเมืองไทยที่อากาศร้อนก็ยังทำงานได้เสถียร สำหรับคนไทยนี่ถือว่าคุ้มค่า เพราะรถอายุการใช้งานยาวขึ้นและไม่ต้องเสียเงินบำรุงบ่อย ถึงแม้ตอนซื้อแรกๆโซ่จะราคาสูงกว่าสายพาน แต่ในระยะยาวแล้วประหยัดกว่าเพราะไม่ต้องคอยเปลี่ยนสายพานและเสียค่าแรง คนใช้รถในไทยแค่ตรวจสอบความตึงของโซ่ตามที่บริษัทแนะนำก็พอ แถมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อสมมาตรของสับารุยังทำงานเข้ากันได้ดีกับระบบนี้ โดยเฉพาะเวลาฝนตกถนนลื่นที่เมืองไทย แนะนำให้ใช้เกรดน้ำมันเครื่องตามที่คู่มือระบุ จะช่วยถนอมระบบโซ่ได้ดีที่สุด
Q
รถ 2022 WRX มีระบบสตาร์ทระยะไกลหรือไม่?
สำหรับรุ่น Subaru WRX 2022 ที่วางขายในตลาดไทยนั้น มีฟีเจอร์ Remote Start หรือระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ใช้งานจริง แต่ต้องเช็กให้ชัดเจนว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานหรือต้องสั่งเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นและแพ็กเกจเสริมที่ศูนย์ฯ นำเสนอ แนะนำให้ลูกค้าในไทยสอบถามรายละเอียดกับศูนย์จำหน่ายอย่างเป็นทางการก่อนซื้อจริงๆ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทย ฟีเจอร์นี้ถือว่ามีประโยชน์มากๆ เพราะสามารถเปิดแอร์ล่วงหน้าให้เย็นก่อนขึ้นรถได้ แต่ต้องระวังเรื่องระยะการใช้งานที่อาจถูกจำกัดจากสัญญาณรบกวน ส่วนใหญ่จะควบคุมผ่านรีโมคกุญแจหรือแอปพลิเคชันบนมือถือ ที่ตลาดไทยเน้นเรื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถค่อนข้างสูง แบรนด์อื่นๆ อย่าง Toyota หรือ Honda ก็มีฟีเจอร์แบบนี้เช่นกัน แต่รายละเอียดการใช้งานอาจต่างกัน บางรุ่นต้องสมัครบริการอินเทอร์เน็ตในรถก่อน ทางด้านกฎหมาย กรมการขนส่งไทยมีมาตรฐานการรับรองระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้มงวด โดยเฉพาะรถนำเข้าต้องผ่านการทดสอบสัญญาณรบกวน (EMC) ทุกครั้ง ถ้าคิดจะซื้อ WRX มือสอง ควรเช็กให้ชัวร์ว่าระบบ Remote Start ยังใช้งานได้ปกติ เพราะถ้ามีการติดตั้งอุปกรณ์ภายนอกอาจทำให้ประกันวงจรไฟฟ้าหมดสิทธิ์ ส่วนคนที่ชอบอัพเกรดรถ กฎหมายไทยอนุญาตให้ติดตั้ง Remote Start ของบริษัทอื่นได้ แต่ต้องให้ช่างที่ได้การรับรอง TISI เป็นผู้ติดตั้งเท่านั้น และต้องเก็บเอกสารการติดตั้งไว้แสดงเวลาตรวจสภาพรถด้วย
Q
ทำไม 2022 WRX ของฉันถึงสั่นตอนรอบเดินเบา?
อาการสั่นขณะเดินเบาของรถ Subaru WRX รุ่นปี 2022 ของคุณอาจเกิดจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ทั้งปัญหาคาร์บอนเกาะในห้องเครื่อง คุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง หรือระบบจุดระเบิด ขอแนะนำให้ตรวจสอบหัวเทียนก่อนว่ายังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ เพราะอากาศร้อนๆ แบบไทยเราจะเร่งให้หัวเทียนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้การใช้น้ำมันคุณภาพต่ำอาจทำให้หัวฉีดน้ำมันอุดตัน แนะนำให้ใช้น้ำมันเบนซินเกรด 95 ขึ้นไปและเติมน้ำยาทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงเป็นประจำ นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองของประเทศไทยอาจทำให้ไส้กรองอากาศอุดตันได้ง่าย ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดูดอากาศเข้า และปลอกยางยึดเครื่องยนต์ก็มีแนวโน้มที่จะเสื่อมสภาพเมื่ออุณหภูมิสูง สำหรับเครื่องยนต์ที่วางในแนวนอน สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำ เพราะการวางตำแหน่งแบบนี้ทำให้การกระจายน้ำมันไม่สม่ำเสมอ คุณสามารถลองขับรถด้วยความเร็วสูงสักสองสามนาทีเพื่อขจัดคราบเขม่า หากปัญหายังคงอยู่ ขอแนะนำให้นำรถเข้าศูนย์บริการ Subaru ที่ได้รับอนุญาตเพื่อทำการทดสอบคอมพิวเตอร์โดยเร็วที่สุด ศูนย์บริการ 4S ของไทยมีอุปกรณ์วินิจฉัยพิเศษที่สามารถตรวจสอบปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ระหว่างการบำรุงรักษาตามปกติ ควรใช้น้ำมันเครื่องที่ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด น้ำมันเครื่องบางชนิดที่มีจำหน่ายในประเทศไทยไม่เหมาะสำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ การดัดแปลงระบบไอดีและไอเสียของรถยนต์อาจจำเป็นต้องปรับเทียบ ECU ใหม่ คำแนะนำในการบำรุงรักษาเหล่านี้ยังใช้ได้กับรถยนต์สมรรถนะสูงอื่นๆ ที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอสามารถป้องกันปัญหาที่คล้ายคลึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
รถ Subaru WRX รุ่นปี 2022 ถือเป็นรถสปอร์ตหรือไม่?
สับารุ WRX รุ่นปี 2022 ถ้าพูดกันตามหลักแล้วไม่ใช่รถสปอร์ตสมบูรณ์แบบ (sports car) แต่มันคือรถซีดานสปอร์ตสมรรถนะสูง (sports sedan) แบบ 4 ประตู ที่มาพร้อมเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์เทอร์โบ 2.4 ลิตร (271 แรงม้า/แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ที่ช่วยให้การควบคุมรถบนถนนโค้งเขี้ยวแบบไทยหรือผิวถนนลื่นช่วงฤดูฝนนั้นแม่นยำสุดๆ ในตลาดไทย WRX ถูกยกความสูงช่วงล่างขึ้น 5mm จากรุ่นก่อน ทำให้เหมาะกับถนนลูกรังบางสายของไทย ส่วนรุ่น STI ที่เพิ่มฟีเจอร์ช่วงล่างปรับได้และเบาะ Recaro ยิ่งเสริมความสปอร์ตเข้าไปใหญ่ ต้องบอกว่า WRX อยู่ระหว่างรถครอบครัวกับรถสปอร์ตเต็มตัว คล้ายๆ กับ Honda Civic Type R หรือ Volkswagen Golf R แต่เป็นเวอร์ชันซีดาน แบบนี้ในสภาพรถติดกรุงเทพฯ ใช้งานได้สะดวกกว่ารถสปอร์ตตัวเตี้ย แถมยังตอบโจทย์ความมันส์ให้วัยรุ่นไทยได้ดี แม้บางคนจะมองว่าเกียร์ CVT (มีเกียร์ธรรมดา 8 สปีดให้เลือก) อาจลดความสปอร์ตไปบ้าง แต่ในความเป็นจริงมันสามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์บ่อยครั้งในเขตเมืองของประเทศไทยได้มากกว่า
Q
รุ่น WRX ปี 2022 มาพร้อมระบบควบคุมการออกตัวหรือไม่?
รถยนต์รุ่น Subaru WRX ปี 2022 นั้นมาพร้อมกับฟีเจอร์ Launch Control หรือระบบควบคุมการปล่อยตัวที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งความเร็วได้ดีขึ้นในช่วงออกตัว โดยระบบจะควบคุมรอบเครื่องยนต์และแรงดันคลัตช์อัตโนมัติ ซึ่งเหมาะมากกับสภาพเส้นทางภูเขาในไทยหรือสถานการณ์ที่ต้องแซงแบบเร่งด่วน ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยแนะนำให้ตรวจสอบอุณหภูมิน้ำมันเกียร์ให้อยู่ในระดับปกติเพื่อป้องกันระบบป้องกันความร้อนทำงานเกิน การใช้งานระบบ Launch Control ที่ถูกต้องคือปิดระบบควบคุมเสถียรภาพรถยนต์ จากนั้นเหยียบทั้งแป้นเบรกและคันเร่งพร้อมกัน เมื่อรอบเครื่องยนต์คงที่ที่ประมาณ 5,000 รอบต่อนาทีก็ปล่อยแป้นเบรก แต่อย่างไรก็ตามการใช้งานระบบนี้บ่อยครั้งอาจเพิ่มภาระให้ระบบส่งกำลัง ดังนั้นควรใช้อย่างเหมาะสมเพื่อยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วน สำหรับคนไทยที่ชอบการขับขี่สปอร์ต ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ของ WRX ที่ทำงานร่วมกับ Launch Control จะให้แรงยึดเกาะที่ดีกว่าในถนนลื่นหรือช่วงฤดูฝน นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่รถ Subaru ได้รับความนิยมในไทย การใช้งานระบบนี้อย่างเหมาะสมในการขับขี่ประจำวันจะช่วยให้คุณสัมผัสถึงความสนุกสนานจากเครื่องยนต์แบบ Boxer 2.4 เทอร์โบ 252 แรงม้าได้อย่างเต็มที่
Q
ราคาของ 2022 WRX Premium เท่าไหร่?
รถยนต์ Subaru WRX Premium รุ่นปี 2022 ในประเทศไทยมีราคาประมาณ 1.8 - 2 ล้านบาท ราคาอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย ออปชั่นเสริม หรือความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.4 ลิตรแบบวางนอน ให้กำลังสูงสุด 271 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD แบบเต็มเวลาที่เหมาะกับสภาพอากาศฝนตกบ่อยและถนนซับซ้อนในไทย ด้านในตกแต่งด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้วและระบบเสียง Harman Kardon ที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะและความสบายได้อย่างลงตัว ในตลาดไทย WRX ดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ตด้วยความสนุกในการขับขี่และประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่าง แม้จะมีคู่แข่งอย่าง Honda Civic Type R ในระดับเดียวกัน แต่จุดแข็งของ WRX อยู่ที่การควบคุมที่เหนือกว่าในทุกสภาพอากาศและศักยภาพในการแต่งรถที่สูง ผู้บริโภคไทยควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่นภาษีนำเข้า ประกันภัย และภาษีประจำปีด้วย แนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามราคาล่าสุดและบริการทดลองขับ
Q
"เครื่องยนต์ของ WRX ปี 2022 เป็นรุ่นไหน?"
Subaru WRX รุ่นปี 2022 มาพร้อมเครื่องยนต์ FA24 ขนาด 2.4 ลิตร แบบสี่สูบแนวนอนเทอร์โบชาร์จ ที่ใช้เทคโนโลยี Boxer อันเป็นเอกลักษณ์ของสกูบารุ โดยมีการจัดวางสูบแบบสมมาตร 180 องศา ซึ่งดีไซน์นี้ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงและเพิ่มความมั่นคงในการควบคุมรถ เหมาะสมกับสภาพถนนในไทยที่มีทั้งทางเขาและทางโค้งมากมาย แถมยังสั่นสะเทือนน้อยกว่าและทำงานลื่นไหลกว่า เครื่องยนต์นี้บน WRX ให้กำลังสูงถึง 271 แรงม้าและแรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ที่ช่วยยึดเกาะถนนได้ดีแม้ในวันที่ฝนตกถนนลื่นในไทย เครื่องยนต์แบบแนวนอนเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักของสกูบารุ ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ แต่ยังออกแบบให้ยุบลงด้านล่างเมื่อเกิดการชนเพื่อความปลอดภัย สำหรับคนไทยแล้ว WRX ด้วยเครื่อง Boxer นั้นไม่เพียงให้ความสนุกในการขับ แต่ยังมีความทนทานผ่านการทดสอบมานาน เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แถมสกูบารุยังมีเครือข่ายบริการหลังการขายทั่วไทยให้ดูแลรักษาได้ง่ายอีกด้วย
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

หน้าตาทันสมัย ใช้ไฟ LED และไฟขับระหว่างวัน พร้อมกับกระจังหน้าและกันชนสไตล์สปอร์ต ทรงปีกบนลำตัวรถ, ฝากระโปรงมีเเบบรูที่มีช่องระบายอากาศ, ไฟท้าย LED และปีกท้ายขนาดใหญ่เพิ่มความรู้สึกเรียกน้ำย่อย
เครื่องยนต์มีกำลังที่แรง, 5 ลิตรแรงบรรจุก๊าซประจุไฟ 4 ลูกสูบ เเรงม้าสูงสุด 300 สมรรถนะการเร่งแรง, บริหารการนำจัยได้ง่าย
ระบบชายรถยอดเยี่ยม, ระบบการซัพพอร์ตหน้าคือ Inverted MacPherson Strut, ระบบการซัพพอร์ตหลังคือ Double Wishbone, มั่นคงทนทาน, การทรงตัวในการเลี้ยวที่ราบง่าย, รถไม่มีปรากฏการณ์นอนตะแคง
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงทั่วไปค่อนข้างต่ำ เช่น การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องประมาณ 3 พันบาท, ตรวจสภาพระยะ 10 หมื่นกิโล เเค่เพียง 2 หมื่นกว่าบาท

ข้อเสีย

ตกแต่งภายในเรียบง่าย เมื่อเทียบกับ BMW 520d M Sport และ Mercedes-Benz E-Class ในช่วงราคาเดียวกัน ดูไม่หรูฮา ไม่คุ้มค่า
ราคาขายสูงถึง 3.35 ล้านบาท ในราคานี้สามารถเลือกซื้อรถยนต์ที่หรูหราและทันสมัยกว่าได้มาก
ไม่มีตัวเลือกเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ มีเฉพาะเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือ จำกัดกลุ่มลูกค้า
ศูนย์บริการหลังการขายน้อย เพียง 32 แห่งทั่วประเทศ การซ่อมบำรุงไม่สะดวกเมื่อไม่มีศูนย์บริการในท้องถิ่น

Q&A ล่าสุด

Q
"จานเบรก (Brake Disc) คืออะไร?"
จานเบรก (หรือที่รู้จักกันในชื่อผ้าเบรกหรือจานเบรก) เป็นส่วนประกอบหลักของระบบเบรกในรถยนต์ โดยทั่วไปแล้วจะเป็นโครงสร้างโลหะรูปทรงกลมที่หมุนไปพร้อมกับล้อ หน้าที่หลักของมันคือการแปลงพลังงานจลน์ของรถให้เป็นพลังงานความร้อนผ่านแรงเสียดทานกับผ้าเบรกที่ยึดไว้ด้วยคาลิเปอร์เบรก ทำให้เกิดการลดความเร็วหรือหยุดรถ โครงสร้างของจานเบรกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ จานเบรกแบบทึบและจานเบรกแบบระบายอากาศ จานเบรกแบบทึบมีราคาถูกกว่าและเหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป จานเบรกแบบระบายอากาศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยครีบระบายความร้อนภายในหรือรูพรุนบนพื้นผิว ทำให้เหมาะสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูงหรือสถานการณ์ที่ต้องเบรกบ่อยๆ ในแง่ของวัสดุ เหล็กหล่อสีเทาหรือเหล็กหล่ออัลลอยด์เป็นตัวเลือกหลักที่ให้ความสมดุลระหว่างความทนทานต่อการสึกหรอและความทนทานต่อความร้อน รถยนต์ระดับสูงอาจติดตั้งจานเบรกเซรามิก ซึ่งมีข้อดีในด้านการออกแบบที่เบาและทนทานต่อความร้อน แต่มีราคาแพงกว่า จานเบรกต้องทนต่อแรงเสียดทานมหาศาลที่เกิดขึ้นระหว่างการเบรก (แรงบิดในการเบรกในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอาจสูงถึง 2000-3500 นิวตันเมตร) และอุณหภูมิสูง (อุณหภูมิพื้นผิวอาจสูงถึง 600 องศาเซลเซียส) ดังนั้น ประสิทธิภาพของจานเบรกจึงส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพและความปลอดภัยในการเบรก ตัวอย่างเช่น จานเบรกแบบระบายอากาศสามารถลดอุณหภูมิจาก 600 องศาเซลเซียสเหลือ 200 องศาเซลเซียสได้ในเวลาอันสั้น ช่วยลดความเสี่ยงของอาการเบรกเฟดจากความร้อนได้อย่างมาก นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น ABS และ EBD อาศัยการหมุนของจานเบรกเพื่อการควบคุมที่แม่นยำ จึงแนะนำให้เลือกใช้จานเบรกแบบระบายอากาศ (เส้นผ่านศูนย์กลางล้อหน้าไม่ควรน้อยกว่า 280 มิลลิเมตร) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมเมื่อเลือกซื้อรถยนต์ และควรตรวจสอบสภาพการสึกหรออย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพการเบรก
Q
ฉันเหยียบเบรกแล้วมีเสียงดังครูดๆ มันอันตรายไหม?
เสียงผิดปกติขณะเบรกจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบตามสถานการณ์เฉพาะ สาเหตุทั่วไป ได้แก่: เสียงดังแหลมสั้นๆ ในช่วงแรกของการใช้งานรถใหม่หรือการเปลี่ยนจานเบรกและผ้าเบรกใหม่เป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ หายไปหลังจากใช้งานไป 500-1000 กิโลเมตร; หากจานเบรกเป็นสนิมหลังจากสภาพอากาศชื้นหรือจอดรถเป็นเวลานาน การเบรกครั้งแรกอาจมีเสียงเสียดสีโลหะ ซึ่งจะหายไปหลังจากเบรกซ้ำๆ; เสียง "ปัง" และการเด้งของแป้นเบรกเมื่อระบบ ABS เริ่มทำงานเป็นลักษณะปกติของระบบเบรกป้องกันล้อล็อก อย่างไรก็ตาม หากเสียงดังต่อเนื่องและแรงเบรกลดลง อาจบ่งชี้ว่าผ้าเบรกสึกหรอจนถึงขีดจำกัด (ความหนาน้อยกว่า 3 มม.) ทำให้ไฟเตือนติดขึ้น และต้องเปลี่ยนจานเบรกทันที มิฉะนั้นอาจทำให้ระยะเบรกเพิ่มขึ้นหรือเบรกเสียได้ นอกจากนี้ การหล่อลื่นคาลิเปอร์ไม่เพียงพอ การเสียรูปของจานเบรก หรือสิ่งแปลกปลอม เช่น ทรายและกรวด ก็อาจทำให้เกิดเสียงผิดปกติได้เช่นกัน แนะนำให้ตรวจสอบระบบเบรกทุกๆ 20,000 กิโลเมตร และเมื่อเปลี่ยนผ้าเบรก ควรเลือกใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) เป็นหลัก ผ้าเบรกคุณภาพต่ำ (ราคาต่ำกว่า 800 บาท/คู่) อาจทำให้จานเบรกเสียหายได้เนื่องจากมีปริมาณโลหะมากเกินไป การหลีกเลี่ยงการเบรกและหยุดรถกะทันหันในระหว่างการขับขี่ประจำวันจะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบเบรกได้ หากมีเสียงผิดปกติร่วมกับแป้นเบรกนิ่ม หรือรถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง ควรนำรถไปที่อู่ซ่อมรถมืออาชีพเพื่อตรวจสอบระบบไฮดรอลิกทันที
Q
แบรนด์ไหนของผ้าเบรกหน้าถึงจะดี?
ในตลาดไทย TEXTAR (ทาเมนตัน) และ XinYi (ซินอี้) เป็นยี่ห้อแผ่นเบรคหน้าที่น่าแนะนำ ทาเมนตันในฐานะยี่ห้อเยอรมันมีประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี ผลิตภัณฑ์มีชื่อเสียงในด้านความสะดวกสบายและประสิทธิภาพสิ่งแวดล้อม สามารถติดตั้งกับรถยนต์หลายรุ่นหลักได้ เช่น คาเดลลาคที6 (Cadillac CT6) รถหลุยรูเวอร์ (Land Rover Range Rover) ซีรีส์ แม่เบนซีอีคลาส (Mercedes-Benz E-Class) เป็นต้น การเบรคมีลักษณะเชิงเส้นและฝุ่นน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความเงียบในการขับขี่ ยี่ห้อซินอี้เน้นที่อัตราส่วนคุณภาพต่อราคาที่ดี แผ่นเบรคหลังแบบดรัมเบรค (drum brake) มีการใช้งานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพกับรถเชิงพาณิชย์หลายรุ่น เช่น นันจิงอีวีโค (Nanjing Iveco) เป็นต้น ความทนทานได้รับการยืนยันจากตลาด ในการเลือกซื้อควรระมัดระวังว่า แผ่นเบรคทาเมนตันใช้วัสดุเสียดทานระดับสูง ราคาตลาดเริ่มต้นที่ประมาณ 549.9 บาทไทย (รวมส่วนลด) ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ซินอี้เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด แนะนำให้เลือกตามรุ่นรถ การนิสัยขับขี่ (เช่น ขับขี่ในเมืองบ่อยครั้งหรือขับขี่บนทางหลวง) และงบประมาณอย่างครอบคลุม และควรซื้อผ่านช่องทางที่ถูกต้องเพื่อให้แน่ใจในด้านความเข้ากันได้และความปลอดภัย
Q
“B Quick เจียรจานเบรกหรือไม่?”
B Quick ในฐานะผู้ให้บริการรถยนต์มืออาชีพ มีบริการกลึงจานเบรค (แผ่นเบรค) ด้วยเครื่องกลึง แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัย จานเบรคเป็นชิ้นส่วนความปลอดภัยที่สำคัญ การซ่อมแซมต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคอย่างเคร่งครัด โดยปกติจะทำการกลึงเฉพาะในกรณีที่สึกหรอเล็กน้อยหรือมีร่องบนพื้นผิวเพื่อคืนสภาพความเรียบ และความหนาหลังกลึงต้องเป็นไปตามมาตรฐานของโรงงาน (รถส่วนใหญ่กำหนดให้ความหนาที่เหลือไม่น้อยกว่า 22 มิลลิเมตร) หากจานเบรคมีรอยร้าว บิดตัวจากความร้อนอย่างรุนแรง หรือความหนาต่ำกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัย จำเป็นต้องเปลี่ยนจานใหม่ โดยปริมาณการกลึงในแต่ละด้านโดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1.5 มิลลิเมตร แนะนำให้เจ้าของรถเลือกใช้ชิ้นส่วนทดแทนที่ได้รับการรับรองจากโรงงานก่อน (เช่น แบรนด์ DBA ที่นิยมใช้ในรถยนต์ญี่ปุ่น ราคาประมาณ 1,500-4,000 บาทต่อคู่) เนื่องจากประสิทธิภาพการระบายความร้อนและความทนทานต่อการล้าของจานเบรคหลังซ่อมจะลดลงประมาณ 15-20% ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการเบรคในระยะทางไกล สำหรับจานเบรคแบบมีร่อง/เจาะรูในรถสมรรถนะสูง เนื่องจากโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่า มักไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทุกครั้งที่ทำการบำรุงรักษาระบบเบรค ควรตรวจสอบปริมาณความชื้นในน้ำมันเบรค (หากเกิน 3% ต้องเปลี่ยนใหม่) และสภาพของกระบอกเบรคร่วมไปด้วย เพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือของระบบโดยรวม
Q
ควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อครบกี่กิโลเมตร?
ระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกขึ้นอยู่กับรุ่นรถ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน โดยทั่วไปแล้วผ้าเบรกหน้าจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 30,000-50,000 กิโลเมตร ในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง อาจลดลงเหลือ 20,000-30,000 กิโลเมตร ในขณะที่การขับขี่บนทางหลวงอาจยืดระยะเวลาได้ถึง 50,000-60,000 กิโลเมตร ผ้าเบรกหลังโดยทั่วไปมีอายุการใช้งาน 60,000-100,000 กิโลเมตร เนื่องจากรับแรงกดน้อยกว่า แต่สำหรับรถยนต์ที่มีระบบเบรกมือไฟฟ้า แนะนำให้ลดระยะเวลาการเปลี่ยนผ้าเบรกเหลือ 50,000-60,000 กิโลเมตร รถยนต์พลังงานใหม่ที่ใช้ระบบการกู้คืนพลังงานจลน์ สามารถยืดอายุการใช้งานของผ้าเบรกหน้าได้ถึง 80,000-120,000 กิโลเมตร ในขณะที่ผ้าเบรกหลังมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ควรเปลี่ยนผ้าเบรกทันทีเมื่อความหนา ≤3 มม. (ประมาณความหนาของขอบเหรียญ) เมื่อมีเสียงเสียดสีโลหะ ระยะเบรกยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือเมื่อไฟเตือนบนแผงหน้าปัดสว่างขึ้น การขับขี่ในพื้นที่ภูเขา การเบรกอย่างแรงบ่อยครั้ง หรือการบรรทุกหนักจะทำให้ผ้าเบรกสึกหรอเร็วขึ้น จึงควรตรวจสอบก่อนกำหนดที่ 20,000-30,000 กิโลเมตร การตรวจสอบความหนาอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้วัสดุเซรามิกหรือกึ่งโลหะ และการหลีกเลี่ยงการเบรกอย่างแรงจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ หลังจากเปลี่ยนแล้ว จำเป็นต้องใช้งานให้ครบ 200 กิโลเมตรเพื่อให้ประสิทธิภาพการเบรกคงที่
ดูเพิ่มเติม