Q

รถ Toyota Commuter น่าจะเหมาะกับธุรกิจประเภทใด

รถโตโยต้า Commuter เป็นรถที่เหมาะสำหรับธุรกิจ SME ในไทยที่ต้องการใช้ขนส่งพนักงานหรือให้บริการรับส่งลูกค้า ด้วยพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ความทนทานที่เชื่อถือได้ และประหยัดน้ำมัน ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในไทยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริษัทท่องเที่ยว โรงแรม รถรับส่งนักเรียน หรือรถรับส่งพนักงานในโรงงาน ที่ต้องใช้งานขนส่งคนเป็นประจำ รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่ทำงานได้ดีแม้อากาศร้อนในไทย แถมค่าบำรุงรักษาก็ไม่แพง ทำให้เหมาะกับธุรกิจท้องถิ่น ที่สำคัญคือสามารถปรับแต่งห้องโดยสารได้ตามความต้องการ ทั้งติดตั้งชั้นวางกระเป๋าหรือปรับเปลี่ยนแบบที่นั่ง ความยืดหยุ่นนี้ทำให้ Commuter ได้รับความนิยมในตลาดไทย นอกจากนี้เครือข่ายผู้จัดจำหน่ายโตโยต้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศยังช่วยให้บริการหลังการขายได้อย่างรวดเร็ว มั่นใจได้ว่ารถจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Toyota Commuter มีสีอะไรให้เลือกบ้าง
รถโตโยต้า Commuter ในตลาดไทยมีหลายสีให้เลือกตามความชอบของผู้บริโภค โดยสีมาตรฐานที่พบได้บ่อยก็มีสีขาวคลาสสิก สีเงินเมทัลลิก สีดำเข้ม หรือโทนพื้นฐานอื่นๆ บางรุ่นอาจมีสีพิเศษอย่างสีขาวไข่มุก สีน้ำเงินเข้ม หรือสีแดงไวน์ให้เลือกด้วย อย่างไรก็ดี สีที่เลือกได้อาจแตกต่างกันไปตามปีและรุ่นของรถ แนะนำให้เช็คกับเว็บไซต์ทางการของโตโยต้าไทยหรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อข้อมูลที่อัปเดตที่สุด ที่น่าสนใจคือสีรถไม่ได้แค่ส่งผลต่อความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาด้วย เช่น สีอ่อนในสภาพอากาศร้อนแบบไทยจะดูดความร้อนน้อยกว่าและดูแลง่าย ส่วนสีเข้มต้องขัดแว็กซ์บ่อยหน่อยเพื่อป้องกันการซีดจางจากแสงแดด คนไทยสามารถเลือกสีรถตามไลฟ์สไตล์และสภาพการใช้งานได้ นอกจากนี้ที่ศูนย์บริการของโตโยต้ายังมีบริการดูแลสีรถแบบมืออาชีพที่จะช่วยยืดอายุสีรถให้คงสภาพใหม่อยู่ได้นานอีกด้วย
Q
ราคาโตโยต้าคอมมิวเตอร์มือสองเท่าไหร่
ในตลาดรถมือสองประเทศไทย ราคาคอมพิวเตอร์รถยนต์ (ECU) ของโตโยต้าจะแตกต่างกันไปตามปีรถ รุ่นรถ และความต้องการของตลาด โดยทั่วไปราคาอยู่ในช่วง 5,000 ถึง 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและฟังก์ชันการทำงานของคอมพิวเตอร์ เช่น การรองรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือระบบควบคุมรถไฮบริด เมื่อซื้อคอมพิวเตอร์รถยนต์โตโยต้ามือสอง แนะนำให้ซื้อผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือ เช่น ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการหรือร้านขายอะไหล่รถมือสองที่มีชื่อเสียง เพื่อให้มั่นใจในความเข้ากันได้และคุณภาพของสินค้า พร้อมทั้งควรตรวจสอบสภาพคอมพิวเตอร์ว่ามีความเสียหายหรือปัญหาการโปรแกรมหรือไม่ นอกจากนี้ ตลาดไทยมีความต้องการรถรุ่นยอดนิยมของโตโยต้าค่อนข้างสูง โดยเฉพาะ Corolla, Camry และ Hilux ทำให้อะไหล่คอมพิวเตอร์รถยนต์รุ่นเหล่านี้มีจำหน่ายค่อนข้างมาก แต่ราคาก็อาจผันผวนตามความนิยมของรุ่นรถด้วย การรู้ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อได้อย่างเหมาะสม และควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญก่อนการติดตั้งเพื่อให้มั่นใจว่าคอมพิวเตอร์เข้ากันได้กับระบบรถยนต์ของคุณ
Q
"Toyota Commuter มีเครื่องยนต์ขนาดเท่าไหร่
ในตลาดประเทศไทย Toyota Commuter ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร เครื่องยนต์ 4 สูบนี้มาพร้อมเทคโนโลยีฉีดเชื้อเพลิงคอมมอนเรลและเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบปรับเปลี่ยนได้จากโตโยต้า ที่ให้กำลังสูงสุดประมาณ 177 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ซึ่งเหมาะมากกับการใช้งานในไทยทั้งการขนส่งผู้โดยสารจำนวนมาก การเดินทางไกล หรือการขับขี่ในพื้นที่ภูเขา ออกแบบมาให้ทนทานและประหยัดน้ำมัน โดยปริมาตรเครื่องยนต์ที่ใหญ่ช่วยให้มีกำลังเพียงพอแม้ต้องเปิดแอร์เต็มกำลังในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ที่น่าสนใจคือเครื่องยนต์รุ่นไทยได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงและสภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้นของประเทศ พร้อมทั้งผ่านมาตรฐานการปล่อยไอเสียล่าสุดของไทย สำหรับผู้ที่ต้องใช้งานหนักทั้งขนผู้โดยสารหรือสัมภาระ regularly ลักษณะพิเศษของเครื่องยนต์นี้คือการให้แรงบิดสูงที่รอบต่ำ ทำให้ขับเคลื่อนได้ดีทั้งในสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯหรือเส้นทางเขาของเชียงใหม่ นอกจากนี้เครือข่ายบริการหลังการขายของโตโยต้าในไทยยังพร้อมให้การดูแลรักษาอย่างมั่นใจ
Q
Toyota Commuter มีระบบความปลอดภัยอย่างไรบ้าง
โตโยต้า Commuter เป็น MPV สำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์ที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ระบบความปลอดภัยออกแบบโดยคำนึงถึงสภาพการจราจรซับซ้อนและความต้องการของครอบครัว มาพร้อมระบบเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD ช่วยรับมือถนนลื่นในฤดูฝนของไทย นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง รุ่นสูงมักมีถุงลมคู่หน้าและถุงลมด้านข้างเพื่อปกป้องผู้โดยสาร ในการใช้งานในเมืองที่การจราจรติดขัดยังมีระบบช่วยเบรก BA และระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC ลดความเสี่ยงการลื่นไถลขณะเบรกกระทันหันหรือเลี้ยวฉับพลัน ตัวถังใช้โครงสร้าง GOA ของโตโยต้าที่มีความแข็งแรงสูง ผ่านการทดสอบ ASEAN NCAP และให้ความสำคัญกับการป้องกันการชนด้านข้าง เหมาะกับการจราจรผสมมอเตอร์ไซค์บ่อยครั้ง หากผู้ใช้เดินทางไกลบ่อย แนะนำติดตั้งชุดโตโยต้า Safety Sense ในรุ่นที่รองรับ ซึ่งประกอบด้วยระบบเตือนการชนล่วงหน้าและเตือนออกจากเลน เพิ่มความปลอดภัยเชิงรุก สำหรับลูกค้าธุรกิจ รถยังมีจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX และระบบปรับอากาศหลังอิสระ ตอบโจทย์การใช้งานแบบครอบครัว ผู้ใช้ในไทยควรตรวจสอบระบบเบรกและสภาพยางเป็นประจำ เพราะสภาพอากาศร้อนและฝนตกบ่อยอาจเร่งการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วน การบำรุงรักษาที่เหมาะสมช่วยให้ระบบความปลอดภัยทำงานเต็มประสิทธิภาพเสมอ
Q
โตโยต้าคอมมิวเตอร์มีรุ่นเกียร์ธรรมดาหรือไม่
แน่นอนครับ โตโยต้ามีรุ่นที่ใช้เกียร์ธรรมดาทั้งเกียร์ออโต้ (AT) และเกียร์มือ (MT) ในตลาดไทย ยกตัวอย่างเช่น Toyota Hilux Revo และ Fortuner ที่มาพร้อมเกียร์ออโต้ 6 สปีด ส่วน Yaris บางรุ่นก็มีทั้งเกียร์ CVT และเกียร์มือให้เลือก เกียร์แบบดั้งเดิมนี้มีความน่าเชื่อถือสูง แถมค่าบำรุงรักษาก็ไม่แพง เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นและถนนหลากหลายแบบในไทย สังเกตได้ว่าแม้ทุกวันนี้จะมียานยนต์หลายรุ่นหันมาใช้เกียร์ CVT หรือระบบไฮบริด แต่เกียร์ธรรมดาก็ยังมีจุดเด่นในเรื่องความทนทานและการส่งกำลังที่ตรงไปตรงมา ซึ่งสำคัญมากสำหรับลูกค้าที่ต้องใช้งานหนักหรือขับออฟโรดบ่อยๆ โตโยต้าในฐานะแบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของไทย เลือกที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคด้วยทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งเกียร์แบบดั้งเดิมและระบบส่งกำลังสมัยใหม่
Q
Toyota Commuter แตกต่างจาก Toyota Hiace อย่างไร
ในตลาดไทย โตโยต้า คอมมิวเตอร์ และ ฮีเอซ ถือเป็นรถ商用ที่ได้รับความนิยมทั้งคู่ แต่ตำแหน่งการตลาดต่างกันเล็กน้อย โดยคอมมิวเตอร์จะเน้นการขนส่งผู้โดยสารเป็นหลัก มักกำหนดค่ามาตรฐานเป็นแบบ 11 ที่นั่งหรือ 15 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการรับส่งกลุ่ม เช่น โรงเรียน บริษัท โครงสร้างตัวถังเน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ส่วนภายในห้องโดยสารออกแบบมาเพื่อความใช้งานได้จริง ในขณะที่ฮีเอซมีความหลากหลายกว่า มีหลายรุ่นให้เลือกทั้งแบบรถตู้ รถโดยสาร และแบบหลังคาสูง เหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น การขนส่ง ท่องเที่ยวแบบเช่าเหมาคัน พื้นที่ขนส่งของฮีเอซกว้างขวางกว่าและมีความยืดหยุ่นสูงกว่า ในส่วนของระบบขับเคลื่อนทั้งคู่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลคุณภาพดีจากโตโยต้า แต่ฮีเอซอาจมีตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลายกว่าเพื่อตอบโจทย์การบรรทุกที่แตกต่างกัน ในตลาดไทย ฮีเอซมักถูกนำไปดัดแปลงเป็นรถขายอาหารหรือร้านเคลื่อนที่ได้เนื่องจากมีความสามารถในการปรับแต่งสูง ส่วนคอมมิวเตอร์ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ให้บริการเส้นทางประจำเนื่องจากจำนวนที่นั่งที่แน่นอน ทั้งสองรุ่น继承了ความทนทานและการซ่อมบำรุงที่ง่ายซึ่งเป็นจุดเด่นของโตโยต้า ระบบปรับอากาศได้รับการออกแบบพิเศษให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทย ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามความต้องการใช้งาน ที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยมีมาตรฐานการปล่อยไอเสียและความปลอดภัยสำหรับรถ商用ที่สูงขึ้นทุกปี ทั้งสองรุ่นก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายเหล่านี้
Q
Toyota Commuter ประหยัดน้ำมันหรือไม่
โตโยต้า Commuter เป็น MPV ขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย มีอัตราการใช้น้ำมันอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยของรุ่นในระดับเดียวกัน ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 28 ลิตร (1GD-FTV) เมื่อต้องขับในสภาพถนนเมืองและทางหลวงผสมกันในไทย มีอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 10-12 กิโลเมตรต่อหนึ่งลิตร หากบรรทุกน้อยและขับขี่นิ่ง อัตราสิ้นเปลืองทางไกลสามารถปรับปรุงได้ถึงประมาณ 13 กิโลเมตรต่อหนึ่งลิตร ทั้งนี้ สภาพอากาศร้อนของไทยและการจราจรติดขัดบ่อยในกรุงเทพฯ อาจทำให้อัตราสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แนะนำให้บำรุงรักษาไส้กรองอากาศและระบบเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงประสิทธิภาพสูงสุด ในกลุ่มรถรุ่นเดียวกัน Commuter มีข้อได้เปรียบด้านความทนทานของเครื่องยนต์ดีเซลและแรงบิดสูง เหมาะกับภูมิประเทศภูเขาและการเดินทางไกลของครอบครัวในไทย สำหรับผู้ที่เน้นความประหยัดน้ำมันมากขึ้น อาจพิจารณารุ่นไฮบริดของโตโยต้าที่เปิดตัวในปีหลังๆ แต่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างราคาซื้อเริ่มต้นและการประหยัดน้ำมันในระยะยาว โดยรวมแล้ว Commuter สามารถสร้างสมดุลระหว่างการใช้งานพื้นที่ภายในและความประหยัดน้ำมัน จึงเป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้ทั้งสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์และครอบครัวในไทย
Q
รถยนต์ Toyota Commuter ราคาเท่าไร
รถโตโยต้า Commuter เป็นรุ่นเอ็มพีวีขนาดใหญ่ที่ขายดีในตลาดไทย ราคาจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและปีที่ผลิต ปัจจุบันราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1.2 ถึง 1.8 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่ง (แบบ 9 ที่นั่งหรือ 12 ที่นั่ง) ประเภทเครื่องยนต์ (เครื่องดีเซล 2.8 ลิตรหรือเครื่องเบนซิน 2.7 ลิตร) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่อาจเลือกเพิ่มได้ รถรุ่นนี้โดดเด่นในเรื่องความทนทานและการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่คุ้มค่า เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวและงานรับรอง ลองสังเกตุดีๆจะเห็นหลายบริษัททัวร์ในไทยเลือกใช้ Commuter เป็นรถรับส่งลูกค้า อีกจุดขายสำคัญคือโตโยต้าผลิต Commuter ในประเทศไทยเอง ทำให้ค่าบำรุงรักษาไม่สูงและหาอะไหล่ได้ง่าย นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนไทยนิยมเลือกใช้รุ่นนี้ ส่วนในตลาดมือสอง Commuter ที่ใช้งานมา 3 ปี มูลค่าจะอยู่ที่ประมาณ 60%-70% ของราคาใหม่ แต่สุดท้ายแล้วสภาพรถและเลขไมล์จะมีผลต่อราคาซื้อขายจริง แนะนำให้เช็คโปรโมชั่นล่าสุดในเว็บไซต์โตโยต้าไทยก่อนซื้อ เพราะบาง经销商อาจมีโปรโมชั่นผ่อนสบายๆหรือบริการบำรุงรักษาฟรีให้ด้วยนะ
Q
รถตู้ Toyota Commuter ควรเปลี่ยนเฟืองด้านหลังเป็นหมายเลขเท่าไหร่ครับ
การเปลี่ยนเฟืองเพลาหลังของรถตู้โตโยต้า Commuter ขึ้นอยู่กับปีผลิต เครื่องยนต์ และรูปแบบขับเคลื่อน ในตลาดไทย รุ่นดีเซล 28 ลิตร (เครื่องยนต์ 1GD) มักใช้เฟืองท้ายอัตราทด 4.556 หรือ 4.875 ส่วนรุ่นดีเซล 24 ลิตร (เครื่องยนต์ 2GD) รุ่นใหม่อาจใช้เฟืองท้ายอัตราทด 4.100 แนะนำให้ผู้ขับตรวจสอบป้ายโลหะบนตัวเพลาหลังเดิม หรือสอบถามสเปกที่แน่นอนผ่านหมายเลขตัวถังกับศูนย์บริการโตโยต้า 4S ในสภาพภูมิประเทศภูเขาและการบรรทุกเต็มที่บ่อย หากรถใช้งานขึ้นเขาหรือบรรทุกหนักบ่อย สามารถพิจารณาเปลี่ยนอัตราทดสูงขึ้น เช่น จาก 4.100 เป็น 4.556 เพื่อเพิ่มแรงบิดที่ความเร็วต่ำ แต่จะมีผลให้การใช้น้ำมันสูงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่อัตราทดต่ำเหมาะกับการขับทางไกลบนทางหลวง ควรระวังว่าหลังปรับอัตราทดต้องปรับพารามิเตอร์เซนเซอร์ความเร็วรถด้วย มิฉะนั้นจะทำให้มาตรวัดระยะทางและการเปลี่ยนเกียร์ทำงานผิดปกติ และกระทรวงคมนาคมไทยจำกัดการดัดแปลงระบบส่งกำลัง ต้องทำการจดทะเบียนใหม่หลังดัดแปลง สำหรับการปรับแต่งแบบมืออาชีพ แนะนำให้ดำเนินการผ่านศูนย์ปรับแต่งที่ได้รับรองจากโตโยต้าไทย เพราะมีความรู้กฎหมายท้องถิ่นและสามารถจัดชุดเฟืองท้ายคุณภาพมาตรฐานโรงงาน ป้องกันปัญหาเสียงดังหรือรั่วซึมจากอะไหล่เทียบเท้า
Q
ตู้ฟิวส์ของรถตู้ Toyota Hiace Commuter อยู่ที่ไหน
สำหรับรถโตโยต้าไฮเอซคอมมิวเตอร์ กล่องฟิวส์มักจะอยู่ใต้แผงหน้าปัดด้านคนขับใกล้กับประตู แต่บางรุ่นอาจจะออกแบบให้กล่องฟิวส์อยู่ในห้องเครื่องใกล้กับแบตเตอรี่ ควรตรวจสอบตำแหน่งให้ชัดเจนในคู่มือเจ้าของรถ ด้วยสภาพอากาศของไทยที่ร้อนชื้นบ่อยๆ อาจทำให้ฟิวส์เกิดออกซิไดซ์ได้ง่าย แนะนำให้ตรวจสอบจุดต่อสัมผัสของฟิวส์เป็นประจำว่ายังสะอาดอยู่หรือไม่ ถ้าพบว่าไฟหน้าหรือแอร์ทำงานผิดปกติ ให้ตรวจสอบฟิวส์ที่เกี่ยวข้องเป็นอันดับแรก สำหรับคนไทยต้องระวังเรื่องการใช้ฟิวส์เปลี่ยนที่ได้มาตรฐาน ฟิวส์แก้วขนาด 15A-30A หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านอะไหล่รถยนต์ในไทย เวลาเปลี่ยนต้องปิดสวิตช์ไฟก่อนและใช้คีมดึงฟิวส์เฉพาะ ห้ามใช้มือสัมผัสส่วนโลกร้อนๆ โดยตรง รุ่นนี้ใช้ฟิวส์มาตรฐาน ATO สีต่างกันแสดงความแรงแอมป์ต่างกัน สีฟ่วนใหญ่คือ 15A สีเหลือง 20A สีเขียว 30A ควรพกฟิวส์สำรองไว้ในรถเผื่อฉุกเฉิน ถ้าฟิวส์ขาดบ่อยๆ แสดงว่าอาจมีปัญหาลัดวงจร ควรรีบไปที่ศูนย์บริการโตโยต้าอนุญาตในไทยเพื่อตรวจเช็คทันที
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ห้องโดยสารกว้างขวางและสบาย
เครื่องยนต์เชื่อถือได้ ดีไซน์ทันสมัย ไฟหน้าและไฟท้ายเข้ากันได้ดีกับภายนอก
พื้นที่ภายในรถกว้างขวาง มีแอร์ทุกแถว ดีไซน์คอนโซลกลางที่ง่ายต่อการควบคุม ระบบความปลอดภัยครบครัน
เครื่องยนต์มีสมรรถนะดี ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ระบบเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ 6 ความเร็ว ประหยัดน้ำมัน
ชิ้นส่วนล่างนุ่ม มีความยืดหยุ่นในการขับขี่ มีมุมเลี้ยวที่กว้าง
การประกอบในประเทศไทย สามารถหาอะไหล่ได้ง่าย

ข้อเสีย

เครื่องยนต์ดีเซลยังไม่ได้ปรับแต่งอย่างสมบูรณ์
ขาดลักษณะสำคัญบางอย่าง ที่นั่งไม่สบาย โดยเฉพาะที่นั่งแถวที่ 2 และ 3 ซึ่งมีการออกแบบพับเก็บทำให้การนั่งไม่สบาย
การขับขี่โดยไม่มีโหลดทำให้รถสะอาดมากขึ้น โครงรถจะสั่นอย่างชัดเจน
การตอบสนองของเบรกเร็วเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการเบรกเฉียวและอุบัติเหตุ
ประสิทธิภาพในการโค้งไม่ดีควรระมัดระวังเมื่อขับขี่เร็วทำให้อาจจะเอียง
ขาดอุปกรณ์มาตรฐานบางอย่าง เช่น เทรนด์เบรค, กล้องถอยหลัง, ดิสก์พลูวาร์ตวิล, เครื่องเสียง, จำเป็นต้องติดตั้งเอง

Q&A ล่าสุด

Q
รถ Audi A4 ปี 2020 มีมูลค่าเท่าไหร่?
รถยนต์ Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 มีราคาแนะนำจำหน่าย (MSRP) อยู่ที่ 2.7 ล้านบาทในประเทศไทย ปัจจุบัน รถยนต์ Audi A4 รุ่นพิเศษในตลาดไทย (เช่น รุ่น Icon Black) มีราคาอยู่ที่ประมาณ 2.699 ล้านบาท รุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสีดำล้วน มาพร้อมชุดแต่ง S Line และ Black Edition รวมถึงรายละเอียดสีดำต่างๆ เช่น กันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า และฝาครอบกระจกมองข้าง นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้อขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า LED และกระจกมองข้างพับไฟฟ้า ภายในยังคงสไตล์คลาสสิกของแบรนด์ โดยมีหน้าจอแสดงผลกลางแบบลอยตัว พวงมาลัยสามก้าน เบาะหนัง ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบสามโซน พอร์ต USB สี่ช่อง แป้นเปลี่ยนเกียร์ และม่านบังแดดด้านหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ในด้านพละกำลัง รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0T ที่ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ S tronic แบบคลัตช์คู่ 7 สปีด ซึ่งให้กำลังที่เพียงพอและประหยัดน้ำมันได้ดี เพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่หลากหลาย
Q
น้ำมันเครื่องที่รถ Audi A4 รุ่นปี 2020 ใช้คือน้ำมันเครื่องชนิดใด?
รถอออดี้ A4 รุ่นปี 2020 แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบที่ตรงตามมาตรฐาน VW 50200 และมีความหนืด SAE 5W-40 โดยแต่ละครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในการบำรุงรักษาต้องใช้น้ำมันประมาณ 5 ลิตร สามารถเลือกความหนืดของน้ำมันเครื่องตามอุณหภูมิต่ำสุดของพื้นที่ที่ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ดังนี้ - หากใช้งานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ แนะนำให้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบความหนืด 0W-40 ที่สามารถทำงานได้ในอุณหภูมิต่ำถึง -35°C และมีคุณสมบัติการไหลที่ดีกว่าเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาพอากาศเย็น - สำหรับรถใหม่หรือรถที่มีระยะทางใช้งานน้อย สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบความหนืด 0W-30 หรือ 5W-30 ซึ่งช่วยลดแรงต้านทานการทำงานของเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีกว่า ในการบำรุงรักษา แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำ เช่น มอเตอร์ออยล์ เชลล์ หรือคาสตรอล เนื่องจากน้ำมันเครื่องจากแบรนด์เหล่านี้ผ่านการควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด ให้คุณสมบัติการหล่อลื่นที่ดี ป้องกันการสึกหรอ และทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ สำหรับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบ สามารถขยายระยะการบำรุงรักษาได้ถึงประมาณ 7,500 กิโลเมตร ในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำที่อาจส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาของ Audi A4 รุ่นปี 2020 เป็นอย่างไร?
รอบการบำรุงรักษารถ Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 1 ปี การบำรุงรักษาครั้งแรกฟรี (รวมการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง เพียงจ่ายค่าตัวกรองอากาศปรับอากาศประมาณ 1,950 บาท) ค่าบำรุงรักษาเล็กประมาณ 5,285-6,500 บาท (รวมน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องและค่าบริการ) ค่าบำรุงรักษาใหญ่ประมาณ 13,100-15,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรายการ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ การเปลี่ยนตัวกรองอากาศปรับอากาศ การเปลี่ยนหัวเทียน เป็นต้น) รวมค่าบำรุงรักษาที่ระยะ 60,000 กิโลเมตรประมาณ 58,225-69,635 บาท หากขับรถปีละ 20,000 กิโลเมตร ค่าบำรุงรักษาเฉลี่ยต่อปีประมาณ 20,530-23,210 บาท สำหรับรายการบำรุงรักษา: หัวเทียนเปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร ไส้กรองอากาศเปลี่ยนทุก 40,000 กิโลเมตร น้ำมันเบรกเปลี่ยนทุก 60,000 กิโลเมตร และไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ต้องเปลี่ยนภายใน 60,000 กิโลเมตร หลังบำรุงรักษาครั้งแรก เจ้าของรถสามารถเลือกใช้บริการที่อู่ซ่อมรถมาตรฐานได้ โดยการซื้อน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบและไส้กรองที่ได้มาตรฐานเอง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้อีก โดยรวมแล้ว ค่าบำรุงรักษาของรุ่นนี้อยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับรถหรูระดับเดียวกัน เจ้าของรถสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้เหมาะสมตามคู่มือการใช้งาน ทั้งเพื่อรักษาสมรรถนะรถและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
Q
รถ Audi A4 ปี 2020 เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) หรือไม่?
Audi A4 ปี 2020 ไม่ได้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นมาตรฐาน บางรุ่น เช่น 45TFSI allroad quattro Fashion และ Sport จะมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลา ในขณะที่รุ่นอื่นๆ มีตัวเลือกขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะปรับกำลังส่งอย่างชาญฉลาดตามสภาพถนนและความต้องการในการขับขี่ โดยกระจายแรงขับที่เหมาะสมไปยังแต่ละล้อในระหว่างการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ช่วยเพิ่มการควบคุมและการทรงตัวของรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับสถานการณ์การขับขี่ในสภาพถนนที่ซับซ้อนหรือสภาพอากาศเลวร้าย ตัวอย่างเช่น Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ที่จำหน่ายในตลาดไทย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยมีราคาขายปลีกแนะนำจากผู้ผลิตที่ 2,700,000 บาท รุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยองค์ประกอบการออกแบบที่สปอร์ตและสมรรถนะกำลังสูง ตอบสนองผู้ใช้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า เมื่อเลือกใช้ระบบขับเคลื่อน ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้ตามสภาพแวดล้อมการขับขี่และความต้องการ หากขับขี่บนถนนที่ซับซ้อนบ่อยครั้งหรือให้ความสำคัญกับการควบคุม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า หากพวกเขาใช้รถเป็นหลักสำหรับการเดินทางในเมืองและกังวลเรื่องการประหยัดน้ำมัน รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าจะเหมาะสมกว่า
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา Audi A4 ปี 2020 อยู่ที่เท่าไร?
รอบการบำรุงรักษารถ Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 1 ปี โดยการบำรุงรักษาครั้งแรกให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องฟรี แต่เฉพาะกรองอากาศแอร์เท่านั้นที่ต้องจ่ายเอง (ประมาณ 1,950 บาท) ค่าบำรุงรักษาระยะเล็ก (เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่อง) ประมาณ 5,285-6,500 บาท ค่าบำรุงรักษาระยะใหญ่ (เช่น เมื่อระยะทางถึง 30,000 หรือ 60,000 กิโลเมตร) อาจสูงถึง 13,100-15,000 บาท หากปฏิบัติตามคู่มือบำรุงรักษา ค่าบำรุงรักษารวมเมื่อระยะทางถึง 60,000 กิโลเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 58,225-69,635 บาท หากขับขี่ปีละ 20,000 กิโลเมตร ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาเฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 20,530-23,210 บาท ในรายการบำรุงรักษา ต้องเปลี่ยนหัวเทียนทุก 20,000 กิโลเมตร เปลี่ยนไส้กรองอากาศทุก 40,000 กิโลเมตร เปลี่ยนน้ำมันเบรกทุก 2 ปี และเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เมื่อระยะทางถึง 60,000 กิโลเมตร เจ้าของรถสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้เหมาะสมตามระยะทางขับขี่ หลังการบำรุงรักษาครั้งแรก การเลือกศูนย์บริการที่เป็นทางการสามารถช่วยลดต้นทุนได้ ต้นทุนการบำรุงรักษาของรุ่นนี้อยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับรถหรูระดับเดียวกัน และโดยรวมอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้
ดูเพิ่มเติม