รีวิว 2020 BMW 7 Series Sedan 6.6 M760Li xDrive





ตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยนั้นมักถูกครอบงำโดยผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายสูงสุดและสถานะของแบรนด์ ผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่แสวงหาความเป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่พิถีพิถันและความสมดุลของสมรรถนะอีกด้วย BMW 7 Series Sedan 6.6 M760Li xDrive รุ่นปี 2020 ในฐานะรุ่นเรือธงของซีรีส์นี้ นำเสนอด้วยจุดขายหลักอย่างเครื่องยนต์ V12 ที่มีพละกำลังเหนือชั้นและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ควบคู่ไปกับการรักษาตำแหน่งแห่งความหรูหราที่ 7 Series เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เป้าหมายหลักในการทดสอบครั้งนี้ คือการพิสูจน์ว่ารถรุ่นนี้สามารถปรับสมดุลระหว่างสมรรถนะสูงสุดและความสะดวกสบายแบบหรูหราในชีวิตประจำวันได้อย่างไร และมันสามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคระดับไฮเอนด์ในประเทศไทยต่อคำว่า "เรือธง" ได้หรือไม่
เมื่อดูจากภายนอก สไตล์โดยรวมของรถรุ่นนี้ให้ความรู้สึกสง่างามและมั่นคง ขณะที่รายละเอียดแฝงไว้ด้วยความสปอร์ต ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าคู่ไตคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล BMW โดยขนาดใหญ่กว่า 7 Series รุ่นปกติ พร้อมตกแต่งด้วยแถบโครเมียมที่มีความโดดเด่น เส้นสายของตัวรถมีความลื่นไหล ลากยาวตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าจนถึงส่วนท้าย โดยเส้นเอวที่พาดผ่านตลอดคันรถเข้ากับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วลายหลายก้าน ซึ่งคงไว้ซึ่งความสง่างามของรถหรู และเพิ่มความสปอร์ตเล็กน้อย ส่วนท้ายรถไฟท้าย LED แบบพาดยาวสอดคล้องกับไฟหน้าที่มีการออกแบบในลักษณะคล้ายคลึงกัน ช่วยเพิ่มความชัดเจนเมื่อมีแสงไฟ และท่อไอเสียคู่สองฝั่งรวมสี่ท่อเป็นการบ่งบอกถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ V12 ในระบบไฟส่องสว่างนั้น ทั้งหมดในรุ่นนี้มาพร้อมกับไฟ LED ปรับระดับแสงและมุมส่องสว่างอัตโนมัติ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการขับขี่ในสภาพหมอกหรือในเวลากลางคืนในประเทศไทย
เมื่อเปิดประตู ความหรูหราภายในห้องโดยสารจะสัมผัสได้ทันที คอนโซลกลางใช้หนังแท้ Nappa อย่างมากมาย พร้อมด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุไม้แท้และโลหะ สร้างสัมผัสที่ละเอียดอ่อนและความรู้สึกพรีเมียม การจัดวางคอนโซลถูกปรับให้ออกแบบมาโดยเน้นไปที่ผู้ขับขี่ การติดตั้งหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสกลางขนาด 10.25 นิ้ว เชื่อมต่อกัน ดูอินเตอร์เฟซเข้าใจง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน อีกทั้งยังรองรับฟังก์ชันเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto สำหรับอุปกรณ์หลัก ที่นั่งด้านหน้ามาพร้อมฟังก์ชันปรับอุณหภูมิ ระบายอากาศ และนวด โดยเบาะหลังยังมีระบบความบันเทิงอิสระและแผงควบคุมอุณหภูมิส่วนตัว ผู้โดยสารสามารถปรับแต่งความสะดวกสบายตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมีระบบปรับอากาศแบบ 4 โซนอัตโนมัติ การชาร์จไร้สาย และระบบเสียงระดับไฮเอนด์จาก Bang & Olufsen เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกสบายและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหรา
ในแง่ของพื้นที่ รถรุ่นนี้มีขนาดตัวถัง ความยาว 5,238 มม. ความกว้าง 1,902 มม. ความสูง 1,479 มม. และฐานล้อ 3,210 มม. ทำให้ขนาดของรถอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ที่นั่งแถวหน้ามีพื้นที่นั่งที่กว้างขวาง ผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. สามารถปรับเบาะนั่งได้อย่างพอดีโดยที่ยังมีพื้นที่เหนือศีรษะและบริเวณขาอย่างเพียงพอ พื้นที่ด้านหลังเป็นจุดเด่น โดยมีพื้นที่วางขามากกว่าสองกำปั้น แม้ในกรณีที่ต้องโดยสารเป็นเวลานานก็ไม่มีความรู้สึกอึดอัด พื้นกลางถึงจะนูนเล็กน้อย แต่ไม่ได้รบกวนสำหรับผู้โดยสารคนที่ห้าซึ่งใช้ที่นั่งชั่วคราว ในด้านความสามารถในการเก็บของ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุถึง 515 ลิตร สามารถจุสัมภาระขนาด 28 นิ้วได้ถึงสามใบ รองรับการเดินทางไกลแบบครอบครัวหรือการต้อนรับแขกธุรกิจได้เป็นอย่างดี ในรายละเอียด เบาะทั้งหน้าและหลังมาพร้อมพอร์ตชาร์จ USB-C และช่องระบายอากาศปรับอากาศ ส่วนเบาะหลังยังมีโต๊ะพับขนาดเล็กเสริมเข้ามาอีกด้วย ซึ่งมีความสะดวกใช้งานสูง
ในด้านพละกำลัง รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ ขนาด 6.6 ลิตร กำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตามข้อมูลจากผู้ผลิตอยู่ที่เพียง 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. ในการขับขี่จริง การตอบสนองของพละกำลังในช่วงเริ่มต้นรวดเร็ว แม้ในโหมดปกติ เพียงแค่แตะคันเร่งเบา ๆ ก็สามารถสัมผัสถึงแรงเร่งที่ทรงพลังได้เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ต ระบบเกียร์จะเปลี่ยนเกียร์อย่างดุดันมากขึ้น ความไวของแป้นคันเร่งเพิ่มขึ้น เพียงเหยียบคันเร่งลึก ๆ พลังงานจะถูกระเบิดออกทันที ช่วยให้งานแซงสำเร็จอย่างสะอาดและรวดเร็ว
สำหรับการควบคุมและประสิทธิภาพของระบบช่วงล่าง พวงมาลัยมีความแม่นยำสูง ระยะว่างน้อย แม้จะขับขี่ในถนนแคบ ๆ ในเมืองไทยก็สามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย ระบบกันสะเทือนใช้ระบบถุงลมพร้อมปรับระดับความสูงได้ ในโหมดปกติสามารถกรองแรงกระแทกจากพื้นถนนได้ดี แม้ขับผ่านลูกระนาดบนถนนในบางกอกหรือบนถนนที่มีหลุมบ่อ ผู้โดยสารในรถก็ไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ชัดเจน เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ต ระบบกันสะเทือนจะกระชับมากขึ้น การเอียงของตัวถังลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ เสถียรภาพขณะเลี้ยวโค้งเพิ่มขึ้นอย่างมาก ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive โชว์ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมบนพื้นผิวลื่น ฤดูฝนในประเทศไทยที่พื้นถนนลื่น ระบบนี้สามารถจัดสรรพลังงานระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้อย่างรวดเร็ว ลดโอกาสการลื่นไถลของล้อ เพิ่มความปลอดภัยในขณะขับขี่
ในการทดสอบด้านประสิทธิภาพ การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปตามที่คาดหวังสำหรับเครื่องยนต์ V12 โดยมีกินน้ำมันเฉลี่ยตามข้อมูลจากผู้ผลิตคือ 12.9 ลิตร/100 กม. ในการทดสอบจริง ในสภาพการจราจรที่แออัดในเมือง การกินน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 15-16 ลิตร/100 กม. ส่วนในขณะเดินทางระยะไกลด้วยความเร็วคงที่บนทางหลวง การกินน้ำมันลดลงถึง 10-11 ลิตร/100 กม. สำหรับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 6.6 ลิตรแล้ว การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ในด้านระยะเบรก แป้นเบรกให้ความรู้สึกต่อเท้าที่ยอดเยี่ยม ระยะเบรกสั้นและมีความคงเส้นคงวา ขณะที่การเบรกฉุกเฉิน ตัวถังรถยังรักษาสมดุลได้ดี ไม่เกิดอาการโยกหัวอย่างชัดเจน
ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่ การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ยอดเยี่ยม แม้ขับด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางก็ถูกป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในรถยังคงบรรยากาศที่เงียบสงบ อันเป็นผลมาจากกระจกกันเสียงสองชั้นและวัสดุฉนวนกันเสียงของตัวรถอีกด้วย ความสบายของที่นั่งก็ได้รับคำชมเชยเช่นกัน เบาะนั่งด้านหน้ามีฟังก์ชันนวดให้เลือกหลายโหมด ซึ่งช่วยคลายความเมื่อยล้าขณะขับขี่ทางไกล ส่วนเบาะหลังสามารถปรับมุมได้ พร้อมด้วยพนักพิงศีรษะและพนักวางขา ทำให้ผู้โดยสารสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการนอนพักผ่อนในรถ
โดยสรุปแล้ว BMW 7 Series Sedan 6.6 M760Li xDrive รุ่นปี 2020 มีจุดเด่นหลักที่พละกำลังจากเครื่องยนต์ V12 ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ที่ให้เสถียรภาพสูง รวมถึงการออกแบบภายในที่หรูหราและพื้นที่กว้างขวาง เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันเช่น Mercedes-Benz S-Class รถคันนี้มีความได้เปรียบในด้านสมรรถนะของพลังงาน และยังมีเทคโนโลยีภายในและการควบคุมที่โดดเด่นกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ราคาขายตามคำแนะนำที่ 13,499,000 บาทค่อนข้างสูง เมื่อพิจารณาจากภาพรวม รถคันนี้เหมาะทั้งสำหรับนักธุรกิจที่ใช้ในการต้อนรับลูกค้า และสำหรับเจ้าของรถที่ต้องการเพลิดเพลินกับการขับขี่และสนองความต้องการด้านสมรรถนะ ผู้บริโภคที่เหมาะกับรถรุ่นนี้ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจระดับสูง ผู้บริหารองค์กร และผู้ที่ให้ความสำคัญกับความหรูหราและความสะดวกสบาย พร้อมทั้งต้องการสมรรถนะพลังงานที่สูง
โดยรวมแล้ว รถคันนี้เป็นรถซีดานสุดหรูระดับเรือธงที่มีความสามารถรอบด้าน ผสมผสานสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเข้ากับความหรูหราและความสะดวกสบายอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางไกล ก็สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมได้ หากคุณเป็นผู้บริโภคระดับสูงในประเทศไทย และกำลังมองหารถที่สามารถแสดงถึงสถานะและตอบสนองความเพลิดเพลินในการขับขี่ได้ รุ่น M760Li xDrive คันนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะพิจารณา
BMW 7 Series Sedan เปรียบเทียบรถยนต์











