รูป Ferrari

รีวิว 2020 Ferrari 812 GTS 6.5L

2020 Ferrari 812 GTS 6.5Lในฐานะรถเปิดประทุน V12 เครื่องยนต์หน้ารุ่นแรกของ Ferrari กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับรถเปิดประทุนหรู ด้วยกำลังเครื่องยนต์ V12 ขนาด 800 แรงม้า หลังคาแข็งที่สามารถเปิดได้ใน 14 วินาที และการควบคุมที่แม่นยำ
รูป Ferrari 812 GTS
THB 34,700,000
2020 Ferrari 812 GTS 6.5L
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ระบบเกียร์
AT
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถสปอร์ตหรูในประเทศไทย รถเปิดประทุน V12 เป็นโมเดลที่สงวนไว้สำหรับผู้ใช้งานกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น —— เพราะความสุดยอดของการส่งพลัง การให้ความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นจากรถเปิดประทุน และสัญลักษณ์ของแบรนด์ที่มอบสถานะทางสังคม ทำให้รถประเภทนี้กลายเป็น "รถในฝัน" ที่เป็นยอดปรารถนา Ferrari 812 GTS รุ่นปี 2020 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 6.5L เป็นรถเปิดประทุน V12 เครื่องยนต์วางหน้าแบบผลิตจำนวนมากรุ่นแรกของแบรนด์ Ferrari ที่มุ่งเป้าหมายไปยังผู้บริโภคที่ต้องการทั้งสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดหลังคา ในการทดสอบขับครั้งนี้ เราจะมุ่งเน้นตรวจสอบการใช้งานของหลังคาเปิดประทุน สมรรถนะที่แท้จริงของเครื่องยนต์ V12 และความเหมาะสมในการใช้งานในชีวิตประจำวัน (หากเจ้าของรถต้องการใช้เป็นพาหนะประจำวัน)

เมื่อมองจากระยะไกล ลักษณะรูปร่างของ 812 GTS เกือบจะเหมือนกับรุ่น 812 Superfast แบบหลังคาแข็ง —— เส้นสายของรถคูเป้ที่ไหลลื่นตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าไปจนถึงท้ายรถ การออกแบบแบบตัวถังกว้างพร้อมล้ออัลลอยด์ขอบ 20 นิ้วแบบหลายซี่ที่ดูดุดันเป็นอย่างมาก ด้านหน้ามาพร้อมไฟหน้า LED แบบเมทริกซ์ที่มีดีไซน์คมชัด ช่องรับอากาศด้านล่างที่ออกแบบเป็นตะแกรงรวงผึ้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิกและเพิ่มความสปอร์ต จุดเด่นสำคัญคงเป็นตัวโครงสร้างหลังคาเปิดประทุน: หลังคาแบบแข็งสามารถเปิด-ปิดได้ในเวลา 14 วินาทีขณะรถมีความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. โดยเมื่อซ่อนหลังคาแล้ว จะถูกเก็บอยู่ระหว่างส่วนบนของหลังคาและท้ายรถในพื้นที่พิเศษ โดยไม่กินพื้นที่บรรจุของมากเกินไป เมื่อหลังคาถูกปิด เส้นสายของหลังคาจะต่อเนื่องกับรุ่นหลังคาแข็งเกือบไม่มีรอยต่อ; ส่วนเมื่อเปิดหลังคา แผ่นสปอยเลอร์ขนาดเล็กด้านท้ายจะยกขึ้นอัตโนมัติเพื่อรักษาสมดุลของแอโรไดนามิก ไฟท้ายยังคงเป็นดีไซน์วงกลมสี่ดวงที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเข้ากันกับระบบท่อไอเสียแบบ 4 ออกสองด้าน โดยเมื่อเปิดไฟในเวลากลางคืนจะมีการจดจำที่โดดเด่นมาก

เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร การจัดวางที่นั่งของ Ferrari ซึ่งให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่นั้นเห็นได้อย่างชัดเจน —— ปุ่มควบคุมหลักทั้งหมดจะถูกรวบรวมอยู่ที่พวงมาลัยและแผงควบคุมกลาง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้โดยไม่เสียสมาธิ ด้านซ้ายของพวงมาลัยมีปุ่มสตาร์ทและหมุนเลือกโหมดการขับขี่ (ประกอบด้วย Wet, Sport, Race, CT Off, ESC Off ทั้งหมด 5 โหมด) ส่วนด้านขวาคือแป้นเปลี่ยนเกียร์และปุ่มควบคุมที่ปัดน้ำฝน หน้าจอกลางเป็นแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ CarPlay หน้าจอมีการใช้งานง่ายและเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน วัสดุในห้องโดยสารใช้คาร์บอนไฟเบอร์, Alcantara และหนังแท้เป็นหลัก ที่นั่งออกแบบเป็นแบบบัคเก็ตซีทที่ให้การรองรับด้านข้างที่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้าและรองรับส่วนเอว ทำให้ขับรถนานๆ ก็ไม่รู้สึกเมื่อยล้า สิ่งที่ควรสังเกตคือเมื่อเปิดหลังคา ระบบควบคุมลมหวนในห้องโดยสารทำได้ดีมาก แม้ในความเร็ว 120 กม./ชม. ลมหวนบริเวณศีรษะก็ไม่รุนแรงจนเกินไป และการพูดคุยกันยังคงทำได้อย่างชัดเจน

ในฐานะรถสปอร์ตสองที่นั่ง พื้นที่ของ 812 GTS ถูกออกแบบมาเพื่อบริการผู้ขับขี่และที่นั่งคู่หน้าเท่านั้น —— ระยะห่างศีรษะของที่นั่งแถวหน้าเมื่อปิดหลังคาจะเหลือประมาณหนึ่งกำปั้น (ผู้ทดลองที่มีส่วนสูง 175 ซม.) ส่วนพื้นที่ขาของผู้โดยสารกว้างขวางเพียงพอเนื่องจากระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2720 มม. ความจุของพื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อปิดหลังคาอยู่ที่ 210 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการเก็บสัมภาระ 2 กล่องเดินทางแบบขึ้นเครื่องบิน; เมื่อเปิดหลังคาความจุอาจลดลงเล็กน้อย แต่ยังสามารถใส่กระเป๋าสะพายหลังได้ 1 ใบ เพื่อรองรับการเดินทางระยะสั้น พื้นที่เก็บของในห้องโดยสารมีไม่มากนัก โดยมีเพียงช่องเก็บของขนาดเล็กและที่วางแก้วอยู่ใต้แผงควบคุมกลาง ซึ่งเหมาะสำหรับเก็บโทรศัพท์มือถือหรือกระเป๋าสตางค์

กดปุ่มสตาร์ทสีแดงบนพวงมาลัย เครื่องยนต์ V12 NA 6.5 ลิตร จะส่งเสียงคำรามทันที—เครื่องยนต์นี้มีกำลังสูงสุดที่ 800 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 718 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 3 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 340 กม./ชม. ในการขับขี่จริง เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมด Sport การตอบสนองของคันเร่งจะไวมาก จนสามารถสัมผัสถึงแรงผลักหลังเพียงแค่แตะเบาๆ และเมื่อรอบเครื่องยนต์เกิน 4,000 รอบ/นาที เสียงของท่อไอเสียจะสูงขึ้นและมีมิติ โดยเฉพาะเมื่อเปิดหลังคา เสียงของ V12 จะถ่ายทอดเข้ามาในห้องโดยสาร กระตุ้นความรู้สึกได้เต็มที่ แม้ในโหมด Wet การส่งกำลังก็ยังคงมีความนุ่มนวล เหมาะสำหรับการขับในชีวิตประจำวัน

ในด้านการควบคุม 812 GTS มีความแม่นยำในการเลี้ยวสูง พวงมาลัยไม่มีระยะฟรี และสามารถสื่อสารข้อมูลพื้นผิวถนนได้อย่างชัดเจน ระบบช่วงล่างใช้โครงสร้างแบบปีกนกคู่ด้านหน้าและมัลติลิงค์ด้านหลัง ในโหมด Sport สามารถรองรับการเข้าโค้งได้อย่างมั่นคง โดยแรงเอียงในขณะเข้าโค้งจะน้อยมาก ส่วนในโหมด Comfort (ต้องตั้งค่าที่ระบบกลาง) ระบบช่วงล่างจะมีความนุ่มมากขึ้น ให้ความสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อวิ่งบนถนนที่มีการกระแทกเล็กน้อย ระบบเบรกใช้จานเบรกคาร์บอนเซรามิก มีแรงเบรกที่ทรงพลังและนุ่มนวล ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. ใช้เพียงประมาณ 32 เมตร ให้ความมั่นใจอย่างเพียงพอ

ในส่วนของการใช้น้ำมัน ทางการระบุว่าในสภาพการขับขี่แบบผสมมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 14.9 ลิตร/100 กม. แต่ในการขับขี่จริง หากเหยียบคันเร่งแรงบ่อย อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอาจเกิน 20 ลิตรได้ง่าย หากขับขี่แบบนุ่มนวล ในเขตเมืองจะใช้ประมาณ 16 ลิตร และบนทางหลวงอาจลดลงเหลือประมาณ 12 ลิตร ซึ่งสำหรับรถยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ประสิทธิภาพนี้ถือว่าสมเหตุสมผล ในด้านของการควบคุมเสียงรบกวน เมื่อหลังคาปิดลง ห้องโดยสารจะมีความเงียบอย่างยอดเยี่ยม ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. เสียงลมและเสียงล้ออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และเมื่อเปิดหลังคา เสียงลมจะชัดเจนมากขึ้น แต่เสียงเครื่องยนต์ที่เข้ามาจะเพิ่มความสนุกในการขับขี่แทน

โดยรวมแล้ว Ferrari 812 GTS ปี 2020 เป็นรถที่มีข้อได้เปรียบหลักเรื่องการ "ได้ทั้งประสิทธิภาพและความสนุก" มันไม่เพียงแต่สืบทอดความแรงสุดขีดของ 812 Superfast แต่ยังมาพร้อมกับประสบการณ์ขับขี่แบบเปิดหลังคาที่ไม่เหมือนใคร เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน (เช่น Lamborghini Aventador SVJ Roadster) 812 GTS มีการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีกว่า หลังคาแข็งสามารถพับได้อย่างรวดเร็วและเงียบ และเครื่องยนต์ V12 แบบ NA ก็มีความนุ่มนวลและเสียงที่เป็นเอกลักษณ์

รถยนต์คันนี้ชัดเจนว่าไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานในครอบครัว กลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่มีอิสระทางการเงิน รักการขับขี่ และต้องการสนุกกับความเป็นรถเปิดประทุนในวันหยุดสุดสัปดาห์—พวกเขามองหาประสิทธิภาพที่เหนือชั้น ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ และบางครั้งยังใช้มันเป็นยานพาหนะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันที่สะดวก หากคุณต้องการรถยนต์ที่สามารถบ้าพล่านบนสนามแข่งได้ และยังสามารถซิ่งเบา ๆ บนถนนริมทะเล Ferrari 812 GTS นั้นแทบจะเป็นตัวเลือกเดียว

โดยสรุป Ferrari 812 GTS 6.5L ปี 2020 เป็นรถเปิดประทุนระดับสูงที่ "แทบไม่มีจุดอ่อน” เลย—ขุมพลัง V12 ที่เร้าใจ การควบคุมที่ยอดเยี่ยม การออกแบบหลังคาที่ใช้งานได้จริง และความเป็นแบรนด์ Ferrari ส่งผลให้มันกลายเป็นรถสปอร์ตหรูที่ไม่อาจมองข้ามได้ สำหรับผู้ที่เข้าใจมันอย่างแท้จริง ราคา 34,700,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าคุณแค่ซื้อรถยนต์ แต่มันคือการซื้อประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในระดับสุดยอด

ข้อดี
6.5Lเครื่องยนต์ V12 ที่ไม่มีระบบอัดอากาศ มีเสียงคำรามที่เร้าใจและทรงพลัง ทำให้มีความโดดเด่นในกระแสรถยนต์
ภายในเป็นหนัง Alcantara ที่ทนทาน ดูแลรักษาง่าย พร้อมตกแต่งด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มความหรูหรา มีคะแนนรีวิวภายในสูง
ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม สามารถหยุดรถได้อย่างมั่นคงในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีความปลอดภัยสูง
ข้อเสีย
ในฤดูร้อน หลังจากเปิดหลังคาแล้วพวงมาลัยมีความร้อนสูง ส่งผลต่อประสบการณ์การขับขี่ มีปัญหาในความสะดวกในการใช้งาน
ในสภาพการจราจรที่แออัดในเมือง กำลังของเครื่องยนต์ไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพได้เต็มที่ ทำให้รู้สึกอึดอัดและลดทอนประสบการณ์ด้านสมรรถนะ
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันสูงมาก ขณะขับขี่ในเขตเมืองตัวชี้โชว์น้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ถังน้ำมัน 92 ลิตรมีระยะทำการในเมืองที่สั้น
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.6 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.8 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายเครื่อง
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 GTS 6.5L
ม้ารูปร่างสง่างามตัวนี้ในช่วงบ่ายของการจราจรติดขัดที่กรุงเทพฯ เปรียบเสมือน “การโจมตีแบบลดระดับ” — เพียงแค่เหยียบเสียงของเครื่องยนต์ 6.5L แบบไม่มีเทอร์โบ เสียงก็พุ่งไปจนรถกระบะข้างๆ ต้องหลีกทางเลยทีเดียว แต่ถ้าเปิดหลังคาในหน้าร้อนต้องทำอะไรให้เร็วๆ ไม่งั้นพวงมาลัยจะร้อนจนทำให้คุณสงสัยในชีวิตได้เลย ส่วนภายในที่ตกแต่งด้วย Alcantara นั้นทนทานดีเยี่ยม
5 ดีเยี่ยม
PhuketUser05
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 GTS 6.5L
สัปดาห์ที่แล้วฝนตกหนัก ขับมันออกไปบนถนนสายหลักที่การจราจรติดขัดเหมือนโจ๊กในกรุงเทพ เครื่อง V12 ขนาด 6.5 ลิตร ต้องอดทนกับการขับช้าๆ - คะแนนสมรรถนะรถหายไปเพราะความอึดอัดจากการจราจรติดขัด แต่พอลองจับพวงมาลัยหุ้ม Alcantara และมองไปยังแผงคาร์บอนไฟเบอร์ข้างที่นั่งผู้โดยสารที่เงางาม ก็ต้องยอมรับว่าคะแนน 5 ดาวของงานตกแต่งภายในนั้นคู่ควรจริงๆ ตอนติดไฟแดง เมื่อตัวปัดน้ำฝนกวาดผ่านกระจกหน้า เหลือบไปมองกระจกหลังกลับเห็นคนยืนถ่ายรูปอยู่ รู้สึกได้ถึงความโดดเด่นของสีแดงสะดุดตานั้น คะแนน 5 ดาวสมเหตุสมผลมากๆ แต่ว่ามาตรวัดน้ำมันเคลื่อนไหวเร็วกว่าจังหวะหัวใจ ถังน้ำมันขนาด 92 ลิตร ใช้ในเมืองแค่ไม่ถึงสามวันก็หมด
5 ดีเยี่ยม
สายแม็ก
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 GTS 6.5L
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขับรถบนทางหลวงวงแหวนรอบกรุงเทพฯ ในวันที่ฝนตกหนัก พอผ่านด่านเก็บเงินก็เจอรถคันหน้าหยุดกระทันหัน เบรกเซรามิกคาร์บอนของ 812 นี่สุดยอดจริงๆ เหยียบครั้งเดียวหยุดนิ่งได้อย่างมั่นคง เรื่องความปลอดภัยให้คะแนนเต็มไม่มีข้อสงสัย แต่รถคันนี้บนพื้นถนนที่ลื่นในวันฝนตก แรงดูดอากาศขนาด 6.5 ลิตรที่อลหม่านนี้บางทีก็ "ควบคุมไม่ได้" —— แค่เหยียบคันเร่งลึกไปหน่อยก็ทำให้ล้อหลังลื่นไถลแล้ว ประสิทธิภาพถูกหักคะแนนไปเพราะความเหมาะสมกับถนนที่เปียกนี้แหละ เรื่องการใช้น้ำมัน? บนทางหลวงใช้ 15 ลิตร ส่วนในเมืองที่รถติดอาจถึง 20 ลิตรกันเลยทีเดียว กระเป๋าเงินแทบร้องไห้
5 ดีเยี่ยม
มอเตอร์ไซค์
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 GTS 6.5L
เสียงท่อรถดังสนั่นจนสะเทือนถนน บรรดาชาวมอเตอร์ไซค์ที่ริมถนนต่างหันมามองกันหมด ดึงดูดความสนใจยิ่งกว่าที่ผมเคยขับรถซิวิคแต่งเมื่อก่อนถึงสิบเท่า!
5 ดีเยี่ยม
สายคลัทช์
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 GTS 6.5L
นี่ V12 แค่เหยียบคันเร่งวิญญาณก็แทบลอยออกจากร่างแล้ว แต่เบาะนี่แข็งเหมือนนั่งบนหิน ขับแค่ครึ่งชั่วโมงหลังก็แทบจะหักแล้ว!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
6496
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
14.9
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
4693
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1971
ความสูง(มิลลิเมตร)
1276
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2720
รูป Ferrari 812 GTS
Ferrari 812 GTS
รูป Alfa Romeo Spider
Alfa Romeo Spider
Ferrari 812 GTS
vs
Alfa Romeo Spider
รูป Ferrari 812 GTS
Ferrari 812 GTS
รูป Subaru BRZ
Subaru BRZ
Ferrari 812 GTS
vs
Subaru BRZ
รูป Ferrari 812 GTS
Ferrari 812 GTS
รูป Toyota GR 86
Toyota GR 86
Ferrari 812 GTS
vs
Toyota GR 86
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถ Ferrari 296 GTB มือสองในดูไบราคาเท่าไหร่?

ราคาของ Ferrari 296 GTB ในมาเลเซียเป็นเท่าไร?

จำนวนพนักงานของ Ferrari ในปี 2023 มีเท่าไหร่?