รูป Porsche

รีวิว 2020 Porsche Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive

2020 Porsche Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive เป็นรถซีดานหรูระดับผู้บริหารแบบไฮบริดชั้นนำที่รวมความหรูหราเหมาะสำหรับการใช้งานธุรกิจกับความสนุกสนานในการขับขี่อย่างลงตัว ฐานล้อที่ยาวขึ้นช่วยเพิ่มพื้นที่เบาะหลังแบบเหนือระดับ ระบบไฮบริดที่มีกำลัง 680 แรงม้ามอบพลังที่แข็งแกร่ง
รูป Porsche Panamera
รูป Porsche Panamera
รูป Porsche Panamera
รูป Porsche Panamera
รูป Porsche Panamera
THB 21,700,000
2020 Porsche Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive
เซกเมนท์
Luxury
ตัวถัง
Sedan
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
4.0
พละกำลังรวม(PS)
-
แรงบิดรวม(Nm)
-
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถยนต์ซีดานสุดหรู ความกว้างขวางของพื้นที่ แรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง และประสบการณ์อันประณีตเป็นความต้องการหลักที่ผู้ใช้หลีกเลี่ยงไม่ได้—โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการตอบโจทย์ทั้งการใช้งานเพื่อการต้อนรับธุรกิจและความสนุกสนานในการขับขี่ส่วนตัว Porsche Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive รุ่นปี 2020 ได้วางเป้าหมายในตลาดเฉพาะกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ด้วยการผสมผสานการขับเคลื่อนที่ดุดันของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบ ระบบไฮบริดที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขวางซึ่งมาจากระยะฐานล้อที่ยาวเพิ่มขึ้น ในการทดลองขับครั้งนี้ สิ่งที่ฉันอยากรู้ก็คือ รถรุ่นยอดท็อปแบบไฮบริดของตระกูล Panamera คันนี้จะสามารถตอบโจทย์ทั้ง "เจ้านายที่นั่งเบาะหลัง" และ "ความสนุกในการขับขี่ด้วยตัวเอง" ที่ดูเหมือนจะเป็นความต้องการที่ขัดแย้งกันได้หรือไม่?

มาดูที่ภายนอกรถก่อน รถรุ่นนี้ยังคงรักษารูปทรงหลังคาลาดเอกลักษณ์ของ Panamera ไว้ แต่ตัวรถในรุ่น "Executive" ที่มีฐานล้อยาวขึ้นทำให้เส้นสายด้านข้างรถดูกว้างขวางมากขึ้น—ด้วยความยาวตัวรถที่ 5,199 มม. และระยะฐานล้อที่ 3,100 มม. ซึ่งยาวกว่ารุ่นฐานล้อมาตรฐานถึง 150 มม. ทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมดูเรียวยาวและสง่างามโดยไม่ทิ้งสัมผัสของความสปอร์ต หน้ารถยังคงมีไฟเดย์ไทม์ LED สี่จุดอันเป็นที่คุ้นเคย พร้อมกับกระจังหน้าแบบขนาดใหญ่ เส้นกล้ามเนื้อบนฝากระโปรงหน้ายกจากตรารถไปถึงเสา A ทำให้ดูไม่ธรรมดา เส้นขอบด้านข้างของรถพาดจากบังโคลนหน้าไปจนถึงไฟท้าย มือจับประตูออกแบบให้ซ่อนตัวเพื่อช่วยลดแรงต้านลมและเพิ่มความหรูหรา ในส่วนท้ายรถมีไฟท้าย LED ที่พาดแนวยาวซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Porsche ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อเปิดไฟขึ้นจะมีความโดดเด่น ส่วนนอกมีท่อไอเสีย 4 ท่อแบบสองข้างที่ย้ำเตือนว่านี่คือรถสมรรถนะสูง—ถึงแม้มันจะมีป้าย "ไฮบริด" ก็ตาม การออกแบบโดยรวมไม่ได้ดูโอ้อวดเกินไป แต่รายละเอียดต่างๆ กลับเต็มไปด้วยความใส่ใจที่สะท้อนถึงแบรนด์หรู สามารถใช้งานในสถานการณ์ธุรกิจได้อย่างสง่างามและก็ดูเหมาะสมเมื่อขับในชีวิตประจำวัน

เมื่อเข้ามาภายในรถ วัสดุภายในและการจัดวางทำให้เกิดความหรูหราสูงสุด แผงหน้าปัดกลางรถใช้ดีไซน์ประจำตัวของ Porsche คือหน้าปัดห้าแบบต่อเป็นแถว โดยหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ขณะที่ด้านข้างยังคงมีเข็มวัดแบบเครื่องกลเพื่อให้ได้ทั้งบรรยากาศของเทคโนโลยีและการขับขี่แบบดั้งเดิม หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว บนแผงคอนโซลกลางเป็นศูนย์กลางของระบบอินโฟเทนเมนต์ การใช้งานอินเตอร์เฟสทำได้อย่างลื่นไหล ฟังก์ชั่นที่ใช้บ่อย เช่น การนำทาง บลูทูธ และ CarPlay อยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจน ง่ายต่อการใช้งาน จุดเด่นอีกอย่างคือเบาะนั่งของมัน: เบาะหน้าถูกออกแบบให้คล้ายกับเบาะถังสำหรับการแข่งขัน มีการรองรับที่ช่วงเอวและขาอย่างเต็มที่ พร้อมฟังก์ชั่นอุ่นเบาะ ระบายลม และนวด ทำให้ขับขี่ได้นานโดยไม่รู้สึกเหนื่อย ส่วนเบาะหลังถือเป็นจุดเด่นของรุ่น "Executive" ระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นถูกนำมาใช้กับพื้นที่นั่งเบาะหลังทั้งหมด ผู้ใหญ่นั่งด้วยความสูง 180 ซม. จะยังมีพื้นที่วางขาถึงสองกำปั้นและพื้นที่เหนือศีรษะหนึ่งกำปั้น นี่เทียบเท่ากับมาตรฐานรถระดับ D เลยทีเดียว เบาะหลังก็มีระบบควบคุมแอร์แยก ของตัวเอง เบาะมีทั้งระบบอุ่น/ระบายลม ที่พักแขนกลางเบาะยังมีช่องเสียบชาร์จ USB และที่เก็บของเสริม อีกทั้งสามารถเลือกรุ่นที่ติดตั้งระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารเบาะหลังได้ ทำให้เจ้านายนั่งดูงานหรือพักผ่อนได้สบายจุใจ ส่วนที่สัมผัสได้ทุกส่วนในรถถูกหุ้มด้วยหนังแท้ และแผงประตูยังประดับด้วยไม้อัดขัดเคลือบเงา เพิ่มด้วยแสง ambient lighting ทำให้บรรยากาศตอนขับรถกลางคืนดูหรูหรายิ่งขึ้น การออกแบบเบาะ 5 ที่นั่งในรถยังใช้งานได้หลากหลายกว่ารถซีดานแบบ 4 ที่นั่งทั่วไป ถ้าอยากพกพาเพิ่มอีกหนึ่งคนก็ไม่ต้องเบียดเลยทีเดียว

ต่อไปเป็นสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ซึ่งถือเป็นจุดแข็งหลักของ Porsche คันนี้ รถรุ่นนี้ติดตั้งระบบไฮบริดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4.0T V8 เทอร์โบคู่ + มอเตอร์ไฟฟ้า รวมกำลังสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ PDK แบบคลัตช์คู่ 8 สปีด เมื่อดูข้อมูลสเปกก็พอจะรู้ว่ามันแรงมากแค่ไหน แต่เมื่อขับแล้วกลับรู้สึก “สุขุม” – ในโหมดเริ่มต้น มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานก่อน ทำให้การออกตัวเงียบและราบรื่น ราวกับการขับรถยนต์ไฟฟ้า เหมาะสำหรับการขับในเมืองที่มีรถติด เมื่อเหยียบคันเร่งลึก เครื่องยนต์ V8 จะเข้ามาทำงานทันที กำลังมาอย่างรวดเร็วและดุดัน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 3.4 วินาที ความรู้สึกดึงตัวติดเบาะทันที การแซงนั้นแทบจะไม่ต้องลังเล เพียงเหยียบคันเร่งก็สามารถทิ้งรถด้านหลังได้อย่างง่ายดาย เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมด Sport+ เสียงท่อไอเสียจะหนักแน่นขึ้น ล็อกการเปลี่ยนเกียร์ให้ดุดันมากขึ้น และพวงมาลัยจะให้ความรู้สึกหนักขึ้น บุคลิกของรถเปลี่ยนจาก “รถผู้บริหาร” กลายเป็น “รถสมรรถนะสูง” ในทันที การขับขี่บนเขาหรือทางด่วนเป็นสิ่งที่เพลิดเพลินมาก

ในด้านการควบคุม แม้จะมีระยะฐานล้อยาวขึ้น แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความคล่องตัว พวงมาลัยแม่นยำมาก มีระยะฟรีน้อย ขยับเท่าไรได้เท่านั้น ซึ่งเป็นสไตล์ Porsche ระบบกันสะเทือนติดตั้งแบบถุงลมปรับอัตโนมัติ สามารถปรับความนุ่มความแข็งตามโหมดการขับขี่ – ในโหมด Comfort การขับผ่านหลุมหรือร่องถนน ระบบกันสะเทือนสามารถกรองแรงกระแทกได้ส่วนใหญ่ ผู้โดยสารด้านหลังแทบจะไม่รู้สึกสั่นสะเทือน แต่ในโหมด Sport ระบบกันสะเทือนจะแข็งขึ้น ระหว่างเข้าโค้งการยืดตัวของรถถูกควบคุมไว้ได้ดี ท่าทางของรถมีความมั่นคง แม้ว่าจะเป็นรุ่นฐานล้อยาวก็ยังให้ความมั่นใจในการขับขี่ได้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ด้วยความยาวของตัวรถที่เกิน 5 เมตร การกลับรถหรือจอดรถจะต้องระวังเรื่องขนาด แต่เมื่อคุ้นชินแล้วก็ไม่มีปัญหา

ในฐานะรถไฮบริด รถคันนี้สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้ประมาณ 50 กิโลเมตร (ตามเงื่อนไข NEDC) สำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันในโหมดไฟฟ้าล้วนถือว่าเพียงพอ ช่วยประหยัดน้ำมันและเสียงเงียบ การขับทางหลวงในโหมดไฮบริด อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10 ลิตร/100 กม. ซึ่งสำหรับรถที่มีกำลัง 680 แรงม้า ค่านี้ถือว่าน่าประทับใจมาก การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดีด้วย เมื่อขับในเมืองที่ความเร็วต่ำ จะได้ยินเพียงเสียงยาง ในขณะที่บนทางหลวง เสียงลมและเสียงเครื่องยนต์ถูกลดทอนจนแทบไม่ได้ยิน ผู้โดยสารด้านหลังสามารถพูดคุยกันโดยไม่ต้องตะโกน

สุดท้ายมาสรุปกัน รุ่น 2020 Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive มีจุดเด่นที่สุดคือความ “ครบครัน”: มันมีพื้นที่และอุปกรณ์หรูหราเหมือนรถผู้บริหาร สามารถตอบสนองการต้อนรับแขก แต่ในขณะเดียวกันก็มีสมรรถนะและการควบคุมในระดับซูเปอร์คาร์ ที่เจ้าของรถสามารถขับได้อย่างสนุกสนาน ระบบไฮบริดยังช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงในระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่าง BMW 7 Series หรือ Mercedes-Benz S-Class รุ่นไฮบริด Panamera มีสมรรถนะที่เหนือกว่า มอบความสนุกในการขับขี่มากกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ล้าหลังในด้านความหรูหราและพื้นที่ – ข้อเสียเดียวอาจจะเป็นราคาที่ 21.7 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่ถูก แต่สำหรับผู้ที่สามารถครอบครองรถในระดับนี้ได้ สิ่งที่รถคันนี้มอบคือ “ประสบการณ์ครบวงจร” ที่หารถรุ่นอื่นมาแทนที่ได้ยาก

รถคันนี้เหมาะกับคนสองกลุ่มหลัก: กลุ่มแรกคือเจ้าของกิจการที่ขับเองเป็นส่วนใหญ่ และบางครั้งต้องรับรองลูกค้า ผู้ที่ต้องการความสนุกในการขับที่เป็นเอกลักษณ์ของ Porsche แต่ไม่อยากเสียสละความสบายของผู้โดยสารด้านหลัง อีกกลุ่มคือผู้แสวงหาการผสมผสานระหว่างความหรูหราและสมรรถนะที่ลงตัวเบื่อรถผู้บริหารธรรมดาที่ “น่าเบื่อ” และต้องการรถที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน กล่าวโดยสรุป มันไม่ใช่รถผู้บริหารที่ “มีไว้แค่นั่ง” และก็ไม่ใช่รถสมรรถนะที่ “ไว้แค่ขับสนุก” – แต่มันคือตัวเลือกหนึ่งที่รวมทั้งสองสิ่งนี้ไว้ได้ดีที่สุด และนี่คือจุดที่ทำให้มันโดดเด่นที่สุด

ข้อดี
ระบบไฮบริดน้ำมันและไฟฟ้ามีกำลังแรง การเร่งความเร็วซ้ำบนทางหลวงยอดเยี่ยม แซงรถคันอื่นได้อย่างมั่นใจ
ในโหมดไฮบริด ใช้ไฟฟ้าในเมืองเงียบและประหยัดน้ำมัน ระบบกำลังสำรองน้ำมันและไฟฟ้าบนทางหลวงเพียงพอ
อุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น การเบรกอัตโนมัติ การรักษาเลน มีประโยชน์ สามารถป้องกันอุบัติเหตุการชนท้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสีย
เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่แถวหลังมีเพียงสองจุด ไม่เพียงพอสำหรับการเดินทางของเด็กสามคน
สีรถค่อนข้างอ่อน ถูกมูลนกไทย กิ่งไม้ ขูดให้เกิดรอยได้ง่าย ต้องดูแลบำรุงรักษาบ่อยๆ
ตัวรถค่อนข้างยาว จอดในซอยแคบๆ ในกรุงเทพฯ ไม่สะดวก ความคล่องตัวไม่เพียงพอในบางสภาพถนน
คะแนนรวม
4.3
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.6 / 5
ความปลอดภัย
4.0 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
คาร์บอย
เจ้าของ 2020 Porsche Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive
ในฐานะเจ้าของ Panamera Turbo S E-Hybrid Executive รุ่นปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปีแล้ว อยากแชร์ความรู้สึกจริง ๆ ก่อนอื่นต้องพูดถึงเรื่องสมรรถนะ ให้คะแนนเต็ม 5 ก็ยังไม่พอ! บนทางด่วนในกรุงเทพฯ แค่เหยียบคันเร่งแรงๆ ระบบไฮบริดที่ระเบิดพลังทำให้ทิ้งรถคันข้างๆ ไปไกล ความรู้สึกตอนแซงอย่างมั่นใจก็สุดยอดมาก แม้แต่บนทางด่วนจากพัทยาไปกรุงเทพฯ ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ยังสามารถเร่งได้อย่างรวดเร็ว เหมือนไม่ใช่รถยนต์ขนาดใหญ่แบบนี้ และในโหมดไฮบริด เวลารถติดในเมืองก็ใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อน เงียบและประหยัดน้ำมัน บนทางด่วนระบบน้ำมันและไฟฟ้าช่วยกันทำงาน พลังงานสำรองมีให้ใช้เหลือเฟือ เรื่องความปลอดภัย ให้ 4 คะแนน คุณสมบัติเช่นเบรกอัตโนมัติและระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนมีประโยชน์มากในสภาพการจราจรที่ซับซ้อนของประเทศไทย เคยมีครั้งหนึ่งบนถนนสุขุมวิทที่รถคันหน้าเบรกกะทันหัน ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติได้ทันเวลา ทำให้เลี่ยงการชนท้ายไปได้อย่างหวุดหวิด แต่มีข้อเสียเล็กน้อยคือจุดติดตั้งเบาะนิรภัยสำหรับเด็กที่ด้านหลังมีแค่สองจุด ถ้าต้องเดินทางพร้อมเด็กสามคน ต้องคิดหนักเรื่องที่นั่ง ในเรื่องรูปลักษณ์ ให้ 4 คะแนน ตัวถังรถแบบยาวพิเศษดูมีพลังอำนาจมากบนถนนในประเทศไทย ทุกครั้งที่จอดรถที่ลานจอดห้างสยามสแควร์ มักจะดึงดูดสายตาได้หลายคู่ แต่สีของรถออกจะอ่อนเกินไป มูลนกและกิ่งไม้ในไทยทำให้เกิดรอยได้ง่าย จำเป็นต้องบำรุงรักษาบ่อยครั้ง โดยรวมแล้ว การขับรถคันนี้ในประเทศไทยเป็นประสบการณ์ที่สบายมาก โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหลังที่เพิ่มขึ้นในรุ่นฐานล้อยาว พาไปเที่ยวหัวหินกับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่สามารถเหยียดขานอนหลับในที่นั่งด้านหลังได้เลย ข้อเสียคือราคาแพงแน่นอน แต่สมรรถนะและความหรูหราก็คุ้มค่ากับราคาแบบสุดๆ!
4 ดีเยี่ยม
สายออยล์
เจ้าของ 2020 Porsche Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive
ในฐานะเจ้าของ Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive รุ่นปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปีแล้ว ก็ต้องบอกว่าประสบการณ์โดยรวมพอใจมากมาย ขอพูดถึงเรื่องสมรรถนะก่อนเลย เครื่องยนต์ 4.0T ที่มาพร้อมระบบไฮบริด ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเย็นในกรุงเทพฯ การใช้โหมดไฟฟ้าล้วนจะเงียบสงบและราบรื่นมาก แต่พอขึ้นทางด่วนหรือถนนสายด่วนชานเมือง แค่เหยียบคันเร่งลึก ๆ แรงส่งที่ตามมาคือสุดยอดมาก การแซงคันอื่นเลยทำได้ง่ายมาก อย่างไรก็ตามบางครั้งรู้สึกว่าช่วงล่างยังคงแข็งไปในเวลาขับเจอถนนที่มีหลุมบ่อในย่านเก่าของกรุงเทพฯ เลยให้คะแนน 4 ครับ ในส่วนของดีไซน์ภายนอก รุ่น Panamera มีทรงท้ายลาดที่โดดเด่นกว่ารถหรูในประเทศไทย โดยเฉพาะตัวรถแบบ Executive ที่ขยายความยาวตัวรถ ทำให้เส้นสายของตัวรถดูลงตัวมาก ขับผ่านไปบนถนนแล้วมีคนเหลียวหลังมองบ่อยมาก แต่ก็อาจเป็นเพราะตัวรถยาวเกินไปในบางครั้งเวลาจอดรถในตรอกแคบ ๆ ของกรุงเทพฯ รู้สึกว่าใช้พื้นที่พอสมควร ดังนั้นให้คะแนนดีไซน์ภายนอก 4 คะแนนครับ ในแง่ของระบบความปลอดภัย ระบบเบรกอัตโนมัติและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับตามสภาพถนน ที่ใช้งานบนทางด่วนในประเทศไทยทำให้สบายใจมาก ครั้งที่แล้วขับบนทางด่วนที่จังหวัดชลบุรี เกือบชนท้ายรถคันที่เบรกกระทันหัน ระบบช่วยเตือนและเบรกให้ทันเวลาซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่น่าประทับใจจริง ๆ ถึงกระนั้นอีกครั้งตอนขับบนถนนภูเขาที่ภูเก็ตในช่วงฝนตก รู้สึกว่าการยึดเกาะของยางรถยนต์บนถนนเปียกยังต้องมีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นคะแนนความปลอดภัยก็ให้ 4 คะแนน โดยรวมแล้วประสบการณ์การใช้งานรถคันนี้ในประเทศไทยยังน่าพอใจมาก เหมาะกับการใช้งานทั้งแบบธุรกิจและครอบครัวครับ
4 ดีเยี่ยม
HypercarHunter
เจ้าของ 2020 Porsche Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive
ในฐานะเจ้าของรถ Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive รุ่นปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปี สิ่งที่อยากชมที่สุดก็คือภายในรถ—ต้องบอกเลยว่าคู่ควรกับคะแนนเต็ม! โดยปกติฉันมักจะเจอปัญหารถติดในกรุงเทพฯ แต่พอได้เข้ามาในรถก็รู้สึกสบายมาก: เบาะ Nappa ที่ทำจากหนังแท้ สัมผัสเหมือนผ้าไหม ลายเย็บบนที่วางแขนตรงกลางและแผงตกแต่งลายไม้ทำออกมาได้อย่างละเอียดอ่อน แม้แต่ปุ่มปรับอากาศที่เป็นโลหะยังให้สัมผัสที่ดูมีคุณภาพ พื้นที่เบาะหลังยังใหญ่มากด้วย ส่วนสูงของฉัน 180 ซม. เมื่อนั่งก็ยังมีพื้นที่ระหว่างเข่ากับเบาะหน้าประมาณสองกำปั้น ในประเทศไทยที่มักต้องพาครอบครัวหรือเพื่อนๆ เดินทางเป็นประจำ ทำให้ระยะฐานล้อยาวของรุ่น Executive นั้นมีประโยชน์มากจริงๆ ในแง่ของความปลอดภัย ฉันให้ 4 คะแนน เพราะว่าฟังก์ชั่นมันครบจริงๆ: ระบบเบรกอัตโนมัติช่วยฉันสองครั้งเมื่อมีมอเตอร์ไซค์พุ่งออกมาในกรุงเทพฯ ส่วนระบบช่วยรักษาเลนก็มั่นคงมากบนทางหลวง แต่มีครั้งหนึ่งตอนขับบนถนนภูเขาที่ภูเก็ต ฉันรู้สึกว่าระบบตรวจจับมุมอับทำงานช้าไปเล็กน้อย จึงหักไปหนึ่งคะแนน แต่โดยรวมก็ยังคงให้ความมั่นใจอยู่ สำหรับรูปลักษณ์ภายนอก ฉันให้ 4 คะแนน ทรงท้ายลาดของ Panamera ทำให้มีคนหันมามองเยอะมากบนถนนในประเทศไทย โดยเฉพาะสีฟ้าเมทัลลิกที่ฉันเลือก เมื่อโดนแสงแดดมันจะสวยงามเป็นพิเศษ แต่บางครั้งเมื่อจอดรถริมถนน จะมีคนบอกว่าดีไซน์ไฟท้ายมันดูจะเรียบง่ายเกินไป ไม่ได้โดดเด่นเหมือนซูเปอร์คาร์รุ่นอื่นๆ แต่ฉันคิดว่าความหรูที่ดูสุขุมนั้นกลับเหมาะสมกับรสนิยมของฉันมากกว่า โดยรวมแล้ว รถคันนี้ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมบนถนนประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการขับในเมืองหรือการขับระยะทางไกล ก็ทำให้ฉันรู้สึกพึงพอใจมากจริงๆ
5 ดีเยี่ยม
สายแคม
เจ้าของ 2020 Porsche Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive
ในฐานะเจ้าของ Panamera Turbo S E-Hybrid Executive รุ่นปี 2020 การขับรถคันนี้ในประเทศไทยเป็นอะไรที่มีหน้ามีตามาก! ในแง่ของรูปลักษณ์ ตัวถังที่มีรูปทรงเพรียวบางพร้อมกับไฟหน้ารูปทรงตากบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ทุกครั้งที่จอดรถในลานจอดรถของ Siam Paragon ใจกลางกรุงเทพฯ จะมีผู้คนริมทางหันมามองเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับรถในตอนกลางคืนบนถนนเลียบชายทะเลของพัทยา ไฟท้าย LED ที่สว่างขึ้นในยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกสง่างามและมีชีวิตชีวาเหมือนเป็นงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้เลยทีเดียว ห้องโดยสารภายในยิ่งไม่มีที่ติ เบาะหนังแท้ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและหรูหรา พื้นที่เบาะหลังที่กว้างขวางจนสามารถนั่งไขว่ห้างได้อย่างสบาย สำหรับฉันที่ต้องนั่งรถนาน ๆ ในช่วงรถติดในกรุงเทพฯ ถือเป็นความสุขอย่างยิ่ง หน้าจอสัมผัสที่แผงควบคุมตอบสนองได้รวดเร็ว พร้อมกับระบบเสียงจาก Burmester การฟังเพลงในขณะรถติดนั้นช่วยให้ความรำคาญหายไปได้ทันที ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทยที่มักมีฝนตกบ่อยๆ ไฟสร้างบรรยากาศภายในรถสามารถปรับสีได้ตามอารมณ์ ช่วยให้สภาพอากาศชื้นๆ กลายเป็นอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้น สรุปได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือการตกแต่งภายใน รถคันนี้ตอบโจทย์ความคาดหวังของฉันที่มีต่อรถหรูได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
4 ดีเยี่ยม
ซิ่งสุด
เจ้าของ 2020 Porsche Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive
ในฐานะเจ้าของ Panamera 4.0 Turbo S E-Hybrid Executive รุ่นปี 2020 ที่ขับอยู่ในประเทศไทยมาเกือบสองปี สิ่งที่อยากจะบอกมากที่สุดก็คือหน้าตารถคันนี้มันยอดเยี่ยมมาก! ทุกครั้งที่จอดในลานจอดรถของ Siam Paragon ในกรุงเทพฯ คนที่เดินผ่านมักจะอดไม่ได้ที่จะมองมันสองครั้ง—ตัวรถที่มีรูปทรงลื่นไหลเข้ากับไฟหน้ารูปดวงตากบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche และยิ่งภายใต้แสงแดดของประเทศไทยมันดูหรูหรามาก โดยเฉพาะสีฟ้าเข้มเมทัลลิกที่ฉันเลือก เวลาขับบนทางด่วนในตอนกลางคืน ไฟท้ายที่สว่างขึ้นนั้นดูเด่นจนเหมือนเป็นจุดสนใจที่เคลื่อนที่ได้ ให้คะแนนเต็มไม่มีคำว่าผิดพลาด! แต่สำหรับภายในรถ ฉันให้ 4 คะแนน ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ แต่หลักๆเป็นเพราะบางจุดมีข้อกังขานิดหน่อยเวลาใช้ในประเทศไทย เช่น เบาะหนังแท้ถึงแม้ว่าจะรู้สึกมีคุณภาพดีมาก แต่ฤดูร้อนในกรุงเทพฯ นั้นร้อนมากเกินไป แม้ว่าจะเปิดแอร์จากระยะไกลก่อนล่วงหน้าแล้วก็ตาม แต่เวลานั่งลงไปก็ยังรู้สึกร้อนอับอยู่บ้าง นอกจากนี้แผงสัมผัสด้านหลังที่ดูมีความล้ำสมัยมาก แต่บางครั้งเวลารถติดแล้วต้องการปรับแอร์ มันก็ตอบสนองช้าไปนิด แต่โดยรวมแล้วการทำงานยังคงประณีตมาก การออกแบบแผงไม้และปุ่มโลหะให้ความรู้สึกหรูหรามาก และในระหว่างการขับระยะไกลไปหัวหิน ความสบายและการรองรับของเบาะนั่งนั้นถือว่าดีมาก ถือว่าเป็นข้อเสียเล็กๆ ที่ไม่สามารถลบล้างความดีได้!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
4.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
3996
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Luxury
ความยาว(มิลลิเมตร)
5199
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1937
ความสูง(มิลลิเมตร)
1432
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
3100
รูป Porsche Panamera
Porsche Panamera
รูป Maserati Ghibli
Maserati Ghibli
Porsche Panamera
vs
Maserati Ghibli
รูป Porsche Panamera
Porsche Panamera
รูป Mercedes-Benz S-Class
Mercedes-Benz S-Class
Porsche Panamera
vs
Mercedes-Benz S-Class
รูป Porsche Panamera
Porsche Panamera
รูป BMW 7 Series Sedan
BMW 7 Series Sedan
Porsche Panamera
vs
BMW 7 Series Sedan
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

Porsche Panamera ราคาเท่าไหร่

เหตุใดจึงต้องซื้อ Porsche Panamera?

ราคาของ porsche panamera 4 คือเท่าไหร่