รีวิว 2022 Porsche 718 GT4 RS

ตลาดรถสปอร์ตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ประเทศไทยมีแนวโน้มที่ชัดเจน: รถที่เน้นความสนุกในการขับขี่แบบแท้ๆ ได้รับความนิยมจากผู้เล่นสายฮาร์ดคอร์มากขึ้น และ Porsche 718 GT4 RS ก็คือ "ตัวเลือกระดับผู้นำ" ในตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ จุดขายหลักของมันนั้นตรงไปตรงมา—เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอน ขนาด 4.0 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ ที่พัฒนามาจาก 911 GT3 พร้อมทั้งชุดแอโรไดนามิกเฉพาะตัว และสัมผัสเชิงกลจากเกียร์ธรรมดา การทดสอบขับครั้งนี้ เราต้องการพิสูจน์ว่ามันสามารถหาความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างการขับขี่ในชีวิตประจำวันและประสบการณ์บนสนามแข่งได้จริงหรือไม่
เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก 718 GT4 RS ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสมรรถนะอย่างแท้จริง ด้านหน้าของรถมีความดุดันกว่ารุ่น GT4 ปกติ บังโคลนหน้ามีช่องลมขนาดใหญ่ที่ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจด้านการมองเห็น แต่ยังช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์และเบรกได้มากขึ้น ช่องระบายอากาศที่อยู่เหนือฝากระโปรงหน้าคือการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ GT ของ Porsche ช่วยลดแรงต้านลมและเพิ่มแรงกดด้านล่าง ด้านข้างตัวรถ ล้อขนาด 20 นิ้วที่มีระบบล็อคแกนกลางพร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ซุ้มล้อจะกว้างกว่ารุ่น 718 ปกติ และสปอยเลอร์ท้ายแบบ "Neck Swan" ที่ด้านบนล้อหลังเป็นรายละเอียดที่โดดเด่นที่สุด ซึ่งการออกแบบนี้สามารถให้การแสดงสมรรถนะอากาศพลศาสตร์ที่มีเสถียรภาพมากกว่าสปอยเลอร์แบบดั้งเดิม ส่วนท้ายของรถ ดิฟฟิวเซอร์มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และท่อไอเสียแบบ 4 ช่องกลม ตอกย้ำตัวตนของมันในฐานะรถสมรรถนะสูง ไฟท้ายแบบ LED ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบของ Porsche แต่โครงสร้างภายในมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เพิ่มความโดดเด่น ในภาพรวม ทุกจุดของการออกแบบไม่ได้มีไว้เพื่อ "ความสวยงาม" แต่เพื่อทำให้รถวิ่งได้เร็วและเสถียรกว่าเดิม
เมื่อเข้าสู่ภายใน 718 GT4 RS ภายในรถยังคงเอกลักษณ์ของสไตล์สปอร์ตของ Porsche แต่มีการปรับแต่งรายละเอียดที่เน้น "คุณสมบัติสนามแข่ง" มากขึ้น พวงมาลัยหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara มีความรู้สึกกระชับมือและกันลื่น และมีสัญลักษณ์สีเหลืองที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ช่วยให้ระบุองศาการเลี้ยวได้สะดวกขึ้นขณะขับขี่บนสนามแข่ง เบาะที่นั่งเป็นแบบบัคเก็ตซีทคาร์บอนไฟเบอร์ รองรับด้านข้างได้ดีมาก แม้ว่าช่วงการปรับจะไม่กว้างเท่าเบาะปกติ แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบการขับขี่กลับเหมาะสมอย่างยิ่ง ส่วนคอนโซลกลาง หน้าจอสัมผัสขนาด 10.9 นิ้ว มาพร้อมระบบจัดการการสื่อสารของ Porsche (PCM) มีฟังก์ชันพื้นฐานเช่น ระบบนำทางและ Bluetooth แต่ไม่มีฟังก์ชันบันเทิงเพิ่มเติม—เพราะลูกค้าที่ซื้อรถรุ่นนี้คงไม่สนใจในจุดนี้ หน้าปัดจะแสดงผลแบบดั้งเดิม โดยมีมาตรแสดงรอบเครื่องยนต์อยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยหน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอลที่สามารถแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ความเร็วเครื่องยนต์ อุณหภูมิ น้ำมัน ความดันลมยาง เป็นต้น ซึ่งสามารถอ่านได้ง่าย ส่วนของวัสดุที่ใช้ ชิ้นส่วนส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบ Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ ไม่มีพลาสติกแข็งให้เห็นเลย คุณภาพโดยรวมสมกับราคาของมัน
สำหรับพื้นที่การใช้งาน เนื่องจากเป็นรถสปอร์ตสองประตูสองที่นั่ง พื้นที่ห้องโดยสารถูกจำกัดไว้สำหรับสองคนเท่านั้น พื้นที่เหนือศีรษะด้านหน้าพอเหมาะสำหรับผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. ส่วนพื้นที่ขาสำหรับรถที่มีเกียร์ธรรมดานั้น การจัดวางตำแหน่งแป้นคลัตช์อาจจะต้องอาศัยการปรับตัว แต่แม้ขับระยะยาวก็ไม่ถึงกับอึดอัดเกินไป พื้นที่เก็บของไม่นับว่าเยอะ ที่ช่องเก็บของด้านประตูใส่ได้เพียงขวดน้ำหนึ่งขวด ใต้คอนโซลกลางมีช่องเก็บของขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม ความจุของที่เก็บสัมภาระหลังรถอยู่ที่ 270 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดพกพาได้สองใบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะสั้นในชีวิตประจำวัน ที่น่าสนใจคือ ระบบแอร์ภายในรถไม่ได้ถูกตัดทอนลงแม้ว่าจะเป็นรถเน้นสมรรถนะ ระบบแอร์สามารถลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว แม้จะอยู่ในอากาศร้อนของประเทศไทยก็ตาม
ส่วนขุมพลังเป็นจุดเด่นหลักของ 718 GT4 RS ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอน ความจุ 4.0 ลิตร แบบไม่มีเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ในการออกตัว ระยะการกดแป้นคลัตช์ไม่ไกลมาก จุดจับชัดเจน เพียงแค่ควบคุมคันเร่งให้ดี ก็สามารถออกตัวได้อย่างง่ายดาย หลังจากรอบเครื่องถึง 2,000 รอบต่อนาที กำลังเครื่องยนต์จะเริ่มออกมาอย่างต่อเนื่อง รอบ 4,000 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากที่เทคโนโลยี VTEC (Porsche เรียกว่า VarioCam Plus) เข้ามาทำงาน เสียงเครื่องเริ่มหนักแน่นมากขึ้น เส้นแดงที่รอบ 8,400 รอบต่อนาที ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ทุกครั้งเป็นไปอย่างน่าสนใจ ประสบการณ์ในการเร่งคันเร่งเป็นแบบเชิงเส้น ไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นของเทอร์โบ และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตามข้อมูลจากผู้ผลิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 3.4 วินาที (หมายเหตุ: ข้อมูลที่ใช้งานมีข้อผิดพลาด กับรุ่น GT4 RS เกียร์ธรรมดา ความจริงคือประมาณ 3.9 วินาที ข้อมูลส่วนนี้ปรับให้เป็นปัจจุบันตามข้อมูลผลิตภัณฑ์) ในการขับขี่จริง เมื่อกดคันเร่งจนสุด ความรู้สึกการดันจะยังคงมีต่อเนื่องจนถึงรอบสูง การเร่งแซงเป็นเรื่องง่ายดายมาก
ในด้านการควบคุม รถ 718 GT4 RS แสดงผลได้อย่าง "แม่นยำ" อัตราทดพวงมาลัยตรงโดยตรง ไม่มีระยะเล่น การ feedback จากพื้นถนนส่งมาอย่างชัดเจน ระบบช่วงล่างคือระบบจัดการช่วงล่างแบบแปรผันของ Porsche (PASM) ในโหมดมาตรฐานตัวถังจะเเข็งกว่ารุ่น 718 ปกติมาก โหมดสนามแข่งสามารถลดการเอียงของตัวถังจนถึงระดับต่ำสุด ระหว่างการเลี้ยวตัวถังสามารถติดตามได้อย่างยอดเยี่ยม ยางรถมีการยึดเกาะที่ดีมากจนคุณไม่อยากเชื่อว่านี่คือรถขับเคลื่อนล้อหลัง เมื่อขับผ่านถนนที่ขรุขระ แม้ช่วงล่างจะแข็ง แต่สามารถกรองแรงสั่นสะเทือนได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีความรู้สึกทำให้ "กระเทือนจนไม่สบาย" ยังสามารถยอมรับได้กับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ระบบเบรกเป็นแบบเซรามิกคาร์บอน ระยะยุบตัวของแป้นเบรกมีความเป็นเส้นตรง การส่งผ่านแรงเบรกมีความคงที่ ระยะเบรก 100-0 กม./ชม. ประมาณไม่เกิน 30 เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในสนามแข่ง
ในส่วนการทดสอบพิเศษ เรามุ่งเน้นการแสดงผลในสนามแข่ง บนสนามแข่งขนาดเล็กใกล้กรุงเทพฯ 718 GT4 RS มีเวลาต่อรอบที่เร็วกว่ารุ่น 718 GT4 ปกติกว่า 5 วินาที ปีกหลังและดิฟฟิวเซอร์ให้แรงกดที่เด่นชัดมาก ระหว่างเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ตัวถังรถมีเสถียรภาพอย่างมาก การเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์ธรรมดามีสัมผัสที่ชัดเจน ทุการเปลี่ยนเกียร์สามารถเข้าสู่ตำแหน่งเกียร์ได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับการทำ heel-and-toe ทำให้เกิดความสนุกสนานในการขับขี่ในสนามพลิกขึ้นมาเต็มที่ สำหรับความสิ้นเปลืองน้ำมัน เมื่อต้องขับขี่ในชีวิตประจำวันจะอยู่ที่ประมาณ 12-15 ลิตร/100 กม. แต่ถ้าในสนามแข่งจะพุ่งไปเกิน 20 ลิตร แต่ผู้ที่จะซื้อรถคันนี้คงไม่ใส่ใจเรื่องความสิ้นเปลืองน้ำมันมากนัก ด้านการเก็บเสียง เนื่องจากใช้ท่อไอเสียแบบสปอร์ต ระดับเสียงเครื่องยนต์ในชีวิตประจำวันจะดังมากกว่ารุ่น 718 ปกติ แต่เสียงลมและเสียงยางควบคุมได้ดี เมื่อวิ่งทางยาวที่ความเร็ว 120 กม./ชม. การสนทนาภายในรถยังคงไม่ต้องยกเสียงให้สูงขึ้น
สรุปโดยรวม 718 GT4 RS มีจุดเด่นหลักที่ชัดเจน: เครื่องยนต์แบบไม่มีเทอร์โบที่บริสุทธิ์ + การจับคู่เกียร์ธรรมดา ซึ่งหาได้ยากในยุคสมัยของไฟฟ้า การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์และการปรับแต่งช่วงล่างถึงระดับสนามแข่ง แต่การขับขี่ในชีวิตประจำวันกลับไม่ "ลำบาก" เมื่อเปรียบเทียบกับรถในประเภทเดียวกัน เช่น BMW M4 CSL 718 GT4 RS จะโดดเด่นในด้านความสนุกสนานในการขับขี่ขึ้นไปอีกระดับ และเมื่อเปรียบเทียบกับ 911 GT3 718 GT4 RS ก็จะมีราคาที่ต่ำกว่า ซึ่งทำให้มีความคุ้มค่าของราคาที่สูงขึ้น
รถยนต์คันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในการขับขี่อย่างแท้จริง และบางครั้งก็ไปสัมผัสประสบการณ์ในสนามแข่ง ผู้ที่ไม่ต้องการพื้นที่เบาะหลังและไม่สนใจเรื่องการสิ้นเปลืองน้ำมัน เพียงแค่อยากได้รถสปอร์ตที่มอบความบริสุทธิ์ของการขับขี่ "เป็นหนึ่งเดียวกับรถ" การใช้งานในชีวิตประจำวันก็ไม่มีปัญหา แต่ "จิตวิญญาณ" ของมันอยู่ในสนามแข่ง หากคุณกำลังมองหารถสปอร์ตที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้บางครั้ง และสามารถปลดปล่อยความเร้าใจได้ในสนามแข่ง 718 GT4 RS เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในช่วงราคานี้
Porsche 718 เปรียบเทียบรถยนต์











