รูป Alfa Romeo

รีวิว Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024

Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024ในฐานะรถยนต์ SUV ไฮบริดคันแรกของแบรนด์ มาพร้อมกับดีไซน์ยุโรปแบบสปอร์ต กำลังไฮบริด 285PS พื้นที่ใช้งานได้จริงและอุปกรณ์ที่ครบครัน ตอบสนองความต้องการของครอบครัวในด้านคุณภาพและความประหยัดได้อย่างลงตัว
รูป Alfa Romeo Tonale
THB 1,584,228
Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024
เซกเมนท์
C-Segment
ตัวถัง
SUV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.3
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดรถเอสยูวีขนาดกะทัดรัดในไทยมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ผู้บริโภคอยากได้ทั้งการออกแบบสุดประณีตของรถยุโรป และยังคำนึงถึงความประหยัดน้ำมันของรุ่นไฮบริดอีกด้วย Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024 จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ซึ่งเป็นเอสยูวีไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์ที่ไม่เพียงแค่สืบทอดเอกลักษณ์ในสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของ Alfa Romeo เท่านั้น แต่ยังดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ครอบครัวด้วยอุปกรณ์ครบครันและราคาที่เหมาะสม การทดสอบการขับขี่ครั้งนี้จะเน้นตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบไฮบริด การใช้งานที่สะดวกสบายในพื้นที่ และความสะดวกสบายในการขับขี่ในชีวิตประจำวันว่าจะเป็นไปตามความคาดหวังของตลาดหรือไม่

ดีไซน์ภายนอกของ Tonale เสริมความโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบสามเหลี่ยมหงายลงที่เป็นเอกลักษณ์ของ Alfa Romeo พร้อมกับไฟส่องกลางวัน LED ที่ดูโฉบเฉี่ยว ด้านหน้ามีความแตกต่างและจดจำได้ง่าย เส้นสายด้านข้างตัวถังดูเรียบลื่น เส้นโค้งที่เริ่มจากฝากระโปรงถึงท้ายรถเพิ่มมิติความแข็งแกร่ง ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วออกแบบให้เข้ากับสไตล์สปอร์ตของตัวรถ ด้านท้ายรถใช้ไฟท้าย LED แบบดำเงา เมื่อเปิดไฟจะปรากฏเอฟเฟกต์แสงที่เป็นเอกลักษณ์กันชนด้านหลังออกแบบพร้อมดิฟฟิวเซอร์เสริมลุคสปอร์ตอีกขั้น โดยรวมแล้ว Tonale สามารถคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ในตลาดเอสยูวีขนาดกะทัดรัดได้อย่างชัดเจน และไม่ทำให้ดูเรียบเกินไป

เมื่อมาถึงภายในรถ สิ่งที่ดึงดูดสายตาได้ทันทีคือการจัดวางหน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้วแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอชัดเจน การใช้งานสะดวกและลื่นไหล วัสดุภายในใช้พลาสติกนุ่มและหนังเป็นหลัก ส่วนบนของแผงคอนโซลและบริเวณประตูสัมผัสนุ่มตามมาตรฐานราคา พวงมาลัยออกแบบเป็นทรงสามก้านตามสไตล์คลาสสิกของ Alfa Romeo ให้สัมผัสที่กระชับพร้อมปุ่มควบคุมครูซและมัลติมีเดียทางซ้าย เบาะนั่งทำจากวัสดุหนัง เบาะคู่หน้าใช้ระบบปรับไฟฟ้า รองรับเอวได้ดี การขับขี่นานๆ จะไม่ทำให้รู้สึกเมื่อย หลังรถมีพื้นที่ใช้สอยในระดับปานกลาง ผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. จะมีพื้นที่วางขาประมาณสองกำปั้น และพื้นที่ศีรษะอีกหนึ่งกำปั้น เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัว พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุปกติ 500 ลิตร และสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 1,550 ลิตรเมื่อลดพนักพิงเบาะหลัง สามารถใส่รถเข็นเด็กและกระเป๋าเดินทางได้หลายใบ

Tonale Ti ใช้ระบบไฮบริดที่รวมเครื่องยนต์เบนซิน 1.3L เทอร์โบแบบ 4 สูบ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า โดยให้กำลังรวมสูงสุด 285 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ระหว่างการขับขี่จริง ในช่วงเริ่มต้นมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เพียงแตะคันเร่งก็สามารถเร่งความเร็วได้ดี อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใช้เวลาประมาณ 7.5 วินาที ซึ่งอยู่ในเกณฑ์กลางถึงสูงของรถระดับเดียวกัน เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ตเครื่องยนต์และมอเตอร์จะทำงานร่วมกัน การตอบสนองของแรงขับเพิ่มมากขึ้น เมื่อเร่งแซงก็สามารถสัมผัสได้ถึงแรงผลักอย่างชัดเจน ส่วนการขับขี่ในชีวิตประจำวันจะเน้นที่โหมดประหยัดเป็นหลัก การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เมื่อเริ่มทำงานมีการควบคุมการสั่นสะเทือนและเสียงได้ดีจนแทบไม่รู้สึก

ในส่วนของช่วงล่าง Tonale ใช้ระบบกันสะเทือนแบบอิสระด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson และด้านหลังแบบ Multi-link ปรับจูนเพื่อรองรับการขับขี่แนวสปอร์ตและเน้นความสบายด้วยเช่นกัน เมื่อขับผ่านลูกระนาด ช่วงล่างสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนส่วนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตัวรถไม่มีการกระเด้งสะดุดให้สังเกตเห็นชัดเจน เมื่อขับบนทางภูเขา พวงมาลัยตอบสนองได้ดี ไม่ค่อยมีพื้นที่ว่างในการหมุนล้อ ระหว่างเข้าโค้งตัวถังมีการควบคุมอาการโคลงได้ดี จึงมอบความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตามเนื่องจากตัวรถมีน้ำหนักถึง 1,874 กก. เมื่อเปลี่ยนเลนด้วยความรวดเร็วจะยังคงรู้สึกถึงโมเมนตัมอยู่บ้าง ในส่วนของการกันเสียงทำได้ในระดับปานกลาง เมื่อความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม. เสียงรบกวนภายในรถยังคงถูกควบคุมได้ดี แต่เมื่อขับเกิน 80 กม./ชม. จะเริ่มมีเสียงยางรถและลมเข้ามา แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ในส่วนของอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 8.1 ลิตร/100 กม. แต่ในการทดสอบขับขี่จริงในเขตเมืองและทางหลวง พบว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 8.5 ลิตร/100 กม. เมื่อพิจารณาระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและสมรรถนะของเครื่องยนต์ ผลลัพธ์นี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจพอสมควร ระบบเบรกมีความเสถียร โดยระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 38 เมตร ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของรถในระดับเดียวกัน

ในส่วนของอุปกรณ์ความปลอดภัย Tonale Ti มาพร้อมกับระบบควบคุมความเร็วแบบปรับได้, ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกเลน, ระบบเบรกฉุกเฉิน, เซนเซอร์หน้า-หลัง, และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา นอกจากนี้ยังมีจอแสดงผล HUD ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่อีกด้วย ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังและพอร์ต USB ยังถูกติดตั้งไว้เพื่อความสะดวกของผู้โดยสารด้านหลัง

โดยรวมแล้ว Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024 แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ และอุปกรณ์ โดยเปรียบเทียบกับ Toyota RAV4 Hybrid ในระดับเดียวกัน Tonale มีความได้เปรียบในด้านสมรรถนะและเอกลักษณ์ของแบรนด์ และเมื่อเทียบกับ Honda CR-V Hybrid แม้ว่าระดับการติดตั้งอุปกรณ์จะใกล้เคียงกัน แต่ Tonale มีดีไซน์ที่โดดเด่นกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสการขับขี่สไตล์รถยุโรปและต้องการระบบไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นที่มีความต้องการในด้านดีไซน์และสมรรถนะ หากคุณกำลังมองหารถ SUV ขนาดกะทัดรัดสไตล์ไฮบริดที่ผสมผสานระหว่างความสปอร์ตและการใช้งาน Tonale Ti ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ข้อดี
การออกแบบภายนอกสไตล์อิตาเลียนที่โดดเด่น กระจังหน้ารูปสามเหลี่ยมหงายลงพร้อมตัวถังที่มีเส้นสายทำให้สะดุดตา
ภายในใช้การตัดกันของสีแดง-ดำ และวัสดุ Alcantara ให้ความรู้สึกหรูหรา
หน้าจอ HUD สำหรับแสดงข้อมูลบนกระจกหน้ารถช่วยให้ไม่ต้องก้มมองเมื่อนำทาง เพิ่มความปลอดภัย
ข้อเสีย
พื้นที่เบาะหลังค่อนข้างแคบ การนั่งของผู้โดยสารสูง 180 ซม. หรือการนั่ง 3 คน จะไม่สะดวก
ความจุถังน้ำมันเพียง 42 ลิตร ต้องเติมน้ำมันบ่อยครั้งเมื่อเดินทางไกล
ในบางสภาพถนน (เช่น ทางขึ้นเขา) การเหยียบคันเร่งแรง ๆ จะรู้สึกสะดุด
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.2 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.8 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
รถแต่ง
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024
ก่อนหน้านี้ขับ Toyota C-HR แล้วรู้สึกว่าขาดความเป็นเอกลักษณ์ พอเปลี่ยนมาใช้ Tonale Ti เวลาจอดที่หน้าห้างสยามพารากอนในกรุงเทพ คนหันมามองเพียบ — กระจังหน้าแบบคลาสสิกทรงสามเหลี่ยมหัวกลับพร้อมตัวถังที่มีเส้นสายโค้งมน ภายนอกให้คะแนนเต็ม 5 อย่างสมควร! ภายในสีแดงดำแบบตัดกัน+วัสดุ Alcantara สัมผัสแล้วให้ความรู้สึกหรูหราเต็มขั้น, จอแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD) มีประโยชน์มากเวลาขับรถบนทางด่วนช่วงชั่วโมงเร่งด่วนในกรุงเทพ ไม่ต้องก้มมองระบบนำทางเลย ช่วงสุดสัปดาห์พาครอบครัวไปหัวหิน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของระบบไฮบริดอยู่ที่เพียง 7.8 ลิตร/100 กม. ซึ่งต่ำกว่าที่บริษัทระบุไว้ แรงม้า 285PS ทำให้แซงได้มันส์สุดๆ ข้อติเล็กๆ คือพื้นที่ด้านหลังอาจจะคับแคบสำหรับเพื่อนที่สูง 180 ซม. แต่สำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันถือว่าเพียงพอ ฤดูฝนของไทยมีฝนตกเยอะ ระบบความปลอดภัยอัตโนมัติที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานช่วยหลีกเลี่ยงการชนท้ายได้ครั้งหนึ่ง คุ้มค่ากับราคาที่จ่าย!
4 ดีเยี่ยม
สายล้อ
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024
ก่อนหน้านี้รู้สึกว่า SUV สายญี่ปุ่นที่ขับมัน "เรียบๆ" ไปหน่อย เปลี่ยนมาใช้ Tonale Ti เพราะชอบดีไซน์อิตาลีของมัน—โลโก้สามเหลี่ยมกลับด้านที่ด้านหน้ารถ + เส้นสายลื่นไหล ที่จอดในย่านสยามของกรุงเทพฯ เรียกสายตาได้เต็มที่! ระบบไฮบริด 1.3 ตอนติดไฟแดงที่ถนนเอกมัยในช่วงเช้า ใช้งานได้ลื่นไหล มอเตอร์ไฟฟ้าเริ่มต้นเงียบสนิท ไม่มีอาการกระตุกตอนตามรถคันหน้า อัตราการใช้เชื้อเพลิง 8.1 ลิตร/100 กม. ถือว่าประหยัดในไทย สุดสัปดาห์พาครอบครัวไปหัวหิน ทางหลวงระบบไฮบริดพละกำลังพอเพียง ช่วงแซงไม่มีหน่วง จะมีข้อเสียเล็กน้อยคือเบาะหลัง ถ้านั่ง 3 ผู้ใหญ่จะค่อนข้างแคบ HUD ท่ามกลางแสงแดดจ้าก็ยังชัดเจน และแอร์หลังช่วยได้มากสำหรับพ่อแม่ที่กลัวร้อน มีจุดติเล็กน้อยคือ ถังน้ำมันจุได้แค่ 42 ลิตร ถ้าขับทางไกลต้องเติมเชื้อเพลิงบ่อย แต่ด้วยดีไซน์และความรู้สึกในการขับ เรียกได้ว่าคุ้ม!
4 ดีเยี่ยม
สายซิ่ง
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024
อาทิตย์ที่แล้วพาครอบครัวไปชานเมืองเชียงใหม่ ฝนตกหนักจนถนนบนเขาเต็มไปด้วยโคลน Tonale ขับเคลื่อนสี่ล้อมีเสถียรภาพมาก ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันก็ทำงานได้ดี แต่เครื่องยนต์ 1.3T ไฮบริดตอนเร่งขึ้นเขาเหยียบคันเร่งเต็มที่จะมีสะดุดนิดหนึ่ง และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันก็สูงกว่าที่ระบุไว้ว่าประมาณ 8.1 อยู่เกือบ 1 น้ำมันต่อกิโลลิตร ภายในตกแต่งด้วย Alcantara สัมผัสเย็นสบาย แต่แอร์ด้านหลังลมออกเบา เด็กบ่นว่าร้อน อย่างไรก็ตามขับในกรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดใช้ระบบ HUD ดูแผนที่โดยไม่ต้องก้มหน้า การตั้งค่าความปลอดภัยถือว่าวางใจได้ที่สุด สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือจอดข้างถนนแล้วมีคนหันมามองตลอด—ดีไซน์ภายนอกนี้ให้เต็ม 5 ดาวเลย!
4 ดีเยี่ยม
สายเบรก
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024
รถคันเล็ก 1.3T นี้แรงมาก! พอเหยียบคันเร่งในซอยแคบๆ รถก็พุ่งออกไปทันที ดีกว่าคันก่อนหน้าของฉันเยอะเลย!
5 ดีเยี่ยม
สายเร็ว
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Ti 1.3L I-4 2024
ช่วงเช้าไม่ต้องกลัวรถอืดถึงจะขยับช้าก็ไม่มีปัญหา กำลัง 285 แรงม้านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ! ที่นั่งหลังสามคนตัวใหญ่ๆ นั่งเบียดกันแต่ก็ไม่อึดอัด เพียงแต่ถังน้ำมัน 42 ลิตรต้องเติมบ่อยหน่อย——แต่ว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 8.1 ลิตร/100 กม.แบบไฮบริด ใช้งานในเมืองก็ยังถือว่าประหยัด การแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าพร้อมระบบนำทางใช้งานสะดวกมาก ไม่ต้องก้มดูหน้าจอ จึงเพิ่มความปลอดภัยได้ดี!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.3
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1298
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน ไฮบริด
มอเตอร์และแบตเตอรี่
กำลังมอเตอร์(PS)
285
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
350
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
8.1
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดยางหน้า
225/55 R18
ขนาดยางหลัง
225/55 R18
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
C-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4528
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1839
ความสูง(มิลลิเมตร)
1605
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2636
รูป Alfa Romeo Tonale
Alfa Romeo Tonale
รูป Nissan Kicks e-POWER
Nissan Kicks e-POWER
Alfa Romeo Tonale
vs
Nissan Kicks e-POWER
รูป Alfa Romeo Tonale
Alfa Romeo Tonale
รูป Haval Jolion
Haval Jolion
Alfa Romeo Tonale
vs
Haval Jolion
รูป Alfa Romeo Tonale
Alfa Romeo Tonale
รูป Mitsubishi Xforce
Mitsubishi Xforce
Alfa Romeo Tonale
vs
Mitsubishi Xforce
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ความเร็วสูงสุดของ 4C คือเท่าไหร่?

รถ Alfa 4C มีระบบปรับอากาศหรือไม่?

คู่แข่งของ Alfa 4C มีใครบ้าง?