รูป Alfa Romeo

รีวิว Alfa Romeo Stelvio Veloce 2.0L I-4 2024

Alfa Romeo Stelvio Veloce 2.0L I-4 2024ด้วยการปรับแต่งแบบสปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ สมดุลการใช้งานในชีวิตประจำวัน แรงม้า 280 แรงม้า + การควบคุมที่แม่นยำ รองรับการเดินทางประจำวันและการขับขี่บนทางลาดชัน พื้นที่และการจัดวางเหมาะสำหรับความต้องการของครอบครัว
รูป Alfa Romeo Stelvio
THB 1,810,819
Alfa Romeo Stelvio Veloce 2.0L I-4 2024
เซกเมนท์
D-Segment
ตัวถัง
SUV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาด SUV ขนาดกลางสุดหรูของประเทศไทย ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับ “ความสปอร์ต” และ “ความสามารถใช้งานในชีวิตประจำวัน” อย่างสมดุล—เนื่องจากต้องใช้ขับรถผ่านการจราจรที่หนาแน่นในกรุงเทพ แต่ก็อยากเพลิดเพลินกับการขับรถในวันหยุดสุดสัปดาห์เส้นทางภูเขาเชียงใหม่เช่นกัน Alfa Romeo Stelvio Veloce 2024 เป็นรถที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ ด้วยการคงความปราณีตแบบสปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมปรับปรุงการใช้งานและพื้นที่ให้เหมาะกับผู้ใช้ที่เป็นครอบครัวยิ่งขึ้น ในการทดสอบการขับขี่ครั้งนี้ เราจะพิจารณาว่ารถคันนี้สามารถหาสมดุลระหว่าง “อารมณ์สปอร์ตแบบอิตาลี” และ “การใช้งานในสถานการณ์ประจำวันในประเทศไทย” ได้อย่างดีที่สุดได้หรือไม่

ดีไซน์ภายนอกของ Stelvio Veloce สามารถบ่งบอกเอกลักษณ์ของ Alfa Romeo ได้ในทันที หน้ารถมีชุดกระจังหน้าสามเหลี่ยมกลับหัวแบบเฉพาะตัว พร้อมสัญลักษณ์ตรีศูลที่ตกแต่งแบบสีดำ สร้างความโดดเด่นได้เป็นอย่างมาก ไฟหน้า LED ทั้งสองด้านมีรูปทรงเฉียบคม ส่วนไฟส่องสว่างเวลากลางวันมาพร้อมดีไซน์ “L คู่” ที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อเปิดใช้งานจะแสดงพลังอันเด่นชัด เส้นสายด้านข้างของตัวรถมีความลื่นไหล โดยเส้นโค้งจากเสา A ไปจนถึงท้ายรถมีความกระชับเสริมให้ท้ายรถดูเพรียวบาง ประกอบกับล้ออัลลอย 20 นิ้วแบบซี่หลายซี่ ทรงรถจึงดูต่ำ ไม่ใหญ่เทอะทะเหมือน SUV แบบดั้งเดิม ส่วนดีไซน์ท้ายรถก็เรียบง่าย พร้อมไฟท้ายแบบรมดำที่เข้ากับไฟหน้าได้อย่างดี ท่อไอเสียสองฝั่งแบบคู่ช่วยเสริมความเป็นสปอร์ต อีกทั้งยังมีการตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีดำในหลายจุดของตัวรถ เช่น เปลือกกระจกมองข้างและสเกิร์ตด้านข้าง ที่ช่วยเน้นย้ำถึงความเป็นรุ่น Veloce แบบสปอร์ต

เมื่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร บรรยากาศของความเป็นสปอร์ตสัมผัสได้ทันที คอนโซลกลางออกแบบเอียงเข้าหาฝั่งคนขับเพื่อการใช้งานที่สะดวก เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและมีขอบด้านข้างที่ช่วยรองรับร่างกายได้ดี เบาะหน้ามาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า บริเวณคอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto การตอบสนองของระบบไม่มีติดขัด และส่วนล่างยังคงรักษาปุ่มกดแบบฟิสิคอลไว้ เช่น ปุ่มหมุนปรับอุณหภูมิแอร์ ช่วยให้สามารถใช้งานได้สะดวกแม้ในสถานการณ์ไม่สะดวกมองหน้าจอ ฟีเจอร์อื่นๆ ที่มีมาให้เป็นมาตรฐาน เช่น หน้าจอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (HUD) ที่แสดงข้อมูลความเร็วและการนำทาง โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน นอกจากนี้แอร์แยกส่วนที่เบาะหลัง และระบบเสียง 8 ลำโพง ยังช่วยตอบสนองความต้องการได้ดีในชีวิตประจำวัน ในส่วนของวัสดุ พื้นที่คอนโซลและแผงประตูใช้วัสดุนุ่มมือที่สัมผัสดี แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ SUV ระดับหรูของเยอรมัน อาจดูหรูหราน้อยกว่าเล็กน้อย

ในด้านพื้นที่ใช้สอย Stelvio Veloce มีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2819 มม. ซึ่งพื้นที่วางขาของเบาะหลังสำหรับผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. ถือว่าเพียงพอ โดยเข่าห่างจากพนักพิงของเบาะหน้าประมาณ 2 กำปั้น พื้นที่ศีรษะอาจจะไม่กว้างขวางมากนักเนื่องจากทรงรถ แต่ยังไม่ถึงขั้นชนศีรษะ สำหรับพื้นที่จัดเก็บมีขนาดพอเหมาะ ส่วนหน้ามีที่วางแก้วสองจุด มีที่เก็บของบริเวณคอนโซลกลาง และช่องเก็บของข้างแผงประตู ด้านหลังมีที่วางแก้วและกระเป๋าเก็บของด้วย พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุปกติที่ 525 ลิตร และสามารถขยายขนาดได้ถึงประมาณ 1,600 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง สามารถใส่รถเข็นเด็กและกระเป๋าเดินทางได้เพียงพอ

ในส่วนของเครื่องยนต์ Stelvio Veloce ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 280 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์ 8 สปีดอัตโนมัติ และขับเคลื่อนสี่ล้อ ในการขับขี่จริง การออกตัวมีการตอบสนองที่รวดเร็ว เพียงแตะคันเร่งก็สัมผัสได้ถึงแรงของเครื่องยนต์ การเร่งในช่วงกลางและปลายทำได้อย่างเต็มกำลัง ขณะเร่งแซงด้วยการกดคันเร่งลึกๆ ชุดเกียร์เปลี่ยนเกียร์อย่างรวดเร็วและสร้างความสนุกด้วยแรงกระแทกที่ชัดเจน โหมดการขับขี่มีให้เลือกสามโหมด ได้แก่ Dynamic, Natural และ Advanced Efficiency เมื่อปรับไปที่โหมด Dynamic การตอบสนองของคันเร่งจะไวขึ้น และการเปลี่ยนเกียร์ของระบบจะดุดันมากขึ้น เหมาะสำหรับการขับรถบนเส้นทางภูเขา ส่วนโหมด Natural จะให้ความรู้สึกนุ่มนวล เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองในชีวิตประจำวัน

การควบคุมเป็นจุดเด่นของ Stelvio Veloce พวงมาลัยตอบสนองแม่นยำ การหมุนมีช่องว่างเล็กน้อย เมื่อเลี้ยวสามารถสัมผัสได้ถึงการตอบสนองจากพื้นถนนอย่างชัดเจน; ระบบกันสะเทือนปรับจูนค่อนข้างแข็ง เมื่อผ่านเนินชะลอความเร็วในกรุงเทพจะรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน แต่เมื่อขับในถนนบนภูเขา การควบคุมการโคลงตัวของรถทำได้ดีมาก ความเสถียรในขณะเลี้ยวสูง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมีสมรรถนะที่ดีในถนนลื่น เช่น บนทางด่วนที่ฝนตก การเร่งความเร็วไม่มีอาการลื่นชัดเจน ด้านการควบคุมเสียงรบกวนนั้น ในขณะขับที่ความเร็วสูง จะมีเสียงยางและเสียงลมบางส่วน แต่ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ในขณะที่เสียงเครื่องยนต์เมื่อเร่งจะดังเข้ามาในห้องโดยสาร แต่เสียงไม่ดังจนเกินไป ยิ่งกลับช่วยเพิ่มบรรยากาศความเป็นรถสปอร์ต ด้านการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ข้อมูลจากทางการระบุอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 8.9 ลิตร/100 กม. ในระหว่างการทดสอบขับขี่จริง การขับขี่ในเมืองใช้ประมาณ 10-11 ลิตร/100 กม. ส่วนในทางด่วนอัตราการสิ้นเปลืองลดลงเหลือ 7-8 ลิตร/100 กม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่เหมาะสมกับมาตรฐานรถ SUV หรูขนาด 2.0T

โดยสรุป Stelvio Veloce 2024 มีข้อได้เปรียบหลักที่ชัดเจน: หนึ่งคือสมรรถนะการควบคุมที่ถือว่าอยู่ในชั้นแนวหน้าของรถ SUV หรูในระดับเดียวกัน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่รักการขับขี่; สองคือลักษณะการติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง เช่น HUD, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ, และแอร์สำหรับเบาะหลังเป็นมาตรฐาน ซึ่งทำให้มีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับ SUV หรูนำเข้าแบรนด์อื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น BMW X3 30i การปรับแต่งการขับขี่ของ Stelvio Veloce มีความสปอร์ตและดุดันมากกว่า อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ที่ครบครันกว่า อย่างไรก็ตาม ในด้านความหรูหราของภายในและการรับรู้แบรนด์นั้น ยังคงด้อยกว่าแบรนด์สัญชาติเยอรมัน

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานสองกลุ่ม: กลุ่มแรกคือกลุ่มครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับความสนุกในการขับขี่ สามารถตอบสนองความต้องการในการเดินทางในชีวิตประจำวันและการพาลูกหลานได้ อีกทั้งยังให้ความสนุกในขณะขับรถบนภูเขาในช่วงสุดสัปดาห์; กลุ่มที่สองคือกลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาวที่ชื่นชอบสไตล์ของแบรนด์ Alfa Romeo และไม่ต้องการขับรถที่อยู่ในกระแส โดยรวมแล้ว Stelvio Veloce 2024 เป็นรถ SUV หรูที่ "มีบุคลิก" ที่ไม่ได้ลดทอนความเป็นสปอร์ตเพื่อความสะดวกสบาย กลับปรับทั้งสองสิ่งให้อยู่ในสมดุลได้อย่างลงตัว ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในตลาดรถ SUV ขนาดกลางระดับหรูในประเทศไทย

ข้อดี
เบาะหนังภายในหรูหราสบาย นุ่มนวลสัมผัสดี
การออกแบบภายนอกโดดเด่นสะดุดตา มีเอกลักษณ์
เครื่องยนต์ 2.0T มีกำลังแรงบิดต่ำเพียงพอ ขับตามรถได้สบาย
ข้อเสีย
หน้าจอกลางบางครั้งมีอาการค้าง การตอบสนองช้า
ระบบสตาร์ท-ดับเครื่องอัตโนมัติไวต่อการใช้งาน บางครั้งเกิดอาการกระตุก
อัตราการใช้น้ำมันในเขตเมืองที่การจราจรติดขัดค่อนข้างสูง สูงกว่ารถญี่ปุ่น
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 4 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.3 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.8 / 5
แสดงรีวิว 4 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายแข่ง
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Veloce 2.0L I-4 2024
วัสดุภายในสัมผัสนุ่มมาก! หนังละเอียดเหมือนลูบแมวตัวเล็กๆ ยิ่งมองยิ่งหลงรัก~
5 ดีเยี่ยม
สายคลัทช์
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Veloce 2.0L I-4 2024
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พาครอบครัวไปที่วิลล่าบนภูเขารอบๆ เชียงใหม่ เพิ่งออกจากตัวเมืองก็เจอพายุฝนฟ้าคะนองขึ้นมากะทันหัน ตอนที่ที่ปัดน้ำฝนทำงานอย่างบ้าคลั่ง กระจังหน้าแบบสามเหลี่ยมกลับหัวที่โดดเด่นของรถยังคงชัดเจนอยู่ คนขับรถกระบะที่ขับผ่านต่างหันมามองสองรอบ—จะให้คะแนน 5 สำหรับรูปลักษณ์นี้ก็ไม่เกินจริง พอเข้าเขตภูเขา เจอทางโค้งมากขึ้น แรงบิดของเครื่องยนต์ 2.0T เกิดขึ้นที่รอบ 2000 ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจับติดถนนยางมะตอยที่ลื่นไหล ตัวถังรถมั่นคงมากขณะผ่านทางโค้ง เพียงแต่หน้าจอควบคุมกลางบางครั้งช้าไปหน่อย ควรหัก 1 คะแนนสำหรับการตกแต่งภายใน เมื่อถึงที่หมาย เด็กๆ ที่นั่งอยู่ด้านหลังก็บอกว่าแอร์เย็นมาก HUD ยังแสดงระดับความสูงด้วย หลังจากการเดินทางครั้งนี้รู้สึกว่าประสิทธิภาพและการใช้งานได้จริงเหมาะสมทีเดียว
4 ดีเยี่ยม
สายพลังงาน
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Veloce 2.0L I-4 2024
ก่อนหน้านี้ขับ SUV สายญี่ปุ่น แล้วเปลี่ยนมาเป็น Stelvio Veloce ก็เพราะหลงเสน่ห์สไตล์อิตาเลียนของ Alfa! รถติดตอนเช้าในกรุงเทพฯ จนเริ่มท้อ แต่เครื่อง 2.0T ให้แรงบิดต่ำได้ดีมาก ขับตามรถคันหน้าได้สบาย แต่ระบบสตาร์ท/สต็อปค่อนข้างไวเกินไป บางครั้งมีสะดุดนิดหน่อย ช่วงสุดสัปดาห์พาครอบครัวไปหัวหิน เปิดโหมด Sport บนทางด่วน พวงมาลัยหนักขึ้น เข้าโค้งมั่นคงเหมือนรถเกาะถนน ดีกว่าคันญี่ปุ่นคันก่อนมาก! แอร์หลังเยี่ยม อากาศในเมืองไทยอุณหภูมิ 38 องศาพาคนนั่ง 5 คนก็ไม่อึดอัด แต่หน้าจอตรงกลางตอบสนองช้าไปหนึ่งถึงสองวินาที ปัญหาเล็ก ๆ แต่ก็ไม่ทำให้เลิกรักรถคันนี้ ใช้เงินไทยประมาณ 1.8 ล้านบาทซื้อ SUV สไตล์อิตาเลียนที่ทั้งสวยและขับสนุก คุ้มค่า!
5 ดีเยี่ยม
สายช่วงล่าง
เจ้าของ Alfa Romeo Stelvio Veloce 2.0L I-4 2024
ก่อนหน้านี้เคยขับ SUV ญี่ปุ่น รู้สึกเหมือนขาดความ "มีชีวิตชีวา" พอได้เปลี่ยนมาใช้ Stelvio Veloce ถือว่าเติมเต็มความฝันในแบบอิตาลีได้เลย — ตอนที่คลานไปบนถนนตอนเช้าช่วงเร่งด่วนในกรุงเทพฯ เครื่องยนต์ 2.0T แรงบิดต่ำ (ระเบิดแรงที่รอบ 2000) ตามรถคันหน้าได้แบบไม่เฉื่อย และเกียร์ AT ยังลื่นไหลกว่ารถ BBA ของเพื่อนอีก; ช่วงสุดสัปดาห์ขับไปบนทางด่วนหัวหิน พอเข้าโหมด Sport เหยียบคันเร่งเพิ่มเสียงทุ้มในรอบเร่งสูง ดีกว่ารถคู่แข่งอีกเยอะ ฤดูฝนไทย ทางภูเขาที่ลื่น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจับถนนได้อย่างมั่นคง และระบบเบรคอัตโนมัติมาตรฐานก็เพิ่งช่วยหลีกเลี่ยง tuktuk ที่เปลี่ยนเลนมากะทันหันอาทิตย์ที่แล้ว ข้อเสียก็มี: หน้าจอกลางตอบสนองช้ากว่าครึ่งจังหวะ หลังจากจอดกลางแดดในกรุงเทพฯ มีบางครั้งระบบนำทางโหลดช้า; อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 8.9 ลิตรต่อกิโลเมตรในเมือง ก็ติดขัดไปถึง 11 ลิตร ซึ่งเปลืองกว่าของญี่ปุ่นนิดหน่อย แต่เมื่อมองดู "ใบหน้าคล้ายจูเลียต" แล้วก็คุ้ม!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1996
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
5200
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
2000
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
8.9
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดยางหน้า
255/45 R20
ขนาดยางหลัง
255/45 R20
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
D-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4689
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1902
ความสูง(มิลลิเมตร)
1676
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2819
รูป Alfa Romeo Stelvio
Alfa Romeo Stelvio
รูป Suzuki XL7
Suzuki XL7
Alfa Romeo Stelvio
vs
Suzuki XL7
รูป Alfa Romeo Stelvio
Alfa Romeo Stelvio
รูป Chery Tiggo 8
Chery Tiggo 8
Alfa Romeo Stelvio
vs
Chery Tiggo 8
รูป Alfa Romeo Stelvio
Alfa Romeo Stelvio
รูป Chevrolet Trailblazer
Chevrolet Trailblazer
Alfa Romeo Stelvio
vs
Chevrolet Trailblazer
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ความเร็วสูงสุดของ 4C คือเท่าไหร่?

รถ Alfa 4C มีระบบปรับอากาศหรือไม่?

คู่แข่งของ Alfa 4C มีใครบ้าง?