รีวิว Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024

ตลาด SUV เซกเมนต์ C ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ผู้บริโภคไม่เพียงมองหาการออกแบบที่โดดเด่น แต่ยังให้ความสำคัญกับความกว้างของพื้นที่และความครบครันของฟีเจอร์ Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024 ในฐานะผลิตภัณฑ์หลักของแบรนด์ในตลาดกลุ่มนี้ ได้เข้าสู่ตลาดด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด ความปลอดภัยที่ครบครัน และการออกแบบสไตล์อิตาลี โดยในครั้งนี้ เราจะทำการประเมินแบบครบวงจรผ่านการทดลองใช้งานทั้งแบบคงที่และขับขี่แบบไดนามิก เพื่อตรวจสอบว่ารถรุ่นนี้สามารถรักษาสมดุลระหว่างอัตลักษณ์ของแบรนด์และความต้องการใช้งานในชีวิตประจำวันได้หรือไม่
รูปลักษณ์ภายนอกของ Tonale ยังคงใช้ภาษาการออกแบบตามแบบฉบับของ Alfa Romeo โดยสไตล์โดยรวมเน้นไปที่ความสปอร์ตและกระทัดรัด ด้านหน้ามีตะแกรงรูปสามเหลี่ยมกลับด้านที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยกระจังหน้าแบบตะแกรงรังผึ้ง ไฟหน้าทั้งสองข้างเป็นแบบ LED อัตโนมัติ มีรูปทรงที่เฉียบคมและเชื่อมต่อกับขอบของกระจังหน้าเพิ่มความกว้างในมุมมอง ไฟตัดหมอกที่มีมาให้เป็นมาตรฐานติดตั้งอยู่ที่ด้านล่างของกันชนหน้าทั้งสองข้าง เพิ่มความสะดวกสบายในใช้งานจริง ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายที่ลื่นไหล ล้อขนาด 19 นิ้ว (ขนาดยางล้อหน้า 235/45 R19) มีการออกแบบที่สปอร์ต เส้นเอวคาดผ่านจากบังโคลนไปยังส่วนท้ายของรถ และการออกแบบด้านล่างประตูที่เว้าเพิ่มความแข็งแกร่งและพร้อมพลัง ในส่วนท้ายของรถ ไฟท้าย LED มีการออกแบบให้ลักษณะเหมือนเชื่อมต่อกันทั้งสองข้าง โดยมีสัญลักษณ์ของแบรนด์ Alfa Romeo อยู่ตรงกลาง เมื่อเปิดไฟจะมีความโดดเด่นสูง ส่วนกันชนหลัง มีดีไซน์เป็นแบบดิฟฟิวเซอร์ และปลายท่อคู่ที่มีฝาครอบทั้งสองข้าง (ในรุ่นไฮบริดมีลักษณะเป็นเพียงการประดับ) ยิ่งเพิ่มความรู้สึกถึงความเป็นสปอร์ต
เมื่อเข้าสู่ภายใน ห้องโดยสารมาในโทนสีดำเป็นหลัก ตกแต่งด้วยคิ้วสีเงินให้บรรยากาศโดยรวมดูเรียบง่ายและใช้งานง่าย การจัดวางแผงคอนโซลจัดระเบียบได้อย่างชัดเจน หน้าจอควบคุมกลางขนาด 12.3 นิ้วมีขนาดพอเหมาะ การใช้งานลื่นไหลดี รองรับการเชื่อมต่อ CarPlay และ Android Auto หน้าจอ HUD สำหรับแสดงข้อมูลด้านหน้ารถมีมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถแสดงข้อมูลความเร็ว การนำทาง และอื่น ๆ ได้ เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ เบาะที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุหนัง เบาะนั่งด้านหน้ามีการรองรับที่ดี โดยเบาะคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ (ต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม แต่จากการทดลองใช้งานจริงให้ความรู้สึกสอดคล้องกับการใช้งานแบบสปอร์ต) ในแง่พื้นที่ของเบาะหลัง ฐานล้อขนาด 2,636 มม. ให้พื้นที่อยู่ในระดับกลางๆ ผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. จะมีพื้นที่วางขาส่วนเกินประมาณสองกำปั้น และพื้นที่เหนือหัวประมาณหนึ่งกำปั้น เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัว สายลมแอร์สำหรับเบาะหลัง พอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟ (ข้อมูลยังไม่ชัดเจน แต่เป็นฟีเจอร์ทั่วไปของกลุ่มนี้) และจุดติดตั้งเบาะเด็ก ISO FIX มีมาให้ครบ นับว่าเป็นการตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี ในด้านความสามารถในการจัดเก็บของ กล่องเก็บของกลางด้านหน้าและช่องเก็บของในแผงประตูมีขนาดพอเหมาะ ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีขนาดพื้นฐานประมาณ 500 ลิตร (ข้อมูลยังไม่ชัดเจน อ้างอิงกับในกลุ่มเดียวกัน) และสามารถขยายพื้นที่ได้ถึงประมาณ 1,500 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง สามารถใส่สัมภาระขนาดใหญ่ได้
ในด้านสมรรถนะ Tonale Veloce มาพร้อมกับระบบไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร 4 สูบเทอร์โบชาร์จ และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 285 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ AT และระบบการขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive ในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ช่วงออกตัวมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเสริมกำลังทันที ทำให้การตอบสนองของพลังงานรวดเร็ว การเร่งความเร็ว 0-60 กม./ชม. นั้น ราบรื่น หากเหยียบคันเร่งลึกๆ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมพลังส่งผลให้การเร่งช่วงกลางกำลังดีและช่วยให้มั่นใจในขณะเร่งแซง โหมดการขับขี่ทั้งสามแบบ (Dynamic, Natural, Advanced Efficiency) สามารถปรับได้ โดยในโหมด Dynamic เกียร์จะมีลำดับการเปลี่ยนเกียร์ที่ดุดันมากขึ้น และความไวของคันเร่งจะเพิ่มขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ต ในขณะที่โหมด Advanced Efficiency จะเน้นไปที่ความลื่นไหล เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง
ในด้านการควบคุมพวงมาลัยมีความแม่นยำและมีช่องว่างน้อย การบังคับเลี้ยวสอดคล้องกับจุดเด่นด้านความสปอร์ตของ Alfa Romeo ระบบกันสะเทือนใช้โครงสร้างด้านหน้าแบบ MacPherson และด้านหลังแบบ Multi-link ซึ่งปรับแต่งให้มีความแข็งเล็กน้อย ควบคุมการโคลงของตัวรถได้ดีขณะเข้าโค้ง รักษาเสถียรภาพการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อผ่านถนนที่มีหลุมบ่อยครั้ง ระบบกันสะเทือนสามารถกรองแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กได้เป็นส่วนใหญ่ แต่แรงสั่นสะเทือนจากอุปสรรคเช่นลูกระนาดจะส่งผ่านมายังภายในรถชัดเจน ซึ่งเป็นการแลกกับการเสียสละด้านความสบายเล็กน้อย ในด้านการประหยัดน้ำมัน อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตามสเปกจากโรงงานอยู่ที่ 8.1 ลิตร/100 กม. ในการใช้ภายในเมือง (สภาพการจราจรติดขัด) อัตราการใช้จะอยู่ที่ประมาณ 9.5 ลิตร/100 กม. และบนถนนไฮเวย์จะอยู่ที่ประมาณ 7.5 ลิตร/100 กม. ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ในด้านความสะดวกสบายขณะขับขี่ มีการควบคุมเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้ดี เสียงลมและเสียงล้อเมื่อความเร็วสูงยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เบาะนั่งมีการรองรับตัวที่พอเหมาะ ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อยล้าหลังจากการขับขี่ในระยะเวลานาน ระบบไฮบริดยังสามารถปรับระดับแรงต้านของการดูดกลับของพลังงานได้ หากเลือกใช้งานในโหมดมาตรฐานจะไม่รู้สึกถึงแรงเหนี่ยวรั้งใด ๆ ให้ความรู้สึกในการขับขี่ใกล้เคียงกับรถที่ใช้เครื่องยนต์น้ำมัน อีกทั้งระบบสตาร์ต-หยุดเครื่องยนต์ยังทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่สร้างความสะเทือนใจที่ชัดเจน
โดยรวมแล้ว Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 ปี 2024 มีจุดเด่นในด้านการออกแบบที่สปอร์ต ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง (ติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 ลูก, ระบบช่วยเปลี่ยนเลน, ระบบเบรกอัตโนมัติ เป็นต้น) และความราบรื่นของเครื่องยนต์ไฮบริด เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันเช่น Toyota RAV4 Hybrid และ Honda CR-V Hybrid พบว่า Tonale มีความได้เปรียบในเรื่องของดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์และสมรรถนะในการขับขี่ แต่ในเรื่องของพื้นที่ใช้งานและความประหยัดน้ำมันอาจด้อยกว่าสักเล็กน้อย รถรุ่นนี้เหมาะกับผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และความสนุกในการขับขี่ และยังต้องการรถที่ตอบโจทย์ในการใช้งานในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความหลงใหลในแบรนด์ Alfa Romeo และไม่ยึดติดกับพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง
โดยสรุป Tonale Veloce เป็น C-Segment SUV ไฮบริดที่ผสมผสานระหว่างความเป็นแบรนด์ดีไซน์กับการใช้งานจริง แม้ว่าจะด้อยกว่าคู่แข่งสายญี่ปุ่นในบางด้านของการใช้งานในครอบครัว แต่ก็มีดีเอ็นเอด้านความสปอร์ตและดีไซน์แบบอิตาเลียนที่สามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะเจาะจงได้ หากคุณกำลังมองหารถ SUV สำหรับครอบครัวที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ขับขี่สนุก และมีอุปกรณ์ครบครัน รถรุ่นนี้ควรอยู่ในรายชื่อที่ต้องพิจารณา
Alfa Romeo Tonale เปรียบเทียบรถยนต์












