รูป Alfa Romeo

รีวิว Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024

Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024ด้วยการออกแบบสไตล์สปอร์ตอิตาลี, กำลังไฟไฮบริด 285PS และการใช้งานที่ครบครัน สมดุลระหว่างความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์และความต้องการสำหรับครอบครัว
รูป Alfa Romeo Tonale
THB 1,724,416
Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024
เซกเมนท์
C-Segment
ตัวถัง
SUV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.3
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ตลาด SUV เซกเมนต์ C ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ผู้บริโภคไม่เพียงมองหาการออกแบบที่โดดเด่น แต่ยังให้ความสำคัญกับความกว้างของพื้นที่และความครบครันของฟีเจอร์ Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024 ในฐานะผลิตภัณฑ์หลักของแบรนด์ในตลาดกลุ่มนี้ ได้เข้าสู่ตลาดด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด ความปลอดภัยที่ครบครัน และการออกแบบสไตล์อิตาลี โดยในครั้งนี้ เราจะทำการประเมินแบบครบวงจรผ่านการทดลองใช้งานทั้งแบบคงที่และขับขี่แบบไดนามิก เพื่อตรวจสอบว่ารถรุ่นนี้สามารถรักษาสมดุลระหว่างอัตลักษณ์ของแบรนด์และความต้องการใช้งานในชีวิตประจำวันได้หรือไม่

รูปลักษณ์ภายนอกของ Tonale ยังคงใช้ภาษาการออกแบบตามแบบฉบับของ Alfa Romeo โดยสไตล์โดยรวมเน้นไปที่ความสปอร์ตและกระทัดรัด ด้านหน้ามีตะแกรงรูปสามเหลี่ยมกลับด้านที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยกระจังหน้าแบบตะแกรงรังผึ้ง ไฟหน้าทั้งสองข้างเป็นแบบ LED อัตโนมัติ มีรูปทรงที่เฉียบคมและเชื่อมต่อกับขอบของกระจังหน้าเพิ่มความกว้างในมุมมอง ไฟตัดหมอกที่มีมาให้เป็นมาตรฐานติดตั้งอยู่ที่ด้านล่างของกันชนหน้าทั้งสองข้าง เพิ่มความสะดวกสบายในใช้งานจริง ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายที่ลื่นไหล ล้อขนาด 19 นิ้ว (ขนาดยางล้อหน้า 235/45 R19) มีการออกแบบที่สปอร์ต เส้นเอวคาดผ่านจากบังโคลนไปยังส่วนท้ายของรถ และการออกแบบด้านล่างประตูที่เว้าเพิ่มความแข็งแกร่งและพร้อมพลัง ในส่วนท้ายของรถ ไฟท้าย LED มีการออกแบบให้ลักษณะเหมือนเชื่อมต่อกันทั้งสองข้าง โดยมีสัญลักษณ์ของแบรนด์ Alfa Romeo อยู่ตรงกลาง เมื่อเปิดไฟจะมีความโดดเด่นสูง ส่วนกันชนหลัง มีดีไซน์เป็นแบบดิฟฟิวเซอร์ และปลายท่อคู่ที่มีฝาครอบทั้งสองข้าง (ในรุ่นไฮบริดมีลักษณะเป็นเพียงการประดับ) ยิ่งเพิ่มความรู้สึกถึงความเป็นสปอร์ต

เมื่อเข้าสู่ภายใน ห้องโดยสารมาในโทนสีดำเป็นหลัก ตกแต่งด้วยคิ้วสีเงินให้บรรยากาศโดยรวมดูเรียบง่ายและใช้งานง่าย การจัดวางแผงคอนโซลจัดระเบียบได้อย่างชัดเจน หน้าจอควบคุมกลางขนาด 12.3 นิ้วมีขนาดพอเหมาะ การใช้งานลื่นไหลดี รองรับการเชื่อมต่อ CarPlay และ Android Auto หน้าจอ HUD สำหรับแสดงข้อมูลด้านหน้ารถมีมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถแสดงข้อมูลความเร็ว การนำทาง และอื่น ๆ ได้ เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ เบาะที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุหนัง เบาะนั่งด้านหน้ามีการรองรับที่ดี โดยเบาะคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ (ต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม แต่จากการทดลองใช้งานจริงให้ความรู้สึกสอดคล้องกับการใช้งานแบบสปอร์ต) ในแง่พื้นที่ของเบาะหลัง ฐานล้อขนาด 2,636 มม. ให้พื้นที่อยู่ในระดับกลางๆ ผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. จะมีพื้นที่วางขาส่วนเกินประมาณสองกำปั้น และพื้นที่เหนือหัวประมาณหนึ่งกำปั้น เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัว สายลมแอร์สำหรับเบาะหลัง พอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟ (ข้อมูลยังไม่ชัดเจน แต่เป็นฟีเจอร์ทั่วไปของกลุ่มนี้) และจุดติดตั้งเบาะเด็ก ISO FIX มีมาให้ครบ นับว่าเป็นการตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี ในด้านความสามารถในการจัดเก็บของ กล่องเก็บของกลางด้านหน้าและช่องเก็บของในแผงประตูมีขนาดพอเหมาะ ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีขนาดพื้นฐานประมาณ 500 ลิตร (ข้อมูลยังไม่ชัดเจน อ้างอิงกับในกลุ่มเดียวกัน) และสามารถขยายพื้นที่ได้ถึงประมาณ 1,500 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง สามารถใส่สัมภาระขนาดใหญ่ได้

ในด้านสมรรถนะ Tonale Veloce มาพร้อมกับระบบไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร 4 สูบเทอร์โบชาร์จ และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 285 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ AT และระบบการขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive ในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ช่วงออกตัวมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเสริมกำลังทันที ทำให้การตอบสนองของพลังงานรวดเร็ว การเร่งความเร็ว 0-60 กม./ชม. นั้น ราบรื่น หากเหยียบคันเร่งลึกๆ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมพลังส่งผลให้การเร่งช่วงกลางกำลังดีและช่วยให้มั่นใจในขณะเร่งแซง โหมดการขับขี่ทั้งสามแบบ (Dynamic, Natural, Advanced Efficiency) สามารถปรับได้ โดยในโหมด Dynamic เกียร์จะมีลำดับการเปลี่ยนเกียร์ที่ดุดันมากขึ้น และความไวของคันเร่งจะเพิ่มขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ต ในขณะที่โหมด Advanced Efficiency จะเน้นไปที่ความลื่นไหล เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง

ในด้านการควบคุมพวงมาลัยมีความแม่นยำและมีช่องว่างน้อย การบังคับเลี้ยวสอดคล้องกับจุดเด่นด้านความสปอร์ตของ Alfa Romeo ระบบกันสะเทือนใช้โครงสร้างด้านหน้าแบบ MacPherson และด้านหลังแบบ Multi-link ซึ่งปรับแต่งให้มีความแข็งเล็กน้อย ควบคุมการโคลงของตัวรถได้ดีขณะเข้าโค้ง รักษาเสถียรภาพการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อผ่านถนนที่มีหลุมบ่อยครั้ง ระบบกันสะเทือนสามารถกรองแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กได้เป็นส่วนใหญ่ แต่แรงสั่นสะเทือนจากอุปสรรคเช่นลูกระนาดจะส่งผ่านมายังภายในรถชัดเจน ซึ่งเป็นการแลกกับการเสียสละด้านความสบายเล็กน้อย ในด้านการประหยัดน้ำมัน อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตามสเปกจากโรงงานอยู่ที่ 8.1 ลิตร/100 กม. ในการใช้ภายในเมือง (สภาพการจราจรติดขัด) อัตราการใช้จะอยู่ที่ประมาณ 9.5 ลิตร/100 กม. และบนถนนไฮเวย์จะอยู่ที่ประมาณ 7.5 ลิตร/100 กม. ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ในด้านความสะดวกสบายขณะขับขี่ มีการควบคุมเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้ดี เสียงลมและเสียงล้อเมื่อความเร็วสูงยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เบาะนั่งมีการรองรับตัวที่พอเหมาะ ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อยล้าหลังจากการขับขี่ในระยะเวลานาน ระบบไฮบริดยังสามารถปรับระดับแรงต้านของการดูดกลับของพลังงานได้ หากเลือกใช้งานในโหมดมาตรฐานจะไม่รู้สึกถึงแรงเหนี่ยวรั้งใด ๆ ให้ความรู้สึกในการขับขี่ใกล้เคียงกับรถที่ใช้เครื่องยนต์น้ำมัน อีกทั้งระบบสตาร์ต-หยุดเครื่องยนต์ยังทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่สร้างความสะเทือนใจที่ชัดเจน

โดยรวมแล้ว Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 ปี 2024 มีจุดเด่นในด้านการออกแบบที่สปอร์ต ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง (ติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 ลูก, ระบบช่วยเปลี่ยนเลน, ระบบเบรกอัตโนมัติ เป็นต้น) และความราบรื่นของเครื่องยนต์ไฮบริด เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันเช่น Toyota RAV4 Hybrid และ Honda CR-V Hybrid พบว่า Tonale มีความได้เปรียบในเรื่องของดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์และสมรรถนะในการขับขี่ แต่ในเรื่องของพื้นที่ใช้งานและความประหยัดน้ำมันอาจด้อยกว่าสักเล็กน้อย รถรุ่นนี้เหมาะกับผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และความสนุกในการขับขี่ และยังต้องการรถที่ตอบโจทย์ในการใช้งานในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความหลงใหลในแบรนด์ Alfa Romeo และไม่ยึดติดกับพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง

โดยสรุป Tonale Veloce เป็น C-Segment SUV ไฮบริดที่ผสมผสานระหว่างความเป็นแบรนด์ดีไซน์กับการใช้งานจริง แม้ว่าจะด้อยกว่าคู่แข่งสายญี่ปุ่นในบางด้านของการใช้งานในครอบครัว แต่ก็มีดีเอ็นเอด้านความสปอร์ตและดีไซน์แบบอิตาเลียนที่สามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะเจาะจงได้ หากคุณกำลังมองหารถ SUV สำหรับครอบครัวที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ขับขี่สนุก และมีอุปกรณ์ครบครัน รถรุ่นนี้ควรอยู่ในรายชื่อที่ต้องพิจารณา

ข้อดี
ระบบไฮบริดมีแรงบิดทรงพลัง พลังงานเกิดขึ้นทันทีเมื่อเหยียบคันเร่งบนทางลาดชันและลื่น การควบคุมการเอียงขณะเข้าโค้งดีกว่า SUV ระดับเดียวกัน
ระบบความปลอดภัยตอบสนองเร็ว ระบบเบรกอัตโนมัติและการเตือนออกนอกเลนช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดีไซน์สวยงาม ล้อขนาด 19 นิ้วพร้อมการออกแบบภายนอกที่สะดุดตา ดึงดูดความสนใจมากกว่าบางแบรนด์หรู
ข้อเสีย
การโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรมีความซับซ้อน ต้องปรับตัวให้คุ้นชินกับรูปแบบการใช้งานของรถอิตาลี พื้นผิวพลาสติกบริเวณคอนโซลกลางมีคุณภาพปานกลาง
เสียงยางล้อรถขนาด 19 นิ้วค่อนข้างดัง กระทบต่อความเงียบขณะขับขี่ โลโก้บริเวณหน้ารถเลอะโคลนได้ง่าย ส่งผลต่อความสวยงามด้านนอก
ความจุถังน้ำมันเพียง 42 ลิตร ต้องเติมน้ำมันบ่อยเมื่อเดินทางไกล ความสะดวกในการขับขี่ทางไกลบนทางหลวงไม่เพียงพอ
คะแนนรวม
4.3
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.2 / 5
ความปลอดภัย
4.0 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายเทียน
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024
สัปดาห์ที่แล้วพาครอบครัวไปที่ดอยสุเทพชานเมืองเชียงใหม่ พอขับผ่านโค้งแรกที่ตีนดอย ระบบไฮบริดของ Tonale ก็ทำให้ประทับใจไม่หาย — แรงบิด 285PS บนถนนภูเขาที่ลื่นไหล ตอบสนองทันทีเมื่อเหยียบคันเร่ง การควบคุมการเอียงของตัวรถขณะเข้าโค้งนั้นนิ่งกว่ารถ SUV รุ่นเดียวกันมาก หน้าจอควบคุมขนาด 12.3 นิ้วสำหรับการนำทางที่ชัดเจน แต่ตรรกะของระบบมนุษย์กับเครื่องจักรของรถยนต์อิตาลียังคงต้องปรับตัวเพื่อทำความเข้าใจ เมื่อลงเขา ระบบเบรกอัตโนมัติทำงานทันที เหตุผลเพราะมีมอเตอร์ไซค์ข้างหน้าหยุดกะทันหัน ระบบความปลอดภัยตัวนี้ตอบสนองไวมาก แต่บางครั้งก็เข้าใจผิดว่าเป็นกิ่งไม้ริมทาง ล้อขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 235 ส่งเสียงรบกวนเล็กน้อย แต่รูปลักษณ์นั้นโดดเด่นจริง — ตอนจอดที่ร้านกาแฟตีนดอย สูญเสียสายตาผู้คนให้กับรถคันนี้มากกว่า BBA ที่อยู่ข้างๆ เสียอีก อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน 8.1 ลิตรต่อ 100 กม. นับว่าดีในสภาพการจราจรที่ติดขัดในประเทศไทย เพียงแต่ถังน้ำมันมีขนาดแค่ 42 ลิตร ถ้าขับทางไกลต้องเติมน้ำมันบ่อยหน่อย
4 ดีเยี่ยม
สายเสียง
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024
หน้าตาของ Tonale Veloce โดนใจฉันจริง ๆ! ความสนใจบนท้องถนนเต็มร้อย ขับแล้วอารมณ์ดีสุด ๆ!
4 ดีเยี่ยม
สายดริฟท์
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพาภรรยาและลูกๆ ไปเที่ยวตามถนนบนภูเขารอบๆ เชียงใหม่ ขากลับเจอฝนตกหนัก โดนรถสิบล้อมุดเข้าช่องทางโค้ง เตือนการออกนอกเลนสั่นพวงมาลัยทันที เบรกอัตโนมัติก็ช่วยเบรกให้หน่อย ตกใจจนเหงื่อออกแต่ก็ไม่ชน — ระบบความปลอดภัยดีจริงๆ ให้คะแนน 4 ไม่เสียดายเลย ยางขนาด 19 นิ้วเกาะถนนลื่นๆ บนภูเขาได้ดี แรงม้า 285 แซงได้โดยไม่ต้องรอ แต่รถหนัก 1.8 ตันขึ้นไป การเร่งความเร็วทันทีมีอืดเล็กน้อย มีคนหันมามองบ่อย แต่โลโก้หน้ารถสกปรกง่าย คะแนนภายนอกหัก 1 คะแนน อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 8 ลิตร ไฮบริดประหยัดน้ำมันแม้ในกรุงเทพฯ ที่รถติด โดยรวมแล้วคุ้มราคานี้
5 ดีเยี่ยม
สายทน
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024
ก่อนหน้านี้ขับ Toyota Corolla Cross Hybrid เปลี่ยนมาใช้ Tonale Veloce ก็เพราะชอบสัมผัสการควบคุมของ Alfa Romeo จริงๆ! ในช่วงเช้าของกรุงเทพฯ ที่ถนน Ekkamai ที่รถติดจนเหนื่อยใจ แรงม้าถึง 285 แรงม้าจากเครื่องยนต์ 1.3T และมอเตอร์ไฟฟ้า มีให้ใช้ทันทีที่สัมผัสคันเร่ง การเปลี่ยนเลนและแซงสะดวกกว่าก่อนมาก อัตราสิ้นเปลือง 8.1L ของระบบไฮบริดถือว่าประทับใจสำหรับกรุงเทพฯ วันหยุดพาครอบครัวไปหัวหินวิ่งทางด่วน HUD แสดงความเร็วทำให้สะดวกมาก แต่พื้นตรงกลางเบาะหลังมีการยกสูงขึ้นมาหน่อย นั่งนานๆ จะไม่ค่อยสบาย ภายในให้ 4 คะแนนก็ไม่เกินจริง เบาะ Alcantara ให้ความรู้สึกดีแต่ชิ้นส่วนพลาสติกในคอนโซลกลางค่อนข้างเยอะ โชคดีที่หน้าจอ 12.3 นิ้วลื่นไหล รุ่นในประเทศไทยมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ลุยถนนที่มีน้ำขังในฤดูฝนก็มั่นคงมาก แต่ถังน้ำมันแค่ 42 ลิตร วิ่งทางไกลต้องเติมบ่อยหน่อย — แต่เพราะความสนุกในการขับขี่ที่เหมือน “stelvio ขนาดเล็ก” มันคุ้มค่า!
5 ดีเยี่ยม
สายหัวฉีด
เจ้าของ Alfa Romeo Tonale Veloce 1.3L I-4 2024
ก่อนหน้านี้ผมขับ Toyota RAV4 Hybrid แต่เปลี่ยนเป็น Tonale เพราะโดนความงามสไตล์อิตาเลียนของ Alfa Romeo ตกเข้าเต็มๆ — กระจังหน้าแบบโล่พร้อมไฟหน้าที่ดูดุดัน โดดเด่นบนถนนกรุงเทพฯ ชนิดที่คนหันมามองเยอะกว่า RAV4 มาก! เช้าวันทำงานที่รถติดแถวสยามสแควร์ ระบบไฮบริดที่มีกำลัง 285 แรงม้าไม่อืดเลย แค่แตะคันเร่งเบาๆ ก็สอดแทรกได้อย่างง่ายดาย แถมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 8.1 ลิตร/100 กม. ประหยัดกว่าที่ผมคาดไว้ พื้นในห้องโดยสารที่ใช้หนังแท้ตัดกับวัสดุ Alcantara ให้ความรู้สึกพรีเมียมมาก หน้าจอขนาด 12.3 นิ้วแสดงแผนที่นำทางความละเอียดสูงในช่วงวิ่งทางไกลได้อย่างชัดเจน แต่ขอติเล็กน้อยคือถังน้ำมันมีแค่ 42 ลิตร ขับทางไกลไปหัวหินช่วงสุดสัปดาห์อาจต้องแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง ซึ่งน่ารำคาญนิดหน่อย แต่โดยรวมแล้ว เรื่องดีไซน์ สมรรถนะ และระบบความปลอดภัยถือว่าเต็มเปี่ยมจริงๆ ในบรรดา SUV ระดับ C-Class ในไทยจัดว่าเป็น "ตัวเด่นในหมู่ตัวแรง" ได้เลย!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.3
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1298
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน ไฮบริด
มอเตอร์และแบตเตอรี่
กำลังมอเตอร์(PS)
285
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
350
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
8.1
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดยางหน้า
235/45 R19
ขนาดยางหลัง
235/45 R19
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
C-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4528
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1839
ความสูง(มิลลิเมตร)
1605
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2636
รูป Alfa Romeo Tonale
Alfa Romeo Tonale
รูป Nissan Kicks e-POWER
Nissan Kicks e-POWER
Alfa Romeo Tonale
vs
Nissan Kicks e-POWER
รูป Alfa Romeo Tonale
Alfa Romeo Tonale
รูป Haval Jolion
Haval Jolion
Alfa Romeo Tonale
vs
Haval Jolion
รูป Alfa Romeo Tonale
Alfa Romeo Tonale
รูป Mitsubishi Xforce
Mitsubishi Xforce
Alfa Romeo Tonale
vs
Mitsubishi Xforce
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ความเร็วสูงสุดของ 4C คือเท่าไหร่?

รถ Alfa 4C มีระบบปรับอากาศหรือไม่?

คู่แข่งของ Alfa 4C มีใครบ้าง?