รูป Bentley

รีวิว Bentley Mulsanne 6.75l V8

Bentley Mulsanne 6.75L V8 ในฐานะเรือธงระดับบนสุด ด้วยการออกแบบสุดคลาสสิกและหรูหรา การตกแต่งภายในด้วยงานฝีมืออันวิจิตร และสมรรถนะที่ทรงพลังและราบรื่น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่แสวงหาความประณีตสูงสุด
รูป Bentley Mulsanne
รูป Bentley Mulsanne
รูป Bentley Mulsanne
รูป Bentley Mulsanne
รูป Bentley Mulsanne
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Bentley Mulsanne 6.75l V8
เซกเมนท์
Luxury
ตัวถัง
Sedan
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.8
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถยนต์หรูหราในประเทศไทย Bentley Mulsanne 6.75L V8 ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งรถยนต์เรือธงระดับสูงสุด โดยเล็งเป้าหมายไปยังผู้ใช้ที่ไม่พอใจกับความหรูหราทั่วไปและต้องการงานฝีมือขั้นสูงสุดและความเป็นเอกลักษณ์อันไม่มีใครเทียบได้ ในฐานะหนึ่งในรุ่นที่มีมรดกดั้งเดิมที่สุดของครอบครัว Bentley เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.75 ลิตรที่ติดตั้งเป็นจุดเด่นหลักของ Mulsanne ขณะที่ความละเอียดประณีตของการสร้างด้วยมือนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แตกต่างจากรถในระดับเดียวกัน การทดลองขับครั้งนี้เราจะมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ความหรูหราในการขับขี่ปกติ ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในยุคปัจจุบัน

การออกแบบภายนอกของ Mulsanne ยังคงความหรูหราแบบดั้งเดิมของ Bentley โดยไม่มีเส้นสายที่ฉูดฉาดจนเกินไป ทั้งหมดให้ความรู้สึกสง่างามและภูมิฐาน ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้ารูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ดูโดดเด่น พร้อมกับไฟหน้า LED ทรงกลมซึ่งระบุตัวรถได้ง่าย “Flying B” สัญลักษณ์บนฝากระโปรงเป็นอุปกรณ์เสริม แต่เมื่อเพิ่มเข้ามา จะสามารถเน้นย้ำถึงสถานะเรือธงได้ทันที ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่ยาวเหยียด ความยาวตัวรถ 5575 มม. และระยะฐานล้อ 3266 มม. ช่วยให้สัดส่วนด้านข้างดูผ่อนคลายมาก ล้อแม็กลายซี่ขนาด 22 นิ้วช่วยเพิ่มความหรูหราอีกเล็กน้อย ส่วนท้ายของรถถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่ายด้วยไฟท้ายรูปสี่เหลี่ยมที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ LED และท่อไอเสียทรงกลมแบบคู่ด้านละฝั่งที่บ่งบอกถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์โดยไม่ต้องเอิกเกริก ภายนอกทั้งหมดไม่มีการตกแต่งที่เกินจำเป็น รายละเอียดทุกส่วนล้วนเน้นย้ำถึงความเป็น “ความหรูหราที่ยั่งยืน”

เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร บรรยากาศของงานฝีมือที่ประณีตก็สามารถสัมผัสได้ในทันที แผงแดชบอร์ดตกแต่งด้วยไม้แท้และหนังแท้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัย เบาะที่นั่ง หรือแผงประตู ทุกที่ที่สัมผัสได้จะให้ความรู้สึกนุ่มนวลของหนังแท้ การจัดเรียงของแดชบอร์ดคงความคลาสสิกของรถยนต์หรูหราแบบดั้งเดิม โดยไม่ได้ใช้หน้าจอแบบลอยขนาดใหญ่ แต่แทนด้วยหน้าจอฝังขนาด 8 นิ้วพร้อมปุ่มกดแบบดั้งเดิมที่มีตรรกะการใช้งานง่ายและตรงไปตรงมา แผงหน้าปัดเป็นแบบเข็มกลไก ส่วนจอแสดงผลดิจิทัลในส่วนกลางสามารถแสดงข้อมูลรถยนต์ได้ เบาะที่นั่งใช้วัสดุหนัง Nappa ซึ่งเบาะหน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้หลายทิศทาง รวมถึงรองรับส่วนเอวและพักขา ส่วนเบาะหลังเป็นเบาะแยกสองที่นั่ง พร้อมที่พักแขนขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บถ้วยน้ำหรือของใช้เล็กๆ ได้ พื้นที่ด้านหลังมีความกว้างขวางมาก แม้ว่าผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. นั่งด้านหลัง ระยะห่างระหว่างเข่ากับเบาะหน้ายังเกินกว่าสองกำปั้น ซึ่งเพียงพอต่อการรับรองการใช้งานอย่างเป็นทางการหรือการเดินทางสำหรับครอบครัว

เมื่อเริ่มต้นเครื่องยนต์แล้ว เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 6.75 ลิตร ทำงานได้อย่างราบรื่นจนแทบไม่ได้ยินเสียงในขณะเดินเบา เครื่องยนต์นี้มีกำลังสูงสุด 512 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 1020 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ในการขับขี่ปกติ การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่นแทบไม่มีความรู้สึกสะดุด เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างเต็มที่ แม้ว่าเครื่องยนต์จะตอบสนองไม่รวดเร็วนัก แต่แรงบิดอันมหาศาลจะทำให้ตัวรถเร่งไปข้างหน้าได้อย่างนุ่มนวล โดยมีเวลาเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ประมาณ 5.3 วินาที ซึ่งถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถยนต์หรูหราที่มีน้ำหนักเกิน 2.7 ตัน โหมดการขับขี่มีให้เลือกทั้งโหมด Comfort สปอร์ต และปรับแต่งเอง ในโหมด Comfort ช่วงล่างนิ่มนวล สามารถกรองการสะเทือนจากพื้นถนนได้เป็นอย่างดี ส่วนในโหมด Sport ช่วงล่างจะหนาแน่นขึ้นและลดการเอียงตัวของตัวรถลง แต่โดยรวมยังคงเน้นไปที่ความสะดวกสบาย

ในด้านการควบคุม Mulsanne มีพวงมาลัยที่ให้ความรู้สึกหนัก เหมาะสมกับสถานะรถธงของแบรนด์ ความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวแม้จะไม่เท่ารถยนต์แนวสปอร์ต แต่มีความเสถียรเป็นอย่างดีขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ช่วงล่างใช้ระบบกันสะเทือนแบบอากาศ สามารถรับมือกับถนนที่มีหลุมบ่อที่พบเจอได้บ่อยในประเทศไทยได้อย่างดี ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กระทั่งสะพานชะลอความเร็วขนาดใหญ่ก็ไม่ทำให้ผู้โดยสารในรถรู้สึกไม่สบาย

ในด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.75 ลิตร อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Mulsanne ย่อมสูง เราทำการขับขี่ในเมืองและบนทางหลวงประมาณ 50 กิโลเมตรทั้งสองส่วน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 16 ลิตร/100 กิโลเมตร สำหรับผู้มีระดับที่เลือกใช้รถระดับนี้ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล ด้านการควบคุมเสียง Mulsanne ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงจากยางถูกลดลงอย่างมาก จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ V8 ที่ดังกังวานในช่วงเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้เป็นเสียงที่น่ารำคาญแต่กลับเพิ่มความเพลิดเพลินในการขับขี่

โดยสรุปแล้ว Bentley Mulsanne 6.75L V8 มีจุดเด่นหลักอยู่ที่การออกแบบที่หรูหราสดุดตา งานตกแต่งภายในที่ถูกสร้างด้วยมืออย่างพิถีพิถัน และสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและราบรื่น เมื่อเปรียบเทียบกับ Rolls-Royce Ghost ในระดับเดียวกัน Mulsanne มีการออกแบบที่เน้นความคลาสสิกมากกว่า งานตกแต่งภายในก็มุ่งเน้นไปที่ความรู้สึกของงานฝีมือ ในขณะที่ Ghost มีความทันสมัยมากกว่า รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสไตล์หรูหราคลาสสิก ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการโดยสาร และต้องการใช้รถเพื่อการรับรองธุรกิจ — ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบริษัทหรือผู้ที่แสวงหาความหรูหราสุดขีด Mulsanne ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการรถยนต์ธงระดับสูงสุดได้เป็นอย่างดี

โดยรวมแล้ว Bentley Mulsanne 6.75L V8 เป็นรถยนต์ธงสุดหรูที่ให้ความรู้สึก "บริสุทธิ์" ซึ่งปราศจากฟีเจอร์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเกินไป และไม่มีดีไซน์ที่ฉูดฉาด แต่ด้วยงานฝีมือ เครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และความสะดวกสบายขั้นสุดยอด มันแสดงให้เห็นว่า "ความหรูหราคลาสสิก" คืออะไร หากคุณไม่ได้มองหารถที่มีเทคโนโลยีทันสมัย แต่ต้องการรถที่สามารถสะท้อนถึงสถานะ และให้ความสะดวกสบายสูงสุดในระดับรถธง Bentley Mulsanne เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการพิจารณา

ข้อดี
6.75L V8 แรงบิดต่ำทรงพลัง ออกตัวราบรื่น ขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดได้อย่างสบาย
เบาะหนังมีความกระชับ ภายในหรูหรา (แผงตกแต่งไม้วอลนัท เป็นต้น) นั่งสบาย
อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน (ถุงลมนิรภัยหลายจุด ม่านนิรภัยด้านข้าง) ขับขี่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
ข้อเสีย
ตัวถังกว้าง (ประมาณ 2.3 เมตร) และยาว (มากกว่า 5 เมตร) เลี้ยวกลับในซอยแคบและจอดรถไม่สะดวก
รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังมีความรู้สึกหน้าดันขณะเข้าโค้งชัดเจน ส่งผลต่อประสบการณ์การควบคุม
ขาดระบบเบรกอัตโนมัติและอุปกรณ์ความปลอดภัยอัจฉริยะอื่นๆ มีพื้นที่ในการปรับปรุงเรื่องความปลอดภัย
คะแนนรวม
4.6
ดีเยี่ยม
จาก 4 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.3 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.8 / 5
ความปลอดภัย
4.8 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.5 / 5
แสดงรีวิว 4 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายลิ้น
เจ้าของ Bentley Mulsanne 6.75l V8
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพาครอบครัวไปเที่ยวถนนบนภูเขานอกเมืองเชียงใหม่ ช่วงบ่ายฝนเริ่มตกหนัก ถนนลื่นเหมือนได้ราดน้ำมันแรงบิดต่ำของ V8 ขนาด 6.75 ลิตรนั้นดุดันมาก แต่ในโค้งรู้สึกถึงการดื้อโค้งของขับหลังอย่างชัดเจน ให้คะแนนสมรรถนะ 1 คะแนนก็ไม่เสียหาย เบาะหนังแท้โอบกระชับสะโพก แผ่นตกแต่งไม้สักสะท้อนกับสายฝน การตกแต่งภายในให้คะแนนเต็มไม่มีข้อกังขา ด้านหลังลูกๆ งอแงจะเปิดหน้าต่าง แต่การมีถุงลมนิรภัยและม่านนิรภัยด้านข้างทำให้เรารู้สึกอุ่นใจ น่าเสียดายที่ขาดระบบเบรกอัตโนมัติ ด้านความปลอดภัยให้ 4 คะแนน ขณะจอดรถข้างทางหลบฝน สายตาของคนที่แอบมองมา คะแนนความงามภายนอก 5 คะแนนเหมาะสมอย่างยิ่ง
5 ดีเยี่ยม
สายน้ำมัน
เจ้าของ Bentley Mulsanne 6.75l V8
ก่อนหน้านี้เคยขับ S-Class แล้วรู้สึกว่าขาด "ความหรูหรา" ไปนิด แต่พอเปลี่ยนมาใช้ Mulsanne ก็สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งรถยนต์หรูจริงๆ ฤดูฝนของไทยในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน รถติดเหมือนลานจอดรถ เพียงแค่กดคันเร่ง V8 ก็พุ่งไปได้ง่ายๆ เบาะหนังแท้ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งโซฟาที่บ้าน แม้แต่การจราจรติดขัดก็กลายเป็นความเพลิดเพลินไปอีกแบบ วันหยุดพาครอบครัวไปหัวหิน บนทางด่วนที่ความเร็ว 120 km/h ให้ความรู้สึกนิ่งเหมือนบินติดดิน เด็กๆ ที่เบาะหลังก็เอนตัวหลับสบายๆ ด้วยม่านอากาศที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ข้อเสียเดียวคือหักเลี้ยวในซอยเล็กๆ ของกรุงเทพค่อนข้างลำบาก ความกว้างของรถเกือบ 2 เมตร 3 ต้องถอยหลังตั้งลำถึงจะเลี้ยวไหว แต่ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบครัน ถุงลมนิรภัยรอบคัน ทำให้รู้สึกมั่นใจได้ เจ้าตัวเครื่อง V8 6.75 ลิตร แม้ในอากาศร้อนชื้นของไทยก็ยังทำงานได้อย่างราบรื่น บอกเลยว่าคุ้มค่ามาก
5 ดีเยี่ยม
สายหัวฉีด
เจ้าของ Bentley Mulsanne 6.75l V8
ในขณะที่กรุงเทพฯรถติดจนเหมือนโจ๊ก ความราบรื่นของเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.75 ลิตรนี้มันช่างยอดเยี่ยม เกียร์อัตโนมัติลื่นเหมือนแช่ในน้ำนมมะพร้าวเลยทีเดียว นั่งไขว่ห้างด้านหลังจิบกาแฟเย็น กลิ่นหอมของหนังผสมกับอากาศเย็นสดชื่น ยิ่งกว่านั่งสปาเสียอีก แต่รถกว้างถึง 2.2 เมตร ซอยแคบหาที่จอดรถคงต้องฝึกสายตาให้ดี แต่อุปกรณ์ความปลอดภัยครบเครื่อง ขับแล้วอุ่นใจ
5 ดีเยี่ยม
คาร์บอย
เจ้าของ Bentley Mulsanne 6.75l V8
ก่อนหน้านี้ขับ S-Class แล้วรู้สึกว่ายังขาด "ความใจ" อยู่หน่อยๆ แต่พอเปลี่ยนมาใช้ Mulsanne ถึงได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของรถหรูจริงๆ ภายนอกขับผ่านย่าน CBD ในกรุงเทพฯ ก็เรียกสายตาได้เต็ม ๆ ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นเหลี่ยม ๆ มีพลังสง่ากว่ารถซูเปอร์คาร์ทรงโค้งๆ เหล่านั้น ภายในได้คะแนน 4 เต็ม 4 ไม่มีข้อโต้แย้ง — เบาะหลังนุ่มสบายจนไม่อยากลุกขึ้นมาเลย แต่หน้าจอกลางแบบเก่าจริงๆ สู้ความล้ำของรถยุคใหม่ไม่ได้ แต่ส่วนตัวซึ่งไม่ชอบจอสัมผัสก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนเช้าเจอรถติดบนถนนสุขุมวิท เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.75 ลิตร กดคันเร่งลงไป ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนหมัดที่ห่อด้วยผ้าฝ้าย นุ่มนวลซะจนเพื่อนที่นั่งหลังอาจเผลอหลับไปได้; ส่วนวันหยุดขับไปหัวหินบนทางด่วน ความเร็วสูงสุด 296 กม./ชม. ไม่อาจใช้งานได้จริง แต่ตอนขับครูซคอนโทรลที่ 120 กม./ชม. เงียบจนได้ยินเสียงใบต้นมะพร้าวข้างทางเลย มีอย่างเดียวที่อยากบ่น คือเวลาถอยเข้าซอยเล็กๆ แคบๆ ในกรุงเทพฯ กลับรถลำบากนิดหน่อย เพราะตัวรถยาวกว่า 5 เมตร บางครั้งต้องหมุนพวงมาลัยสองรอบ แต่รถระดับนี้ เรื่องจิ๊บจ๊อยแบบนี้ต้องถือว่าไม่ใช่ปัญหา!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.8
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
6752
จำนวนลูกสูบ
8
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Luxury
ความยาว(มิลลิเมตร)
5575
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
2208
ความสูง(มิลลิเมตร)
1521
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
3266
รูป Bentley Mulsanne
Bentley Mulsanne
รูป Maserati Ghibli
Maserati Ghibli
Bentley Mulsanne
vs
Maserati Ghibli
รูป Bentley Mulsanne
Bentley Mulsanne
รูป Mercedes-Benz S-Class
Mercedes-Benz S-Class
Bentley Mulsanne
vs
Mercedes-Benz S-Class
รูป Bentley Mulsanne
Bentley Mulsanne
รูป BMW 7 Series Sedan
BMW 7 Series Sedan
Bentley Mulsanne
vs
BMW 7 Series Sedan

ราคาของ Bentley Flying Spur 2025 คือเท่าไหร่

ประเทศใดที่ผลิต Bentley Bentayga

เบนท์ลีย์ เบนเทย์กา รักษาค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแพงไหม