รูป BMW

รีวิว BMW M5 Sedan 1984

1984 BMW M5 Sedan publicในฐานะ M5 รุ่นแรก ด้วยการตั้งตำแหน่งเป็น "รถซีดาน 4 ประตูที่เร็วที่สุดบนถนน" เพื่อเติมเต็มช่องว่างในตลาด ผสมผสานระหว่างสมรรถนะของเครื่องยนต์ 3.5L แบบ 6 สูบเรียงและพื้นที่ใช้สอย เป็นมาตรฐานของรถซีดานหรูแนวสปอร์ตในยุค 80
รูป BMW M5 Sedan
รูป BMW M5 Sedan
รูป BMW M5 Sedan
รูป BMW M5 Sedan
รูป BMW M5 Sedan
ยังไม่คอนเฟิร์ม
BMW M5 Sedan 1984
ตัวถัง
Sedan
เซกเมนท์
-
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
-
พละกำลังรวม(PS)
-
แรงบิดรวม(Nm)
-
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
-
ดู BMW M5 Sedan >
ดูข้อมูลจำเพาะทั้งหมด >
รีวิว
รีวิวผู้ใช้

ในตลาดรถเก๋งสปอร์ตหรูของยุค 1980 รถสี่ประตูสมรรถนะสูงยังไม่ถือว่าเป็นกระแสหลัก ส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะเลือกรถเก๋งสำหรับผู้บริหารที่เน้นความสะดวกสบาย หรือไม่ก็ยอมกัดฟันเลือกรถสปอร์ตสองประตูบริสุทธิ์—และ 1984 BMW M5 Sedan public ได้จับจ้องไปยังช่องว่างในตลาดนี้ที่ว่าด้วย "ต้องการทั้งสมรรถนะและความใช้งานได้จริง" โดยใช้จุดขายหลักในฐานะ "รถสี่ประตูที่เร็วที่สุดบนถนน" เพื่อทำลายภาพลักษณ์ของรถสี่ประตูในตลาดในขณะนั้น การทดสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพิสูจน์ว่าความสมดุลระหว่าง "สมรรถนะและการใช้งาน" ในฐานะ M5 รุ่นแรกนั้นสมชื่อหรือไม่ รวมถึงเพื่อสำรวจว่าในรถรุ่นนี้ที่สร้างขึ้นจากซีรีส์ E28 5 มีอะไรที่ซ่อนตัวไว้น่าตื่นเต้นบ้าง

เมื่อมองจากภายนอก 1984 M5 Sedan public ยังคงลักษณะสามช่องที่คลาสสิคของซีรีส์ E28 5 แต่รายละเอียดที่ปรับให้มีความสปอร์ตมากขึ้นทำให้มันดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้านหน้ายังคงมีกระจังหน้าไตคู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ BMW แต่ขนาดจะใหญ่กว่าซีรีส์ 5 ทั่วไปเล็กน้อย ผสมผสานกับช่องรับอากาศด้านล่างที่มีการตกแต่งแบบรมควัน ทำให้ดูเร้าใจมากขึ้น พื้นผิวฝากระโปรงหน้ามีเส้นสันโค้งยกขึ้นสองเส้นที่เริ่มจากกระจังหน้าและยาวไปจนถึงเสา A ทดสอบให้เห็นว่าได้ติดตั้งเครื่องยนต์สมรรถนะสูงอยู่ด้านล่าง เส้นสายด้านข้างของรถดูเรียบง่ายและลื่นไหล ล้ออัลลอย BBS ขนาด 15 นิ้วเป็นอุปกรณ์เฉพาะ (ซีรีส์ 5 ทั่วไปใช้ล้อเหล็กมากกว่า) พร้อมยางสมรรถนะ 205/60 R15 ที่ยังคงเก็บความสง่างามของรถสี่ประตูไว้ แต่แฝงด้วยเสน่ห์ของรถสมรรถนะสูง ส่วนท้ายรถ ไฟท้ายออกแบบตามแนวสี่เหลี่ยมที่เป็นที่นิยมในยุคนั้น และกันชนหลังเพิ่ม diffuser ขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม ชุดแอโรไดนามิกไม่ได้แต่งเติมจนดูเกินไป ยังคงความเรียบง่าย—การออกแบบที่ "ดูธรรมดาแต่แฝงศักยภาพ" ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของรถสมรรถนะสูงในยุค 80

เมื่อเปิดประตู เข้าไปพบกับภายในที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว โทนสีหลักเป็นสีดำ เบาะนั่งและส่วนด้านในของแผงประตูหุ้มด้วยหนังแท้ Nappa ที่ให้สัมผัสนุ่มนวล แผงคอนโซลกลางตกแต่งด้วยลายไม้ (สามารถเลือกเป็นลายอะลูมิเนียมได้) พร้อมกรอบช่องลมแอร์สีเงิน ตรงตามตำแหน่งของรถสำหรับผู้บริหาร แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ดูน่าเบื่อ อุปกรณ์หลักที่ติดตั้ง ได้แก่ ที่นั่งปรับไฟฟ้า (พร้อมรองรับช่วงหลังล่าง) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ท หน้าปัดบนคอนโซลกลางได้รับการปรับแต่งใหม่โดยแผนก M โดยมีเขตแดงของวัดรอบเพิ่มขึ้นเป็น 6500 รอบ และมาตรวัดความเร็วสูงสุดแสดงถึง 260 km/h ซึ่งคอยย้ำเตือนผู้ขับขี่ว่านี่ไม่ใช่ซีรีส์ 5 ทั่วไป พวงมาลัยแบบสามก้านออกแบบเฉพาะสำหรับ M ขนาดเล็กกว่าของซีรีส์ 5 ทั่วไป ให้ความกระชับในการจับ และมีโลโก้ "M" ที่ฐานพวงมาลัย ซึ่งช่วยเสริมคุณสมบัติด้านความสปอร์ตของรถ

ในเรื่องของพื้นที่ใช้สอย ตัวถังของ 1984 M5 Sedan public มีขนาด 4620mm×1700mm×1410mm ระยะฐานล้อ 2625mm อยู่ในระดับกระแสหลักของรถขนาดกลางในยุคนั้น เบาะนั่งด้านหน้ามีความกระชับและพอดี ผู้โดยสารที่มีความสูง 180cm สามารถเข้าไปนั่งโดยมีพื้นที่ศีรษะและขาเหลือพอสมควร เบาะหลังรองรับผู้โดยสารได้สามคน พื้นที่ขาสำหรับสองกำปั้น ซึ่งแม้จะไม่เทียบเท่ารถรุ่นช่วงยาวในปัจจุบัน แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในครอบครัวหรือการเดินทางเพื่อธุรกิจ ในแง่ของความสามารถในการเก็บของ ช่องใส่สัมภาระด้านหลังมีความจุ 460 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วได้สองใบ และเบาะหลังสามารถพับแยกส่วนได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บได้อย่างยอดเยี่ยมตามมาตรฐานในยุคนั้น รายละเอียดเพิ่มเติม ช่องเก็บของที่แผงประตู กล่องเก็บของกลาง และกล่องเก็บของใต้เบาะหน้า มีขนาดพื้นที่ที่ใช้งานได้จริงและสะดวกต่อการจัดเก็บสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ

ระบบขับเคลื่อนคือจุดเด่นหลักของ 1984 M5 Sedan public ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 3.5L หกสูบเรียง พ่วงระบบอัดอากาศด้วยตัวเอง กำลังสูงสุด 286 แรงม้า (ที่ 6,500 รอบต่อนาที) แรงบิดสูงสุด 340 นิวตันเมตร (ที่ 4,500 รอบต่อนาที) จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในการขับขี่จริง การตอบสนองของเครื่องยนต์ในช่วงเริ่มต้นการขับขี่อาจจะไม่ได้ดุดันมากนัก แต่เมื่อรอบเครื่องยนต์เกิน 3,000 รอบต่อนาที แรงบิดและกำลังเครื่องยนต์จะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รู้สึกถึงแรงดึงดูดได้อย่างชัดเจน การเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 6.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 245 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์สูงในรถยนต์ 4 ประตูในปี 1984 แม้ว่าจะไม่มีโหมดการขับขี่หลากหลายแบบรถยนต์รุ่นใหม่ แต่สัมผัสการเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์ธรรมดานั้นให้ความรู้สึกแน่นและคลิกเข้าอย่างดีเยี่ยม พร้อมด้วยการออกแบบระยะคลัตช์ที่แม่นยำ ทำให้ความสนุกสนานของการเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดาเพิ่มขึ้นมากมาย

การควบคุมและประสิทธิภาพของช่วงล่างก็ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน มันใช้ระบบกันสะเทือนแบบอิสระด้านหน้าแมคเฟอร์สันและด้านหลังมัลติลิงค์ ซึ่งได้รับการปรับแต่งแบบสปอร์ตจากแผนก M ของ BMW ให้การรองรับที่ดีมาก เวลาผ่านโค้งตัวถังจะมีการเอียงน้อยมาก พวงมาลัยตอบสนองไว ไม่มีช่องว่างแม้เราขับผ่านโค้งด้วยความเร็วสูง รถก็ยังคงสถานะที่มั่นคงได้ดี เมื่อขับผ่านถนนที่เป็นหลุมบ่อ ระบบกันสะเทือนสามารถดูดซับแรงกระแทกจากพื้นผิวได้ดี ไม่มีการสั่นสะเทือนที่ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่สบาย ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความรู้สึกของถนนไว้อย่างเพียงพอ ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสมรรถนะและความสบาย ด้านระบบเบรกมาพร้อมกับดิสก์เบรกแบบระบายอากาศด้านหน้าและดิสก์แบบเต็มหลัง ให้แรงเบรกที่เพียงพอ เมื่อเหยียบเบรกจะรู้สึกได้ถึงแรงที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 38 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีสำหรับยุคนั้น

สำหรับความสะดวกสบายในการขับขี่ แม้ว่า 1984 M5 Sedan public จะเป็นรถสมรรถนะสูง แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความสะดวกสบายแต่อย่างใด เบาะนั่งมีวัสดุรองรับที่เหมาะสม ไม่แข็งหรืออ่อนจนเกินไป ทำให้สามารถขับขี่ไปได้นานโดยไม่รู้สึกเหนื่อย พื้นใต้รถมีการเก็บเสียงที่ดี เสียงเครื่องยนต์ในขณะที่รอบต่ำกว่า 3,000 รอบต่อนาทีนั้นเบา และเสียงลมรวมถึงเสียงยางก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของรถยนต์หรูหราในยุคนั้น ด้านการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าขับในสภาพการจราจรแบบผสมผสานจะใช้เฉลี่ยประมาณ 12-14 ลิตร/100 กม. ซึ่งเมื่อพิจารณาจากตำแหน่งรถสมรรถนะสูงแล้ว การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงระดับนี้ถือว่ารับได้

โดยสรุปแล้ว ความได้เปรียบหลักของ 1984 BMW M5 Sedan public คือ “ความสมดุล” — มันให้สมรรถนะที่เทียบเคียงกับรถสปอร์ต แต่ยังคงความเป็นรถยนต์ 4 ประตูที่ใช้งานได้จริงและหรูหรา เมื่อเปรียบเทียบกับ Mercedes-Benz 500E (ซึ่งเปิดตัวในปี 1991) มันถูกวางจำหน่ายในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง 4 ประตูก่อนหน้านั้น อีกทั้งยังมีความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันมากกว่ารถสปอร์ต 2 ประตูในยุคนั้น กลุ่มผู้ใช้งานของมันชัดเจนมาก: คือผู้ที่ต้องการรถยนต์ 4 ประตูที่ตอบโจทย์ทั้งด้านครอบครัวหรือการใช้งานในธุรกิจ รวมไปถึงความต้องการในด้านความสนุกในการขับขี่ เช่น นักธุรกิจ ทนายความ หรือผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์เป็นพิเศษ ในฐานะที่เป็น M5 รุ่นแรก มันไม่เพียงแค่นำเทรนด์ในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง 4 ประตู แต่ยังกลายเป็นผลงานระดับตำนานของซีรีส์ M ของ BMW และถึงแม้ปัจจุบันนี้ก็ยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ประทับใจแก่ผู้ที่ชื่นชอบรถสมรรถนะสูงแนวคลาสสิกอยู่เสมอ

ข้อดี
แรงทรงพลัง แรงบิดต่ำเพียงพอ เติมคันเร่งแล้วพุ่ง พุ่งแซงเปลี่ยนเลนคล่องตัว
ช่วงล่างมั่นคงและเสถียร เข้าโค้งแน่นหนึบ ขับทางไกลด้วยความเร็วสูงมั่นคงเหมือนติดพื้น
การออกแบบสุดคลาสสิกที่ย้อนยุค ดึงดูดความสนใจ มีสไตล์แบบเครื่องยนต์คลาสสิกที่สัมผัสได้ถึงคุณภาพระดับสูง
ข้อเสีย
ไม่มีเครื่องปรับอากาศหรือระบบทำความเย็นช้า หลังจากจอดรถกลางแดดในฤดูร้อน ห้องโดยสารร้อนอบอ้าว
สิ้นเปลืองน้ำมันมาก ในการขับขี่ในเมืองใช้น้ำมันอย่างน้อย 15 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร
อะไหล่รถเก่าหายาก ซ่อมแซมและเปลี่ยนอะไหล่ลำบาก
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 8 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.6 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.3 / 5
แสดงรีวิว 8 รายการ
5 ดีเยี่ยม
PhuketUser05
เจ้าของ 1984 BMW M5 Sedan public
ช่วงเช้าของกรุงเทพฯที่มีการจราจรหนาแน่น ขับรถผ่านช่องว่างของรถได้อย่างมั่นใจ เครื่องยนต์เก่าแค่เหยียบคันเร่งก็พุ่งไปข้างหน้า;วันหยุดสุดสัปดาห์ไปทะเลหรือขับบนถนนภูเขา ช่วงล่างมั่นคงเหมือนติดอยู่กับพื้น。แต่ช่วงหน้าร้อนถ้าจอดกลางแจ้ง ต้องเปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อน 10 นาที—รถสไตล์เรโทรไม่มีแอร์จริง ๆ ทนไม่ได้ แต่เสียงเครื่องยนต์กับความสามารถในการดึงดูดสายตาคุ้มสุด ๆ!
5 ดีเยี่ยม
สายดริฟท์
เจ้าของ 1984 BMW M5 Sedan public
ก่อนหน้านี้ขับโตโยต้าโคโรลล่ารุ่นเก่า ถึงจะทนทาน แต่ก็รู้สึกแรงไม่พอ เทียบไม่ได้กับ M5 ปี 1984 คันนี้ — เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ติดแหง็กอยู่บนถนนพระรามเก้าในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า เครื่อง 2.8 ลิตร หกสูบเรียงให้แรงบิดที่ดีมาก แค่เหยียบคันเร่งเบาๆ รถก็พุ่งไปข้างหน้า ทำให้คล่องตัวกว่ารถแท็กซี่ที่เคลื่อนตัวช้าๆ ข้างๆ ช่วงสุดสัปดาห์ขับไปหัวหิน ถนนหลวงวิ่งที่ความเร็ว 120 กม./ชม. รู้สึกมั่นคงเหมือนลอยติดพื้น ส่วนเวลาเข้าโค้งก็รู้สึกได้ว่าช่วงล่างแน่นหนาให้ความมั่นใจ ภายในรถดูคลาสสิคมาก เบาะกำมะหยี่ที่สัมผัสแล้วรู้สึกหรูหรายิ่งกว่าพลาสติกแบบปัจจุบัน มีแต่แอร์เท่านั้นที่เย็นช้าหน่อย ในหน้าร้อนเมืองไทยต้องเปิดล่วงหน้าสักห้านาที เรื่องความปลอดภัย—รถเก่าไม่มีถุงลมนิรภัย แต่โครงสร้างตัวถังแข็งแรงมาก เคยชนมอเตอร์ไซค์ครั้งหนึ่ง แค่ถลอกเป็นรอยเล็กๆ จะให้พูดถึงข้อเสีย? เปลืองน้ำมันมากจริงๆ ขับในเมืองกินน้ำมันอย่างต่ำ 15 ลิตร แต่ทุกครั้งที่สตาร์ทเครื่องได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังคำราม ก็รู้สึกว่าคุ้มแล้ว!
5 ดีเยี่ยม
สายแมนิโฟลด์
เจ้าของ 1984 BMW M5 Sedan public
ก่อนหน้านี้ขับรถกระบะโตโยต้ารู้สึกว่ามันขาดอะไรบางอย่างไป จนได้มาเจอ M5 รุ่นปี 84—รถเก่าในถนนเมืองไทยหายาก แต่ด้านหน้าทรงจมูกฉลามของมันเวลาออกถนนนั้น เรียกสายตามากกว่าร้านดังในสยามสแควร์ซะอีก! ภายในให้ความรู้สึกถึงเครื่องกลที่แน่นหนา พวงมาลัยหนังแท้ที่ขัดจนเงาแวบแต่ยิ่งจับยิ่งติดใจ 5 คะแนนนี้ให้แบบไม่กั๊กเลย แต่ว่าเวลาเจอรถติดช่วงเช้าที่สุขุมวิท เสียงเครื่องยนต์เก่าตอนรอบต่ำแน่นอนว่าเสียงดังกว่าไฮบริดรถใหม่ๆ แต่พอวันหยุดขับไปหัวหิน เสียงคำรามของเครื่อง 6 สูบเรียง 2.8 ลิตร บนถนนชายทะเลดังขึ้น เท่านี้ปัญหายิบย่อยทั้งหลายก็ลืมหมด—นี่แหละรถที่ผู้ชายควรขับ! มีอย่างเดียวที่เสียดายนิดหน่อยคืออะไหล่หายาก ครั้งก่อนเปลี่ยนไส้กรองต้องวิ่งหาอยู่ตั้งสามร้าน แต่พอมาคิดว่ามันคือ M5 ก็คุ้มแล้ว!
5 ดีเยี่ยม
สายแกร่ง
เจ้าของ 1984 BMW M5 Sedan public
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พาลูกสาวไปที่ฟาร์มเชิงเขาในเชียงใหม่เพื่อเก็บสตรอเบอร์รี่ พอเลี้ยวเข้าถนนบนเขาก็เจอฝนตกทันที เส้นสายของ M5 รุ่นเก่าในสายฝนดูเหมือนสายฟ้าสีอำพัน ลูกสาวเกาะหน้าต่างแล้วตะโกนว่า "พ่อ รถส่องแสงได้!" ตอนเข้าโค้งแป้นเบรกให้สัมผัสที่หนักกว่ารถไฟฟ้ารุ่นใหม่ แต่ตัวรถนิ่งเหมือนติดถนนเลย — ก็แน่ล่ะด้วยโครงสร้างเครื่องกลแบบเก่า แค่ไม่มีระบบเบรกอัตโนมัติ คราวก่อนตามหลังรถแทบจะชนท้ายปิคอัพ โดนตัดคะแนนไปหนึ่งแต้มถือว่าไม่เสียหาย
5 ดีเยี่ยม
สายเกียร์
เจ้าของ 1984 BMW M5 Sedan public
ไอ้รุ่นเก่านี่วิ่งมันส์จริงๆ! ชั่วโมงเร่งด่วนเช้าที่กรุงเทพฯ ขับแซงไม่เคยกลัวเลย แต่ว่าภายในแบบเก่านี่แหละหน้าร้อนโดนแดดแล้วร้อนจนอาจทำให้นั่งไม่สบาย ที่จอดรถนี่ก็หายากหน่อย แต่ทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งแล้วได้ยินเสียงนั้น มันคุ้มค่า!
1
2
รูป BMW M5 Sedan
BMW M5 Sedan
รูป Volvo S90
Volvo S90
BMW M5 Sedan
vs
Volvo S90
รูป BMW M5 Sedan
BMW M5 Sedan
รูป BMW 5 Series Sedan
BMW 5 Series Sedan
BMW M5 Sedan
vs
BMW 5 Series Sedan
รูป BMW M5 Sedan
BMW M5 Sedan
รูป Lexus ES
Lexus ES
BMW M5 Sedan
vs
Lexus ES

“What is the trade-in value of the BMW X5 2020?” แปลเป็นภาษาไทย: “มูลค่าการแลกเปลี่ยนของ BMW X5 ปี 2020 คือเท่าไหร่?”

รถ BMW X5 ปี 2020 จะใช้งานได้นานแค่ไหน?

รถ X5 รุ่นปี 2020 เหมาะสำหรับครอบครัวหรือไม่?