รูป BMW

รีวิว BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024

BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024เป็นรถยนต์สปอร์ตระดับ D ที่ผสมผสานสมรรถนะไฮบริด 727Ps เข้ากับความหรูหราและความสะดวกสบาย มาพร้อมเบรกเซรามิกคาร์บอนมาตรฐาน รองรับความเร้าใจในสนามแข่งและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
รูป BMW M5 Sedan
รูป BMW M5 Sedan
รูป BMW M5 Sedan
รูป BMW M5 Sedan
รูป BMW M5 Sedan
THB 136,990,000
BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024
เซกเมนท์
D-Segment
ตัวถัง
Sedan
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
4.4
พละกำลังรวม(PS)
727
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
67
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถยนต์นั่งหรูหราระดับ D-Class ที่เน้นสมรรถนะ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดกำลังกลายเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภคมากขึ้น—ผู้บริโภคต้องการทั้งพละกำลังของรถสมรรถนะสูงและความประหยัดเชื้อเพลิงสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โดยที่ไม่ลดทอนความหรูหรา BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองตลาดเฉพาะกลุ่มนี้โดยเฉพาะ นอกจากจะมาพร้อมระบบไฮบริดที่มีกำลังรวม 727Ps แล้ว ยังมีการติดตั้งเบรกเซรามิกคาร์บอนไฟเบอร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอีกด้วย ซึ่งการผสมผสานระหว่าง "สมรรถนะ+ประหยัดพลังงาน" แบบนี้ทำให้แฟนๆ รถยนต์หลายคนสงสัย ว่ามันสามารถรองรับทั้งความตื่นเต้นในสนามแข่งและการใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงหรือไม่? การทดสอบขับขี่ครั้งนี้ในสภาพถนนของประเทศไทย ก็เพื่อพิสูจน์ว่าระบบนี้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในท้องถิ่นหรือไม่

เมื่อเห็นตัวรถคันจริงเป็นครั้งแรก ความรู้สึกถึงความสปอร์ตนั้นชัดเจนและเด่นชัดกว่ารถ BMW 5-Series ปกติ ด้านหน้ารถใช้กระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้น มีการตกแต่งลายตะแกรงแนวตั้งสีดำสนิท ผสมผสานกับไฟหน้ารูปทรง LED ที่ดุดัน เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เส้นสายด้านข้างตัวรถดูโค้งเว้าและลื่นไหล ตั้งแต่ด้านข้างซุ้มล้อหน้าจรดท้ายรถ เส้นสายบริเวณกระโปรงข้างถูกรวบรัดอย่างลงตัว พร้อมล้อแม็กลายสปอร์ต 20 นิ้ว ยางหน้า 285/40ZR20 และยางหลัง 295/35ZR20 เพิ่มความโดดเด่นให้กับรูปลักษณ์ ด้านท้ายรถสังเกตได้ว่าใช้ท่อไอเสียทรงกลมคู่แบบสี่ช่องทั้งสองข้าง พร้อมสปอยเลอร์ท้ายทรงเป็ดที่ยกขึ้นเล็กน้อย ทำให้การออกแบบโดยรวมนั้นยังคงความเป็นรถหรูขนาดใหญ่ที่มีความคลาสสิค แต่อิงถึงสมรรถนะของรถ M-Series ที่โดดเด่น

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ความรู้สึกของความหรูหราและความทันสมัยของภายในห้องโดยสารนั้นสมดุลได้ดี แผงคอนโซลกลางใช้การออกแบบหน้าจอคู่ล่าสุดของ BMW ที่ประกอบด้วยจอควบคุมกลางขนาด 12.3 นิ้วและหน้าปัดแบบเต็มจอ LCD การใช้งานลื่นไหลมาก วัสดุภายในส่วนใหญ่ประกอบด้วยหนังแท้และวัสดุ Alcantara เบาะนั่งและพวงมาลัยมีโลโก้เฉพาะของ M-Series เพิ่มรายละเอียดด้วยการตกแต่งแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้สัมผัสได้ถึงความมีระดับ ด้านอุปกรณ์เสริม เช่น Heads-up Display, ระบบเสียง Bowers & Wilkins, ระบบปรับอากาศแยกในแถวหลัง รวมถึงพอร์ตชาร์จ USB ในแถวหลังสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ก็ครบครัน

ขนาดพื้นที่ของรถเหมาะสมกับตำแหน่งรถยนต์ระดับ D-Class ด้วยระยะฐานล้อ 2857 มม. เมื่อปรับเบาะหน้าจนเหมาะสม พื้นที่วางขาในแถวหลังมีระยะเหลือประมาณสองกำปั้น ส่วนพื้นที่เหนือศีรษะก็เพียงพอ ความจุของกระโปรงหลังอยู่ที่ 440 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วได้สองใบ แต่เนื่องจากการจัดวางแบตเตอรี่ ทำให้พื้นกระโปรงหลังสูงกว่ารุ่น 5-Series ปกติเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

เมื่อขึ้นที่นั่งคนขับ เริ่มต้นด้วยการทดลองโหมดไฟฟ้าล้วน โดยทางการระบุระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้สูงสุด 67 กม. แบตเตอรี่มีความจุ 18.6 kWh ซึ่งเพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน เมื่อเหยียบคันเร่งเบาๆ การตอบสนองของกำลังเป็นไปอย่างนุ่มนวล เหมาะสำหรับการขับขี่ในเขตเมือง เมื่อลองเปลี่ยนไปเป็นโหมดไฮบริด เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.4T และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานร่วมกัน ให้แรงบิดรวมถึง 1000N·m ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.4 วินาที ตอนออกตัวจะรู้สึกถึงแรงกดหลังอย่างชัดเจน และเมื่อแซงคันอื่นด้วยการเหยียบคันเร่งลึกๆ เกียร์จะเปลี่ยนลดระดับอย่างรวดเร็ว และส่งพลังงานได้อย่างเต็มเปี่ยม หากเปลี่ยนเป็นโหมด Sport Plus เสียงท่อไอเสียจะดังกังวานขึ้น ประสบการณ์การขับขี่จะเร้าใจยิ่งขึ้น

ด้านการควบคุม ระบบกันสะเทือนหน้าใช้แบบอิสระที่เน้นสมรรถนะ ระบบกันสะเทือนหลังได้รับการปรับแต่งให้นุ่มนวลพร้อมพลังแรง เร้าใจกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติที่ช่วยลดการเอียงตัวรถขณะเข้าโค้ง หรือขณะเปลี่ยนทางอย่างรวดเร็ว พวงมาลัยมีความแม่นยำสูงและการตอบสนองที่ดี ไม่มีความสะดุด ทำให้เมื่อขับขี่รู้สึกมั่นใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะระบบเบรกเซรามิกคาร์บอนไฟเบอร์ที่ประทับใจเป็นพิเศษ แป้นเบรกให้ความรู้สึกสมูท มีการหยุดแตะระยะสั้น และไม่มีปัญหาเบรกซีดจาง แม้จะขับขี่ในลักษณะที่รุนแรง ระบบช่วงล่างสามารถดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนนที่ขรุขระได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การขับขี่ไม่รู้สึกกระด้างเกินไป

ในส่วนของอัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน เราได้ทดสอบในสภาพถนนแบบผสม อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 8.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าผลลัพธ์นี้ค่อนข้างดีเมื่อพิจารณาจากระดับของพละกำลัง ในโหมดไฟฟ้าล้วน การใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 18 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาในการชาร์จแบบช้าเพียง 2.25 ชั่วโมงก็สามารถชาร์จเต็มได้ ทำให้การชาร์จในชีวิตประจำวันสะดวกมาก ในส่วนของความสะดวกสบายในการขับขี่ การเก็บเสียงทำได้ดีมาก เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงเสียงลมและเสียงจากยางไม่ชัดเจน ทั้งนี้เบาะนั่งยังให้การรองรับและความกระชับที่ดี ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยแม้ขับขี่เป็นเวลานาน

โดยรวมแล้ว BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024 มีจุดเด่นที่ชัดเจน: พละกำลังที่ยอดเยี่ยม การควบคุมที่แม่นยำ และยังตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความประหยัดในชีวิตประจำวันและความหรูหรา เมื่อเปรียบเทียบกับ Mercedes-Benz E 63 S AMG ในระดับเดียวกัน ระบบไฮบริดของรถรุ่นนี้ประหยัดพลังงานมากกว่า และเบรกเซรามิกคาร์บอนไฟเบอร์ก็เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้คุ้มค่ากับราคา; และเมื่อเปรียบเทียบกับ Audi RS6 Avant ตัวรถซีดานจะเหมาะสมกับการขับขี่ในเมืองมากกว่า

รถรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสมรรถนะสูงและยังมีความต้องการสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น กลุ่มคนทำงานอายุ 30-45 ปี ซึ่งในวันปกติสามารถใช้โหมดไฟฟ้าล้วนสำหรับการเดินทาง ส่วนในวันหยุดสุดสัปดาห์ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ความสนุกในการขับขี่ หากคุณกำลังมองหารถยนต์ D-Segment ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และความประหยัดพลังงาน รถรุ่นนี้ถือว่าคุ้มค่าที่จะพิจารณา

ข้อดี
ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกมีประสิทธิภาพสูง การเบรกกระทันหันที่ความเร็วสูง, การขับขี่ในสถานการณ์น้ำท่วม/ทางบนภูเขามีความเสถียรและระยะทางเบรกสั้น
โหมดไฟฟ้าล้วนมีความเงียบดีเยี่ยม สามารถได้ยินเสียงภายในรถได้อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัด
ระบบเสียง B&W ให้รายละเอียดที่ครบถ้วน สัมผัสการฟังเพลงที่ยอดเยี่ยม
ข้อเสีย
ระยะการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนสั้น(67กม.) การขับขึ้นเขาทำให้พลังงานหมดเร็วขึ้น
ระหว่างขับในเมือง กำเบรกเซรามิกคาร์บอนแข็งจนเกินไป ทำให้เมื่อรถติดเป็นเวลานานรู้สึกเมื่อยล้าได้ง่าย
ความกว้างของตัวรถค่อนข้างมาก จอดรถในพื้นที่แคบ เช่น ชุมชนเก่าทำได้ไม่สะดวก
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.4 / 5
ความปลอดภัย
5.0 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.2 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
มอเตอร์ไซค์
เจ้าของ BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024
เช้านี้หลังจากฝนตกหนัก ขับผ่านโค้งที่มีน้ำขัง เบรกคาร์บอนเซรามิกไม่อ่อนเลย ใช้งานได้อย่างมั่นคง ขณะที่เบรกได้นั้นทำให้ขนลุกเลย!
5 ดีเยี่ยม
สายแอร์
เจ้าของ BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024
ในฐานะเจ้าของ M5 รุ่นปี 2024 ที่มีเบรกเซรามิกคาร์บอน เมื่อขับรถทางโค้งบนถนนเขาภาคเหนือของไทย ความรู้สึกของเบรกเหมือน “ต้องมนต์” -- บนทางหลวงจากภูเก็ตกลับกรุงเทพฯ การเบรกฉุกเฉินที่ความเร็ว 180 กม./ชม. ตัวรถมั่นคงราวกับถูกยึดติดกับพื้น หยุดได้เร็วกว่าที่เคยใช้ E63S ครึ่งเมตร ตอนติดรถช่วงเช้าพลุกพล่านที่สยามสแควร์ โหมดไฟฟ้าล้วนเงียบจนได้ยินบทซีรีส์ที่คนนั่งข้างเปิดดูละครไทย เสียงลำโพง B&W เล่นเพลง <เพลงรัก> รายละเอียดยอดเยี่ยม จุดเดียวที่ติดนิดหน่อยคือระยะทางขับโหมดไฟฟ้าได้แค่ 67 กม. ซึ่งลดลงอย่างรวดเร็วตอนลุยขึ้นเขาเชียงใหม่ แต่พอเข้าโหมดไฮบริด เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 4.4T ก็ทำให้ปัญหาเล็กน้อยพวกนี้หายเกลี้ยงไป ระบบความปลอดภัยครบครัน พาครอบครัวและลูกๆ ไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ สมแล้วที่เป็นมาตรฐานของรถสมรรถนะคลาส D.
4 ดีเยี่ยม
สายช่วงล่าง
เจ้าของ BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024
เบรกคาร์บอนเซรามิกนั้นทรงพลังมาก แต่ตอนคลานในเมืองความรู้สึกเหยียบเบรกแข็งเหมือนเหยียบแผ่นหิน ตอนรถติดเหยียบเบรกจนเท้าแทบพัง!
5 ดีเยี่ยม
ThaiDriver01
เจ้าของ BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024
ชั่วโมงเร่งด่วนแซงเหมือนหั่นเนย เบรกคาร์บอนเซรามิกกดลงไปแล้วรู้สึกมั่นใจ! ไฟฟ้าล้วนวิ่งได้ 67 กิโลเมตร พอสำหรับวนนั่งสองรอบเพื่อเลี่ยงรถติด แต่อินทีเรียมีตะเข็บเย็บที่ยังขาดความละเอียด ส่วนเบาะหลังเพื่อนสามคนแชร์กันกินข้าวเหนียวมะม่วงกันได้แบบไม่มีปัญหา เพลงไทยเปิดผ่านลำโพง B&W สุดยอดมาก~
5 ดีเยี่ยม
สายเทรล
เจ้าของ BMW M5 Sedan with Carbon Ceramic Brake 2024
ช่วงเช้ารถติด ขับเข้าซอยเล็กๆ เบรกเซรามิกคาร์บอนตอบสนองไว แซงเปลี่ยนเลนมั่นคงเหมือนติดที่พื้นไว้; ใช้โหมดไฟฟ้าล้วนขับในเมือง เปิดแอร์สุดแรงก็ยังเงียบสนิท ที่นั่งหลังมีเพื่อนนั่งเต็มสามคนไม่รู้สึกอึดอัด แต่รถกว้างไปหน่อย ที่จอดในชุมชนเก่าต้องถอยสองสามครั้ง แต่เสียงท่อเวลาเหยียบคันเร่งนี่ บอกเลยว่าคุ้ม!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
4.4
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
4395
ชนิดเครื่องยนต์
เครื่องอัดอากาศแบบเทอร์โบ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
585
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
750
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
5600-6500
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
1800-5400
จำนวนลูกสูบ
8
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด
มอเตอร์และแบตเตอรี่
ประเภทมอเตอร์
มอเตอร์ซิงโครนัส ชนิดแม่เหล็กถาวร
กำลังมอเตอร์(PS)
197
กำลังมอเตอร์(kW)
145
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
280
จำนวนมอเตอร์
1
พละกำลังรวม(PS)
727
พละกำลังรวม(kW)
534
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
67
ประเภทแบตเตอรี่
Lithium-ion
ขนาดแบตเตอรี่
18.6
ระยะเวลาชาร์จไฟโหมดปกติ
2.25
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
3.4
อัตราสิ้นเปลือง
2.6
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า
ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง
ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต
ขนาดยางหน้า
285/40ZR20
ขนาดยางหลัง
295/35ZR20
เบรกมือ
เบรกมือไฟฟ้า
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
D-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4801
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1918
ความสูง(มิลลิเมตร)
1399
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2857
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
440
รูป BMW M5 Sedan
BMW M5 Sedan
รูป Volvo S90
Volvo S90
BMW M5 Sedan
vs
Volvo S90
รูป BMW M5 Sedan
BMW M5 Sedan
รูป BMW 5 Series Sedan
BMW 5 Series Sedan
BMW M5 Sedan
vs
BMW 5 Series Sedan
รูป BMW M5 Sedan
BMW M5 Sedan
รูป Lexus ES
Lexus ES
BMW M5 Sedan
vs
Lexus ES
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถ BMW X4 ปี 2020 ราคาเท่าไหร่?

“BMW X4 2020 ราคาเท่าไหร่?”

ความยาวของรถ BMW X4 รุ่นปี 2020 คือเท่าไหร่?