รูป Ferrari

รีวิว Ferrari F12 2013

Ferrari F12 Berlinetta 2013ในฐานะรถ GT ธงหน้าของมาราเนลโลที่เร็วที่สุด ด้วยเครื่องยนต์ V12 6.3L แบบไร้ระบบอัดอากาศและการออกแบบอากาศพลศาสตร์ SSC ที่ผสานสมรรถนะ 0-100 ภายใน 3 วินาทีและพื้นที่ใช้งาน 320L อย่างลงตัว
รูป Ferrari F12
THB 31,000,000
Ferrari F12 2013
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.3
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในขณะที่ตลาดรถสปอร์ตความเร็วสูงยังคงถกเถียงกันว่า "เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ไร้การควบคุมเหมือนในอดีตยังเหมาะสมหรือไม่" Ferrari F12 Berlinetta รุ่นปี 2013 มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.3 ลิตร ตอกย้ำความเป็นรถยนต์ GT ขับเคลื่อนล้อหลังระดับท็อปอย่างชัดเจน ไม่เพียงแต่เป็นรถ GT ระดับเรือธงของ Ferrari ในเวลานั้น แต่ยังเปิดตัวในฐานะ "รถยนต์เครื่องยนต์ด้านหน้าที่เร็วที่สุดของมาราเนลโล" ด้วยการเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3 วินาที และเสียงคำรามที่สูงเกิน 8000 รอบต่อนาที เหล่านักขับต้องใจเต้นเพราะจุดเด่นเหล่านี้ จุดประสงค์การทดสอบขับในครั้งนี้คือเพื่อยืนยันความจริงที่ว่า: รถรุ่นคลาสสิกที่มีมานานกว่าสิบปีคันนี้ ยังคงสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ระดับสูงที่ต้องการความเร็ว ความหรูหรา และความสะดวกสบายในวันนี้ได้หรือไม่

เมื่อแรกเห็น Ferrari F12 Berlinetta คุณจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องหลงใหลไปกับท่าทางที่กระชับและทรงต่ำของมัน ด้วยความยาวตัวรถ 4617 มม., ความกว้าง 1943 มม., และความสูงเพียง 1272 มม. พร้อมสัดส่วนที่มีช่วงหน้าและหลังกะทัดรัด ซึ่งเป็นแบบฉบับของรถ GT ขับเคลื่อนล้อหลังที่มีเครื่องยนต์ด้านหน้า ด้านหน้าของรถใช้กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ควบคู่กับช่องลมแบบรังผึ้งด้านล่าง ซึ่งไม่เพียงแต่รองรับความต้องการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ V12 แต่ยังเสริมความดุดันอีกด้วย ฝากระโปรงหน้ามีเส้นนูนสองเส้นที่ยืดจากเสาซุ้มหลังคาจนถึงสปอยเลอร์ด้านหน้า ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงในเชิงสายตา เส้นสายด้านข้างตัวรถเรียบลื่น พร้อมกับการออกแบบกระโปรงด้านข้าง "Side Slip Angle Control" (เรียกสั้น ๆ ว่า SSC) ที่พาดผ่านจากซุ้มล้อไปจนถึงด้านหลัง ไม่เพียงเป็นแค่การตกแต่ง แต่ยังช่วยในแง่ของอากาศพลศาสตร์อีกด้วย การทดสอบความเร็วสูงได้แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงที่แรงดันลมช่วยเพิ่มขึ้น ด้านหลังรถ โคมไฟท้ายทรงกลมสี่ดวงส่งพลังแห่งความโดดเด่น ควบคู่กับดิฟฟิวเซอร์และท่อไอเสียแบบคู่ทั้งสองฝั่ง ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลัง แถมยังมีไฟวิ่งกลางวันแบบ LED และไฟหน้าที่ส่องสว่างอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ใช้งานได้สะดวกในชีวิตประจำวัน พร้อมไฟตัดหมอกหน้าที่เพิ่มระดับความปลอดภัยในสภาพอากาศฝนหรือหมอก

เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร บรรยากาศความหรูหราแบบสปอร์ตของ Ferrari กระทบความรู้สึกทันที ภายในตกแต่งด้วยโทนสีแดงและสีดำ (ตามที่ติดตั้งในรถทดสอบ) คอนโซลกลางมีการเอียงเข้าหาผู้ขับขี่เพื่อความสะดวก ทุกปุ่มควบคุมถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถเอื้อมถึงได้ง่าย พวงมาลัยออกแบบในสไตล์สามก้าน มีขนาดพอดีมือและให้ความรู้สึกเหมาะสม ด้านซ้ายมีปุ่มสตาร์ทรถและปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ ขณะที่ด้านขวามีแพดเดิลชิฟต์สำหรับเปลี่ยนเกียร์ - แพดเดิลมีระยะที่สั้นและตอบสนองได้ชัดเจน ทุกครั้งที่เปลี่ยนเกียร์จะได้ยินเสียง "คลิ๊ก" ที่กระตุ้นความตื่นเต้น แผงหน้าปัดดิจิตอลเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้ว (สำหรับรุ่นเรือธงในเวลานั้น) สามารถแสดงข้อมูลได้อย่างหลากหลาย เช่น รอบเครื่องยนต์ ความเร็ว การใช้เชื้อเพลิง และยังสามารถเปลี่ยนสีพื้นหลังตามโหมดการขับขี่ได้อีกด้วย เบาะนั่งเป็นแบบสปอร์ตบักเก็ตซีทที่มีการโอบรัดตัวด้วยระบบช่วยพยุงส่วนหลังและขาแบบปรับไฟฟ้า ฟังก์ชันทำความร้อนที่มีมาให้ตามมาตรฐานอาจไม่ได้ใช้บ่อยในสภาพอากาศของประเทศไทย แต่เรื่องความสะดวกสบายในระหว่างการขับขี่ระยะไกลถือว่ายอดเยี่ยม ในแง่พื้นที่ สำหรับรถยนต์ 2 ที่นั่ง พื้นที่เหนือศีรษะด้านหน้าประมาณ 1 กำปั้น (สำหรับผู้ขับขี่ที่สูง 175 ซม.) และพื้นที่สำหรับขาสามารถปรับได้ตามความต้องการ พื้นที่เก็บของอาจไม่เด่น แต่สามารถจุของในช่องเก็บของข้างประตู เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือขวดน้ำขนาดเล็ก ขณะที่พื้นที่เก็บของท้ายรถมีปริมาตรประมาณ 320 ลิตร ซึ่งสามารถใส่กระเป๋าเดินทางถือขึ้นเครื่องหรือถุงกอล์ฟได้อย่างพอดี เพียงพอต่อการเดินทางระยะสั้น

ทันทีที่สตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงคำรามของ V12 จะดังผ่านห้องโดยสารอย่างทรงพลัง - นี่เป็นคุณลักษณะที่ไม่สามารถหาได้จากระบบเทอร์โบไฟฟ้า เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.3 ลิตรแบบไร้การบีบอัดกำลังให้กำลังสูงสุด 740 แรงม้าที่ 8250 รอบ และแรงบิดสูงสุด 690 นิวตันเมตรที่ 6000 รอบ ทำงานร่วมกับเกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 สปีด เมื่อใส่เกียร์ D และแตะคันเร่งเบา ๆ การส่งกำลังจะเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง ขณะที่ขับขี่ปกติความเร็วรอบเครื่องยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 2000 รอบต่อนาที ซึ่งไม่รู้สึกว่ามันเป็น "สัตว์ร้าย" แต่เมื่อเปลี่ยนไปยังโหมด SPORT การทำงานของเกียร์จะเปลี่ยนไปมีความดุดันขึ้น และคันเร่งตอบสนองได้เร็วขึ้นเล็กน้อย เมื่อรอบเครื่องยนต์เกิน 3000 รอบ คุณจะเริ่มรู้สึกถึงแรงดันที่พุ่งมาข้างหลัง และเมื่อเหยียบคันเร่งลึกจนถึง 6000 รอบ เสียงคำรามของ V12 จะเปลี่ยนจากทุ้มต่ำไปเป็นระดับเสียงที่ชัดเจนอย่างมาก เสียงกรีดร้องที่ความเร็วรอบ 8000 ครั้งนั้นเปรียบเสมือนการแสดงสดที่สร้างความเพลิดเพลินในด้านการได้ยิน ความเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ของรุ่นนี้อยู่ที่ 3.1 วินาที ตามข้อมูลทางการ ในการทดสอบจริง (โหมดลอนช์คอนโทรล) เร่งได้เร็วสุดในเวลาน้อยกว่า 3 วินาที การเร่งช่วงกลาง (80-120 กม./ชม.) ใช้เวลาเพียง 2 วินาที การเร่งแซงแทบจะไม่ต้องคิดเลย

ในด้านการควบคุม F12 มีสมรรถนะที่เกินความคาดหมาย พวงมาลัยแม่นยำ มีช่องว่างน้อยมาก เวลาขับที่ความเร็วต่ำจะรู้สึกหนักนิดหน่อย แต่มีความมั่นคงมากเวลาขับที่ความเร็วสูง ระบบช่วงล่างใช้โครงสร้างปีกนกคู่ด้านหน้าและมัลติลิงค์ด้านหลัง มาพร้อมกับระบบกันกระเทือนปรับระดับได้แบบแม่เหล็กไฟฟ้า ในโหมด COMFORT ระบบจะดูดซับแรงสะเทือนเล็กๆ จากพื้นถนนได้ดี และเวลาขับผ่านลูกระนาดจะไม่มีแรงกระแทกที่รุนแรง ในขณะที่อยู่ในโหมด SPORT ช่วงล่างจะมีความแข็งมากขึ้น การควบคุมตัวรถในโค้งทำได้ดีมาก เมื่อรวมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ทำให้การเข้าโค้งและออกโค้งเป็นไปอย่างแม่นยำ ระบบเบรกเป็นวัสดุคาร์บอนเซรามิก (รถทดสอบติดตั้งเพิ่มเติม) ความรู้สึกการเหยียบเบรกเป็นธรรมชาติ ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 32 เมตร ให้ความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ในด้านการใช้น้ำมัน ทางการระบุอัตราการประหยัดน้ำมันแบบผสมผสานที่ 15 ลิตร/100 กม. แต่ในการใช้งานจริงขณะขับในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น อัตราประหยัดน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 18-20 ลิตร และสำหรับการขับทางไกล (120 กม./ชม.) จะลดลงเหลือประมาณ 12 ลิตร ซึ่งสำหรับรถที่ใช้เครื่องยนต์ V12 ผลลัพธ์นี้ถือว่าประหยัดแล้ว

การควบคุมเสียงรบกวนเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของ F12 ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. เสียงลมและเสียงยางจะถูกลดทอนลงได้ดี โดยเสียงรบกวนหลักมาจากเครื่องยนต์ แต่เสียงคำรามนี้กลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ชวนเพลิดเพลินแทนที่จะรบกวน หากเปลี่ยนไปยังโหมด ECO เครื่องยนต์จะรักษารอบอยู่ที่ต่ำกว่า 1500 รอบต่อนาที ห้องโดยสารจะเงียบสงบมากขึ้น ระบบการฟื้นฟูพลังงาน (รถน้ำมันไม่สามารถติดตั้งฟังก์ชันนี้ได้) และเทคโนโลยีหยุดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดเป็นมาตรฐาน ระบบนี้ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการสะดุดเวลาสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้งเมื่อรอไฟแดง

โดยรวมแล้ว Ferrari F12 Berlinetta ปี 2013 มีจุดเด่นที่ชัดเจน: เสียงคำรามแบบธรรมชาติของเครื่องยนต์ V12 ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับรถซูเปอร์คาร์ ความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันตามแบบ GT และมูลค่าแบรนด์ Ferrari หากเทียบกับ Lamborghini Aventador แล้ว F12 มีความสะดวกสบายและใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีกว่า หากเทียบกับ Porsche 911 Turbo S ความสนุกในการขับขี่และเสียงคำรามแบบธรรมชาติของเครื่องยนต์นั้นมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่มีรสนิยมใน 'ความคลาสสิกของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ไม่มีเทอร์โบ' หรือผู้ที่ต้องการรถที่สามารถขับในชีวิตประจำวันและใช้งานในสนามแข่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมถึงแฟนพันธุ์แท้ของ Ferrari ก็ไม่ควรพลาดที่จะเป็นเจ้าของ

สิบปีผ่านไป F12 Berlinetta ยังคงเป็นตัวแทนของรถ GT ที่ยอดเยี่ยมที่สุดรุ่นหนึ่ง มันไม่ได้พึ่งพาระบบช่วยเหลืออิเล็กทรอนิกส์มากนัก แต่กลับสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้ด้วยระบบเครื่องกลที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับทั่วไปที่นุ่มนวล หรือความเร้าใจในสนามแข่ง มันสามารถเปลี่ยนโหมดได้อย่างลงตัว หากคุณมีงบประมาณเพียงพอ (ราคาทางการในประเทศไทยอยู่ที่ 31 ล้านบาท ณ ขณะนั้น) และต้องการเป็นเจ้าของ 'ชิ้นงานศิลปะที่ขับได้' F12 Berlinetta เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแน่นอน และแน่นอนว่า เครื่องยนต์ V12 แบบไม่มีเทอร์โบแบบนี้ จะมีให้เห็นน้อยลงทุกทีในอนาคต

ข้อดี
รูปลักษณ์โดดเด่นสะกดสายตา สีรถแดงเปล่งประกายในแสงแดด
เครื่องยนต์ 6.3L V12 ทรงพลัง เสียงเครื่องเร้าใจ และให้ความรู้สึกแห่งแรงกระชาก
ระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบเตือนการออกนอกเลน และระบบเบรกอัตโนมัติที่เชื่อถือได้
ข้อเสีย
การจอดรถในเขตเมืองไม่สะดวก ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถ
พื้นถนนลื่นในวันที่ฝนตก เบรกคาร์บอนเซรามิกมีความรู้สึกไม่มั่นคง ขณะเลี้ยวหลังอาจลื่นไถล
เบาะที่นั่งร้อนง่ายในฤดูร้อน ในสภาพอากาศชื้นเบาะ Alcantara อบอ้าว
คะแนนรวม
4.6
ดีเยี่ยม
จาก 7 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.7 / 5
ความปลอดภัย
4.3 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.9 / 5
แสดงรีวิว 7 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายเฟรม
เจ้าของ Ferrari F12 Berlinetta 2013
สีแดงสดนี้ในแสงแดดจ้าแสบตาจริงๆ พอขับออกไปอัตราการหันมองก็พุ่งสูงสุดไปเลย สุดยอด!
5 ดีเยี่ยม
สายบูสต์
เจ้าของ Ferrari F12 Berlinetta 2013
ทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง เสียงของเครื่องยนต์ V12 6.3L สามารถกลบความร้อนในช่วงบ่ายได้ทั้งหมด ตอนเร่งแซงความเร็วรอบจะดึงขึ้นถึง 8000 รอบต่อนาที ความมั่นใจก็เพิ่มขึ้นทันที! แต่ในเขตเมืองต้องวนหาที่จอดรถสองรอบ อย่างไรก็ตาม เมื่อมองดูสีแดงที่เงางามภายใต้แสงแดดแล้ว บอกเลยว่าคุ้มค่า~ระบบความปลอดภัยครบครัน ขับแล้วอุ่นใจ
4 ดีเยี่ยม
สายเทรล
เจ้าของ Ferrari F12 Berlinetta 2013
ครั้งแรกที่เหยียบคันเร่ง ร่างกายทั้งหมดก็เกร็งราวกับถูกกดติดกับเบาะที่นั่ง หัวใจเต้นเร็วแทบราวกับจะกระเด็นออกมา!
5 ดีเยี่ยม
สายแดร็ก
เจ้าของ Ferrari F12 Berlinetta 2013
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝนตกหนักจนติดอยู่บนทางด่วนในกรุงเทพฯ เบรกคาร์บอนเซรามิกของ F12 เมื่อเหยียบลงบนถนนลื่นชวนให้รู้สึกโลเลอยู่เล็กน้อย — แม้ว่าจะมีระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด แต่ในวันที่ฝนตกก็ยังต้องขับอย่างระมัดระวัง (หักคะแนนความปลอดภัยไป 1 คะแนนก็ไม่เสียใจ) แต่เมื่อมือสัมผัสพวงมาลัย Alcantara และแผงคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีลายเย็บที่ละเอียดอ่อน ก็รู้สึกว่ายังไงก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคา 31 ล้านบาทไทย อยู่ๆ รถข้างหน้าก็เบรกกะทันหัน ระบบเตือนเบี่ยงช่องทางเริ่มกระพริบไฟอย่างบ้าคลั่ง และเบรกอัตโนมัติช่วยหยุดเสียง "ตึง" เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.3 ลิตร ก็ถูกเสียงฝนกลบในทันที ความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและหวาดระแวงนี้ ในประเทศไทย การขับรถซูเปอร์คาร์มันทั้งสนุกและน่ากลัวไปพร้อมกันจริงๆ
5 ดีเยี่ยม
สายแบต
เจ้าของ Ferrari F12 Berlinetta 2013
รถ F12 คันนี้วิ่งบนถนนเหมือนดึงดูดทุกสายตา เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.3 ลิตร เมื่อเหยียบลงไปจะรู้สึกตัวติดกับเบาะทันที การแซงไม่เคยต้องลังเล แต่ถ้าจอดรถกลางแดดหน้าร้อนต้องรีบหนี เพราะเบาะจะร้อนจนแสบก้น และในเมืองหากรถติดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะพุ่งไปถึง 20+ แต่เมื่อเครื่องยนต์ส่งเสียงคำราม ทุกอย่างก็คุ้มค่า!
1
2
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.3
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
6292
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
8250
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6000
จำนวนลูกสูบ
12
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
15
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดยางหน้า
255/35 R20
ขนาดยางหลัง
315/35 R20
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
4617
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1943
ความสูง(มิลลิเมตร)
1272
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2720
รูป Ferrari F12
Ferrari F12
รูป Alfa Romeo Spider
Alfa Romeo Spider
Ferrari F12
vs
Alfa Romeo Spider
รูป Ferrari F12
Ferrari F12
รูป Subaru BRZ
Subaru BRZ
Ferrari F12
vs
Subaru BRZ
รูป Ferrari F12
Ferrari F12
รูป Toyota GR 86
Toyota GR 86
Ferrari F12
vs
Toyota GR 86
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถ Ferrari 296 GTB มือสองในดูไบราคาเท่าไหร่?

ราคาของ Ferrari 296 GTB ในมาเลเซียเป็นเท่าไร?

จำนวนพนักงานของ Ferrari ในปี 2023 มีเท่าไหร่?