รูป Lamborghini

รีวิว Lamborghini Aventador 2016

Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Roadster 2016ในฐานะรถซูเปอร์คาร์เปิดประทุนเรือธงระดับท็อป ด้วยเครื่องยนต์ V12 กำลัง 750 แรงม้า การออกแบบที่เบา และดีเอ็นเอสนามแข่งที่ยอดเยี่ยม ผสมผสานทั้งสมรรถนะและความปลอดภัย เป็นรถในฝันของผู้เล่น
รูป Lamborghini Aventador
THB 40,500,000
Lamborghini Aventador 2016
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ด้วยความต้องการตลาดรถซูเปอร์คาร์เปิดหลังคาของไทยที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Roadster 2016 ซึ่งเป็นรถซูเปอร์คาร์รุ่นเรือธง พึ่งพาสมรรถนะที่เหนือกว่ารุ่นปกติ การออกแบบที่น้ำหนักเบาขึ้น และโครงสร้างเปิดหลังคาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็น "รถในฝัน" ของผู้เล่นหลายคน แกนหลักของการทดสอบในครั้งนี้ คือการตรวจสอบว่าความสามารถขับขี่จริงและความใช้งานในชีวิตประจำวันของรถคันนี้ตรงกับตำแหน่งเรือธงหรือไม่

จากรูปลักษณ์ภายนอก รถคันนี้ยังคงการออกแบบที่ดุดันของตระกูล Aventador แต่รายละเอียดในรุ่น Superveloce เน้นไปที่ยีนส์ของสนามแข่งมากยิ่งขึ้น ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้าแบบรวงผึ้งขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับไฟส่องสว่างกลางวัน LED รูปทรงแหลมทั้งสองด้าน เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก เส้นนูนบนฝากระโปรงเชื่อมต่อกับชุดแอโรไดนามิกที่ด้านข้างของตัวถัง แนวข้างที่ยาวจากด้านหน้าไปจนถึงท้ายรถ ไม่เพียงช่วยลดแรงต้านอากาศ แต่ยังเสริมกล้ามเนื้อของตัวรถอีกด้วย ในส่วนท้ายรถ มีระบบท่อไอเสียแบบกลาง 4 ท่อที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ขนาดใหญ่ และปีกหลังที่ปรับระดับได้ ทำให้สามารถสัมผัสถึงความแรงของรถได้ตั้งแต่ยังไม่ได้ขับ ขณะที่ระบบไฟหน้าอัตโนมัติและไฟตัดหมอกก็มีให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในยามค่ำคืน ขณะที่ไฟส่องสว่างกลางวัน LED ก็ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้รถขณะอยู่บนท้องถนนได้อย่างชัดเจน

เมื่อเข้ามาในห้องโดยสาร บรรยากาศการขับขี่แบบสปอร์ตถูกดึงขึ้นมาสูงสุด โดยใช้วัสดุหลักอย่างคาร์บอนไฟเบอร์และ Alcantara การจัดวางคอนโซลกลางเรียบง่าย โดยปุ่มฟังก์ชันทั้งหมดเอียงเข้าหาฝั่งคนขับเพื่อสะดวกต่อการใช้งานในขณะขับขี่ หน้าจอแสดงผลระบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้วเป็นจุดศูนย์กลางทางสายตา ซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลตามโหมดการขับขี่ได้ โดยข้อมูลหลักเช่น รอบเครื่องยนต์ ความเร็ว อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง เป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน หน้าจอกลางแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่รองรับฟังก์ชันมัลติมีเดียพื้นฐานและระบบนำทางได้ การใช้งานยังคงราบรื่นตามมาตรฐานของรถซูเปอร์คาร์ ในส่วนของอุปกรณ์ก็ตามมาด้วยระบบเสริมความปลอดภัยอย่างระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบเตือนการขับออกนอกเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ที่ยังคงให้ความปลอดภัยที่จำเป็นในขณะขับขี่ แม้ว่ารถรุ่นนี้ออกแบบเพื่อการขับขี่ที่เน้นสมรรถนะ เบาะนั่งเป็นดีไซน์แบบบักเก็ตที่มีความกระชับสูง ให้การรองรับส่วนเอวและขาแบบมั่นคงในระหว่างการขับขี่แบบเร่งรีบ แต่สำหรับการนั่งระยะเวลานาน วัสดุที่แข็งอาจทำให้รู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อย

ในส่วนของพื้นที่ใช้สอย โดยพื้นฐานแล้วเป็นรถซูเปอร์คาร์แบบสองประตูสองที่นั่ง ตัวรถไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การใช้งานประจำวันนัก แต่หลังจากที่ได้สัมผัสจริง ความต้องการในการเดินทางในระยะสั้นในชีวิตประจำวันก็สามารถถูกตอบสนองได้ ตัวถังรถมีขนาดยาว กว้าง และสูง 4780 มม. × 2030 มม. × 1136 มม. ระยะฐานล้อ 2700 มม. เมื่อผู้โดยสารที่มีส่วนสูง 180 ซม. นั่งในเบาะคู่หน้า พื้นที่ส่วนหัวและขาจะเหลืออยู่บางส่วน ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด พื้นที่เก็บของมีจำกัด ช่องเก็บของใต้คอนโซลกลางสามารถใส่ได้แค่โทรศัพท์หรือกระเป๋าเงิน ส่วนช่องเก็บของบนประตูรองรับได้เพียงขวดน้ำหนึ่งขวดเท่านั้น แต่สำหรับผู้ใช้รถซูเปอร์คาร์ การเสียสละตรงนี้คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่

ส่วนของเครื่องยนต์เป็นจุดที่โดดเด่นที่สุดของรถคันนี้ ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบไม่มีระบบอัดอากาศ กำลังสูงสุดที่ 750 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 8400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 690 นิวตันเมตรที่ 5500 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ISR และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบตลอดเวลา เมื่อทดลองขับและเปลี่ยนเป็นโหมด Sport รู้ทันทีถึงแรงผลักที่ดันหลังมาเมื่อเริ่มต้น การเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.8 วินาที จากการทดสอบจริงพบว่าสามารถเร่งทันเวลาไม่เกิน 2.7 วินาที ช่วงเร่งแซงที่ความเร็วกลางและความเร็วสูงยังคงให้พลังเหลือเฟือ แม้ทะยานไปเกิน 200 กม./ชม. และเมื่อเหยีบคันเร่งลึกขึ้น ยังมีพลังที่ไม่มีวันหมดให้สัมผัส ความเร็วสูงสุดของรถสามารถทำได้ถึง 350 กม./ชม. ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการด้านความเร็วได้อย่างเต็มที่ สมรรถนะในโหมดการขับขี่ที่ต่างกันก็แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างได้ชัดเจน: ในโหมด Strada จะเน้นความสบาย การเปลี่ยนเกียร์จะนุ่มนวล เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ในขณะที่โหมด Sport ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์เพิ่มขึ้น การตอบสนองของคันเร่งจะรวดเร็วยิ่งขึ้น และโหมด Corsa จะปลดปล่อยพลังเต็มที่ การเปลี่ยนเกียร์มีความดุดัน เสียงท่อไอเสียยิ่งเพิ่มความสะท้านสะเทือน

การควบคุมและสมรรถนะของแชสซีก็ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน พวงมาลัยให้การควบคุมที่แม่นยำ แทบไม่มีความรู้สึกว่าง ทุกการหมุนจะตอบสนองตรงไปยังล้อได้อย่างชัดเจน การเข้าโค้งมีความแม่นยำราวกับ "เล็งตรงไหนไปตรงนั้น" ระบบกันสะเทือนใช้เทคโนโลยีการลดแรงสั่นสะเทือนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าแบบแปรผัน ในโหมด Sport จะให้การรองรับที่มั่นคงมาก แทบไม่มีอาการเอียงตัวของรถตอนเข้าโค้ง ในขณะที่โหมด Strada จะสามารถกรองแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนออกบางส่วน พร้อมให้ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ในการขับขี่บนถนนที่ขรุขระ แม้จะใช้ยางที่มีซีรีส์ต่ำ (ด้านหน้า 255/30R20 ด้านหลัง 355/25R21) ที่ถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนบางส่วน แต่แชสซีทั้งหมดก็ให้ความรู้สึกที่ประกอบแน่นหนา ไม่มีการหลวมคลอน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลา สามารถให้แรงยึดเกาะที่เพียงพอบนถนนลื่นหรือขณะเข้าโค้ง แม้ในการขับขี่อย่างรุนแรงก็สามารถรักษาเสถียรภาพไว้ได้

ด้านการบริโภคน้ำมัน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยตามข้อมูลจากทางการอยู่ที่ 16 ลิตร/100 กม. แต่จากการทดสอบจริงในสภาพการใช้งานปกติพบว่าอัตราการสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 18-20 ลิตร/100 กม. และเมื่อขับขี่อย่างรุนแรงอาจเพิ่มขึ้นเกิน 25 ลิตร/100 กม. ซึ่งถือเป็นระดับปกติสำหรับเครื่องยนต์ V12 ด้านสมรรถนะการเบรกทำได้ยอดเยี่ยม ระบบเบรกเซรามิกคาร์บอนที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน สามารถหยุดจากความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ในระยะเพียงประมาณ 30 เมตร และเมื่อเบรกต่อเนื่องก็ไม่พบปัญหาเรื่องแรงเบรกลดลงแต่อย่างใด ในส่วนของความสะดวกสบายในการขับขี่ เมื่ออยู่ในสถานะเปิดหลังคา หากความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. เสียงลมจะถูกควบคุมได้ดี ไม่รบกวนการสนทนาในห้องโดยสาร และเมื่อปิดหลังคา ห้องโดยสารจะเงียบลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งเสียงยางและเสียงลมจะถูกลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการหยุดและสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติในชีวิตประจำวันยังคงรู้สึกกระตุกทุกครั้งที่สตาร์ท เครื่องสั่นสะเทือนทุกครั้งจะถูกส่งต่อมายังห้องโดยสาร

โดยสรุปแล้ว Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Roadster 2016 มีจุดเด่นที่สำคัญอยู่ที่สมรรถนะเครื่องยนต์ V12 แบบดูดธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม การควบคุมที่แม่นยำ และประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อเปรียบเทียบกับ Ferrari 812 GTS ที่อยู่ในระดับเดียวกัน รถคันนี้มีตัวเลขสมรรถนะที่เหนือกว่า และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทำให้การควบคุมง่ายกว่า แต่ในส่วนของความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันและความหรูหราภายในนั้นยังด้อยกว่าคู่แข่งเล็กน้อย รถยนต์คันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในความสนุกในการขับขี่อย่างแท้จริง และไม่สนใจจะแลกกับการสูญเสียความสะดวกสบายในบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นการขับรถเล่นระยะสั้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อชมวิวแบบเปิดหลังคา หรือการสัมผัสความเร็วสูงในวันแข่งบนสนามแข่ง รถยนต์คันนี้สามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ที่มีงบประมาณเพียงพอและต้องการเป็นเจ้าของรถซูเปอร์คาร์ที่มีทั้งคุณค่าทางการสะสมและความสนุกในการขับขี่ รถยนต์คันนี้นับว่าเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณาอย่างยิ่ง

ข้อดี
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ดุดันและทรงพลัง สร้างความเร้าใจในการขับขี่มากกว่ารถเทอร์โบ
พวงมาลัย Alcantara และการตกแต่งภายในด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ให้สัมผัสที่หรูหรา จับกระชับมือ และมีความด้านของเนื้อสัมผัส
อัตราเร่งที่สามารถไปถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 2.8 วินาที ทำให้รู้สึกถึงแรงผลักอย่างยอดเยี่ยมและแซงได้อย่างง่ายดาย
ข้อเสีย
宽ตัวถัง (2030mm) เมื่อเจอถนนแคบง่ายต่อการเฉี่ยวโดนน้ำขัง ช่องว่างใต้ท้องรถต่ำ (104mm) เมื่อต้องข้ามลูกระนาดต้องระวัง
ในฤดูร้อนเมื่อเปิดหลังคาที่นั่งด้านหลังระบายอากาศไม่ดี อาจทำให้ก้นร้อนและผมปลิวง่าย
สีรถด้านติดคราบโคลนและสิ่งสกปรกง่าย ทำความสะอาดยาก ต้องใช้เวลาเยอะ
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 8 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 8 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายชมพู
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Roadster 2016
หลังฝนตกหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถนนในเชียงใหม่บนภูเขา ภายในคาร์บอนไฟเบอร์ของ LP750 เผยพื้นผิวด้านในอากาศชื้น ความรู้สึกจับของพวงมาลัย Alcantara เหมือนจับหนังกลับเย็นๆ — คะแนน 5 เต็มสำหรับภายในนี้ไม่ได้ให้มาเล่นๆ ตอนเปิดหลังคา เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรพร้อมกับหมอกภูเขาเข้ามากระแทกหู ความเร่งที่ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที ทำให้ผมต้องจับพวงมาลัยแน่น แต่ขณะเข้าโค้ง ตัวรถที่กว้าง 2030 มม. มักจะกระแทกโดนน้ำขังริมถนน ทำให้จานเบรกเซรามิกคาร์บอนมีควันขาวขึ้นมา บอกว่าจะหักคะแนนรูปลักษณ์ 1 คะแนนเหรอ? ในฤดูฝนของไทย โคลนเกาะตัวบนตัวถังสีเทาด้านขนาดนี้ คนล้างรถต้องใช้ผ้านุ่มๆ ถูอยู่นานครึ่งชั่วโมง
4 ดีเยี่ยม
สายแอร์ฟิลเตอร์
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Roadster 2016
ก่อนหน้านี้เคยขับ 911 Turbo S แล้วเปลี่ยนมาเป็น SV Roadster เพราะหลงเสน่ห์จิตวิญญาณกระทิงแห่งลัมโบร์กีนี — เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 6.5L ตอนจุดสตาร์ทในซอยสุขุมวิท กรุงเทพฯ ดังสนั่นกว่าคำรามของเทอร์โบปอร์เช่ ให้ความรู้สึก "มีชีวิต" มากกว่า รูปลักษณ์ 4 คะแนนไม่เกินจริง เมื่อเปิดประตูกรรไกรในร้านกาแฟริมทะเลพัทยา สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่นี่ แต่พอเปิดหลังคาแล้วผมก็ปลิวจนเหมือนรังนก ปลอดภัย 4 คะแนน ถือว่าแข็งแกร่ง ครั้งที่แล้วขับบนเขาภูเก็ตฝนตกแล้วเบรคกะทันหัน ระบบเบรคคาร์บอนเซรามิกและขับเคลื่อนสี่ล้อช่วยชีวิตไว้ได้ เสถียรกว่า 911 คันเก่าเยอะ ภายใน 4 คะแนน Alcantara ที่บุหนังกลับสัมผัสสบายมาก แต่ในไทยที่อุณหภูมิ 38 องศา ต้องเปิดระบบระบายอากาศที่เบาะแบบเต็มที่ถึงจะไม่ร้อนก้น ตอนชั่วโมงเร่งด่วนรถติดที่สยามสแควร์? สับเป็นโหมดแมนนวลแล้วลดเกียร์เติมคันเร่ง เสียงคำรามทำให้คนขับโตโยต้าข้างๆ ค่อยๆ ปิดกระจก — นี่แหละคือเหตุผลที่ซื้อรถคันนี้!
4 ดีเยี่ยม
สายเพลา
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Roadster 2016
เครื่อง V12 ของสัตว์ร้ายตัวนี้เหยียบทีเดียวเสียงดังกระหึ่ม! พวงมาลัยหนักเหมือนมีเหล็กเชื่อมติดอยู่ การเข้าโค้งมั่นคงเป็นอย่างมาก แต่เครื่องปรับอากาศค่อนข้างไม่ค่อยดีนัก
4 ดีเยี่ยม
สายเสียง
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Roadster 2016
วัวกระทิงตัวนี้ขับมันมาก! ด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร พอกดคันเร่งก็ไม่ต้องรอแซงรถบนถนนเลย ความรู้สึกดันหลังที่ทำให้ 0-100 ภายใน 2.8 วินาที ทำให้คนติดกับเบาะโดยตรง หน้าร้อนเปิดประทุนร้อนเกินไป ต้องรีบปิดประทุนเปิดแอร์ ส่วนอัตราสิ้นเปลือง...ขอแค่ขับมันก็พอแล้ว!
5 ดีเยี่ยม
สายขาว
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Roadster 2016
ก่อนหน้านี้เคยขับ 911 Turbo S แต่รู้สึกว่าขาดความดุดันแบบ "วัวกระทิง" คันนี้ SV Roadster ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนบนถนนสุขุมวิทในกรุงเทพฯ เสียงคำรามเบาๆ ของเครื่องยนต์ V12 ขณะรอบเดินเบายังกลบเสียงมอเตอร์ไซค์ได้เลย ถุงลมนิรภัย 6 ใบ + ระบบเตือนออกนอกเลนทำให้มั่นใจขณะเบียดช่องแคบ–ให้คะแนนความปลอดภัย 4 คะแนน เพราะซูเปอร์คาร์มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เวลาเจอน้ำท่วมขังในวันฝนตกต้องระวังเป็นพิเศษ ภายในตกแต่งด้วยหนังกลับ Alcantara ผสมคาร์บอนไฟเบอร์ ให้สัมผัสที่หรูหรากว่า 911 รุ่นเก่ามาก สมควรได้ 5 คะแนนแบบไม่มีข้อโต้แย้ง! ช่วงสุดสัปดาห์ขับไปหัวหินบนทางด่วน เปิดหลังคารับลมทะเล เสียงคำรามรอบสูง 8,400 รอบกลบเสียงคลื่นริมทะเลได้สบาย แต่ระยะห่างจากพื้นดินเพียง 104 มม. เวลาผ่านลูกระนาดในตรอกซอกซอยพัทยาต้องคลานไปช้าๆ ไม่มีล้อสำรอง ถ้าเป็นรอยเฉี่ยวชนต้องเรียกรถลาก – แต่เพราะมันคือวัวกระทิงเปิดประทุนที่วิ่งได้ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใครจะไม่รักล่ะ! คุ้มค่า!
1
2
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
6498
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
8400
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
5500
จำนวนลูกสูบ
12
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
2.8
อัตราสิ้นเปลือง
16
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดยางหน้า
255/30R20
ขนาดยางหลัง
355/25R21
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
4780
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
2030
ความสูง(มิลลิเมตร)
1136
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2700
รูป Lamborghini Aventador
Lamborghini Aventador
รูป Alfa Romeo Spider
Alfa Romeo Spider
Lamborghini Aventador
vs
Alfa Romeo Spider
รูป Lamborghini Aventador
Lamborghini Aventador
รูป Subaru BRZ
Subaru BRZ
Lamborghini Aventador
vs
Subaru BRZ
รูป Lamborghini Aventador
Lamborghini Aventador
รูป Toyota GR 86
Toyota GR 86
Lamborghini Aventador
vs
Toyota GR 86
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถมือสอง Lamborghini Aventador 2016 ราคาเท่าไหร่?

“รถ Aventador ปี 2016 มีกำลังสูงสุดเท่าไหร่?”

รถ Lamborghini ปี 2016 มีมูลค่าเท่าไหร่?