รูป Lamborghini

รีวิว Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023

Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023ในฐานะผลงานปิดท้ายของยุคเครื่องยนต์ V12 แบบเปิดประทุน ด้วยสมรรถนะที่ลงตัวของเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร, ประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนที่ดื่มด่ำ และการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นอาวุธที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักสะสม
รูป Lamborghini Aventador
THB 30,010,000
Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดซูเปอร์คาร์ของประเทศไทย รถที่ใช้เครื่องยนต์ V12 แบบ N/A (Naturally Aspirated) ได้กลายเป็นสิ่งที่หายากมากขึ้นเรื่อยๆ หลายแบรนด์เริ่มหันไปใช้พลังงานไฮบริดหรือไฟฟ้าล้วน ในขณะนี้ Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023 ในฐานะผลงานรุ่นสุดท้ายของซูเปอร์คาร์เปิดประทุนพลังงานน้ำมันยุค V12 ได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนรถยนต์และนักสะสมตั้งแต่เปิดตัว รถคันนี้ไม่เพียงแต่สืบทอดการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ Aventador เท่านั้น แต่ยังปรับปรุงสมรรถนะและระบบการทำงานอีกด้วย จุดขายสำคัญอยู่ที่เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบ N/A ที่มอบสมรรถนะสูงสุด และการออกแบบเปิดประทุนที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มอิ่ม จุดประสงค์หลักของการทดสอบขับครั้งนี้คือการทดสอบว่า "รุ่นท้ายสุด" ของ Aventador นี้สามารถสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะ ความสบาย และความคุ้มค่าต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการสะสมได้หรือไม่

ในเรื่องการออกแบบ Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster ยังคงสืบทอดดีไซน์ที่โดดเด่นในตระกูล ด้วยการออกแบบเส้นสายและมุมมองที่สวยงามพร้อมความดุดัน ด้านหน้าของรถมาพร้อมกับกระจังหน้าขนาดใหญ่และไฟ DRL LED รูปทรงเรขาคณิตที่เพิ่มความโดดเด่น ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่ไหลลื่นจากด้านหน้าไปจนถึงส่วนท้าย ล้อหน้าขนาด 20 นิ้วและล้อหลังขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางหน้า 255/30ZR20 และยางหลัง 355/25ZR21 ช่วยเสริมความสปอร์ต ส่วนท้ายรถติดตั้งดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์และท่อไอเสียคู่แบบ 4 ท่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิกและเพิ่มความโดดเด่นของรูปลักษณ์ ระบบไฟหน้า LED และไฟท้ายแบบปรับอัตโนมัติใช้เทคโนโลยีแหล่งกำเนิดแสงใหม่ที่ให้ความสว่างอย่างชัดเจนแม้ในเวลากลางคืนและมีความทันสมัย

การเข้าสู่ห้องโดยสาร ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นหลัก พร้อมกับแผงตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์และวัสดุ Alcantara เพื่อสร้างบรรยากาศที่หรูหราสไตล์สปอร์ต คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8.4 นิ้วที่รองรับฟังก์ชันต่างๆ เช่น มัลติมีเดีย ระบบนำทาง และการตั้งค่ารถยนต์โดยมีการใช้งานที่ลื่นไหล เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้รองรับการปรับไฟฟ้าและมีฟังก์ชันให้ความอบอุ่น รองรับการเคลื่อนไหวด้านข้างได้ดีเยี่ยม สามารถให้ความรู้สึกคล่องตัวแม้ในการขับขี่ที่ท้าทาย ด้านฟีเจอร์ รถคันนี้มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบเตือนการเปลี่ยนเลน ระบบเตือนการออกจากเลน ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงระบบเรดาร์ถอยหลัง และระบบควบคุมความเร็วคงที่ นอกจากนี้ยังมีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (ที่นั่งคนขับ ผู้โดยสารด้านหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง เบาะหัวด้านหน้า ถุงลมนิรภัยศีรษะด้านหน้า และถุงลมนิรภัยหัวเข่า) ที่ช่วยป้องกันและเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้โดยสารอย่างครบถ้วน

ในด้านพื้นที่ใช้สอย มีขนาดตัวถังอยู่ที่ 4868 มม. × 2098 มม. × 1136 มม. และระยะฐานล้อ 2700 มม. ถึงแม้ว่าจะเป็นรถสปอร์ต 2 ประตู 2 ที่นั่งโดยไม่มีพื้นที่นั่งด้านหลัง แต่พื้นที่ด้านหน้ากว้างขวางพอเหมาะสำหรับผู้โดยสารที่สูง 180 ซม. โดยมีพื้นที่สำหรับศีรษะและขาเหลือพอสมควร ด้วยพื้นที่เก็บของ พื้นที่เก็บของตรงคอนโซลกลางและช่องเก็บของที่แผงข้างประตูสามารถรองรับสิ่งของขนาดเล็ก เช่น สมาร์ทโฟนและกระเป๋าสตางค์ ในขณะที่พื้นที่เก็บของท้ายรถถึงแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่เพียงพอต่อการจัดเก็บกระเป๋าเดินทางขนาดพกพา 2 ใบได้อย่างเหมาะสม เหมาะกับการเดินทางระยะสั้น เบาะที่นั่งด้านหน้ามาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ 2 โซนและพอร์ตชาร์จ USB ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

ในด้านสมรรถนะ เครื่องยนต์ V12 แบบ N/A ขนาด 6.5 ลิตร สามารถสร้างกำลังสูงสุดที่ 8500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 6750 รอบ/นาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ISR และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.8 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 355 กม./ชม. ในการขับขี่จริง การตอบสนองของคันเร่งเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีแรงผลักที่แรงในช่วงเริ่มต้น; ในช่วงความเร็วกลางเครื่องยนต์ส่งเสียงคำรามพร้อมกับพลังที่ส่งต่อเนื่องและการแซงคันอื่นทำได้อย่างง่ายดาย โหมดการขับขี่จะแบ่งออกเป็น Strada (ถนนปกติ), Sport (สปอร์ต) และ Corsa (สนามแข่ง) เมื่อเปลี่ยนไปใช้งานโหมด Sport เกียร์ตอบสนองได้เร็วขึ้น และคันเร่งมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ที่เน้นความเร็วและความดุดัน; ในขณะที่โหมด Corsa สมรรถนะของเครื่องยนต์และการควบคุมจะไปถึงจุดสูงสุด เหมาะสำหรับการขับบนสนามแข่ง

ในด้านการควบคุมและการแสดงของช่วงล่าง พวงมาลัยมีความแม่นยำในการเลี้ยว ไม่มีความหลวม และสามารถส่งข้อมูลพื้นถนนได้อย่างชัดเจน ระบบกันสะเทือนใช้โช้คอัพแม่เหล็กที่ปรับได้แบบ Adaptive ในโหมด Strada สามารถกรองแรงสั่นสะเทือนจากถนนที่ขรุขระส่วนใหญ่ได้ รักษาความสะดวกสบาย แต่เมื่อเปลี่ยนไปที่โหมด Sport หรือ Corsa ระบบกันสะเทือนจะแข็งขึ้น เพิ่มความมั่นคง ตอนโค้งรถแทบจะไม่มีการเอียงข้าง ความมั่นคงยอดเยี่ยม เมื่อเจอถนนที่มีแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง ช่วงล่างมีความแข็งแกร่ง ไม่มีความรู้สึกหลวม ในการเลี้ยวที่ความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทั้งคันสามารถกระจายแรงบิดได้อย่างเหมาะสม รับรองยึดเกาะพื้นถนนและเสถียรภาพของรถได้ดีเยี่ยม

ในส่วนของอัตราการใช้เชื้อเพลิง อัตราการบริโภครวมตามข้อมูลอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 21.4 ลิตร/100 กม. ในการขับขี่จริง อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงในเมืองอยู่ที่ประมาณ 25 ลิตร/100 กม. ส่วนบนทางหลวงจะอยู่ที่ประมาณ 18 ลิตร/100 กม. ซึ่งอยู่ในความคาดหมายของรถซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ใหญ่ สำหรับประสิทธิภาพการเบรก แป้นเบรกมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ กำลังเบรกเพียงพอ ระยะทางเบรกจาก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 32 เมตร แสดงผลได้เป็นอย่างดี

ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่ การเปิดหลังคาจะใช้เวลาประมาณ 15 วินาที และสามารถดำเนินการได้เมื่อความเร็วรถไม่เกิน 50 กม./ชม. เมื่อเปิดหลังคาออกมาจะได้ยินเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 อย่างชัดเจน ให้ประสบการณ์ที่เต็มอิ่มที่สุด แต่เมื่อปิดหลังคา การเก็บเสียงในรถทำได้ดีมาก เสียงลมหรือเสียงถนนถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ความสบายของเบาะในระหว่างเดินทางไกลทำได้ดี มีความสนับสนุนและการห่อหุ้มที่เหมาะสม ไม่ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกเหนื่อยล้า นอกจากนี้ระบบการเก็บพลังงาน (แม้ว่าจะเป็นรถน้ำมัน แต่เทคโนโลยีเครื่องยนต์สตาร์ท-ดับเมื่อจอดรอสัญญาณไฟแดงช่วยประหยัดน้ำมัน) ทำงานได้ราบรื่น ไม่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การขับขี่

สรุปโดยรวม Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023 มีจุดเด่นหลักอยู่ที่เครื่องยนต์ 6.5L V12 ที่ให้สมรรถนะระดับสูงสุด การออกแบบหลังคาที่เปิดได้มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สมจริง และการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่หลากหลาย เมื่อเปรียบเทียบกับ Ferrari 812 GTS ในระดับเดียวกัน Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster มีข้อได้เปรียบเล็กน้อยในแง่ของพารามิเตอร์กำลังและการเร่งความเร็ว อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ที่ครบครันมากกว่า แม้ว่าอัตราการบริโภคน้ำมันและค่าบำรุงรักษาจะสูงกว่า รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับสองกลุ่มเป้าหมาย: กลุ่มแรกคือ นักสะสมซูเปอร์คาร์ ที่เห็นรถนี้เป็นผลงานปิดท้ายของยุคเครื่องยนต์ V12 แบบไม่มีเทอร์โบ ซึ่งมีคุณค่าทางการสะสมสูง กลุ่มที่สองคือ เศรษฐีที่แสวงหาประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ที่สามารถสนุกกับความเร็วและความตื่นเต้นบนสนามแข่ง รวมถึงสัมผัสประสบการณ์หลังคาเปิดที่สนุกและมีความเพลิดเพลินในชีวิตประจำวัน

โดยรวมแล้ว Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster เป็นรถซูเปอร์คาร์ที่รวมเอาสมรรถนะ ความหรูหรา และความสะดวกในชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน ถือว่าเป็นรถซูเปอร์คาร์ในยุคใช้น้ำมันที่ยอดเยี่ยมและคลาสสิก แม้จะมีอัตราการใช้เชื้อเพลิงสูง แต่ในด้านสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่นั้นไม่มีที่ติเลย

ข้อดี
6.5L V12 เครื่องยนต์เสียงคำรามสะท้าน โดดเด่นด้วยความดุดัน สามารถกลบเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อม
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที ทรงพลัง ให้ความรู้สึกกระแทกหลัง ประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจ
ภายนอกดึงดูดสายตา สียานยนต์สีแดงทองพร้อมการออกแบบเปิดประทุน ทำให้มีอัตราการหันมามองสูง
ข้อเสีย
ระยะห่างจากพื้นเพียง 104 มม. ทำให้เกิดการถลอกใต้ท้องรถง่ายเมื่อผ่านลูกระนาดหรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสูงถึง 21.4 ลิตร/100 กม. และสูงขึ้นเมื่อรถติด ทำให้ต้นทุนการใช้งานสูง
ตัวถังรถกว้าง การสวนทางในเส้นทางแคบทำได้ยากและไม่ค่อยคล่องตัว
คะแนนรวม
4.6
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.6 / 5
ความปลอดภัย
4.6 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.8 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายเทา
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023
ก่อนหน้านี้ขับ 911 Turbo S รู้สึกเหมือนยังขาด "ความดิบ" ของกระทิงดุไปหน่อย พอเปลี่ยนมาเป็น Ultimae Roadster แล้ว ขับจากกรุงเทพฯ ไปพัทยาช่วงสุดสัปดาห์บนทางด่วน เปิดหลังคา เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรกลบเสียงลมที่พัดผ่านต้นมะพร้าวริมถนน ความเร่งจาก 0-100 ใน 2.8 วินาทีทำให้เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ กรี๊ดลั่น — แบบนี้สิถึงจะเรียกว่ารถซูเปอร์คาร์ของจริง! แต่ช่วงเช้ารถติดในกรุงเทพฯ นี่ปวดหัวจริง ๆ ระยะห่างจากพื้น 104 มม. กลัวครูดกับลูกระนาด แล้วพอรถติดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 21.4 ลิตรต่อ 100 กม. ก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่พอจอดที่สยามสแควร์ อัตราการเหลียวหลังเพิ่มขึ้นสุด ๆ สีรถแดงทองพร้อมหลังคาที่เปิดอยู่ ขนาดตำรวจจราจรก็ยังต้องมองตาม ข้อเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ยอมแพ้ต่อเสน่ห์ของ V12 ไม่ได้อยู่ดี สุดท้ายนี้มันก็คือบทเพลงสุดท้ายของซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์น้ำมันนี่แหละ
5 ดีเยี่ยม
สายสเวย์
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023
ในช่วงเวลาที่เหยียบคันเร่ง รู้สึกเหมือนลำตัวถูกตรึงติดกับที่นั่ง และเสียงเครื่องยนต์ที่ดังก้องทำให้เงาของต้นมะพร้าวข้างถนนสั่นไหว!
5 ดีเยี่ยม
สายกรอง
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023
ก่อนหน้านี้ขับ 911 Turbo S คิดว่ามันดุดันพออยู่แล้ว แต่จนกระทั่งได้สัมผัสกับเจ้า Ultimae Roadster คันนี้——เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร เร่งเครื่องทีเสียงที่ 8500 รอบดังสนั่นเหมือนระฆังทองแดงในวัดที่กรุงเทพฯ ระเบิดขึ้นข้างหู ช่วงเช้าติดไฟแดงอยู่แถวสยามสแควร์ พอกดปุ่มลดหลังคาลง ผู้คนยกมือถือถ่ายรูปกันสนั่น เรียกความสนใจได้ยิ่งกว่าไฮเปอร์คาร์อีก วันหยุดลองวิ่งบนทางด่วนไปพัทยา อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที ความเร็วแรงจนลมทะเลยังตามไม่ทัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทำให้เสถียรมากบนถนนภูเขาที่ชลบุรี เหมือนล้อรถติดกับถนนยังไงยังงั้น แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน: ความสูงจากพื้น 104 มม. เวลาผ่านลูกระนาดในซอยแคบๆ ของกรุงเทพฯ ต้องค่อยๆ คลานไปช้าๆ; อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 21.4 ลิตรต่อ 100 กม. ในวันที่น้ำมันราคาเกิน 40 บาท จะเร่งเครื่องแต่ละครั้งต้องคิดหนักอยู่เหมือนกัน แต่ในฐานะที่เป็นบทเพลงสุดท้ายของยุคเครื่องยนต์ V12 "กระทิงดุ" คันนี้ในแสงแดดของประเทศไทย ทุกครั้งที่ลดหลังคาลงคือการแสดงความเคารพต่อยุครถใช้น้ำมัน——คุ้มค่าแล้ว
5 ดีเยี่ยม
สายแมนิโฟลด์
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023
เจ้าวัวตัวนี้เหมือนสัตว์ที่ถูกขังเมื่อมันทำให้การจราจรในกรุงเทพฯติดขัด แต่เมื่อเหยียบคันเร่ง เพียงแค่คำรามของเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรก็สามารถฉีกอากาศร้อนระอุได้ในทันที! เปิดหลังคาขับบนถนนริมชายทะเล แสงแดดตกกระทบบนเบาะ Alcantara รู้สึกฟินสุดๆ—แค่ต้องระวังตอนผ่านเนินชะลอความเร็ว ไม่งั้นช่วงล่างอาจโดนกระแทกจนเจ็บได้
5 ดีเยี่ยม
สายแกร่ง
เจ้าของ Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster 2023
หลังจากฝนตกหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถนนบนภูเขาเปียกลื่น ในการขับรถเปิดประทุนเข้าโค้ง ระบบถุงลมนิรภัย 6 จุดและระบบเบรกอัตโนมัติทำให้ฉันมั่นใจขึ้นไม่น้อย แต่ด้วยตัวถังที่กว้างมาก ทำให้ต้องระวังเป็นพิเศษเวลาขับสวนกัน - ให้ 4 คะแนนเรื่องความปลอดภัยก็ไม่เกินจริงเลย แต่สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกต้องบอกเลยว่าไร้ที่ติ ตัวถังกว้าง 2098 มม. พร้อมล้อหลังขนาด 21 นิ้ว จอดอยู่ริมถนนในกรุงเทพฯ แม้แต่คนขับวินมอเตอร์ไซค์ยังหันมาถ่ายวิดีโอ ให้ 5 คะแนนไม่เกินจริงเลย เพียงแต่ว่าค่าน้ำมัน 21.4 ลิตร/100 กม. ทำให้รู้สึกหน่วงหน่อย ถังน้ำมันขนาด 90 ลิตร ขับขึ้นลงภูเขาได้ไม่กี่รอบก็ต้องเติมน้ำมันแล้ว
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
6498
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
8500
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6750
จำนวนลูกสูบ
12
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
2.8
อัตราสิ้นเปลือง
21.4
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดยางหน้า
255/30ZR20
ขนาดยางหลัง
355/25ZR21
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
4868
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
2098
ความสูง(มิลลิเมตร)
1136
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2700
รูป Lamborghini Aventador
Lamborghini Aventador
รูป Alfa Romeo Spider
Alfa Romeo Spider
Lamborghini Aventador
vs
Alfa Romeo Spider
รูป Lamborghini Aventador
Lamborghini Aventador
รูป Subaru BRZ
Subaru BRZ
Lamborghini Aventador
vs
Subaru BRZ
รูป Lamborghini Aventador
Lamborghini Aventador
รูป Toyota GR 86
Toyota GR 86
Lamborghini Aventador
vs
Toyota GR 86
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถมือสอง Lamborghini Aventador 2016 ราคาเท่าไหร่?

“รถ Aventador ปี 2016 มีกำลังสูงสุดเท่าไหร่?”

รถ Lamborghini ปี 2016 มีมูลค่าเท่าไหร่?