รูป Lamborghini

รีวิว Lamborghini Countach LPI 800-4 2023

Lamborghini Countach LPI 800-4 2023 เป็นการรำลึกถึงสุดยอดรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ไฮบริด V12 ที่รวมการออกแบบย้อนยุค เช่น ประตูกรรไกร เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีทั้งสมรรถนะอันทรงพลังและการติดตั้งที่สะดวกสบาย
รูป Lamborghini Countach
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Lamborghini Countach LPI 800-4 2023
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในฐานะคนรักรถสปอร์ตในตลาดไทย ความคาดหวังของเราที่มีต่อรถซูเปอร์คาร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องความเร็วเท่านั้น — มันต้องเป็นสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคม เป็นผลงานศิลปะด้านการออกแบบ และต้องเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงเชิงวิศวกรรมที่ทำให้คนขับรู้สึกตื่นเต้น เร้าใจ Lamborghini Countach LPI 800-4 รุ่นปี 2023 ได้เปิดตัวอย่างตรงกับความคาดหวังนี้: ไม่เพียงแต่เป็นการคืนชีพรถคลาสสิก Countach ในรูปแบบที่ทันสมัย แต่ยังเป็นความพยายามครั้งใหญ่ของ Lamborghini ในการผสมผสานเทคโนโลยีไฮบริด V12 เข้าด้วยกัน อย่างในครั้งนี้ที่เราได้รับรถตัวจริงมา ก็เพื่อยืนยันว่ามันสามารถทำให้ความเคารพในรถต้นแบบคลาสสิกดั้งเดิมผสานกับการตอบโจทย์ของผู้ใช้รถซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ที่ต้องการเรื่องของสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีได้จริงหรือไม่

ทันทีที่ได้เห็น Countach LPI 800-4 คุณยากที่จะไม่รู้สึกหลงใหลในอารมณ์ย้อนยุคที่ดูทันสมัยของมัน เส้นเรขาคณิตโดยรวมยังคงท่วงท่าที่โดดเด่นในยุค 1970 ของ Countach ต้นฉบับ ตัวรถที่เตี้ยเพียง 1,139 มม. พร้อมกับเส้นสายที่เฉียบคม แม้หยุดนิ่งก็ดูเหมือนพร้อมที่จะทะยานอยู่ตลอดเวลา ด้านหน้าของรถยังคงเอกลักษณ์ไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมดั้งเดิมไว้ แต่เปลี่ยนเป็นไฟ LED เต็มรูปแบบ ไฟส่องกลางวันรูปตัว "Y" ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของ Lamborghini ทำให้มีความโดดเด่นและจดจำได้ ภายนอกด้านข้างประดับด้วย "ประตูแบบกรรไกร" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Countach เพิ่มความพิเศษในทุกครั้งที่เปิดประตู; ช่องรับอากาศด้านล่างของประตูมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ไม่ใช่เพียงความงามในการออกแบบ แต่ยังช่วยในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์อีกด้วย ส่วนท้ายของรถมีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน: หน้าต่างหลังแบบลายตกแต่งธงตราหมากรุกอันคลาสสิกยังคงอยู่ แต่ไฟท้ายได้มีการเปลี่ยนเป็นแบบแนวยาวเชื่อมต่อกัน ฝังโลโก้ตัวอักษร Lamborghini ไว้ตรงกลาง; ดิฟฟิวเซอร์ด้านล่างและท่อไอเสียแบบคู่สองฝั่งรวมเป็นสี่ท่อ ช่วยเพิ่มความรู้สึกสปอร์ตของตัวรถ ภายนอกทั้งหมดนี้ได้รับอิทธิพลจากความคิดถึงใน Countach ดั้งเดิม อีกทั้งยังได้ดีไซน์แสงไฟและหลักอากาศพลศาสตร์สมัยใหม่ช่วยลดความรู้สึกขัดแย้งจากความย้อนยุคที่มากเกินไป

เมื่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร Countach LPI 800-4 การออกแบบข้างในเต็มไปด้วยความสปอร์ตผสานกับความล้ำสมัย แผงคอนโซลกลางถูกหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ในปริมาณมาก สัมผัสทุกจุดให้ความรู้สึกละเอียดอ่อน; เบาะนั่งมีการออกแบบเป็นแบบบักเก็ตซีทสำหรับกีฬา มีการรองรับด้านข้างอย่างเพียงพอ มีโลโก้เฉพาะตัว Countach ปักอยู่ที่หัวหมอน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียด การจัดวางแผงควบคุมเน้นไปที่ผู้ขับขี่ โดยมีหน้าปัดดิจิตอลเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้วที่แสดงผลอย่างชัดเจน และสามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้แตกต่างกันไป; หน้าจอแบบทัชสกรีนขนาด 10.1 นิ้วในส่วนของคอนโซลกลางยังติดตั้งระบบสาระบันเทิงสุดล้ำของ Lamborghini ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมทั้งยังมีตรรกะการใช้งานที่สะดวกสบายกว่ารุ่นก่อนหน้า ในส่วนของอุปกรณ์สำคัญ เบาะนั่งมีระบบทำความร้อน, เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (รวมถึงถุงลมนิรภัยที่หัวเข่า) ทั้งหมดนี้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และยังเพิ่มฟังก์ชั่นการช่วยเตือนรถแซง, การแจ้งเตือนเมื่อออกจากเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ซึ่งต้องบอกว่า Countach รุ่นแรกไม่มีฟังก์ชั่นสุดพิเศษเหล่านี้

ด้านพื้นที่การใช้งาน สำหรับรถสปอร์ตสองประตูสองที่นั่งอย่าง Countach LPI 800-4 พื้นที่นั่งถูกออกแบบมาสำหรับที่นั่งหน้าโดยเฉพาะ: ผู้ขับที่มีความสูง 180 ซม. เมื่อปรับเบาะให้พอดีแล้ว ยังมีพื้นที่ศีรษะให้เหลืออีกประมาณหนึ่งกำปั้นและพื้นที่ขาสามารถเหยียดได้อย่างสะดวกสบาย ความจุในการเก็บของอาจไม่มากนัก โดยช่องเก็บของใต้ที่วางแขนกลางสามารถใส่โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ได้เท่านั้น ช่องเก็บของบริเวณแผงประตูก็มีความลึกจำกัด แต่สิ่งนี้ถือว่าอยู่ใน "ขอบเขตที่ยอมรับได้" สำหรับผู้ใช้รถซูเปอร์คาร์ มีอีกสิ่งที่น่ากล่าวถึงคือ ความจุถังน้ำมันของรถมีถึง 70 ลิตร ซึ่งใหญ่กว่ารถซูเปอร์คาร์บางรุ่นในระดับเดียวกัน ช่วยลดความถี่ในการเติมน้ำมันระหว่างการขับระยะทางไกล

Countach LPI 800-4 มาพร้อมกับระบบไฮบริดที่มีเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบ NA และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 814 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 720 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 7 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบตลอดเวลา อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อย่างเป็นทางการทำได้เพียง 2.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 355 กม./ชม. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถือว่าโดดเด่นมาก แต่ความรู้สึกในการขับขี่กลับสร้างความประทับใจมากขึ้น เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมด Strada การส่งกำลังจะค่อนข้างราบรื่น มอเตอร์ไฟฟ้าจะเริ่มทำงานก่อนและตามด้วยเครื่องยนต์ V12 โดยที่ทั้งกระบวนการไม่มีการกระตุกที่ชัดเจน; เมื่อเปลี่ยนไปใช้งานโหมด Sport หรือ Corsa การตอบสนองของคันเร่งจะไวขึ้นอย่างมาก เมื่อเหยียบคันเร่งเต็มที่ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 จะเติมเต็มห้องโดยสารในทันที ความรู้สึกการเร่งที่ดันตัวเราไปติดที่นั่งทันที ในขณะที่การแซงแทบไม่จำเป็นต้องคาดการณ์ล่วงหน้า กำลังมาทันใจตลอดเวลา

ด้านการควบคุม พวงมาลัยมีความแม่นยำสูงและการตอบสนองรวดเร็ว โดยพื้นที่หลวมแทบไม่มีเลย เมื่อหมุนพวงมาลัยจะสามารถรับความรู้สึกของผิวถนนได้ชัดเจน ระบบกันสะเทือนใช้การออกแบบแบบปรับเปลี่ยนได้เอง ในโหมด Strada สามารถกรองการกระแทกเล็กๆ ได้อย่างดี การขับในถนนในเมืองของกรุงเทพในชีวิตประจำวันก็ไม่ค่อยรู้สึกสะเทือน; แต่เมื่อเปลี่ยนไปที่โหมด Corsa ระบบกันสะเทือนจะเปลี่ยนเป็นแข็งขึ้น โดยที่รถสามารถควบคุมการเอียงของตัวรถได้ลดลงมากในขณะเข้าโค้ง ผนวกกับการช่วยเหลือของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา แม้ว่าจะเลี้ยวโค้งด้วยความเร็วสูงก็ยังสามารถรักษาเสถียรภาพได้เป็นอย่างดี เราทดสอบประสิทธิภาพการเบรก: ระยะการหยุดจาก 100 กม./ชม. อยู่ในระยะเพียงไม่ถึง 32 เมตร โดยแป้นเบรกมีการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติ ให้ความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี

ในด้านการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ในฐานะรถไฮบริดซูเปอร์คาร์ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 21.4 ลิตร/100 กม. — แม้ว่าจะน้อยกว่าซูเปอร์คาร์ที่ใช้พลังน้ำมันล้วน ๆ เล็กน้อย แต่ถ้าหากใช้งานโหมด Corsa บ่อยครั้ง อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจริงอาจใกล้เคียงถึง 30 ลิตร/100 กม. อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้งานที่มีกำลังซื้อรถยนต์รุ่นนี้ เรื่องนี้คงไม่ใช่ความกังวลหลัก ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่ Countach LPI 800-4 มีประสิทธิภาพที่เกินความคาดหวัง: ในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางถูกควบคุมได้ดีพอสมควร ไม่ดังจนทำให้เกิดความรำคาญใจเหมือนซูเปอร์คาร์ที่ออกแบบมาสำหรับสนามแข่งบางรุ่น; วัสดุบุนวมของที่นั่งมีความนุ่มกว่ารุ่น Lamborghini Huracán ทำให้ขับขี่เป็นเวลานานก็ไม่รู้สึกล้า; ระบบการเก็บพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ก็ทำงานได้อย่างนุ่มนวล แม้จะเปลี่ยนไปใช้โหมดการเก็บพลังงานสูงสุดก็ไม่มีแรงต้านชัดเจน ทำให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดาย

โดยสรุปแล้ว Lamborghini Countach LPI 800-4 รุ่นปี 2023 มีจุดเด่นที่ชัดเจน: จุดแรกคือการออกแบบที่ผสมผสาน "ความคลาสสิกและความทันสมัย" ซึ่งตอบโจทย์ทั้งคนรักรถรุ่นเก่าและดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นด้วยเทคโนโลยีไฮบริดและระบบที่ทันสมัย; จุดที่สองคือประสิทธิภาพที่ทรงพลัง ทั้งเสียงเครื่องยนต์ V12 และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ทำได้ใน 2.8 วินาที ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับตำแหน่งซูเปอร์คาร์ และจุดที่สามคือความคุ้มค่าในการใช้งานที่ค่อนข้างสมดุล ถังน้ำมันที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทำให้มันไม่เพียงแค่เหมาะสำหรับการใช้งานในสนาม แต่ยังสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย เทียบกับซูเปอร์คาร์ในระดับเดียวกันอย่าง Ferrari 812 GTS หรือ McLaren 720S Countach LPI 800-4 มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ทางอารมณ์มากกว่า และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีก็ครบครันมากยิ่งขึ้น

รถคันนี้เหมาะสำหรับคนสองกลุ่ม: กลุ่มแรกคือแฟนรถเก่าที่มีความคลั่งไคล้ใน Countach พวกเขาต้องการมี "ประตูกรรไกร" สุดคลาสสิกและการออกแบบแบบลิ่ม โดยไม่สูญเสียสมรรถนะและความสะดวกสบายของซูเปอร์คาร์ยุคใหม่; กลุ่มที่สองคือเศรษฐีวัยรุ่นที่มองหาสิ่งที่บ่งบอกสถานะ สะดุดตาในที่สาธารณะ และสามารถขับขี่ในชีวิตประจำวันได้

โดยรวมแล้ว Lamborghini Countach LPI 800-4 ไม่ใช่ซูเปอร์คาร์ที่ถูกสร้างมาเพื่อ "สนามแข่ง" อย่างเดียว แต่เป็นรถที่สามารถ "ผสานอารมณ์คลาสสิก สมรรถนะ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน" ได้อย่างลงตัว ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดที่ทำให้เครื่องยนต์ V12 เปล่งพลังอีกครั้ง และการออกแบบสมัยใหม่ที่ช่วยฟื้นคืนชีพให้กับรถคลาสสิก — สำหรับผู้ใช้ซูเปอร์คาร์ในประเทศไทย นี่อาจเป็นรูปแบบที่ดีที่สุดของ "รถในฝัน"

ข้อดี
การเร่งความเร็วทรงพลัง แรงกระชากแน่นใน 2.8 วินาที การเร่งแซงที่ความเร็วสูงทำได้ง่าย
รูปลักษณ์ที่ดึงดูดสายตา ดีไซน์คลาสสิกผสานกับการออกแบบสมัยใหม่สะกดทุกสายตา
ระบบความปลอดภัยครบครัน ถุงลมนิรภัย 6 ใบ พร้อมชุดระบบความปลอดภัยเชิงรุก มั่นคงในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง
ข้อเสีย
สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงในขณะจราจรติดขัด ความประหยัดเชื้อเพลิงไม่ดี
เกียร์ AT อาจมีการกระชากเล็กน้อยขณะขับตามในความเร็วต่ำ ส่งผลต่อความราบรื่น
ยางหน้าแคบเกินไป (255/30) อาจได้รับผลกระทบจากสภาพถนนได้ง่าย ต้องขับขี่อย่างระมัดระวัง
คะแนนรวม
4.7
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.8 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.6 / 5
ความปลอดภัย
4.8 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.6 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายแซง
เจ้าของ Lamborghini Countach LPI 800-4 2023
หัว "กระทิง" คันนี้ ขับอยู่บนถนนทำให้คนหันมองกันอย่างเต็มที่! แรงเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที ให้ความรู้สึกพุ่งตัวเหมือนดันหลัง ทำให้แซงรถในช่วงเช้าเร่งด่วนเหมือนกับการตัดเนย แต่เวลารถติดนั้น การใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ถุงลมนิรภัย 6 ใบ + ระบบความปลอดภัยเชิงรุกเต็มรูปแบบ ทำให้ขับบนทางหลวงนิ่งและมั่นคง ข้อเสียเล็กๆ คือ การออกแบบภายในอาจจะธรรมดาไปหน่อย~
5 ดีเยี่ยม
สายไฮบริด
เจ้าของ Lamborghini Countach LPI 800-4 2023
ในฐานะเจ้าของ Countach LPI 800-4 การขับรถคันนี้ในประเทศไทยเหมือนกับอยู่ในโปสเตอร์ยุค 90 เลย! ก่อนหน้านี้ที่ขับ V10 ตัวเล็กก็ว่ามันส์แล้ว แต่เจ้าคันไฮบริด V12 นี้ ขับบนทางด่วนในกรุงเทพฯ แค่แตะคันเร่ง เสียงรอบเครื่อง 8500 ก็กลบเสียงแตรของเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา แรงดึง 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที ทำให้การจราจรเช้าบนถนนสุขุมวิทเหมือนกับการวอร์มอัพบนสนามแข่ง — ถึงเกียร์ AT จะมีกระตุกบ้างเวลาขับช้า แต่ใครจะไปสนล่ะ? วันหยุดขับไปหัวหินบนถนนภูเขา ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full-time ยึดเกาะถนนลื่นๆ ได้ดี ส่วนระบบช่วยควบคุมเลนที่มีมากับรถก็เพิ่มความมั่นใจในโค้ง จุดที่ต้องระวังนิดหน่อยคือยางหน้าที่บางมาก 255/30 เวลาเจอหลุมบนถนนที่ซ่อมแซมในกรุงเทพฯ ต้องระวังเป็นพิเศษ กลัวว่ายางจะปูด แต่ทุกครั้งที่จอดรถที่สยามสแควร์ แล้วมีคนรุมถ่ายรูปคันรถกัน คุ้มเลย!
5 ดีเยี่ยม
สายเงิน
เจ้าของ Lamborghini Countach LPI 800-4 2023
ก่อนหน้านี้ขับ 911 Turbo S จนกระทั่ง Countach LPI 800-4 มาถึงไทย ตัวถังรถทรงลิ่มคลาสสิกคู่กับไฟหน้า LED สมัยใหม่ ดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนนในกรุงเทพได้เต็มที่! ความเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.8 วินาที ให้ความรู้สึกพุ่งมากกว่าตอนขับ 911 เมื่อแซงบนทางหลวง แต่ในช่วงฤดูฝนของไทยที่ถนนลื่น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อนั้นมั่นคงสุดยอดเลย การตกแต่งภายในด้วย Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์คือที่สุด แต่เบาะนั่งแข็งไปหน่อย ขับทางไกลช่วงสุดสัปดาห์ไปหัวหินแล้วรู้สึกปวดเมื่อยช่วงเอวขึ้นมานิดหน่อย ระบบความปลอดภัยดีกว่ารุ่น Countach เก่าเยอะ การเตือนออกนอกเลนส์ขณะวิ่งทางไกลมีประโยชน์มาก แต่ค่าน้ำมัน 21.4 ลิตร/100 กม. ทำให้สิ้นเปลืองมาก ทุกครั้งที่เติมน้ำมันต้องมองราคาน้ำมันแล้วถอนหายใจ แต่ทุกครั้งที่กดปุ่มสตาร์ท เสียงเครื่อง V12 ดังขึ้นมา ข้อเสียทั้งหมดก็มลายหายไปเลย!
5 ดีเยี่ยม
สายแบต
เจ้าของ Lamborghini Countach LPI 800-4 2023
ช่วงเวลาเร่งด่วนอยากแซงรถเหรอ? แค่เหยียบคันเร่งครั้งเดียวรถก็พุ่งออกไปทันที เร็วกว่ารถกระบะข้างๆ มาก! แต่เบาะนั่งนี่ล่ะ ร้อนก้นไปหน่อยในหน้าร้อน แต่ความแรงที่เร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ใน 2.8 วินาทีนี่ คุ้มค่าแล้ว!
5 ดีเยี่ยม
สายเทรล
เจ้าของ Lamborghini Countach LPI 800-4 2023
เมื่อวานนี้ตอนเข้าโค้ง เหยียบคันเร่งแรงไปหน่อย หลังชนกับเบาะทันที ความรู้สึกดันหลังนี้มันเจ๋งยิ่งกว่ารถไฟเหาะ!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
6498
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
8500
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6750
จำนวนลูกสูบ
12
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
2.8
อัตราสิ้นเปลือง
21.4
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดยางหน้า
255/30 R20
ขนาดยางหลัง
355/25 R21
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
4870
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
2099
ความสูง(มิลลิเมตร)
1139
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2700
รูป Lamborghini Countach
Lamborghini Countach
รูป Alfa Romeo Spider
Alfa Romeo Spider
Lamborghini Countach
vs
Alfa Romeo Spider
รูป Lamborghini Countach
Lamborghini Countach
รูป Subaru BRZ
Subaru BRZ
Lamborghini Countach
vs
Subaru BRZ
รูป Lamborghini Countach
Lamborghini Countach
รูป Toyota GR 86
Toyota GR 86
Lamborghini Countach
vs
Toyota GR 86

Lamborghini Countach ราคาเท่าไหร่

Lamborghini Countach ปรากฏตัวเมื่อไหร่

เมื่อ Lamborghini Countach ใหม่จะเปิดตัว