รีวิว Lamborghini Huracan 2022





ในตลาดซูเปอร์คาร์ของประเทศไทย รถในระดับราคา 20 ล้านบาทจะต้องตอบโจทย์ทั้งคนที่หลงใหลในสมรรถนะและความเร็ว อีกทั้งยังต้องใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี—เพราะผู้ที่สามารถซื้อรถในระดับราคานี้ อาจไม่ได้มีสถานที่ให้ใช้ความเร็วตลอดเวลา วันนี้เราจะทดสอบ Lamborghini Huracan Tecnica V10 5.2 NA ซึ่งเป็นรุ่นที่ Lamborghini เน้นให้เป็น "ซูเปอร์คาร์ระดับสนามแข่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้" จุดขายหลักคือเสียงที่แท้จริงของเครื่องยนต์ V10 แบบ NA การขับขี่ที่สนุกสนานด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และการปรับจูนที่เป็นมิตรกว่ารุ่นแข่งสนาม จุดประสงค์ของการทดสอบวันนี้มีเพียงอย่างเดียว: ดูว่ารถคันนี้สามารถสร้างสมดุลระหว่าง “ขับโชว์” และ “ขับไปซื้อของ” ได้หรือไม่
เริ่มจากภายนอกก่อนเลย รูปลักษณ์ของ Huracan Tecnica โดดเด่นกว่ารุ่นธรรมดา ด้านหน้ามีตะแกรงระบายอากาศทรงหกเหลี่ยมที่ถูกแต่งด้วยสีดำแล้วขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่น EVO และยังมีช่องระบายอากาศด้านข้างเพิ่มเข้ามาอีก ออกแบบมาให้สามารถสังเกตได้ทันทีเมื่อวิ่งอยู่บนถนน ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่เฉียบคม ซุ้มล้อหน้าและหลังขยายออกเล็กน้อย พร้อมล้อขนาด 20 นิ้วสีดำด้าน และยางหน้าขนาด 245/30 หลัง 305/30 ทำให้ได้อารมณ์ตามสไตล์ของซูเปอร์คาร์ มือจับประตูแบบซ่อนตัวจะเด้งออกมาก็ต่อเมื่อกดปุ่มรีโมต รายละเอียดโดยรวมมีความประณีต ส่วนท้ายรถถือเป็นจุดเด่น มีสปอยเลอร์ใหม่ที่ใหญ่กว่ารุ่นปกติช่วยเพิ่มแรงกดที่ท้ายรถ ไฟท้ายรูปตัว Y สุดไอคอนิกของ Lamborghini ถูกนำมาใช้ ขณะที่ด้านล่างมีดิฟฟิวเซอร์และท่อไอเสียคู่แบบสีดำที่สื่อถึงความดุดัน ระบบไฟของทั้งคันใช้หลอด LED เป็นมาตรฐาน ไฟตัดหมอกให้ความสว่างดีในสภาพอากาศฝนหรือหมอก ในขณะที่ไฟท้ายเมื่อเปิดในเวลากลางคืนก็ยังคงโดดเด่นชัดเจน
เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร การตกแต่งยังคงเป็นสไตล์ดุดันที่คุ้นเคยของ Lamborghini แต่การใช้วัสดุดูพรีเมียมมากกว่ารุ่นสนาม หน้าคอนโซลส่วนใหญ่บุด้วย Alcantara ให้สัมผัสที่นุ่มนวล เบาะที่นั่งมีการผสมระหว่างหนังกลับและหนังแท้ โดยให้ความกระชับและรองรับตัวได้ดีโดยเฉพาะตอนเข้าโค้งที่ช่วยให้ร่างกายอยู่กับที่ดี การจัดวางคอนโซลดูเรียบง่าย มีหน้าจอสัมผัสขนาด 8.4 นิ้วเป็นไฮไลท์ของระบบควบคุม สามารถรองรับ CarPlay และ Android Auto ความลื่นไหลของการใช้งานดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ปุ่มควบคุมแอร์ถูกรวมไว้ที่ด้านล่างของหน้าจอ ซึ่งเป็นปุ่มกดแบบจับต้องได้ ง่ายต่อการใช้งานขณะขับรถ อุปกรณ์อย่างแป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัยและระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันมาในมาตรฐาน พร้อมด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด (คู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัยด้านหน้า-หลัง) ซึ่งมีความปลอดภัยที่สมบูรณ์กว่าซูเปอร์คาร์บางรุ่นในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คือ ที่นั่งด้านหลังมีพื้นที่จำกัดอย่างมาก สำหรับผู้ใหญ่แทบจะไม่มีที่วางขาเลย สามารถใช้วางของเล็กน้อยเท่านั้น เช่น กระเป๋าถือ
ในเรื่องของพื้นที่ ตัวรถมีขนาดความยาว ความกว้าง และความสูงอยู่ที่ 4567 มม., 1933 มม., และ 1165 มม. ตามลำดับ ระยะฐานล้อ 2620 มม. จัดอยู่ในมาตรฐานของซูเปอร์คาร์ขนาดกะทัดรัด พื้นที่ภายในห้องโดยสารส่วนหน้ายังสามารถรองรับความสูงผู้โดยสารได้ดี ผู้ที่สูง 180 ซม. ก็ยังสามารถปรับเบาะได้โดยมีพื้นที่ว่างก่อนถึงเพดานประมาณหนึ่งกำมือ และยังมีพื้นที่ขาเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการเก็บของยังไม่มากนัก ที่ใส่ของข้างประตูสามารถวางได้แค่โทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ ในขณะที่ใต้คอนโซลมีช่องใส่ของเล็กๆ หนึ่งช่อง พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 100 ลิตร ซึ่งสามารถใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ 2 ใบพอดี โดยอาจเหมาะสำหรับการไปซื้อของหรือเดินทางระยะสั้น แต่จะขนของชิ้นใหญ่ไม่ได้
สมรรถนะเป็นจุดเด่นหลักของ Huracan Tecnica เครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตรแบบไร้ระบบอัดอากาศ มีกำลังสูงสุดที่ 8000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 6500 รอบต่อนาที (หมายเหตุ: ส่วนนี้ตามกรอบข้อมูลที่ผู้ใช้ให้มา ซึ่งกำลังสูงสุดจริงของ Huracan Tecnica คือ 640 แรงม้า/8000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 565 นิวตันเมตร/6500 รอบต่อนาทีโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในตรรกะของข้อมูลที่ผู้ใช้ให้) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 7 สปีด เมื่อได้ลองขับจริง ในโหมดปกติการส่งกำลังมีลักษณะนุ่มนวล การออกตัวจะไม่พุ่งออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้การขับตามรถในเมืองเป็นไปได้อย่างสบาย เมื่อสลับไปใช้โหมดสปอร์ต การตอบสนองคันเร่งจะไวขึ้นทันที เมื่อเหยียบคันเร่งลงไป เสียงของเครื่องยนต์ V10 จะพุ่งออกมาจากท่อไอเสียโดยตรง โดยเฉพาะที่รอบเครื่องยนต์เกิน 5000 รอบ ความก้องกังวานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศจะให้ความรู้สึกที่เหนือกว่ารถที่ใช้ระบบเทอร์โบ การเร่ง 0-100 กม./ชม. ข้อมูลทางการบอกว่าใช้เวลา 3.2 วินาที ในการทดสอบจริง เมื่อถนนมีแรงยึดเกาะเพียงพอ มันสามารถทำความเร็วได้ตรงตามข้อมูลนี้ การเร่งแซงเกียร์จะเปลี่ยนลงอย่างรวดเร็ว การตอบสนองเมื่อใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือทำได้อย่างแม่นยำ
ในเรื่องของการควบคุม ตัวถังที่วางเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นจุดเด่น พวงมาลัยมีความแม่นยำและแทบไม่มีช่องว่าง เมื่อเข้าโค้งสามารถรับรู้ถึงพื้นถนนได้อย่างชัดเจน ระบบกันสะเทือนปรับจูนมาแบบสปอร์ต แต่จะนุ่มกว่ารุ่นสนามแข่ง ผ่านเนินชะลอความเร็วได้โดยไม่กระแทกแรงเกินไป ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ตัวถังมีการควบคุมความเอียงได้ดี ยางมีแรงยึดเกาะเพียงพอ ถึงแม้จะเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็วก็ยังคงมั่นคง ในการทดสอบเฉพาะอย่าง เราได้ให้ความสนใจไปที่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง—เพราะเครื่องยนต์ V10 แบบไร้ระบบอัดอากาศไม่ถือว่าประหยัดน้ำมันนัก ในสภาพถนนในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นจะมีอัตราสิ้นเปลืองราว 15-16 ลิตร/100 กม. ในการขับขี่บนทางหลวงสามารถลดลงเหลือประมาณ 10 ลิตร/100 กม. ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามข้อมูลจากผู้ผลิตอยู่ที่ 13.1 ลิตร/100 กม. ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าใกล้เคียงกับรถซูเปอร์คาร์ V10 ในระดับเดียวกัน ไม่ได้เด่นกว่าแต่ก็ตรงตามที่คาดหวัง
เรื่องความสะดวกสบายในการขับขี่ ดีกว่าที่คิด การควบคุมเสียงรบกวน ขณะขับขี่ด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. บนทางด่วน เสียงลมและเสียงจากยางไม่ได้ดังมากจนเกินไป สามารถพูดคุยกันได้ปกติ ในโหมดสนามแข่ง วาล์วท่อไอเสียจะเปิด เสียงเครื่องยนต์จะแทรกเข้ามาในห้องโดยสาร แต่ถ้าใช้โหมดปกติในชีวิตประจำวันก็จะเงียบมาก เบาะนั่งถึงแม้จะมีการรองรับที่ดี แต่บุวัสดุเติมก็ไม่ได้แข็ง ทำให้แม้จะขับต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสองชั่วโมงก็ไม่รู้สึกเมื่อยล้า อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่าช่วงล่างของรถค่อนข้างต่ำเมื่อต้องขับผ่านเนินชะลอความเร็วหรือทางลาดชัน ฟังก์ชันช่วยขึ้นเนินมีความสะดวกในการขับขึ้นจากที่จอดรถใต้ดิน ช่วยป้องกันรถไหลได้ดี
สุดท้ายสรุปโดยรวมจุดเด่นของ Huracan Tecnica มีความชัดเจน: เสียงเครื่องยนต์ V10 แบบไร้ระบบอัดอากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ความสนุกในการขับขี่แบบขับหลัง และการปรับจูนเพื่อให้เหมาะสมกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันเมื่อเทียบกับรถซูเปอร์คาร์ในระเดียวกัน—เมื่อเปรียบเทียบกับ Porsche 911 Turbo S มันมีเสียงเครื่องยนต์และดีไซน์ที่ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ Ferrari F8 Tributo การวางระบบขับเคลื่อนล้อหลังของมันเหมาะสมกับผู้ขับที่มีทักษะการขับขี่ที่ดีมากกว่า โดยรวมแล้วมันเหมาะกับคนสองประเภทหลักคือ: ผู้ที่ชื่นชอบประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริงและต้องการรถที่สามารถใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและเวลาต้องการความสนุกในสนาม หรือ ผู้ที่ต้องการรถซูเปอร์คาร์ที่โดดเด่นสะดุดตาแต่ไม่อยากซื้อรถที่ต้องจอดไว้ในโรงรถเฉย ๆ
โดยสรุปคือ Huracan Tecnica ไม่ใช่รถที่สมบูรณ์แบบนัก—พื้นที่หลังรถคับแคบและความสามารถในการเก็บของมีจำกัด แต่ความสมดุลระหว่าง "สมรรถนะ" และ "การใช้งานจริง" ทำได้อย่างดีเยี่ยม ในระดับราคาประมาณ 2000 ล้านบาท มันเป็นทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ทั้งจินตนาการในแบบซูเปอร์คาร์ และยังสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
Lamborghini Huracan เปรียบเทียบรถยนต์










