รูป Mercedes-Benz

รีวิว Mercedes-Benz E-Class Saloon 2021

2021 Mercedes-Benz E-Class Saloon E 300 e AMG Dynamic เป็นรถยนต์ซีดานปลั๊กอินไฮบริดระดับผู้บริหารที่ผสมผสานรูปลักษณ์สปอร์ต AMG เข้ากับการประหยัดน้ำมันพลังงานสูงของปลั๊กอิน และอุปกรณ์หรูหราของ Mercedes-Benz
รูป Mercedes-Benz E-Class Saloon
รูป Mercedes-Benz E-Class Saloon
รูป Mercedes-Benz E-Class Saloon
รูป Mercedes-Benz E-Class Saloon
รูป Mercedes-Benz E-Class Saloon
THB 3,190,000-3,770,000
Mercedes-Benz E-Class Saloon 2021
เซกเมนท์
Executive
ตัวถัง
Sedan
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ระบบเกียร์
AT
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถยนต์ซีดานระดับผู้บริหารในประเทศไทย ความต้องการของผู้บริโภคสำหรับความหรูหรา ประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะการขับขี่มีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากจะต้องมีความเหมาะสมสำหรับการใช้งานในบริบทธุรกิจแล้ว ยังต้องสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน 2021 Mercedes-Benz E-Class Saloon E 300 e AMG Dynamic เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในระดับนี้ ซึ่งมีจุดขายสำคัญที่การออกแบบภายนอกที่ได้รับการปรับแต่งด้วยชุดแต่ง AMG ความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะจากระบบปลั๊กอินไฮบริด และความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz การทดสอบขับขี่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่ารถคันนี้สามารถบาลานซ์ความสปอร์ต ความสบาย และความประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวันได้ดีเพียงใด และเหมาะสมกับผู้บริโภคที่มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่

เมื่อมองจากระยะไกล E 300 e AMG Dynamic มีสไตล์โดยรวมที่เน้นความสปอร์ตและหรูหรา มากกว่ารุ่น Avantgarde ในซีรีส์เดียวกัน ด้านหน้ามาพร้อมกับกระจังหน้าลายจุดดาวขนาดใหญ่ ประกอบกับกันชนหน้าสไตล์ AMG ที่มีช่องดักลมด้านข้างที่กว้างขึ้นและตกแต่งด้วยแถบโครเมียมด้านล่าง เพิ่มความโดดเด่น เส้นสายของตัวถังเรียบลื่น ด้านข้างติดตั้งล้ออัลลอยด์ลายหลายซี่ขนาด 19 นิ้ว (ใหญ่กว่ารุ่น Avantgarde ที่ใช้ล้อ 18 นิ้ว) เส้นสายบริเวณซุ้มล้อมีลักษณะโค้งมนเล็กน้อย เพิ่มความแข็งแรง ด้านหลังของรถ ไฟท้าย LED ออกแบบเป็นรูปทรง “L คู่” ตามแบบฉบับของ Mercedes-Benz เมื่อเปิดไฟดูโดดเด่นเป็นพิเศษ กันชนท้ายมีการตกแต่งด้วยดีไซน์ดิฟฟิวเซอร์และปลายท่อไอเสียโครเมียมสองข้างช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ต ระบบไฟส่องสว่างเป็นแบบ LED ทั้งหมด รองรับการเปิด-ปิดอัตโนมัติและการปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ สะดวกในการใช้งานประจำวัน

เมื่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร การตกแต่งภายในยังคงความหรูหราตามแบบฉบับของ Mercedes-Benz คอนโซลกลางใช้วัสดุแผงไม้ประดับผสมผสานกับวัสดุหนังให้สัมผัสที่นุ่มนวล หน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้วเป็นจุดเด่นของการออกแบบ ด้านซ้ายเป็นหน้าปัดดิจิทัลทั้งหมดที่สามารถเปลี่ยนโหมดการแสดงผลได้หลายแบบ ด้านขวาเป็นระบบ MBUX ที่รองรับการสัมผัส คำสั่งเสียง และการควบคุมผ่านปุ่มบนพวงมาลัย ฟังก์ชั่นประกอบด้วยระบบนำทาง สื่อมัลติมีเดีย และการตั้งค่ารถยนต์ซึ่งทำงานได้ลื่นไหล เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้ เบาะหน้ารองรับการปรับไฟฟ้า ฟังก์ชั่นทำความร้อน และหน่วยความจำ เบาะนั่งและพนักพิงมีการรองรับที่ดี นั่งนานก็ไม่เมื่อยล้า บริเวณคอนโซลกลางยังคงมีปุ่มกดแบบกายภาพบางส่วน เช่น ปุ่มปรับแอร์และปุ่มควบคุมเสียง ช่วยให้ง่ายต่อการใช้งานโดยไม่ต้องมอง หลังห้องโดยสารมีพื้นที่ที่เหมาะสมตามมาตรฐานรถยนต์ซีดานระดับผู้บริหาร ผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. นั่งหลังได้โดยหัวเข่ามีพื้นที่เหลือเกินสองกำปั้น และมีพื้นที่ศีรษะเพียงพอ ส่วนบริเวณด้านหลังมาพร้อมช่องแอร์แยก ช่องเสียบ USB และที่วางแขนตรงกลาง เพิ่มความสะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม พื้นที่เก็บสัมภาระที่ 370 ลิตร ซึ่งเล็กกว่ารุ่น E 220 d ที่เป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีความจุ 540 ลิตร เนื่องจากชุดแบตเตอรี่ที่กินพื้นที่ด้านหลังไปบางส่วน อาจเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีความต้องการบรรทุกของขนาดใหญ่

ในด้านสมรรถนะ E 300 e AMG Dynamic มาพร้อมกับระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ + มอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังสูงสุดรวม 234 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ 9 สปีดแบบอัตโนมัติ พร้อมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเอง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 5.7 วินาที ซึ่งเหมือนกับรุ่น Avantgarde ที่มีอุปกรณ์เหมือนกัน ในการขับขี่จริง ช่วงเริ่มต้นมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานก่อน ให้กำลังขับเคลื่อนที่ราบรื่นและเงียบ เมื่อความเร็วเกิน 60 กม./ชม. เครื่องยนต์เริ่มทำงานต่อเนื่องกับมอเตอร์ไฟฟ้าโดยไม่มีสะดุด โหมดสปอร์ตจะทำให้การตอบสนองคันเร่งรวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเหยียบคันเร่งจนสุดจะรู้สึกถึงแรงจัดจ้านอย่างชัดเจน ทำให้มั่นใจในขณะเร่งแซง โหมดประหยัดพลังงานรถจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนประมาณ 50 กิโลเมตร เพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ผู้ผลิตระบุคือ 2.3 ลิตร/100 กม. ในการทดสอบขับขี่จริงในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นและเปิดแอร์ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 3.1 ลิตร/100 กม. ส่วนขับขี่บนทางหลวงประมาณ 4.5 ลิตร/100 กม. ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่น่าประทับใจ

ในด้านระบบควบคุมและช่วงล่าง พวงมาลัยมีความแม่นยำสูง มีช่องว่างน้อยมาก ขณะขับขี่ในความเร็วต่ำจะเบาสบาย และในความเร็วสูงพวงมาลัยจะหนักขึ้น ให้ความรู้สึกที่เหมาะมือ ช่วงล่างใช้ระบบอิสระแบบหลายลิงก์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การปรับแต่งโน้มไปทางความสบาย เมื่อเจอลูกระนาดในเมืองหรือถนนที่มีพื้นไม่เรียบ ช่วงล่างสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี จึงไม่ค่อยส่งแรงสั่นสะเทือนมาภายในห้องโดยสาร ขณะเข้าโค้ง ตัวรถสามารถควบคุมการเอียงได้ดี มีความมั่นคงเพียงพอ ไม่มีอาการโคลงเคลงที่เด่นชัด ระบบเบรกมีประสิทธิภาพดี แป้นเบรกมีระยะการตอบสนองอย่างเป็นเส้นตรง แรงเบรกให้มาอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเบรกฉุกเฉิน รถจะทรงตัวได้อย่างมั่นคง ในด้านการควบคุมเสียงรบกวน รถสามารถลดแรงเสียงจากยางและลมได้ดีมาก แม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ห้องโดยสารก็ยังคงเงียบ เสียงจากเครื่องยนต์เมื่อทำงานก็ไม่ดังนัก ประสิทธิภาพ NVH โดยรวมเรียกได้ว่าตรงตามมาตรฐานรถยนต์ระดับหรู ระบบการเก็บพลังงานมี 3 ระดับให้ปรับ ระดับสูงสุดจะมีแรงเบรกที่ใกล้เคียงกับโหมดแป้นเดียว เมื่อปล่อยคันเร่งจะรู้สึกถึงการลดความเร็วได้ชัดเจน เหมาะกับการใช้งานในเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด ระดับต่ำสุดมีแรงเบรกที่อ่อน ใกล้เคียงกับการไหลเหมือนในรถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ทำให้ขับขี่ในทางหลวงได้สบายยิ่งขึ้น

โดยรวมแล้ว จุดเด่นของ E 300 e AMG Dynamic มีความชัดเจนมาก: ชุดแต่ง AMG ที่เพิ่มความสปอร์ตและความโดดเด่นให้กับรูปลักษณ์, ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ให้ทั้งอัตราสิ้นเปลืองต่ำและกำลังแรง, การตกแต่งภายในและฟีเจอร์ที่บ่งบอกถึงความหรูหราซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz และการควบคุมและความสบายที่สมดุล เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกัน เช่น E 220 d AMG Sport ของซีรีส์เดียวกัน รุ่นนี้มีกำลังมากกว่า ประหยัดน้ำมันกว่า แต่มีราคาที่แพงกว่าถึง 230,000 บาทไทย; เมื่อเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่น Avantgarde รุ่นนี้มีรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตมากกว่า ล้อแม็กขนาดใหญ่กว่า แต่ราคาสูงกว่าถึง 580,000 บาทไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงสิทธิประโยชน์จากนโยบายสำหรับรถปลั๊กอินไฮบริด (เช่น การลดภาษีบางส่วนในบางพื้นที่) และต้นทุนการใช้งานรายวัน สำหรับผู้ที่เน้นความหรูหราและความประหยัด ราคาที่เพิ่มขึ้นนี้ถือว่าเหมาะสม

กลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมสำหรับรถรุ่นนี้มีความชัดเจน: ผู้ที่มีงบประมาณราวๆ 3,800,000 บาทไทย ที่ต้องการแบรนด์รถยนต์ระดับหรู รูปลักษณ์สปอร์ต และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำ ไม่ว่าจะเป็นบรรดานักธุรกิจที่ต้องการรถซึ่งสะท้อนถึงรสนิยม หรือผู้ใช้งานในระดับกลาง-สูงที่ต้องการความผสมผสานระหว่างการใช้งานสำหรับครอบครัวและความสนุกสนานในการขับขี่ รถรุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งในด้านประหยัดสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ความหรูหราสำหรับการเดินทางในสถานการณ์ธุรกิจ และมอบความสนุกสนานในการขับขี่ในบางโอกาส

โดยสรุปแล้ว Mercedes-Benz E-Class Saloon E 300 e AMG Dynamic ปี 2021 เป็นรถปลั๊กอินไฮบริดระดับผู้บริหารที่ผสมผสานความสปอร์ต ความหรูหรา และความประหยัดได้อย่างลงตัว จุดเด่นของมันประกอบไปด้วยชื่อเสียงแบรนด์ของ Mercedes, ความสปอร์ตจากชุดแต่ง AMG ความสะดวกในการใช้งานของระบบปลั๊กอินไฮบริด และฟีเจอร์ที่ครบถ้วน หากคุณไม่ได้กังวลเรื่องพื้นที่เก็บสัมภาระที่เล็กลง และมีงบประมาณเพียงพอรุ่นนี้นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดี

ข้อดี
เครื่องยนต์ดีเซลมีกำลังแรงบิดต่ำเพียงพอสำหรับการขึ้นเขาและแซงรถ ค่าการใช้น้ำมันต่ำและวิ่งได้ระยะไกล (ความเร็วสูงสุด 800 กิโลเมตร)
ชุดตกแต่ง AMG ดีไซน์ภายนอกดูสปอร์ตดึงดูดสายตา ภายในตกแต่งด้วยไม้และหนังคุณภาพ พร้อมระบบเสียงจากแบรนด์ Burmester ที่ให้ประสบการณ์เสียงเยี่ยม
ระบบช่วงล่างรองรับการเข้าโค้งได้ดี ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีความเสถียร และระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน
ข้อเสีย
ระบบกันสะเทือนค่อนข้างแข็ง ล้อ 19 นิ้วเมื่อผ่านเนินชะลอความเร็ว/ถนนขรุขระจะสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน จำเป็นต้องลดความเร็ว
เมื่อบรรทุกเต็มหรือขับขึ้นเนินด้วยระบบไฟฟ้าล้วนสมรรถนะของเครื่องยนต์จะช้าลง พื้นที่เบาะหลังคับแคบสำหรับคนที่มีความสูง และที่นั่งกลางเบียดเสียด
แผงลายไม้ภายในรถง่ายต่อการทิ้งรอยน้ำฝนหรือรอยนิ้วมือ การใช้งานหน้าจอสัมผัสไม่สะดวก
คะแนนรวม
4.3
ดีเยี่ยม
จาก 8 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.3 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.1 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.6 / 5
แสดงรีวิว 8 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายสปอร์ต
เจ้าของ 2021 Mercedes-Benz E-Class Saloon E 220 d AMG Sport
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พาภรรยาและลูกๆ ไปเที่ยวภูเขาใกล้ๆ เชียงใหม่ เพิ่งขึ้นทางด่วนก็เจอฝนตกหนัก ที่ปัดน้ำฝนต้องเปิดสุดถึงพอจะมองเห็นทาง เครื่องยนต์ดีเซลของ E220d ตอนขึ้นเขาไม่มีปัญหา อัตราเร่ง 7.3 วินาที เพียงพอสำหรับการแซงรถ แต่เมื่อบรรทุกเต็มจะรู้สึกว่าอืดขึ้นเล็กน้อย ช่วงล่าง AMG Sport ให้การรองรับที่ดีเมื่อเข้าโค้ง แต่ตอนผ่านหลังเต่าจะรู้สึกแข็งเล็กน้อย ภายในที่มีลายไม้และหนังมีคุณภาพดี เสียงของระบบเสียง Burmester สามารถช่วยลดความรำคาญในช่วงเวลารถติดได้ แต่พื้นที่เบาะหลังสำหรับคนสูง 180 ซม. อย่างผม รู้สึกคับแคบไปหน่อย โดยรวมแล้ว คะแนนประสิทธิภาพและการตกแต่งภายในที่ 4 คะแนน ถือว่าเหมาะสมกับราคาที่ 3.54 ล้านบาท
5 ดีเยี่ยม
สายดริฟท์
เจ้าของ 2021 Mercedes-Benz E-Class Saloon E 220 d AMG Sport
ก่อนหน้านี้ขับรถเก๋งไฮบริดญี่ปุ่น เปลี่ยนมาเป็น E220d AMG Sport เพราะชอบคุณภาพและเครื่องยนต์ดีเซลของ Mercedes-Benz เครื่องยนต์ดีเซล 1.9T คันนี้มีแรงบิดต่ำที่ดีเยี่ยม ในช่วงเช้าที่รถติดมากในประเทศไทย การออกตัวและการตามรถข้างหน้าไม่ต้องเหยียบคันเร่งบ่อยนัก ถังน้ำมัน 66 ลิตรสามารถวิ่งทางไกลได้ประมาณ 800 กิโลเมตร ไป-กลับหัวหินช่วงสุดสัปดาห์ไม่ต้องเติมน้ำมันเลย ประสิทธิภาพให้คะแนนเต็ม 5 คะแนน ไม่มีปัญหา ดีไซน์ชุดแต่ง AMG ดูสปอร์ต แต่ล้อ 19 นิ้วทำให้การขับบนถนนที่ขรุขระในกรุงเทพค่อนข้างสั่นสะเทือน การข้ามลูกระนาดต้องลดความเร็วข้อนี้หักคะแนน 1 คะแนน พื้นที่เบาะหลังในรถระดับ Executive ถือว่ากว้างขวาง พาลูกค้าไปเจรจาธุรกิจก็ดูดีมีระดับ เพียงแต่พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 540 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทาง 3 ใบแล้ว หากใส่รถเข็นเด็กจะค่อนข้างแคบ โดยรวมแล้ว การขับรถคันนี้ในประเทศไทยเหมาะทั้งใช้ในธุรกิจและครอบครัว นอกจากเรื่องสั่นสะเทือนบนถนนขรุขระแล้วก็ไม่มีปัญหาใหญ่
5 ดีเยี่ยม
รถแต่ง
เจ้าของ 2021 Mercedes-Benz E-Class Saloon E 300 e AMG Dynamic
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่พาครอบครัวไปเที่ยวชานเมืองรอบๆ เชียงใหม่ เพิ่งเข้าภูเขาก็เจอฝนตกหนัก น้ำขังในโค้งทำให้รถคันหน้าลื่นไถล ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของ E300e ช่วยให้รถทรงตัวได้ และระบบเตือนการชนยังกระพริบสองครั้งเพื่อเตือน ความรู้สึกปลอดภัยนี่เต็มอิ่มจริงๆ (ให้ 5 คะแนนเรื่องความปลอดภัยก็สมเหตุสมผล) แต่ตอนขึ้นเขาในโหมดไฟฟ้าล้วนดูอืดไปหน่อย ต้องเปลี่ยนเป็นโหมดไฮบริดถึงจะมีกำลังพอ (เรื่องสมรรถนะโดนหักคะแนนไม่แปลกใจ) ส่วนลายไม้ในห้องโดยสารโดนน้ำฝนจนเป็นคราบ เช็ดตั้งนานก็ยังมีรอยอยู่ (เรื่องการตกแต่งภายในหักคะแนนก็ถูกต้อง) แต่ความพรีเมียมโดยรวมยังคงดูสมกับระดับรถผู้บริหาร
4 ดีเยี่ยม
สายเฟรม
เจ้าของ 2021 Mercedes-Benz E-Class Saloon E 300 e Avantgarde
ทุกวันที่รถติดบนถนน ระบบไฮบริดนี้ประหยัดน้ำมันและใช้งานง่ายจริงๆ เวลาจะแซงแค่เหยียบคันเร่งเบาๆ ก็มีแรง ไม่ต้องกังวลเลย แต่เมื่อมีเพื่อนสามคนนั่งเต็มเบาะหลัง คนกลางจะรู้สึกขาแคบเล็กน้อย อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าลักษณะภายนอกของรถคันนี้ ทำให้เวลาขับออกไป มีคนหันมามองเยอะมาก!
4 ดีเยี่ยม
สายเชื้อเพลิง
เจ้าของ 2021 Mercedes-Benz E-Class Saloon E 220 d AMG Sport
ทุกวันติดอยู่บนถนนก็ไม่ต้องกังวล รถ E220d คันนี้มีกำลังดีเซลเพียงพอ เหยียบคันเร่งก็แซงได้ทันที ชุดแต่ง AMG จอดข้างทางเรียกสายตาได้ดี หลังเบาะนั่งสามคนเต็มก็ไม่อึดอัด อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 5.6L ประหยัดมาก แต่ถ้าการปลอดภัยครบกว่านี้จะยิ่งมั่นใจขึ้น!
1
2
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1991,1950
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน,น้ำมันดีเซล
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
5.7,7.3
อัตราสิ้นเปลือง
5.6,2.3
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ขนาดยางหน้า
245/45 R18,245/40 R19
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Executive
ความยาว(มิลลิเมตร)
4923
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1852
ความสูง(มิลลิเมตร)
1468
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
370,540
รูป Mercedes-Benz E-Class Saloon
Mercedes-Benz E-Class Saloon
รูป Volvo S90
Volvo S90
Mercedes-Benz E-Class Saloon
vs
Volvo S90
รูป Mercedes-Benz E-Class Saloon
Mercedes-Benz E-Class Saloon
รูป BMW 5 Series Sedan
BMW 5 Series Sedan
Mercedes-Benz E-Class Saloon
vs
BMW 5 Series Sedan
รูป Mercedes-Benz E-Class Saloon
Mercedes-Benz E-Class Saloon
รูป Jaguar XF
Jaguar XF
Mercedes-Benz E-Class Saloon
vs
Jaguar XF
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ประหยัดน้ำมันไหม?

ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถ C-Class รุ่นปี 2024 มีขนาดเท่าไร?

Mercedes C Class 2024 ใช้น้ำมันกี่ไมล์ต่อแกลลอน?