รูป Volkswagen

รีวิว Volkswagen e-Golf

Volkswagen e-Golf Standard 2023 เป็นตัวแทนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแฮทช์แบ็กขนาด C-class ในประเทศไทยที่มีการปรับจูนสมรรถนะตามมาตรฐานเยอรมัน พร้อมการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยและอุปกรณ์ที่สมดุล เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับครอบครัวในเมืองและผู้สัญจร
รูป Volkswagen e-Golf
THB 3,107,500
Volkswagen e-Golf
เซกเมนท์
C-Segment
ตัวถัง
Hatchback
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
290
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
กำลังมอเตอร์(kW)
-
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถยนต์แฮทช์แบคระดับ C ของประเทศไทย รถยนต์ที่ใช้น้ำมันยังคงครองตลาดอยู่ แต่ลูกค้าที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่ายในการเดินทางในชีวิตประจำวันกำลังหันมาเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า Volkswagen e-Golf Standard 2023 ในฐานะตัวแทนของแบรนด์ในตลาดกลุ่มย่อยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มุ่งเน้นที่สมรรถนะที่สมดุล การปรับจูนแบบเยอรมัน และพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง ครั้งนี้เราจะทดสอบขับจริงเพื่อยืนยันว่ามันสามารถตอบสนองความต้องการของครอบครัวในเมืองและคนรุ่นใหม่ที่เดินทางในชีวิตประจำวันได้หรือไม่

เมื่อมองจากระยะไกล e-Golf ยังคงรูปทรงแฮทช์แบคคลาสสิกของ Golf ซึ่งมีเส้นสายที่ไหลลื่นและกะทัดรัด ขนาดตัวรถอยู่ที่ 4270mm×1799mm×1482mm ระยะฐานล้อ 2631mm ซึ่งอยู่ในระดับมาตรฐานของรถในคลาสเดียวกัน ด้านหน้าของรถมีการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดด้วยกระจังหน้าที่ปิดสนิท มาพร้อมแถบโครเมียมที่เชื่อมต่อไฟหน้าแบบ LED ทั้งสองด้าน ทำให้สามารถระบุเอกลักษณ์ได้อย่างชัดเจน กันชนด้านล่างยังคงรูปลักษณ์สปอร์ตแบบรุ่นใช้น้ำมัน แต่ตัดช่องลมออกและเปลี่ยนเป็นการออกแบบแบบซ่อนแทน ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่เริ่มจากด้านหน้าของบังโคลนและลากยาวไปจนถึงท้ายรถ พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว (ขนาดยาง 205/55 R16) ทำให้รถยังคงความคมชัดในสไตล์เยอรมัน ด้านท้ายรถ มีชุดไฟท้าย LED ที่ออกแบบด้วยโทนสีดำเพิ่มความดูดุดัน และกันชนด้านล่างเสริมด้วยแถบตกแต่งสีฟ้าที่บ่งบอกถึงตัวตนของรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับระบบไฟฟ้า ไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟวิ่งกลางวัน และไฟตัดหมอกหน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งให้ความสะดวกสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างเพียงพอ

เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร ภายในรถมาในโทนสีดำเป็นหลัก แผงคอนโซลกลางครอบคลุมด้วยพลาสติกแบบนุ่มประดับด้วยแถบสีเงิน คุณภาพอยู่ในระดับกลางถึงกลาง-สูงเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงราคาเดียวกัน หน้าจอกลางขนาด 8 นิ้วติดตั้งอยู่ด้านบนของคอนโซลกลาง มาพร้อมอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto การใช้งานยังค่อนข้างลื่นไหล ด้านล่างยังคงมีปุ่มกดแบบฟิสิคอลสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศและโหมดขับขี่ สะดวกต่อการใช้งานโดยไม่ต้องละสายตาไปดู การติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานอย่างซันรูฟเสริมสร้างแสงสว่างภายในรถได้ดี ช่องลมสำหรับระบบปรับอากาศหลังและช่องเสียบ USB ด้านหน้าทำให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานในครอบครัว เบาะนั่งทำจากวัสดุผ้า มีความสามารถในการรองรับตัวที่พอเหมาะ ส่วนเบาะด้านหน้าปรับตำแหน่งได้ด้วยมือ ความสบายในการนั่งระยะเวลานานยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ด้านพื้นที่ใช้งาน ผู้โดยสารที่มีความสูง 175 ซม. จะมีพื้นที่เหนือศีรษะประมาณหนึ่งกำปั้น และพื้นที่สำหรับขาหลังประมาณสองกำปั้น พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีขนาด 341 ลิตร หากพับเบาะหลังลงสามารถขยายพื้นที่ได้ เพียงพอต่อการวางรถเข็นเด็กหรือกระเป๋าเดินทางได้สบาย การออกแบบช่องเก็บของยังค่อนข้างใช้งานได้จริง โดยช่องเก็บของที่ประตูและที่วางแขนตรงกลางมีความจุที่ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้

ในส่วนของระบบขับเคลื่อน e-Golf มาพร้อมมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรที่มีกำลังสูงสุด 136PS และแรงบิดสูงสุด 290N·m พร้อมด้วยเกียร์เดี่ยว (ในตารางสเปคที่กล่าวถึง DCT คาดว่าเป็นความผิดพลาด จริงๆ แล้วรถยนต์ไฟฟ้าคือเกียร์เดี่ยว) ระบบขับเคลื่อนแบบขับเคลื่อนล้อหน้า โหมดการขับขี่มีให้เลือกระหว่างโหมดประหยัด โหมดมาตรฐาน และโหมดสปอร์ต ในช่วงเริ่มต้นการเร่งความเร็วจะตอบสนองได้รวดเร็ว ในโหมดประหยัดการเร่งความเร็วจะค่อนข้างนุ่ม เหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ตแรงบิดจะถูกปล่อยออกอย่างทันทีทันใด ข้อมูลอัตราเร่ง 0-100km/h อย่างเป็นทางการอยู่ที่ 10.4 วินาที จากประสบการณ์จริง แรงระเบิดในช่วงเร่งแซงเพียงพอสำหรับสภาพถนนในเมือง แต่แรงเร่งในช่วงความเร็วสูง (เกิน 100km/h) จะลดลงบ้าง พวงมาลัยมีความแม่นยำสูง ไม่มีระยะฟรี(มีระยะเล็กน้อย) สอดคล้องกับการปรับจูนของซีรีส์ Golf ส่วนระบบช่วงล่างใช้แบบแมคเฟอร์สันหน้า ด้านหลังเป็นมัลติลิงก์อิสระ สามารถซับแรงกระแทกได้ดีเมื่อเผชิญกับถนนที่ขรุขระในเมือง และการผ่านเนินชะลอความเร็วไม่ให้ความรู้สึกกระด้างจนเกินไป เมื่อขับเลี้ยวบนโค้ง ตัวรถมีการเอียงเพียงเล็กน้อย ทำให้มั่นคงมากขึ้น ยอดเยี่ยมและควรได้รับการยกย่อง

ในด้านระยะทางการขับขี่ ทางการอ้างว่าได้ระยะทางประมาณ 270 กม. (มาตรฐาน NEDC) จากการทดสอบในสภาพการขับขี่ในเมือง (เปิดแอร์ที่ 24℃) มีอัตราบรรลุระยะทางประมาณ 80% และใช้พลังงานประมาณ 15kWh/100 กม.; ในสภาพทางหลวง (ความเร็ว 90-110 กม./ชม.) มีระยะทางประมาณ 200 กม. และใช้พลังงานประมาณ 18kWh/100 กม. การทำงานโดยรวมเหมาะสมกับการใช้งานในเมือง เวลาในการชาร์จเร็วประมาณ 5 ชั่วโมง (0-80%) ขณะที่การชาร์จปกติจะใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ใช้งานเครื่องชาร์จไฟฟ้าสำหรับที่บ้าน ด้านการควบคุมเสียงรบกวน ที่ความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม. ภายในรถค่อนข้างเงียบ เสียงรบกวนหลักมาจากล้อรถ ส่วนความเร็วมากกว่า 80 กม./ชม. เสียงลมเริ่มเด่นชัด แต่ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ระบบการเก็บพลังงานมี 3 ระดับให้ปรับ ระดับสูงสุดมีแรงต้านค่อนข้างมากแต่เมื่อคุ้นแล้วจะช่วยลดการใช้งานเบรกได้ ที่นั่งมีความกระชับและสามารถรองรับการขับขี่ระยะไกลได้ดี ไม่มีอาการเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน

หากมองโดยรวม Volkswagen e-Golf Standard 2023 มีจุดเด่นที่สมดุล: การออกแบบแบบท้ายตัดเหมาะสำหรับการจอดในเมือง ระบบควบคุมและช่วงล่างแบบเยอรมนีช่วยให้ขับสบาย พร้อมด้วยระบบความปลอดภัย เช่น ถุงลมนิรภัยทั้ง 6 จุด, ระบบเบรกอัตโนมัติ, ระบบช่วยเปลี่ยนเลน เป็นต้น ซึ่งมีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าระดับเดียวกัน ในการเปรียบเทียบกับ Honda e หรือ MINI Electric นั้น e-Golf มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางกว่าและใช้งานได้จริงมากกว่า เหมาะสำหรับครอบครัว; ส่วนเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าของจีน เช่น BYD Yuan PLUS จุดเด่นของมันคือแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและการปรับแต่งการขับขี่ แต่ระยะทางการขับขี่อาจสั้นกว่าเล็กน้อย

สรุปได้ว่า e-Golf Standard 2023 เหมาะสำหรับผู้ใช้งานในเมืองที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์, สมรรถนะการขับขี่ และการใช้งานได้จริง โดยเฉพาะผู้ที่มีระยะการเดินทางประจำวันไม่เกิน 50 กม. และมีเครื่องชาร์จไฟฟ้าสำหรับที่บ้าน หรือคนทำงานออฟฟิศอินเทรนด์ที่ชอบคุณภาพงานประกอบแบบเยอรมนี มันไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าที่มุ่งเน้นสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมหรือระยะทางไกล แต่เป็นเครื่องมือเดินทางในชีวิตประจำวันง่ายๆ ที่ใช้งานได้ดีและขับขี่สนุก โดยรวมมีความสมดุลและไม่มีข้อเสียที่ชัดเจน หากคุณต้องการรถท้ายตัดไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับครอบครัวและให้ความสนุกในการขับขี่ e-Golf ควรรวมอยู่ในรายการพิจารณาของคุณ

ข้อดี
การตั้งค่าความปลอดภัยครบถ้วน ระบบเบรกอัตโนมัติหลีกเลี่ยงการชนหลายครั้ง ระบบเตือนออกนอกเลนมีความไว ถุงลมนิรภัยครบ พร้อมช่องต่อ ISO FIX
ดีไซน์ภายนอกคลาสสิกและดูดี หน้ารถแบบปิดเฉพาะตัวของรถไฟฟ้าพร้อมโลโก้เรืองแสง สะดุดตา โดดเด่นในกลุ่มรถญี่ปุ่นในประเทศไทย
แรงบิดของมอเตอร์ตอบสนองได้รวดเร็ว การออกตัวและการขับตามที่ความเร็วต่ำคล่องตัว การขับทางไกลมีความมั่นคงไม่ไหว สะดวกต่อการเดินทางในเมืองและการท่องเที่ยวระยะสั้น
ข้อเสีย
การออกแบบภายในมีความเรียบง่าย ขาดรายละเอียดที่โดดเด่น และมีชิ้นส่วนพลาสติกจำนวนมาก บางพื้นที่สัมผัสถึงความพรีเมียมไม่ชัดเจน
การตอบสนองกำลังในการเร่งแซงบนทางหลวงช้า หลัง 130 กม./ชม. การเร่งแซงอ่อนแรง สมรรถนะการเร่ง 10.4 วินาทีถือว่าเฉลี่ย
ฟังก์ชันช่วยด้านความปลอดภัยขาดความสมบูรณ์ เช่น เซ็นเซอร์ถอยหลังตอบสนองช้า กล้องถอยหลังความคมชัดต่ำ ไม่มีภาพพาโนรามา 360 องศา
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 18 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.4 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.5 / 5
แสดงรีวิว 18 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายม่วง
เจ้าของ Volkswagen e-Golf Standard 2023
ในฐานะเจ้าของ Volkswagen e-Golf Standard 2023 ที่ใช้รถในประเทศไทยมาเกือบครึ่งปี สิ่งที่ทำให้ฉันอุ่นใจที่สุดก็คือระบบความปลอดภัยของมัน! การจราจรในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องปกติที่แสนจะติดขัด บางครั้งรถข้างหน้าหยุดกะทันหันจนเราแทบจะไม่สามารถตอบสนองได้ทัน แต่ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติของมันได้ช่วยฉันหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุชนท้ายถึงสองครั้งแล้ว — ครั้งหนึ่งคือที่แยกใกล้สยามสแควร์ และอีกครั้งบนทางด่วนที่ฉันขับตามหลังรถคันหน้าใกล้เกินไป พอมีสัญญาณเตือน มันก็ลดความเร็วอัตโนมัติ ช่วยชีวิตฉันไว้จริงๆ! อีกทั้งถุงลมนิรภัยก็ครบครันทั้งด้านหน้า หลัง และม่านนิรภัยด้านบน พอพาลูกออกเดินทางและติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยเด็กด้วย ISO FIX ก็รู้สึกมั่นคงมาก ด้านความปลอดภัยฉันให้เต็มสิบ คะแนนเต็มยังไม่พอเลย! ส่วนภายในรถนั้น ออกแบบมาในสไตล์เรียบง่ายแบบเยอรมัน วัสดุที่สัมผัสได้เป็นวัสดุอ่อนทั้งหมด จอควบคุมตรงกลางขนาด 8 นิ้ว ใช้งานง่ายสะดวก แต่ออกแบบให้ถูกใจคนไทยที่ชอบดีไซน์ที่สะดุดตายังไม่ค่อยมี เช่น ไม่มีแถบสีที่โดดเด่นหรือปุ่มที่หรูหรามากนัก แต่มีเครื่องปรับอากาศด้านหลังและหลังคาซันรูฟ ซึ่งทำให้หน้าร้อนตอนใช้งานรู้สึกสบายอยู่ ให้คะแนน 4 จาก 5 ค่อนข้างเหมาะสม เพราะเน้นความใช้งานเป็นหลัก ข้อเสียเล็กน้อยนี้ไม่ได้กระทบต่อประสบการณ์โดยรวมเลย~
5 ดีเยี่ยม
ThaiAuto09
เจ้าของ Volkswagen e-Golf Standard 2023
ในฐานะเจ้าของ Volkswagen e-Golf Standard 2023 ที่ได้ขับขี่ในประเทศไทยมานานกว่าครึ่งปี ขอแชร์ประสบการณ์จริงๆ กันค่ะ! ก่อนอื่นต้องยกคะแนนเต็มให้กับดีไซน์ภายนอกเลย! รูปทรงคลาสสิกของ Golf พร้อมกับกระจังหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้โดดเด่นมากบนถนนกรุงเทพฯ — ทุกครั้งที่จอดในที่จอดรถที่สยามสแควร์ จะมีคนเดินเข้ามาถามว่านี่คือรุ่นใหม่หรือเปล่า ตัวถังรถสีขาวพร้อมล้อ 16 นิ้ว ดูสะอาดและเรียบหรูในแสงแดดของไทย ตรงกับความคาดหวังของฉันที่อยากได้รถสวยสำหรับการขับขี่ในเมืองอย่างแท้จริง ส่วนภายในขอให้ 4 คะแนนค่ะ งานประกอบโดยรวมแน่นหนามาก วัสดุนุ่มบริเวณแผงควบคุมสัมผัสได้นุ่มมือ หน้าจอตรงกลางขนาด 8 นิ้วก็ทำงานได้รวดเร็ว แต่ด้วยอากาศร้อนในไทย พอโดนแดดในช่วงหน้าร้อนแล้ว เบาะผ้าที่มีในรถจะรู้สึกว่าอึดอัดนิดหน่อย (ถ้าเลือกเบาะหนังได้คงจะดี); อย่างไรก็ตาม มีแอร์ด้านหลังเป็นมาตรฐาน พาเพื่อนไปเที่ยวพัทยา ทุกคนที่นั่งด้านหลังบอกว่าเย็นสบาย อันนี้ชอบมากเลยค่ะ ในด้านความปลอดภัยก็ให้ 4 คะแนนเหมือนกันค่ะ ระบบเบรกอัตโนมัติและการเตือนออกนอกเลนที่ติดตั้งมาในรถช่วยฉันมากในช่วงจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ — ครั้งหนึ่งที่รถคันหน้าหยุดกะทันหัน ระบบก็ช่วยฉันเบรกทันที ทำให้ไม่เกิดการชนกัน แต่เสียงเตือนตอนช่วยเปลี่ยนเลนเบาไปหน่อย เวลาอยู่บนทางด่วน (อย่างเช่นเส้นทางไปหัวหิน) ต้องตั้งใจฟังมากกว่าจะรู้ ถ้าปรับให้เสียงดังขึ้นได้น่าจะสมบูรณ์แบบเลยค่ะ โดยรวมแล้ว ในฐานะรถยนต์สำหรับการขับขี่ในเมือง e-Golf ใช้งานในประเทศไทยได้ดีมากค่ะ!
5 ดีเยี่ยม
TunerPro
เจ้าของ Volkswagen e-Golf Standard 2023
ในฐานะเจ้าของ Volkswagen e-Golf Standard 2023 ที่ใช้รถในประเทศไทยมานานกว่าครึ่งปี สิ่งที่อยากชมมากที่สุดก็คือรูปลักษณ์ภายนอกของมัน! โครงร่างแบบคลาสสิกของ Golf รวมกับเส้นโค้งเฉพาะของรถไฟฟ้า ในขณะที่รถติดในกรุงเทพฯ มักจะดึงดูดสายตาของคนขับรถข้างๆ เสมอ โดยเฉพาะโลโก้ VW ที่เรืองแสงด้านหน้า ในยามค่ำคืนที่ขับบนถนนสุขุมวิทนั้นโดดเด่นเป็นพิเศษ เพื่อนๆ ของฉันบอกว่ามันดูประณีตกว่ารุ่นน้ำมันมาก ให้คะแนน 5 เต็มแบบไม่ลังเลเลย! ในด้านความปลอดภัยก็ไว้วางใจได้เลย ฤดูฝนที่ประเทศไทยถนนลื่น ครั้งหนึ่งฉันเจอรถคันข้างหน้าหยุดกระทันหัน ระบบเบรกอัตโนมัติก็ช่วยชะลอรถและหยุดรถโดยไม่ชนท้าย พอต้องขับขึ้นเขาก็มีระบบเตือนออกนอกเลนที่ไวมาก ซึ่งจะสั่นพวงมาลัยเบาๆ เพื่อเตือน แต่อยู่ครั้งหนึ่งตอนถอยหลัง เซ็นเซอร์ตอบสนองช้ากว่าที่คาดไว้ครึ่งวินาที เกือบชนมอเตอร์ไซค์ข้างทางเลย ฉันเลยหักคะแนนไป หนึ่งคะแนน แต่โดยรวมก็ยังพอใจอยู่ จึงให้ 4 คะแนนว่าเหมาะสม~
4 ดีเยี่ยม
สายอินเตอร์
เจ้าของ Volkswagen e-Golf Standard 2023
ในฐานะเจ้าของรถ e-Golf Standard 2023 ที่ขับในกรุงเทพฯ มาเป็นเวลาครึ่งปี ขอพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกก่อน — แม้รถคันนี้จะไม่ได้ดูโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น แต่ดีไซน์เรียบง่ายสไตล์เยอรมันกลับดูดีในประเทศไทยที่เต็มไปด้วยรถแต่งอันฉูดฉาด ตัวถังรถมีเส้นสายที่เฉียบคม การจับคู่ระหว่างไฟหน้าและโลโก้ Volkswagen ทำออกมาได้ประณีต ทุกครั้งที่จอดในลานจอดรถที่สยามสแควร์ มักจะมีคนหันมามองเสมอ ซึ่งตรงจุดนี้รู้สึกพอใจมาก ในส่วนของการตกแต่งภายใน การประกอบโดยรวมดูแน่นหนา แผงคอนโซลกลางถูกจัดวางให้ชัดเจน หน้าจอกลางขนาด 8 นิ้วใช้งานง่าย ขณะรถติดปรับนำทางหรือเชื่อมต่อ CarPlay ได้สะดวก อย่างไรก็ตาม ส่วนที่เป็นพลาสติกยังมีมาก โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าเบาะผู้โดยสาร ที่ให้สัมผัสไม่ค่อยดี ถ้าหากเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่นุ่มขึ้นก็คงจะดีกว่านี้ ท่อแอร์หลังที่ติดมาเป็นมาตรฐานช่วยได้มาก โดยเฉพาะในหน้าร้อนของไทย ตอนพาเพื่อนไปพัทยา คนที่นั่งเบาะหลังก็จะไม่บ่นว่าร้อน โดยรวมแล้ว เรื่องรูปลักษณ์และการตกแต่งภายในถือว่า “เพียงพอและสะดวกสบาย” ไม่มีปัญหาใหญ่ สำหรับรายละเอียดเล็ก ๆ ถ้ามีการปรับปรุงอีกหน่อยก็จะสมบูรณ์แบบ
5 ดีเยี่ยม
CarCollector
เจ้าของ Volkswagen e-Golf Standard 2023
ในฐานะเจ้าของ Volkswagen e-Golf Standard 2023 ที่ขับรถในประเทศไทยมานานกว่า 6 เดือน รู้สึกประทับใจจริงๆ! ขอเริ่มจากสมรรถนะก่อน ให้คะแนนเต็ม 5 คะแนนแน่นอน — รถติดในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องปกติ แต่รถไฟฟ้าคันนี้แรงบิดมาเร็วมาก แค่แตะคันเร่งเบาๆ ก็พุ่งไปได้เร็วทันใจ จะซอกแซกตามตรอกซอยหรือเร่งเครื่องเพื่อไฟเขียวก็คล่องตัวสุดๆ เดือนที่แล้วพาครอบครัวไปหัวหิน ขับทางหลวงได้ถึง 140 กม./ชม. ก็ยังนิ่ง ไม่สั่น ไม่น่ากลัว ตอนเร่งแซงเครื่องตอบสนองได้ไวมาก ให้ความรู้สึกที่สบายกว่ารถใช้น้ำมันที่เคยขับเยอะเลย! ให้คะแนนความปลอดภัย 4 คะแนน จริงๆ แล้วเทคโนโลยีความปลอดภัยมีครบเลยนะ — ทั้งระบบเตือนออกนอกเลน ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติช่วยได้มากในช่วงเวลาเร่งด่วนในกรุงเทพฯ มีครั้งหนึ่งรถคันหน้าเบรกกะทันหัน ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติทำงาน ช่วยให้รถหยุดได้ทัน น่าตกใจแต่ก็อุ่นใจมากๆ แต่หักคะแนนตรงกล้องมองหลังที่ความละเอียดภาพยังค่อนข้างน้อย มองไม่ค่อยชัดในช่วงเวลากลางคืนหรือฝนตก ถ้าอัพเกรดเป็นความชัดสูงได้จะเพอร์เฟ็กต์ที่สุดเลย รูปลักษณ์ภายนอกต้องบอกว่าดีเยี่ยม ให้ 5 คะแนนแบบไม่มีข้อกังขา! รูปทรงคลาสสิกของ Golf ผสมผสานกับกระจังหน้าปิดที่เป็นเอกลักษณ์ของรถไฟฟ้า ดูเรียบหรูและมีระดับ ตัวรถสีขาวในแสงแดดจ้าของประเทศไทยดูสะอาดตามาก ขับไปจอดตามห้างทีไร มีคนเดินเข้ามาถามทุกทีว่ารถรุ่นอะไร มีคนมองตามเพียบ เพื่อนๆ ยังบอกว่าสวยกว่ารถไฟฟ้าญี่ปุ่นในช่วงราคาเดียวกันเยอะเลย! โดยรวมแล้ว การขับ e-Golf ในประเทศไทยเหมาะมาก สมรรถนะรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ความปลอดภัยครบครัน แถมรูปลักษณ์ยังโดดเด่น แนะนำเลยสำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหารถไฟฟ้าเปลี่ยนคันใหม่!
1
2
3
4
มอเตอร์และแบตเตอรี่
กำลังมอเตอร์(PS)
136
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
290
ระยะเวลาชาร์จไฟโหมดเร็ว
5
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
10.4
อัตราสิ้นเปลือง
5.49
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
DCT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ขนาดยางหน้า
205/55 R16
ขนาดยางหลัง
205/55 R16
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
C-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4270
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1799
ความสูง(มิลลิเมตร)
1482
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2631
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
341
รูป Volkswagen e-Golf
Volkswagen e-Golf
รูป GAC Aion Y Plus
GAC Aion Y Plus
Volkswagen e-Golf
vs
GAC Aion Y Plus
รูป Volkswagen e-Golf
Volkswagen e-Golf
รูป Nissan Leaf
Nissan Leaf
Volkswagen e-Golf
vs
Nissan Leaf
รูป Volkswagen e-Golf
Volkswagen e-Golf
รูป Hyundai Ioniq
Hyundai Ioniq
Volkswagen e-Golf
vs
Hyundai Ioniq
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

มีรถเปิดประทุน (Convertible) ของ Volkswagen รุ่นปี 2025 หรือไม่?

Golf GTI หรือ R อะไรดีกว่ากัน?

รุ่นใดที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดสำหรับ Volkswagen Golf?