รูป Volkswagen

รีวิว Volkswagen Transporter Shuttle 2023

Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023 เป็น MPV ที่เหมาะสำหรับการเดินทางธุรกิจ/ครอบครัวสำหรับ 9 คน มาพร้อมระยะฐานล้อยาวเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งาน อีกทั้งยังมีระบบความปลอดภัยครบครันในทุกรุ่น ทั้งใช้งานได้สะดวกและมีความปลอดภัย
รูป Volkswagen Transporter Shuttle
THB 3,978,900-4,218,900
Volkswagen Transporter Shuttle 2023
เซกเมนท์
E-Segment
ตัวถัง
MPV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ด้วยความต้องการในการเดินทางเพื่อธุรกิจและการใช้งานสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น ตลาด MPV แบบ 9 ที่นั่งเริ่มมีการแข่งขันที่เน้นไปที่การผสมผสานระหว่างความสะดวกสบายของพื้นที่ใช้สอยและระบบความปลอดภัย Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023 เป็นอีกตัวเลือกใหม่ในตลาดนี้ ซึ่งจุดเด่นหลักอยู่ที่การมีฐานล้อที่ยาวขึ้นทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าเดิม และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีมาครบครันในทุกระดับราคาที่หายาก การทดสอบขับในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบว่าพื้นที่นั้นสามารถรองรับการโดยสารได้อย่างสะดวกสบายถึง 9 คนหรือไม่ รวมถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันและความประหยัดของเครื่องยนต์ดีเซลเกียร์ธรรมดา

จากภายนอก Transporter Shuttle SE ยังคงรักษาดีไซน์เหลี่ยมของรถเชิงพาณิชย์ในตระกูล Volkswagen ไว้อย่างชัดเจน โดยไม่มีการใส่เส้นสายที่หวือหวาเกินไป ด้านหน้ารถ มีแถบโครเมียมแนวนอนเชื่อมกับไฟหน้ารูปทรงเหลี่ยมทั้งสองด้าน ตรงกลางเป็นโลโก้วงกลม VW ที่มีเอกลักษณ์ ตัวถังด้านข้างมีแนวเส้นที่เรียบตั้งแต่ซุ้มล้อหน้าไปจนถึงด้านหลัง โดยล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้วแบบหลายก้านช่วยเสริมให้มีสัดส่วนที่สมดุล ด้านท้ายรถออกแบบให้เรียบง่าย โดยมีไฟท้ายที่เรียงตัวในแนวตั้งเชื่อมกับเส้นสายด้านข้างได้อย่างลงตัว ส่วนกันชนหลังมีพื้นที่เว้นไว้สำหรับติดตั้งป้ายทะเบียน สไตล์โดยรวมเน้นไปที่ความใช้งาน ระบบไฟของรถ ไฟหน้าอัตโนมัติและไฟส่องกลางวันเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และในการใช้งานจริง ไฟหน้าอัตโนมัติมีความไวต่อแสงพอเหมาะ สามารถปรับเปลี่ยนได้อัตโนมัติตามสภาพแสงของสภาพแวดล้อม เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

เมื่อเข้ามาภายใน ตัวตกแต่งภายในใช้วัสดุพลาสติกสีเข้มเป็นหลัก วัสดุเน้นการใช้งาน แม้ว่าบริเวณที่สัมผัสได้จะไม่มีการหุ้มด้วยวัสดุนุ่ม แต่การเชื่อมต่อระหว่างชิ้นงานทำอย่างเรียบร้อย แผงคอนโซลหน้ามีการจัดวางที่เรียบง่าย หน้าจอสัมผัสขนาด 6.5 นิ้วอยู่ตรงกลาง ด้านล่างเป็นชุดปุ่มกดและปุ่มหมุนสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศ การใช้งานง่ายและสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องละสายตามอง เก้าอี้ภายในรถหุ้มด้วยผ้า มีการรองรับที่พอดี เบาะนั่งด้านหน้าสามารถปรับระดับด้วยมือ ช่วยให้หาตำแหน่งที่นั่งที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว ด้านการติดตั้งอุปกรณ์ ระบบความปลอดภัย เช่น การเตือนเปลี่ยนเลน การเตือนออกนอกเลน และระบบเบรกอัตโนมัติ เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น ประสบการณ์จริงพบว่า ฟังก์ชันช่วยเตือนเปลี่ยนเลน จะมีไฟเตือนที่ติดอยู่ที่กระจกมองข้างภายนอก มีความสว่างเหมาะสมและสามารถเตือนถึงรถที่มาด้านข้างและด้านหลังได้ทันเวลา ส่วนฟังก์ชันการเตือนออกนอกเลนจะช่วยเตือนเมื่อรถวิ่งทับเส้น โดยจะมีการสั่นภายในพวงมาลัย ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ระยะทางไกลได้อย่างดี

พื้นที่ถือเป็นจุดเด่นหลักอย่างหนึ่งของ Transporter Shuttle SE ด้านขนาดตัวถัง รุ่น SE มีความยาว 5,304 มม. และฐานล้อที่ 3,400 มม. ซึ่งยาวกว่ารุ่นเริ่มต้น S ที่มีฐานล้อ 3,000 มม. อย่างชัดเจน ประสบการณ์การนั่งจริงพบว่า พื้นที่ศีรษะแถวที่นั่งคนขับอยู่ที่ประมาณ 1 กำปั้น กับ 2 นิ้ว ที่นั่งสามแถวด้านหลังจัดวางในรูปแบบ 2+2+3 โดยที่นั่งเดี่ยวสองตัวแถวที่สอง มีพื้นที่ระหว่างขาที่สามารถใส่มือกำปั้น 2 กำปั้นได้ ส่วนพื้นที่วางขาของแถวที่สามสามารถใส่มือกำปั้นได้ประมาณ 1 กำปั้นเช่นกัน ซึ่งแม้ว่าจะนั่งครบ 9 คน ก็ไม่รู้สึกอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด ด้านความจุเก็บสัมภาระ ที่เก็บของบริเวณแผงประตูแถวหน้า สามารถใส่ขวดน้ำขนาด 500 มล. ได้ 2 ขวด ขณะที่ช่องเก็บของขนาดเล็กใต้คอนโซลหน้า สามารถเก็บโทรศัพท์มือถือหรือกระเป๋าสตางค์ได้ พื้นที่เก็บของท้ายรถด้านหลังแถวที่สาม ในกรณีที่นั่งเต็มทั้ง 9 คน สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 2 ใบ หากพับเบาะแถวที่สามลง พื้นที่สามารถขยายเพิ่มขึ้นจนจุสัมภาระขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์สำหรับตั้งแคมป์ได้ สำหรับระบบปรับอากาศของแถวหลัง มีช่องลมอยู่บริเวณเพดาน และสามารถปรับความแรงลมได้เอง ทำให้ผู้โดยสารแถวหลังรู้สึกเย็นสบายรวดเร็ว และเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางที่มีผู้โดยสารหลายคน

ด้านสมรรถนะ Volkswagen Transporter Shuttle SE มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.0L แม้จะไม่มีการระบุค่าสูงสุดของกำลังและแรงบิดไว้อย่างชัดเจน แต่ในขณะขับขี่จริง การตอบสนองของแรงบิดต่ำในช่วงเริ่มต้นนั้นดีเยี่ยม เพียงรอบเครื่องยนต์ประมาณ 1500 รอบ ก็สามารถสัมผัสได้ถึงพละกำลัง ตอบสนองได้ดีในทางเมืองที่มีการจราจรติดขัด ระบบเกียร์ธรรมดามีตำแหน่งเกียร์ที่ชัดเจน ช่วงเปลี่ยนเกียร์อยู่ในระดับพอดี เมื่อรวมกับคุณสมบัติของเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว ระหว่างการขับขี่ในชีวิตประจำวัน เพียงเข้าเกียร์ 3 การส่งกำลังก็จะราบรื่น ในเวลาแซงเพียงเหยียบคันเร่งให้ลึกและรอบเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นมากกว่า 2500 รอบ ก็จะได้รับแรงเร่งที่เพียงพอ โหมดการขับขี่มีเพียงโหมดมาตรฐาน ไม่มีตัวเลือกมากมาย แต่นั้นเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่หลากหลาย

ในด้านการควบคุมและประสิทธิภาพของช่วงล่าง พวงมาลัยมีน้ำหนักค่อนข้างหนักและชี้ทิศทางได้แม่นยำ ไม่มีช่องว่างที่ชัดเจน ผู้ขับขี่สามารถรับรู้ถึงเส้นทางการเคลื่อนที่ของล้อได้อย่างชัดเจน ระบบช่วงล่างใช้การผสมผสานระหว่างแมคเฟอร์สันสตรัทอิสระด้านหน้า และแหนบแผ่นเหล็กที่ไม่เป็นอิสระด้านหลัง ปรับแต่งไปในทางที่เหมาะกับการรองรับแรงสะเทือน เมื่อต้องเผชิญกับถนนขรุขระ แรงสั่นสะเทือนบริเวณเบาะหลังอาจจะรู้สึกหนักสักหน่อย แต่เสถียรภาพของตัวรถโดยรวมยังคงดี ไม่มีความรู้สึกหลวมแต่อย่างใด ในการเข้าโค้ง รถมีการเอียงตัวในช่วงที่สมเหตุสมผล เมื่อขับผ่านโค้งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ผู้โดยสารจะไม่รู้สึกถึงการโยกตัวที่เด่นชัด

ในด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน การทดสอบครั้งนี้ดำเนินการในบริเวณที่มีการจราจรติดขัดในเมืองและถนนที่รวดเร็วในชานเมืองสลับกัน โดยทั่วไปแล้ว เครื่องยนต์ดีเซลมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 8.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งมีความได้เปรียบอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรถรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินในระดับเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เดินทางระยะไกลบ่อยครั้งหรือผู้ที่เดินทางพร้อมผู้โดยสารจำนวนมาก ด้านประสิทธิภาพการเบรก เมื่อกดแป้นเหยียบเบรก แรงเบรกจะตอบสนองอย่างมีเส้นตรง ไม่รู้สึกสะดุด โดยระยะที่ต้องใช้ในการหยุดรถจากความเร็ว 100 กม./ชม. ประมาณ 42 เมตร ซึ่งอยู่ในระดับเฉลี่ยของรถในระดับเดียวกัน ในส่วนของการควบคุมเสียงรบกวน แม้ในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง เสียงลมและเสียงจากยางรถยนต์จะชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อความเร็วเกินกว่า 100 กม./ชม. ผู้โดยสารด้านหลังอาจต้องพูดเสียงดังขึ้นเพื่อให้สื่อสารกันได้ปกติ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในรถพาณิชย์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล

โดยสรุปแล้ว จุดเด่นหลักของ Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023 คือพื้นที่นั่งโดยสารที่กว้างขวางสำหรับ 9 คน ที่มากับระยะฐานล้อ 3400 มม. รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยอย่างครบครันในทุกรุ่น ซึ่งจุดสองข้อนี้ทำให้มีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับรถ MPV 9 ที่นั่งในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเริ่มต้น S รุ่น SE ที่มีระยะฐานล้อที่ยาวกว่าสร้างความได้เปรียบด้านพื้นที่ เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการการเดินทางแบบเต็มที่หลายคนบ่อยครั้ง และเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota GranAce แม้ในเรื่องความหรูหราจะดูด้อยกว่าอยู่บ้าง แต่การติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ครบครัน และราคาที่มีความคุ้มค่ามากกว่าก็เป็นจุดขายสำคัญ

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีความต้องการเดินทางพร้อมกันหลายคน หรือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการยานพาหนะที่สามารถใช้ในการบริการลูกค้าและขนส่งของในชีวิตประจำวัน พลังการขับเคลื่อนดีเซลมีความเหมาะสมในแง่ของการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้งาน แม้ว่าการขับขี่ด้วยระบบเกียร์ธรรมดาอาจไม่สะดวกเท่าระบบเกียร์อัตโนมัติ แต่สำหรับผู้ที่มีความคุ้นเคยกับเกียร์ธรรมดาแล้ว การควบคุมการใช้เชื้อเพลิงและพละกำลังก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยรวมแล้ว Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023 เป็นรุ่น MPV 9 ที่นั่งที่เน้นความคุ้มค่าในด้านความใช้งาน พื้นที่ภายในที่กว้างขวางและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ครบครันนั้นถือเป็นจุดแข็งหลัก ประสิทธิภาพด้านการประหยัดเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซลก็เหมาะสมกับผู้ใช้งานที่มองหารถพาณิชย์ที่ไว้ใจได้ในการเดินทางพร้อมผู้โดยสารหลายคน และหากคุณกำลังต้องการรถที่สามารถตอบโจทย์สถานการณ์การใช้งานในรูปแบบการเดินทางแบบกลุ่ม และไม่ได้กังวลกับการควบคุมระบบเกียร์ธรรมดา Volkswagen Transporter Shuttle SE คือตัวเลือกที่ควรพิจารณา

ข้อดี
เครื่องยนต์ดีเซล 2.0T มีกำลังแรงเพียงพอ แม้บรรทุกผู้โดยสาร 9 คนและสัมภาระเต็มพิกัด ก็ยังสามารถขึ้นเนินและแซงได้อย่างราบรื่นและทรงพลัง
ระยะห่างจากพื้นสูง ทำให้สามารถผ่านเส้นทางน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนของไทยได้ดี ไม่มีปัญหาจมน้ำแต่อย่างใด
ระบบความปลอดภัยใช้งานได้จริง ระบบเบรกอัตโนมัติและการเตือนเมื่อออกนอกเลนช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้หลายครั้ง และมีถุงลมนิรภัยครบถ้วน
ข้อเสีย
ไฟหน้าอัตโนมัติทำงานช้า เมื่อเข้าสู่ถนนที่ไม่มีไฟถนนต้องรอสองวินาทีจึงจะเปิด ส่งผลกระทบต่อการขับขี่ยามค่ำคืน
ขาดภาพมุมมองรอบคัน 360 องศา เมื่อรถมีความยาวมากทำให้การถอยกลับและกลับรถในซอยแคบไม่สะดวก
วัสดุภายในค่อนข้างแข็ง แผงหน้าคอนโซลมีความเป็นพลาสติกสูง ขาดการหุ้มด้วยวัสดุเนื้อนุ่ม
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 8 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.6 / 5
ความปลอดภัย
4.3 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.3 / 5
แสดงรีวิว 8 รายการ
5 ดีเยี่ยม
ClassicCarGuy
เจ้าของ Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023
ในฐานะเจ้าของ Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023 ที่ขับในประเทศไทยมากว่าครึ่งปี รู้สึกว่าประสิทธิภาพของรถคันนี้ตรงใจสุด ๆ! บ้านของฉันอยู่ชานเมืองกรุงเทพฯ มักจะพาครอบครัวไปเที่ยวทะเลหัวหินหรือเชียงใหม่ บางครั้งยังต้องขนของอุปกรณ์แคมป์ปิ้งอีกด้วย — เครื่องยนต์ดีเซล 2.0T มีกำลังแรงมาก แม้จะบรรทุกคนเต็ม 9 คน รวมถึงสัมภาระในท้ายรถที่กองจนเต็ม วิ่งบนทางด่วนจะแซงรถหรือขึ้นทางลาดชันอย่างที่กาญจนบุรีก็ทำได้สบายมาก การเปลี่ยนเกียร์ก็ราบรื่น ช่วงหน้าฝนของประเทศไทยที่มักเจอถนนน้ำท่วม ระยะใต้ท้องรถที่สูงทำให้ไม่เคยเจอปัญหาน้ำท่วมเลย ซึ่งดีกว่ารถเก๋งที่เคยขับก่อนหน้ามาก แต่ในเรื่องความปลอดภัย ฉันให้ 4 คะแนน ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่รู้สึกว่ายังมีจุดเล็ก ๆ ที่สามารถปรับปรุงได้ ระบบเบรกอัตโนมัติและการเตือนเมื่อเปลี่ยนเลนที่มาพร้อมกับตัวรถนั้นมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะในช่วงรถติดในกรุงเทพฯ เคยครั้งหนึ่งที่รถคันหน้าหยุดกะทันหัน ระบบก็ช่วยเบรกให้ทันที เกือบจะชนแล้วทีเดียว ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารด้านหลังและม่านถุงลมช่วยให้ฉันมั่นใจขึ้นเมื่อพาผู้สูงอายุและเด็กนั่งรถ แต่มีปัญหาหนึ่ง — เวลาขับบนถนนในชนบทของไทยตอนกลางคืนที่ไม่มีไฟถนน ไฟหน้าที่เปิดอัตโนมัติจะตอบสนองช้าหน่อย บางครั้งเข้าไปในซอยมืดแล้วต้องรอสักสองวินาทีกว่าไฟจะสว่างขึ้น ถ้าแก้ตรงจุดนี้ได้ก็จะสมบูรณ์แบบมาก โดยรวมแล้วประสิทธิภาพให้เต็มสิบ ความปลอดภัยก็ถือว่าน่าเชื่อถือ ใช้ได้ทั้งเป็นรถครอบครัวและรถสำหรับงาน!
4 ดีเยี่ยม
สายแมนิโฟลด์
เจ้าของ Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023
ในฐานะเจ้าของ Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023 ที่ขับในประเทศไทยมาเป็นเวลา 3 เดือนโดยรวมถือว่าประสบการณ์ดีเลยทีเดียว เริ่มจากภายในกันก่อน แม้ว่าจะไม่ใช่รุ่นหรูหรา แต่การประกอบค่อนข้างใส่ใจ รายละเอียด คอนโซลกลางจัดเรียงได้อย่างชัดเจน ปุ่มที่ใช้บ่อยอยู่ใกล้มือ การออกแบบ 9 ที่นั่งเหมาะสำหรับการเดินทางกับครอบครัวหรือเพื่อน พื้นที่นั่งด้านหลังค่อนข้างกว้าง นั่งนานๆ ก็ไม่รู้สึกอึดอัด แต่ต้องบอกว่าวัสดุภายในค่อนข้างแข็ง ถ้าหุ้มวัสดุที่นุ่มขึ้นจะดีมาก สำหรับรูปลักษณ์ภายนอก เป็นการออกแบบแบบคลาสสิกของ Volkswagen เส้นสายเรียบง่าย ดูสุภาพและไม่หวือหวา ถึงแม้จะไม่สะดุดตา แต่ดูได้นานและไม่น่าเบื่อ ขนาดตัวรถพอเหมาะสมกับถนนในประเทศไทย การจอดรถและขับในซอยเล็กๆ ของกรุงเทพฯ ทำได้สะดวก อย่างไรก็ตามสีของรถบางเล็กน้อย กระทบโดนอะไรนิดหน่อยก็มีรอยให้เห็น ดังนั้นต้องระมัดระวังในจุดนี้ ในเรื่องของสมรรถนะ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0T มีกำลังเพียงพอ การเร่งแซงบนทางหลวงในประเทศไทยทำได้ง่ายมาก เกียร์เปลี่ยนได้เรียบเนียน แต่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น การออกตัวอาจจะดูอืดนิดหน่อย ในเรื่องของการใช้น้ำมันถือว่าดี โดยเฉลี่ยประมาณ 10 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งสำหรับรถใหญ่แบบนี้ถือว่าประหยัด โดยรวมแล้ว รถคันนี้เหมาะสำหรับการใช้งานแบบครอบครัวหรือธุรกิจ คุ้มราคา
5 ดีเยี่ยม
สายน้ำมัน
เจ้าของ Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023
ในฐานะเจ้าของรถที่ทำธุรกิจขนาดเล็กในกรุงเทพฯ ภายในของ Transporter Shuttle SE 2023 คันนี้เกินความคาดหมายของฉันจริงๆ! ปกติฉันมักจะต้องบรรทุกคนงานไปไซต์ก่อสร้างหรือขนสินค้าบ้างเป็นครั้งคราว พื้นที่ที่มีที่นั่ง 9 ที่นั่งถือว่าเพียงพอมาก การออกแบบคอนโซลกลางใช้งานได้สะดวก หน้าจอขนาด 6.5 นิ้วใช้งานง่าย แม้ว่าฉันจะเป็นคนที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีก็สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว วัสดุของเบาะนั่งสัมผัสสบาย ขับรถเป็นเวลานานก็ไม่รู้สึกเหนื่อย การออกแบบช่องลมแอร์ด้านหลังทำได้อย่างเหมาะสม ในสภาพอากาศที่ร้อนของไทย คนที่นั่งข้างหลังจะเย็นสบายได้อย่างรวดเร็ว พูดถึงเรื่องความปลอดภัย ฉันคิดว่าฟังก์ชันนี้มันครบครันดี ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบเตือนการออกนอกเลน ทุกอย่างมีครบ ครั้งก่อนที่เกือบชนคันหน้าบนทางด่วน ระบบเบรกอัตโนมัติได้ทำงานทันที ช่วยให้ฉันหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ แต่ฉันคิดว่าถ้าสามารถเพิ่มกล้องมองภาพรอบทิศ 360 องศาได้ จะดีมากเลย เพราะบางครั้งในซอยเล็กๆ ในกรุงเทพฯ เวลาถอยรถยังไม่สะดวกนัก โดยรวมแล้วฉันคิดว่าประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของรถคันนี้อยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน
4 ดีเยี่ยม
สายดิฟ
เจ้าของ Volkswagen Transporter Shuttle S 2023
ในฐานะเจ้าของ Volkswagen Transporter Shuttle S 2023 ขับมาเกือบครึ่งปีแล้ว โดยรวมพอใจมากเลย! มาเริ่มพูดถึงรูปลักษณ์ก่อน ให้ 4 คะแนนไม่ผิดหวังเลย — ดีไซน์ทรงกล่องแบบรถยุโรป ในบรรดา MPV สายญี่ปุ่นที่เต็มถนนในไทย กลับกลายเป็นว่ามีเอกลักษณ์มากกว่า โลโก้ VW ที่หน้ารถและเส้นสายที่ดูเรียบง่าย ให้ความรู้สึกมั่นคง ส่วนลวดลายด้านข้างรถถึงแม้จะดูธรรมดา แต่เมื่อล้อลาย 17 นิ้วประกอบเข้ามา ขับบนทางยกระดับของกรุงเทพฯ ก็ยังดึงดูดสายตาได้ดี แต่ถ้ามีออปชั่นเพิ่มเลือกสีที่ดูสดใสมากกว่านี้ก็คงจะดี สีเงินที่มาจากโรงงานดูธรรมดาไปหน่อยเลยหักคะแนนในเรื่องรายละเอียดเล็กน้อย มาพูดถึงสมรรถนะกันต่อ ได้ 4 คะแนนเช่นกัน เครื่องยนต์ดีเซล 2.0T ในสภาพถนนของไทยถือว่าทำผลงานได้ดีมาก โดยเฉพาะเมื่อบรรทุก 9 คนเต็มวิ่งในทางหลวงหรือขึ้นเนิน การส่งกำลังยังคงราบรื่น ไม่มีความรู้สึกว่า "อืด" เกียร์ธรรมดาแม้ว่าจะต้องปรับตัวนิดหน่อย แต่ความรู้สึกตอนเปลี่ยนเกียร์ชัดเจนมาก แม้เจอกับการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ ก็ยังควบคุมรอบเครื่องได้ดี อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10-12 ลิตร/100 กม. สำหรับรถขนาดใหญ่นี้ถือว่าไม่เลวเลย แต่เสียงดังจากเครื่องยนต์ดีเซลในขณะขับที่ความเร็วต่ำจะชัดเจนมากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ขับในตัวเมืองนานๆ อาจมีความรู้สึกหนวกหูนิดหน่อย ซึ่งเป็นข้อเสียเล็กๆ อย่างเดียว โดยรวมแล้ว รถคันนี้ตอบโจทย์การใช้งานและประสบการณ์ขับขี่ในไทยได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะใช้ในครอบครัวหรือการพาณิชย์ก็เหมาะสมมาก แนะนำสำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการพื้นที่ภายในรถที่กว้างขวาง!
4 ดีเยี่ยม
สายคอมมอนเรล
เจ้าของ Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023
ในฐานะเจ้าของ Volkswagen Transporter Shuttle SE 2023 ที่ขับรถในประเทศไทยมากว่าครึ่งปี ขอแบ่งปันประสบการณ์จริง! ด้านรูปลักษณ์ให้ 4 คะแนน — ตัวรถดีไซน์แบบกล่องสไตล์เยอรมัน แม้จะไม่มีการออกแบบที่หวือหวาเหมือน SUV แต่ก็สะดุดตาในเวลารถติดที่กรุงเทพ สีเงินเทาไม่เลอะง่ายภายใต้แดดร้อนของไทย ถ้าตรา Volkswagen ด้านหน้ารถใหญ่ขึ้นอีกนิดจะเพิ่มความโดดเด่นได้มากขึ้นโดยรวมแล้วถือว่าเรียบง่ายแต่ใช้งานได้ดี ไม่ได้ว้าวมากแต่เน้นความคุ้มค่า ด้านความปลอดภัยให้ 4 คะแนน — ในช่วงหน้าฝนของไทยถนนลื่น หรือบนทางด่วนที่มักมีรถเปลี่ยนเลนกระทันหัน ระบบเบรกอัตโนมัติและระบบเตือนออกนอกเลนที่ติดตั้งมาในรถช่วยเราไว้สองครั้ง! ครั้งหนึ่งบนทางด่วนที่ชลบุรี รถคันหน้าหยุดกระทันหันแล้วรถเราก็ "ปี๊บๆ" พร้อมเบรกเอง ยังกับหลุดวิกฤตมาได้หวุดหวิด ถ้าหากเพิ่มกล้อง 360 องศาเข้าไปด้วยคงดีกว่านี้ เพราะด้วยความยาวรถกว่า 5 เมตร เวลาเลี้ยวในตรอกแคบๆ ที่เชียงใหม่ต้องระวังเป็นพิเศษ ด้านภายในขอให้ 5 คะแนน! เป็นจุดที่พอใจที่สุด — การจัดที่นั่งแบบ 9 ที่นั่ง โดยเฉพาะเบาะนั่งอิสระในแถวที่สองที่นั่งสบายเหมือนโซฟาที่บ้านเลย ช่วงสุดสัปดาห์ที่พาครอบครัวพ่อแม่และลูกสามคนไปหัวหิน นั่งรถสองชั่วโมงไม่มีใครบ่น เห็นได้ชัดว่าระบบเครื่องปรับอากาศด้านหลังเยี่ยมมาก เพราะในวันที่อุณหภูมิ 38 องศาในไทย แถวสามยังรู้สึกเย็นสบาย หน้าจอกลางคอนโซลใช้ง่ายมาก แม้แต่คุณพ่อที่ไม่ถนัดใช้สมาร์ทโฟนยังเรียนรู้การเปลี่ยนเพลงได้ไว ความพิเศษที่ชอบที่สุดคือพื้นที่เก็บของ ประตูรถสามารถเก็บขวดน้ำขนาดใหญ่ได้ และลิ้นชักใต้แผงคอนโซลก็สามารถเก็บขนมได้ เรียกได้ว่าเข้าใจกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัวมากๆ โดยรวมแล้วรถคันนี้เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีลูก ใช้ในชีวิตประจำวันหรือตอนเดินทางไกล ภายในรถได้คะแนนเต็ม ด้านรูปลักษณ์และความปลอดภัยก็โอเค แนะนำสำหรับครอบครัวที่ต้องการรถพื้นที่กว้างขวางจริงๆ!
1
2
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1996
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ขนาดยางหน้า
215/60 R17
ขนาดยางหลัง
215/60 R17
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
E-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4904,5304
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1627
ความสูง(มิลลิเมตร)
1990
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
3000,3400
รูป Volkswagen Transporter Shuttle
Volkswagen Transporter Shuttle
รูป Hyundai H-1
Hyundai H-1
Volkswagen Transporter Shuttle
vs
Hyundai H-1
รูป Volkswagen Transporter Shuttle
Volkswagen Transporter Shuttle
รูป Kia Carnival
Kia Carnival
Volkswagen Transporter Shuttle
vs
Kia Carnival
รูป Volkswagen Transporter Shuttle
Volkswagen Transporter Shuttle
รูป Toyota Majesty
Toyota Majesty
Volkswagen Transporter Shuttle
vs
Toyota Majesty
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

มีรถเปิดประทุน (Convertible) ของ Volkswagen รุ่นปี 2025 หรือไม่?

Golf GTI หรือ R อะไรดีกว่ากัน?

รุ่นใดที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดสำหรับ Volkswagen Golf?