Q

ความแตกต่างระหว่าง Forester รุ่นปี 2020 และรุ่นปี 2021 คืออะไร?

รุ่นปี 2020 กับ 2021 ของ Subaru Forester ต่างกันที่อัพเกรดระบบและปรับรายละเอียดเล็กน้อย โดยรุ่น 2021 จะเน้นเรื่องความปลอดภัยและเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น บางรุ่นเพิ่มระบบ Driver Monitoring ที่ใช้การจดจำใบหน้าเพื่อตรวจสอบเมื่อคนขับเหนื่อยล้า แถมยังอัพเกรดระบบช่วยขับขี่ EyeSight ให้ตอบสนองได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะบนถนนสภาพซับซ้อนของไทย ส่วนภายในห้องโดยสาร จอภาพ MID CONTROL รุ่น 2021 อาจมีขนาดใหญ่ขึ้นและรองรับฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือที่หลากหลายมากขึ้น,สำหรับผู้ใช้งานที่ใช้ระบบนำทางและความบันเทิงเป็นประจำ ระบบส่งกำลังยังคงเหมือนเดิมโดยยังคงวางเครื่องยนต์ตรงข้ามแนวนอน 2.0 ลิตร และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Symmetrical AWD ฟูลไทม์ แต่รุ่น 2021 อาจปรับจูนให้เข้ากับความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ เวลาซื้อมือสองต้องระวังเรื่องราคาค้างสต็อก เพราะรุ่นที่มีระบบความปลอดภัยอัพเดทมักจะตกต่ำน้อยกว่า โดยเฉพาะรุ่นที่ติดตั้งระบบ EyeSight แบบครบวงจรจะขายต่อง่ายกว่า แถมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อยังช่วยเกาะถนนได้ดีช่วงฝนตก ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำรุ่น Forester อยู่แล้ว
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ทำไมแบตเตอรี่รถ Subaru Forester ปี 2020 ของฉันถึงหมดบ่อย?
ปัญหาหม้อแบตเตอรี่รถยนต์ซูบารุฟอเรสเตอร์ปี 2020 หมดบ่อยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ อย่างแรกต้องเช็คสภาพแบตเตอรี่เองก่อน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนแบบไทยๆ ที่ความร้อนสูงจะทำให้สารละลายในแบตระเหยเร็วและเกิดแผ่นขั้วแบตเสื่อม แนะนำให้ใช้มัลติมิเตอร์วัดแรงดันขณะดับเครื่อง (ถ้าต่ำกว่า 12.4V ควรชาร์จหรือเปลี่ยนใหม่) ส่วนการขับรถระยะสั้นแบบที่คนไทยชอบใช้บ่อยๆ ก็ทำให้แบตเตอรี่ชาร์จไฟไม่เต็มที่ ควรขับรถต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาทีสัปดาห์ละครั้ง ระบบไฟฟ้าในรถก็ต้องตรวจสอบเหมือนกัน ฟอเรสเตอร์ที่ติดตั้งระบบ EyeSight มาตรฐานรวมถึงไฟหน้าตลอดเวลาใช้ไฟค่อนข้างมาก ถ้ามีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเช่นกล้องติดรถยนต์หรือเครื่องเสียงที่ไม่ใช่ของแท้ก็อาจทำให้มีไฟรั่วได้ ควรใช้คลิปมิเตอร์วัดกระแสไฟขณะรถดับ (ปกติไม่ควรเกิน 50mA) อีกเรื่องสำคัญคือระบบสตาร์ทอัตโนมัติของซูบารุที่ต้องการแบตเตอรี่เฉพาะเท่านั้น ต้องใช้แบบ EFB หรือ AGM เท่านั้น ถ้าใช้แบตเตอรี่ธรรมดาจะเสื่อมเร็วมาก สำหรับการดูแลรักษาปกติ ควรทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่บ่อยๆ เพื่อป้องกันการกัดกร่อน ถ้าต้องจอดรถทิ้งไว้นานแนะนำให้ถอดขั้วลบออกหรือใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รักษาระดับไฟ วิธีเหล่านี้จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้มาก ถ้ายังมีปัญหาเกิดขึ้นอีกอาจเกิดจากไดชาร์จทำงานผิดปกติ (แรงดันควรอยู่ที่ 13.8-14.4V) หรือมีไฟรั่วในระบบสายไฟ ควรให้ช่างผู้ชำนาญใช้เครื่องสแกนวินิจฉัยเพิ่มเติม
Q
เครื่องยนต์ที่ใช้ใน Subaru Forester ปี 2020 คืออะไร?
รถ Forester ปี 2020 ติดตั้งเครื่องยนต์แบบ 2.5 ลิตร แบบแนวนอนสี่สูบ (รุ่น FB25) ที่ใช้ระบบดูดธรรมชาติ ให้กำลังสูงสุด 182 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 239 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์ CVT Lineartronic และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD แบบมาตรฐาน เครื่องยนต์นี้ใช้เทคโนโลยีฉีดตรงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ แถมการออกแบบแบบแนวนอนยังทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้ง เหมาะสมกับพื้นที่ภูเขาและถนนที่ลื่นเป็นพิเศษ ถ้าเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว เครื่องยนต์แบบแนวนอนถือเป็นจุดเด่นที่หาตัวจับยาก เพราะการสั่นสะเทือนน้อยและทำงานเรียบ ทำให้รู้สึกสบายเวลาขับทางไกล แต่ต้องระวังเรื่องคุณภาพน้ำมันเครื่องนะ แนะนำให้ใช้แบบสังเคราะห์ 0W-20 และต้องเปลี่ยนตามระยะที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันนั้นถือว่าดีพอสมควร ในเมืองจะกินประมาณ 9-10 ลิตรต่อ 100 กม. แต่ถ้าขับทางไกลอาจลดลงเหลือ 7 ลิตรได้ สำหรับใครที่กำลังมองหารถมือสอง แนะนำให้ตรวจสอบยางรองเครื่องยนต์กับสภาพน้ำมันเกียร์ CVT เป็นพิเศษ เพราะส่วนพวกนี้ในสภาพอากาศร้อนอาจเสื่อมเร็วหน่อย
Q
แบตเตอรี่ของ Subaru Forester ปี 2020 มีอายุการใช้งานนานเท่าไร?
แบตเตอรี่ของ Subaru Forester รุ่นปี 2020 ส่วนใหญ่จะใช้งานได้ประมาณ 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และสภาพอากาศในพื้นที่ โดยอากาศร้อนชื้นอาจทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นและทำความสะอาดขั้วแบตเป็นประจำ ถ้าขับรถระยะสั้นบ่อยๆ หรือจอดรถทิ้งไว้นานๆ แบตอาจหมดเร็ว แนะนำให้ใช้เครื่องชาร์จอัจฉริยะช่วยรักษาระดับไฟ นอกจากนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถเช่น กล้องติดรถยนต์หรือเครื่องเสียงที่ติดตั้งเพิ่มก็กินไฟแบตมากขึ้น ควรปิดอุปกรณ์เหล่านี้หลังจอดรถเสร็จ ถ้ารู้สึกว่าเครื่องติดยากหรือไฟหน้าสว่างน้อยลง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าแบตใกล้หมดแล้ว เลือกเปลี่ยนแบตแบบไม่ต้องบำรุงรักษาที่ตรงตามสเปคเดิมของรถจะสะดวกกว่า ยี่ห้อดังเช่น GS Battery หรือ Boliden ก็มีรุ่นที่เหมาะอยู่ เวลาเปลี่ยนแบตอย่าลืมเช็คค่า CCA (กระแสไฟตอนสตาร์ทตอนอากาศเย็น) ให้ตรงด้วย เวลานำรถเข้าศูนย์บริการให้ช่างตรวจสภาพแบตด้วยอุปกรณ์ระดับมืออาชีพก็ช่วยป้องกันปัญหาได้ล่วงหน้า
Q
รถ Subaru Forester ปี 2020 จะใช้งานได้นานแค่ไหน?
รถยนต์ Subaru Forester รุ่นปี 2020 ถ้าใช้งานและดูแลรักษาตามปกติแล้ว โดยทั่วไปสามารถวิ่งได้ไกลถึง 200,000-300,000 กิโลเมตร หรืออาจมากกว่านั้นอีก สุดแท้แต่พฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และความถี่ในการเข้าศูนย์บริการ เครื่องยนต์แบบ Boxer 2.5 ลิตรและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ AWD ของรุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานเป็นพิเศษ แต่ต้องอย่าลืมเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และน้ำมันดิฟเฟอเรนเชียลให้ตรงเวลา โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือการขับขี่ในพื้นที่ภูเขา เพราะความชื้นและทางลาดชันอาจทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอเร็วขึ้นกว่าเดิม ระบบช่วยขับขี่ EyeSight ของ Subaru นั้นเหมาะกับสภาพการจราจรในไทย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่จะส่งผลต่ออายุการใช้งานรถ ส่วนเรื่องการดูแลรักษานั้น ถ้าใช้ของแท้จากศูนย์บริการและเข้าตรวจเช็คตามระยะ เช่น เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตร หรือตรวจสอบระบบเบรกและช่วงล่างทุก 40,000 กิโลเมตร จะช่วยยืดอายุรถได้มากเลยทีเดียว ด้วยสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ใส่ใจระบบระบายความร้อนและแอร์เป็นพิเศษ เพื่อป้องกันเครื่องยนต์ร้อนเกินหรือชิ้นส่วนยางเสื่อมสภาพเร็ว ส่วนในตลาดรถมือสอง Forester ที่ดูแลมาดีก็ยังขายต่อได้ราคาดี แสดงว่าเรื่องความทนทานนั้นได้รับการยอมรับจริงๆ สุดท้ายนี้ พยายามหลีกเลี่ยงการขับระยะสั้นบ่อยๆ หรือการติดเครื่องทิ้งไว้นานๆ เพราะจะช่วยลดปัญหาคาร์บอนสะสมในเครื่องยนต์ ทำให้สมรรถนะยังคงเหมือนใหม่ได้นาน
Q
ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับ Subaru Forester ปี 2020 เท่าไหร่?
ราคาเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถ Subaru Forester ปี 2020 อยู่ที่ประมาณ 5,000 ถึง 15,000 บาท แล้วแต่ประเภทแบตเตอรี่ แบรนด์ และสถานที่เปลี่ยน แบตเตอรี่แท้จากศูนย์มักจะแพงกว่าแต่การันตีความเข้ากับรถและบริการหลังการขาย ในขณะที่แบตเตอรี่แบรนด์อื่นอย่าง Boliden หรือ VARTA จะคุ้มค่ากว่า นอกจากราคาแล้ว เวลาเลือกแบตเตอรี่ต้องดูความจุ (ปกติฟอเรสเตอร์ใช้แบตเตอรี่ 12V 50-60Ah) และค่ากระแสสตาร์ทเย็น (CCA) แม้สภาพอากาศเมืองร้อนจะไม่ต้องกังวลเรื่องการสตาร์ทตอนอากาศหนาวมาก แต่ความร้อนสูงอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นและขั้วแบตเตอรี่เป็นประจำ ถ้ารถคุณมีระบบออโต้สตาร์ทต้องเลือกใช้แบตเตอรี่ประเภท AGM หรือ EFB โดยเฉพาะ ซึ่งราคาจะสูงกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป 30%-50% เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถระยะสั้นบ่อยๆ เพราะอาจทำให้แบตเตอรี่ชาร์จไม่เต็ม หรืออาจติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อนช่วยลดผลกระทบจากอุณหภูมิสูง ร้านซ่อมส่วนใหญ่มีบริการตรวจเช็คแบตเตอรี่ฟรี แนะนำให้ตรวจสอบอย่างละเอียดทุก 2 ปี
Q
"รถ Subaru Forester ปี 2020 เป็นรถที่ดีหรือเปล่า?
รถ SUV รุ่น Subaru Forester ปี 2020 เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างรอบด้าน เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายสภาพถนน ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full-time และเครื่องยนต์แบบ Boxer อันเป็นเอกลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกการควบคุมที่มั่นใจ โดยเฉพาะเวลาขับลุยพื้นเปียกลื่นหรือออฟโรดแบบเบาๆ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สามารถพับเบาะหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของได้เยอะ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือขนของหน้ากล้อง ด้านความปลอดภัยมีระบบ EyeSight ที่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยขับอย่าง Adaptive Cruise Control เบรกอัตโนมัติเมื่อใกล้ชน และระบบช่วยรักษาเลน ทำให้ขับขี่อุ่นใจขึ้น ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันอยู่ในระดับปานกลาง เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ให้กำลังเรียบๆ แต่ไม่แรงมาก เหมาะกับการขับรถไปทำงานประจำวัน ในตลาดบ้านเราเครือข่ายบริการหลังการขายของ Subaru ถือว่าดี แต่ค่าอะไหล่อาจจะสูงกว่าบริษัทอื่นนิดหน่อย ถ้าจะซื้อมือสองแนะนำให้ตรวจสอบประวัติการบริการและสภาพระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รวมถึงต้องระวังเรื่องราคาซื้อขายที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน อาจจะลองเปรียบเทียบกับ Honda CR-V หรือ Toyota RAV4 ได้ แต่ Forester ยังคงมีความโดดเด่นในเรื่องการควบคุมและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เหนือกว่า
Q
Subaru Forester 2020 เป็นเกียร์ CVT หรือไม่?
แน่นอนครับ รุ่น Subaru Forester ปี 2020 ทุกรุ่นมาพร้อมกับเกียร์ CVT เป็นเกียร์ Lineartronic แบบสายพานที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะของซูบารุ โดยมีการจำลองเกียร์ธรรมดา 7 สปีด ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะมากสำหรับการขับในเมืองที่รถติดหรือการเดินทางไกล เกียร์ CVT ของ Forester นี้ทำงานคู่กับเครื่องยนต์แบบราบ 2.0 ลิตร ที่ให้ความรู้สึกเร่งแบบลื่นไหล พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนได้ดีในวันที่ฝนตกหรือบนเส้นทางภูเขา ควรระวังเรื่องการบำรุงรักษาเกียร์ CVT ด้วยนะครับ แนะนำให้ตรวจสอบสภาพน้ำมันเกียร์ทุก 4-6 หมื่นกิโลเมตร แต่ถ้าขับแบบกระชากหรืออยู่ในสภาพอากาศร้อนก็ควรเปลี่ยนถี่กว่านั้น เมื่อเทียบกับ SUV เมืองรุ่นอื่นๆ แล้ว Forester นี้มีความสามารถในการขับออฟโรดดีกว่าครับ ด้วยระยะความสูงจากพื้นรถ 220 มม. ที่สามารถรับมือกับถนนลูกรังได้ แต่ด้วยโครงสร้างของเกียร์ CVT ก็ไม่เหมาะสำหรับการขับออฟโรดแบบสุดๆ เป็นเวลานานนะครับ ถ้าจะซื้อรถมือสองแนะนำให้ตรวจสอบเกียร์ CVT เป็นพิเศษ ดูว่ามีอาการสั่นหรือลื่นไหม โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนอาการเหล่านี้จะแสดงชัดเจนขึ้นครับ
Q
รถ Subaru Forester ปี 2020 ผลิตขึ้นที่ไหน?
รถยนต์ Subaru Forester รุ่นปี 2020 ส่วนใหญ่ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่โรงงาน Yajima ในจังหวัด Gunma ซึ่งเป็นโรงงานที่มีชื่อเสียงในเรื่องกระบวนการผลิตมาตรฐานสูงและการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด รถที่ผลิตที่นี่ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังหลายตลาดทั่วโลก รวมถึงรุ่นพวงมาลัยขวาที่คนไทยคุ้นเคย Subaru Forester เป็นรถระดับโลกที่เทคโนโลยีหลักและมาตรฐานการผลิตยังคงเหมือนกันทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์แบบ Boxer ที่เป็นเอกลักษณ์และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ที่ช่วยให้รถสามารถใช้งานได้ในหลากหลายสภาพถนน โดยเฉพาะพื้นที่ฝนชุกหรือภูมิประเทศแบบภูเขา ในตลาดไทย Forester ได้รับความนิยมจากความน่าเชื่อถือ ระบบความปลอดภัยอย่าง EyeSight และอัตราการรักษามูลค่าที่ค่อนข้างสูง ส่วนเรื่องการซ่อมบำรุงก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองจาก Subaru กระจายอยู่ทั่วประเทศ และมีอะไหล่พร้อมให้บริการเสมอ นอกจากนี้ Subaru ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น ระบบ Mild Hybrid ที่ตอบโจทย์เทรนด์ลดการปล่อยมลพิษทั่วโลก และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกด้วย
Q
แบตเตอรี่ใน Subaru Forester รุ่นปี 2020 ใช้งานได้นานแค่ไหน?
แบตเตอรี่ของ Subaru Forester รุ่นปี 2020 โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 ถึง 5 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานและสภาพอากาศ โดยสภาพอากาศที่ร้อนชื้นจะเร่งให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ดังนั้นควรตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่เป็นประจำ แนะนำให้ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่และระดับน้ำกลั่นทุก 6 เดือน ควรหลีกเลี่ยงการขับรถระยะสั้นบ่อยๆ หรือการสตาร์ทและดับเครื่องบ่อยครั้ง เพราะพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ถ้าพบว่ามีอาการสตาร์ทรถยากหรือไฟหน้ารถสว่างน้อยลง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว เวลาเลือกซื้อแบตเตอรี่อาจพิจารณาแบบที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อน เช่น แบตเตอรี่ AGM แบบเสริมประสิทธิภาพ ที่ทนความร้อนได้ดีกว่าและมีอายุการใช้งานนานกว่า นอกจากนี้เวลาจอดรถควรเลือกที่ร่มเพื่อลดผลกระทบจากความร้อนต่อแบตเตอรี่ และควรดูแลระบบไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดีเสมอ เช่น ตรวจสอบไดชาร์จให้ทำงานปกติ และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดบ่อยๆ สำหรับรถที่ติดตั้งระบบออโต้สตาร์ท แนะนำให้ใช้แบตเตอรี่แบบพิเศษเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
Q
“การให้คะแนนความปลอดภัยของ Subaru Forester 2020 คืออะไร?”
รถยนต์ Subaru Forester รุ่นปี 2020 แสดงความสามารถโดดเด่นด้านความปลอดภัย โดยได้รับคะแนนสูงจากหลายสถาบันรับรองมาตรฐาน ระบบช่วยขับขี่ EyeSight ที่มาพร้อมในทุกรุ่นทำงานได้ดีแม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ด้วยระบบกล้องคู่ที่จดจำสภาพถนนได้แม่นยำ พร้อมฟังก์ชั่นสำคัญอย่างระบบเบรกฉุกเฉิน ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และรักษาระยะเลน ช่วยให้ขับขี่สะดวกทั้งในเมืองที่รถติดหรือเดินทางไกล รุ่นนี้คว้ารางวัล "Top Safety Pick+" จาก IIHS สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นระดับความปลอดภัยสูงสุด และยังได้ 5 ดาวจาก ASEAN NCAP แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างตัวถังและระบบความปลอดภัยสามารถปกป้องผู้โดยสารได้จริง ระบบโครงสร้างวงแหวนความแข็งแรงสูงพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตัวมีประสิทธิภาพในการรับมือกับการชนด้านข้างโดยเฉพาะ ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนที่ต้องเจอกับสภาพถนนซับซ้อนบ่อยๆ ที่น่าสนใจคือระบบ EyeSight ยังทำงานเสถียรแม้อากาศร้อนจัด ไม่เหมือนบางระบบที่อาจถูกแสงแดดรบกวน แถมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อสมรรถนะสูงยังไว้ใจได้ในถนนลื่นช่วงฤดูฝน อีกฟีเจอร์เด็ดคือระบบแจ้งเตือนผู้โดยสารแถวหลัง ที่เป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่มักพาครอบครัวเดินทาง
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ราคาน่าสนใจ ลดลงเป็นล้านบาทเพียงแค่หัว อยู่ในการปฏิรูปของประเทศไทย
สายการผลิตของไทย มาตรฐานการผลิตแบรนด์สูง ช่างไทยมีฝีมือยอดเยี่ยม คุณภาพสินค้าอาจดีกว่า
สามารถติดตั้งคอนฟิกเพิ่มเติม เช่น กล้องวงจรปิดทั่วทิศทาง 360 องศา บัตร GT ที่เลือกที่สุดของคุณ
ระบบสี่ล้อขับคลินช์ 1995cc แบบสี่ล้อ มอเตอร์เบนซินสูงสุดกำลังไฟฟ้าดีเซล 156 / 6000 หมุนทุกนาที รวมถึงเกียร์ความเร็วแปรผันที่ CVT และระบบสี่ล้อขับ
ระบบขับขี่สี่ล้อหลากหลายและสะดวกใช้งาน ตอบสนองความต้องการขับขี่ทั้งหมด ยอดเยี่ยมด้านประสิทธิภาพการขับขี่ และทำงานผ่านปุ่มกดเพื่อเลือกโหมดที่เหมาะสม

ข้อเสีย

จำนวนศูนย์บริการไม่มากพอ การขยายบริการอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่
การใช้น้ำมันสูง ไม่ให้ความสำคัญกับการประหยัดน้ำมันเพื่อตอบสนองผู้บริโภค
ในด้านราคาอะไหล่และขายรถมือสอง ไม่ใช่รุ่นของทั่วไป ราคาขายรถมือสองไม่ดี ราคาอะไหล่และบริการสูงกว่าคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน

Q&A ล่าสุด

Q
ต้องใช้เวลากี่ปีในการเปลี่ยนยาง?
อายุการใช้งานที่ควรเปลี่ยนยางต้องพิจารณารวมกันจากสภาพแวดล้อมการใช้งาน ประเภทยาง และสภาพจริงของยางโดยรวม ในกรณีปกติ แม้ว่าจะวิ่งได้ระยะทางน้อย ยางก็จะเสื่อมสภาพและแข็งตัวตามเวลา ยางแข็งแนะนำให้เปลี่ยนไม่เกิน 5 ปี ยางอ่อนแนะนำให้เปลี่ยนไม่เกิน 8 ปี หากจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน การเสื่อมสภาพของยางจะเร็วขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนภายใน 4 ปี ยางบางแบรนด์ระบุชัดเจนว่าต้องเปลี่ยนหลังจากผลิตแล้ว 6 ปี และยางที่เก็บในสต็อกเกิน 3 ปีก็ต้องเปลี่ยนก่อนกำหนด นอกจากนี้ ยังต้องสังเกตการสึกหรอของยาง (เช่น เมื่อความลึกของดอกยางต่ำกว่า 1.6 มิลลิเมตร ต้องเปลี่ยนทันที) ว่ามีอาการปูดหรือรอยแตกในโครงสร้างหรือไม่ ในกรณีเหล่านี้ แม้ยังไม่ถึงอายุที่กำหนดก็ควรเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ การตรวจสอบความดันลมยางเป็นประจำ การสลับตำแหน่งยาง และการปรับตั้งศูนย์ล้อ สามารถชะลอการเสื่อมสภาพและสึกหรอของยาง เพื่อยืดอายุการใช้งาน
Q
คุณควรเติมลมยางรถยนต์ขนาด 16 นิ้วเท่าไร?
แรงดันลมที่เหมาะสมสำหรับยางรถขนาด 16 นิ้ว มักแตกต่างกันไปตามประเภทของยาง โดยยางมาตรฐานมักอยู่ในช่วง 2.3 ถึง 2.5 bar ส่วนยางที่เสริมความแข็งแรงจะอยู่ที่ 2.8 ถึง 2.9 bar แต่แรงดันลมสูงสุดไม่ควรเกิน 3.5 bar ค่าที่แน่นอนต้องอ้างอิงตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถ ซึ่งคำแนะนำนี้มักจะพบได้ในคู่มือผู้ใช้รถ ป้ายที่ข้างประตูห้องขับขี่ ลิ้นชักเบาะนั่งขับขี่ หรือฝากระโปรงเติมน้ำมัน ฯลฯ การเปลี่ยนแปลงฤดูกาลจะส่งผลต่อแรงดันลม เมื่ออุณหภูมิในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงสูงขึ้น ควรลดแรงดันลมลงอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่ออุณหภูมิต่ำในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ สามารถปรับแรงดันลมขึ้นเพิ่มประมาณ 0.2 bar ได้ สภาพแวดล้อมในการขับขี่ที่แตกต่างกันก็จำเป็นต้องปรับแรงดันลม: เมื่อขับรถทางไกล แรงดันลมสามารถสูงกว่าค่ามาตรฐาน 20 kPa เพื่อเพิ่มความมั่นคง ส่วนเมื่อขับรถบนถนนขรุขระ แรงดันลมควรต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 10 ถึง 20 kPa เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลและประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทก เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และอายุการใช้งานของยาง ควรตรวจสอบแรงดันลมเป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือทุกๆ การขับขี่ 5,000 กิโลเมตร และควรวัดแรงดันลมขณะยางเย็นจะให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่า แรงดันลมที่เหมาะสมนอกจากจะช่วยให้ขับขี่ปลอดภัยแล้ว ยังช่วยประหยัดน้ำมันและยืดอายุการใช้งานของยางอีกด้วย
Q
วัสดุที่ใช้ทำยางรถยนต์คืออะไร?
วัสดุหลักในการผลิตยางรถยนต์ ได้แก่ วัสดุยาง ชิ้นส่วนเสริมความแข็งแรง วัสดุโครงร่าง สารวัสดุหลักที่ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ ได้แก่ ยางธรรมชาติ วัสดุเสริมแรง วัสดุโครงยาง สารวัลคาไนซ์ และสารเติมแต่งต่างๆ ยางธรรมชาติเป็นวัสดุหลัก แบ่งออกเป็นยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ ยางธรรมชาติได้จากต้นยางพารา ทำให้ยางมีความยืดหยุ่นและอ่อนตัวได้ดีในอุณหภูมิต่ำ ส่วนยางสังเคราะห์สามารถปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการเฉพาะด้านได้ โดยชดเชยข้อเสียของยางธรรมชาติในด้านต่างๆ เช่น ความทนทานต่อการสึกหรอและคุณสมบัติการหลอมละลายที่ความร้อนสูง ทั้งสองชนิดมักใช้ร่วมกัน ในบรรดาวัสดุเสริมแรง คาร์บอนแบล็กช่วยเพิ่มความทนทานต่อการสึกหรอและความแข็งแรงของยางได้อย่างมาก ในขณะที่ซิลิกาไฮเดรต (ซิลิกา) ใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สีดำเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการฉีกขาดและความทนทานต่ออุณหภูมิสูง ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้วัสดุเสริมแรงชีวภาพ เช่น การใช้น้ำมันสนและน้ำมันเรพซีดในการผลิตคาร์บอนแบล็ก หรือการสกัดซิลิกาไฮเดรตจากแกลบข้าว ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการรักษาสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพ วัสดุที่ใช้ทำโครงยางประกอบด้วยลวดเหล็ก (ใช้ในชั้นสายพาน ชั้นขอบยาง ฯลฯ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง) และเส้นใยไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์ (ใช้เป็นผ้าเสริมแรงโครงยาง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทาน) สารวัลคาไนซ์ส่วนใหญ่คือกำมะถัน ซึ่งจะเชื่อมโยงโมเลกุลของยางเข้าด้วยกันผ่านปฏิกิริยาวัลคาไนซ์ ทำให้ยางแข็งแรงและยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังมีสารเติมแต่ง เช่น สารป้องกันการเสื่อมสภาพและสารทำให้ยางนุ่ม ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการป้องกันการเสื่อมสภาพและความสะดวกในการแปรรูปของยางตามลำดับ วัสดุเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่ายางมีความทนทานต่อการสึกหรอ ความยืดหยุ่น ความแข็งแรงของโครงสร้าง และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพถนนที่แตกต่างกัน ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมก็กำลังสำรวจการประยุกต์ใช้วัสดุที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการพัฒนาการผลิตยางไปในทิศทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยคาร์บอน
Q
เนื้อหาในข้อความดังกล่าวสามารถแปลเป็นภาษาไทยได้ดังนี้ มีถาดล้อกี่ประเภท?
พาเลทคืออุปกรณ์แพลตฟอร์มแนวนอนที่ใช้สำหรับวางสินค้าที่บรรจุเป็นหน่วยเดียวในระหว่างการบรรจุลงตู้คอนเทนเนอร์ การซ้อน การขนย้าย และการขนส่ง สามารถแบ่งประเภทได้หลายวิธี ได้แก่: ตามวัสดุ (พาเลทไม้ รวมถึงพาเลทแบบคานของอเมริกาที่ใช้กันทั่วไปในอเมริกาเหนือ และพาเลทแบบบล็อกของยุโรปที่ใช้กันทั่วไปในยุโรป) พาเลทพลาสติก (แบบฉีดขึ้นรูป แบบเป่าขึ้นรูป และพาเลทแบบอัดขึ้นรูปใหม่ที่มีต้นทุนต่ำกว่าและรับน้ำหนักได้ดีกว่า) พาเลทไม้ผสมพลาสติก พาเลทกระดาษรังผึ้ง และพาเลทโลหะที่ทำจากเหล็กหรือโลหะผสมอลูมิเนียม); ตามโครงสร้าง (พาเลทแบน ซึ่งเป็นประเภทที่พบมากที่สุด รวมถึงแบบที่รถยกเข้าได้ทางเดียว/สองทาง/สี่ทาง) พาเลทแบบมีเสา (มีเสาตั้งตรงเพื่อป้องกันการล้ม) พาเลทแบบกล่อง (มีแผงด้านข้างเพื่อป้องกันสินค้าที่มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ) พาเลทแบบมีล้อ (มีล้อเลื่อนเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายในระยะสั้น) และพาเลทแบบสวม (แบบบางและแบน เหมาะสำหรับการขนส่งในตู้คอนเทนเนอร์) พาเลทสามารถแบ่งได้ตามวัตถุประสงค์ (พาเลทใช้งานทั่วไปและพาเลทใช้งานเฉพาะ เช่น พาเลทสำหรับกระจกแผ่นเรียบ ยางรถยนต์ และถังน้ำมัน) รวมถึงพาเลทแบบใช้แล้วทิ้ง (เช่น พาเลทกระดาษ) และพาเลทที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้); และตามรูปทรง (สี่เหลี่ยมผืนผ้า (พบมากที่สุด) สี่เหลี่ยมจัตุรัส วงกลม และรูปทรงที่สั่งทำพิเศษ) พาเลทแต่ละประเภทเหมาะสมกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น พาเลทโลหะเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่มีความต้องการความสามารถในการรับน้ำหนักและความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี พาเลทกระดาษเหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าส่งออกที่มีน้ำหนักเบาและใช้ครั้งเดียว พาเลทพลาสติกใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารและยาเนื่องจากมีน้ำหนักเบาและทนทาน การกำหนดมาตรฐานของข้อกำหนดพาเลท (เช่น ขนาด 1200×1000 มม. ที่ใช้กันทั่วไปในระดับสากล) ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการขนส่งข้ามภูมิภาค
Q
แน่นอน! นี่คือเนื้อหาแปลเป็นภาษาไทย: หน้าที่ของยางรถยนต์คืออะไร?
หน้าที่หลักของยางรถยนต์ ได้แก่ 1. สนับสนุนน้ำหนักของรถ: โครงสร้างยางและชั้นผ้าใบทำหน้าที่เป็นโครงร่าง รับน้ำหนักรถและสินค้า พร้อมป้องกันการกระแทกระหว่างขับขี่ 2. สร้างการขับเคลื่อนและเบรก: ผ่านแรงเสียดทานระหว่างดอกยางกับพื้นถนน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและการเบรก การออกแบบลวดลายดอกยาง (เช่น ลายเส้นสำหรับการระบายน้ำ ลายหยักสำหรับการยึดเกาะถนน) จะปรับให้เหมาะกับสภาพถนนต่างๆ ส่วนวัสดุยางจะรับประกันความทนทานต่อการสึกหรอและต้านทานการเสื่อมสภาพ 3. ดูดซับการสั่นสะเทือนจากถนน: โครงสร้างแก้มยางและตัวยางจะดูดซับแรงกระแทก เพื่อเพิ่มความสบายในการขับขี่และปกป้องระบบช่วงล่างของรถ 4. รักษาความดันลมยางให้คงที่: ชั้นในสุดจะกักเก็บลมไว้ เพื่อป้องกันการรั่วซึม และรับประกันความมั่นคงในการขับขี่ 5. ติดตั้งอย่างแน่นหนากับล้อ: โครงสร้างขอบยางจะทำให้ยางติดตั้งแน่นกับล้อ เพื่อป้องกันการหลุดขณะขับขี่ 6. รักษารูปทรงให้คงที่ขณะขับด้วยความเร็วสูง: ชั้นเสริมแรงและชั้นป้องกันจะยับยั้งการเคลื่อนตัวของโครงสร้างภายใน เพื่อรักษารูปทรงให้มั่นคง 7. ป้องกันส่วนประกอบภายใน: ดอกยางและชั้นเสริมแรงยังช่วยปกป้องส่วนประกอบภายในจากความเสียหายจากถนน เพื่อยืดอายุการใช้งานของยาง ยางรถยนต์สามารถแบ่งตามโครงสร้างได้เป็น 2 ประเภท คือ ยางเรเดียล (เหมาะสำหรับการขับขี่ความเร็วสูง ทนทานต่อการสึกหรอและต้านทานการฉีกขาด) และยางไบอัส (เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไปด้วยความเร็วปานกลาง) ในการใช้งานประจำวัน ต้องตรวจสอบความดันลมยางเป็นประจำ ตรวจสอบระดับความสึกหรอ และหลีกเลี่ยงการเบรกกระทันหันหรือขับผ่านหลุมบ่อด้วยความเร็วสูง เพื่อลดความเสียหายของยาง
ดูเพิ่มเติม