Q

จะมีฮอนด้าซีวิคแฮตช์แบ็คปี 2025 หรือไม่

ในปี 2025 จะมีการเปิดตัว Honda Civic Hatchback รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ โดย Civic รุ่นปี 2025 ได้วางจำหน่ายแล้ว พร้อมตัวเลือกทั้งแบบซีดานและแฮทช์แบ็ก สำหรับรุ่นแฮทช์แบ็ก ตัวรถมีขนาดความยาว 4,548 มม. กว้าง 1,802 มม. สูง 1,420 มม. (หรือ 1,415 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) และมีระยะฐานล้อเท่ากันที่ 2,735 มม. ด้านขุมพลังมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการสมรรถนะที่แตกต่าง โดยมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 2 ระดับ — รุ่นกำลังต่ำสุดให้กำลังสูงสุด 95 กิโลวัตต์ แรงบิด 180 นิวตันเมตร และรุ่นกำลังสูงสุดให้กำลัง 134 กิโลวัตต์ แรงบิด 240 นิวตันเมตร ทั้งสองรุ่นจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT นอกจากนี้ยังมีระบบไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรแบบไม่มีเทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ ส่วนมอเตอร์ให้กำลัง 135 กิโลวัตต์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความสมดุลด้านสมรรถนะ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Honda Civic Hatchback ใช้น้ำมันอย่างไรต่อกิโลเมตรหลอดน้ำ?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามข้อมูลจากผู้ผลิตอยู่ที่ 5.8 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ซึ่งสามารถคำนวณเป็นอัตราสิ้นเปลืองต่อกิโลเมตรได้ โดยนำ 5.8 ÷ 100 = 0.058 ลิตร หมายความว่ารถคันนี้จะใช้น้ำมันประมาณ 0.058 ลิตรต่อการวิ่ง 1 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม อัตราสิ้นเปลืองจริงอาจมีความผันแปรตามพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุกของรถ เช่น หากมีการเร่งเครื่องกะทันหัน เบรกบ่อย หรือจอดติดเครื่องยนต์นาน ๆ อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น แต่ถ้าขับขี่ในสภาพถนนที่ดี และมีพฤติกรรมการขับขี่ที่นุ่มนวล อัตราสิ้นเปลืองจริงก็อาจเข้าใกล้ตัวเลขจากผู้ผลิต
Q
Honda Civic hatchback ใช้แก๊สธรรมดาได้หรือไม่?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเบนซิน ซึ่งตามทฤษฎีสามารถใช้น้ำมันเบนซินทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบคู่มือผู้ใช้หรือข้อมูลที่ระบุบนฝาถังน้ำมันเพื่อทราบค่าความเหมาะสมของน้ำมันที่แนะนำสำหรับรถรุ่นนี้ เนื่องจากน้ำมันแต่ละชนิดมีค่าออกเทนหรือความทนทานต่อการจุดระเบิดที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงหรือมีระบบเทอร์โบชาร์จมักต้องใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงกว่าเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หากใช้ค่าน้ำมันที่ไม่เหมาะสมติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เครื่องยนต์สั่น เร่งไม่ขึ้น หรือสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น โดยทั่วไปเครื่องยนต์เทอร์โบจะมีความไวต่อคุณภาพและค่าของน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป ดังนั้นเพื่อรักษาสมรรถนะและความทนทานของเครื่องยนต์ การเลือกใช้น้ำมันตามที่ผู้ผลิตแนะนำถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด
Q
Honda Civic hatchback มีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันอย่างไร?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo 2022 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามข้อมูลจากโรงงานอยู่ที่ 5.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร โดยใช้เชื้อเพลิงเบนซิน ตัวเลขนี้ได้จากการทดสอบในสภาพแวดล้อมมาตรฐาน ซึ่งในการใช้งานจริงอัตราสิ้นเปลืองอาจมีความแตกต่างขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ลักษณะการขับขี่ สภาพถนน น้ำหนักบรรทุก และการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ หากมีการเร่งหรือเบรกอย่างรุนแรงบ่อยครั้ง หรือปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเบานานเกินไป อัตราสิ้นเปลืองก็จะสูงกว่าค่าที่ระบุไว้ ขณะที่การขับขี่อย่างนุ่มนวล รักษาความเร็วให้เหมาะสม และใช้ระบบต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น เครื่องยนต์ที่จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ของรุ่นนี้ยังช่วยให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงให้กับผู้ใช้
Q
ฮอนด้าซิวิคแฮทช์แบ็กที่มีซันรูฟคือรุ่นไหน?
ในไลน์อัปของ Honda Civic Hatchback ที่จำหน่ายในประเทศไทย รุ่นที่มาพร้อมหลังคาซันรูฟคือ Civic Hatchback RS ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดของซีรีส์นี้ รุ่น RS มาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความโปร่งสบายและแสงธรรมชาติเข้าสู่ห้องโดยสาร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องการการระบายอากาศที่ดี นอกจากซันรูฟแล้ว Civic RS ยังมีชุดแต่งภายนอกแบบสปอร์ต ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว เบาะหนัง ระบบกุญแจอัจฉริยะ และระบบความปลอดภัย Honda Sensing เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนรุ่นย่อยอื่น เช่น รุ่น E และ EL จะไม่มีซันรูฟติดตั้งมา หากคุณให้ความสำคัญกับฟังก์ชันนี้ แนะนำให้เลือกตรงไปที่รุ่น RS โดยปกติแล้วดีลเลอร์ Honda ในไทยจะมีสีตัวถังให้เลือกหลากหลายสำหรับรุ่น RS โดยเฉพาะสีขาวมุก (Platinum White) และสีเงินเมทัลลิก (Lunar Silver) ซึ่งเป็นสองสีที่ได้รับความนิยมสูงสุด และเข้ากันได้ดีกับดีไซน์ของหลังคาซันรูฟ
Q
Honda Civic hatchbacks ใช้งานได้นานแค่ไหน?
อายุการใช้งานของ Honda Civic Hatchback ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วิธีการใช้งาน สภาพการดูแลรักษา และคุณภาพของอะไหล่โดยรวม โดยทั่วไป หากมีการใช้งานและดูแลอย่างเหมาะสม รถรุ่นนี้สามารถใช้งานได้นานกว่า 10 ปี หากเจ้าของรถปฏิบัติตามคู่มือการบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่ที่สึกหรอ และซ่อมแซมเมื่อเกิดปัญหา ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากขึ้น เช่น การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศตามระยะ จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบและเปลี่ยนยางที่สึกหรอก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมีผลต่ออายุการใช้งานของรถ นอกจากนี้ พฤติกรรมการขับขี่ก็มีผลเช่นกัน การขับขี่อย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกระทันหัน จะช่วยลดการสึกหรอของชิ้นส่วนของรถได้
Q
Honda Civic Hatchback มี CVT หรือไม่?
Honda Civic Hatchback มาพร้อมเกียร์ CVT (Continuously Variable Transmission) โดยรุ่น 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 ใช้ระบบเกียร์ประเภทนี้ เกียร์ CVT สามารถเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างต่อเนื่องขณะขับขี่ ให้ความรู้สึกเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล ช่วยเพิ่มความเรียบลื่นในการขับขี่ และมีส่วนช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โดยสามารถควบคุมให้เครื่องยนต์ทำงานอยู่ในช่วงรอบที่เหมาะสม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างกำลังขับเคลื่อนและการใช้พลังงาน เมื่อจับคู่กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ระบบเกียร์ CVT สามารถตอบสนองการขับขี่ได้ดีทั้งในเมืองและบนทางหลวง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างลงตัว
Q
Honda Civic Hatchback มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือไม่?
ปัจจุบัน Honda Civic Hatchback ทุกรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FF: Front-Engine, Front-Wheel Drive) ทั้งหมด โดยไม่มีเวอร์ชันขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD หรือ AWD) ให้เลือก Honda มักนำระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไปใช้กับรถยนต์ประเภท SUV อย่าง CR-V หรือ HR-V มากกว่า ขณะที่ตระกูล Civic นั้นเน้นแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้าที่เน้นความสปอร์ต และระบบกันสะเทือนรวมถึงช่วงล่างก็ได้รับการปรับจูนอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับการควบคุมที่แม่นยำ
Q
คือประเภทต่าง ๆ ของฮอนด้าซีวิคแฮชแบ็คคืออะไร?
Honda Civic Hatchback มีให้เลือกหลายรุ่นย่อย โดยแบ่งตามระบบขับเคลื่อนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้ ในด้านขุมพลัง มีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินล้วน เช่น Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 6,500 รอบต่อนาที และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามข้อมูลโรงงานที่ 5.8 ลิตร/100 กิโลเมตร รวมถึงยังมีรุ่นไฮบริด ที่ให้ทั้งความประหยัดเชื้อเพลิงและการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ดี ในส่วนของระบบเกียร์ มีทั้งเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างลื่นไหล และยังมีเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ (6MT) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการควบคุมรถด้วยตนเอง ให้ความรู้สึกเปลี่ยนเกียร์ที่แม่นยำและดิบมากขึ้น ด้านอุปกรณ์ แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน เช่น บางรุ่นมาพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย (Paddle Shift) หน้าจอกลางระบบสัมผัส ถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง และระบบความปลอดภัยต่าง ๆ โดยรุ่นที่เน้นความสนุกในการขับขี่แบบเกียร์ธรรมดา หากเพิ่มงบเล็กน้อย อาจได้อุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงรุกที่ครบถ้วนยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นที่เน้นสไตล์ภายนอกหรือออปชันเบื้องต้น
Q
Honda Civic hatchback สามารถวิ่งได้กี่ไมล์เมื่อเติมถังเต็ม?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 มีความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 47 ลิตร โดยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามข้อมูลจากโรงงานอยู่ที่ 5.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หากคำนวณตามตัวเลขนี้ รถจะสามารถวิ่งได้ประมาณ 810.34 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเต็มถัง อย่างไรก็ตาม ระยะทางดังกล่าวเป็นค่าทางทฤษฎีเท่านั้น ในการใช้งานจริง ระยะทางที่วิ่งได้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมการขับขี่ สภาพการจราจร สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุก ตัวอย่างเช่น หากมีการเร่งหรือเบรกอย่างรุนแรงบ่อยครั้ง หรือขับในสภาพการจราจรติดขัด อัตราสิ้นเปลืองจะเพิ่มขึ้น ทำให้ระยะทางลดลง แต่หากขับขี่อย่างนุ่มนวล และอยู่บนถนนที่มีสภาพดี ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจใกล้เคียงกับค่าที่คำนวณไว้มากขึ้น
Q
ฉันสามารถทำให้ Honda Civic Hatchback ของฉันวิ่งเร็วขึ้นได้อย่างไร
หากต้องการให้ Honda Civic Hatchback วิ่งได้เร็วขึ้น สามารถเริ่มได้จากหลายด้าน ขั้นแรกคือการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ เช่น เปลี่ยนมาใช้ยางที่มีค่าความฝืดสูง จะช่วยลดการลื่นไถลของยาง ทำให้การเร่งความเร็วมีเสถียรมากขึ้น และเพิ่มแรงยึดเกาะถนนให้กับรถ อีกทั้งควรตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้หัวฉีด ท่อน้ำมัน ปั๊มน้ำมัน และกรองน้ำมันเชื้อเพลิงทำงานได้ตามปกติ ช่วยให้เครื่องยนต์ได้รับเชื้อเพลิงเพียงพอและเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ นอกจากนี้ ระบบไอดีก็มีความสำคัญ ควรหมั่นทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองอากาศ เพื่อให้เครื่องยนต์ดูดอากาศได้เพียงพอ และผสมกับเชื้อเพลิงได้อย่างเหมาะสมเพื่อการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพ อีกจุดที่ควรให้ความสำคัญคือคุณภาพของการจุดระเบิด โดยการเปลี่ยนหัวเทียนและคอยล์จุดระเบิดที่เสื่อมหรือทำงานผิดปกติ จะช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในด้านซอฟต์แวร์ การรีแมพกล่อง ECU จะช่วยเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์และปรับปรุงสมรรถนะในการเร่งความเร็วของรถได้

ข้อดี

1. ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมพร้อมเครื่องยนต์ L15B7 Turbo 1.5 ลิตร ที่สอดคล้องกับระบบเปลี่ยนระดับอัตโนมัติ CVT ที่ฉลาด
2. มาพร้อมระบบท่อไอเสียคู่ตรงกลางที่ติดตั้งโรงงาน ช่วยประหยัดค่าแต่งตั้งให้กับลูกค้า
3. ติดตั้งระบบ Honda Sensing แสดงความสามารถในการขับขี่บนถนนที่ดี
4. ความเรียบง่ายของความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 6 ถุง, กล้องตรวจสอบจุดบอด, และระบบช่วยสนับสนุนการขับขี่หลายระบบ
5. สไตล์ที่สตรีทไฟนิคร, แม้จะลงตลาดมาเรียบร้อยแล้วก็ยังเด่นซ้อน, มีลูกค้าชอบฉันโฉมแฮทช์แบคแนวนอน
6. ตกแต่งภายในแนวสปอรตสบาย ๆ, วัสดุที่ทันสมัย, พื้นที่ขาที่กว้างขวาง, มากมายและสนุก
7. มีภาพลักษณ์ที่น่ารัก, เครือข่ายบริการที่กว้างขวาง

ข้อเสีย

1. ราคาสูงที่สุดในระดับเดียวกัน ราคาใหม่ 122.9 ล้านบาท สูงกว่าคู่แข่งที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา
2. มีเพียงหนึ่งรุ่น ลูกค้ามีตัวเลือกน้อย
3. ในด้านความสบายของรถ ชุดล่างต้องปรับ มั่นใจไม่เต็มที่

Q&A ล่าสุด

Q
ไมล์สะสมของ Hyundai H1 คืออะไร
ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันของ Hyundai H1 นั้นแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ สำหรับรุ่นเบนซินในเมืองจะกินน้ำมันประมาณ 8-9 ลิตร/100 กม. แต่ถ้าขับบนทางด่วนจะลดลงเหลือ 7-8 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นดีเซลนั้นประหยัดกว่าครับ ในเมืองจะอยู่ที่ 7-8 ลิตร/100 กม. พอขึ้นทางด่วนจะประหยัดยิ่งขึ้นเหลือแค่ 6-7 ลิตร/100 กม. เหมาะมากสำหรับคนไทยที่ต้องขับทางไกลหรือใช้ประจำวัน ในตลาดไทย Hyundai H1 ได้รับความนิยมจากทั้งครอบครัวและคนทำงานเพราะความกว้างขวางและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะรุ่นดีเซลที่ประหยัดกว่าในสภาพน้ำมันราคาสูงของไทย แต่จริงๆ แล้วการประหยัดน้ำมันยังขึ้นอยู่กับสไตล์การขับ ถนน และการดูแลรถด้วย ควรบริการตามกำหนดและขับอย่างนุ่มนวลจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น แถมอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ ที่ต้องเปิดแอร์บ่อยก็อาจทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เพราะงั้นเวลาจะเลือกซื้อก็ลองดูความต้องการของตัวเองดีๆ ว่าจะเหมาะกับรุ่นไหนครับ
Q
รถ Hyundai H1 เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือล้อหลัง
รถยนต์ Hyundai H1 ในตลาดประเทศไทยมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าเหมาะกับการใช้งานในเมืองและการเดินทางประจำวันมากกว่า เพราะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อเหมาะกับสภาพถนนที่ซับซ้อนอย่างทางภาคเหนือของไทยหรือช่วงฤดูฝน ที่ต้องการแรงเกาะถนนที่ดีกว่า ในไทย รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นที่นิยมมากกว่าเพราะค่าบำรุงรักษาถูกกว่าและเหมาะกับการขับขี่ในเมืองทั่วไป แต่ถ้าคุณต้องเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาบ่อยๆ เช่น เชียงใหม่หรือเชียงราย การเลือกรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะปลอดภัยกว่า Hyundai H1 เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสารและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ ทั้งจากครอบครัวและกลุ่มนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเลือกรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าหรือสี่ล้อก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน แนะนำให้เลือกตามสภาพการใช้งานจริงของคุณจะดีที่สุด
Q
Hyundai H1 มีกี่ลิตร
Hyundai H1 ในตลาดประเทศไทยมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน โดยรุ่นดีเซลมาพร้อมเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร CRDi เทอร์โบชาร์จ (ความจุจริง 2,497 ซีซี) ส่วนรุ่นเบนซินใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร MPI (ความจุจริง 2,359 ซีซี) ซึ่งทั้งสองแบบผ่านมาตรฐานการระบายไอเสียของไทยและประหยัดน้ำมันเหมือนกัน ที่สำคัญคนไทยเน้นเรื่องความทนทานและการใช้งานจริง ซึ่ง H1 ตอบโจทย์ด้วยการออกแบบภายในกว้างขวางนั่งได้ 9 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ปรับเปลี่ยนได้เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวใหญ่หรือใช้รับส่งผู้โดยสาร รวมถึงระยะความสูงจากพื้นรถที่ช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนชนบทได้สบายๆ ส่วนค่าบำรุงรักษาที่ศูนย์บริการของ Hyundai ในไทยก็ใกล้เคียงกับคู่แข่งจากญี่ปุ่น แถมยังมีประกันยาวถึง 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดขายเด่นสำหรับคนไทยที่คิดถึงการใช้รถในระยะยาว ถ้าพูดถึงตลาดมือสอง รุ่นปี 2015 เป็นต้นมายังคงมูลค่าดี โดยเฉพาะรุ่นดีเซลที่คนนิยมกว่าเพราะเหมาะกับการเดินทางไกล
Q
เครื่องยนต์อะไรอยู่ใน Hyundai H1
Hyundai H1 ในตลาดไทยมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลสองรุ่นคือ 2.5 ลิตร CRDi และ 2.6 ลิตร D4BH เทอร์โบ โดยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร CRDi ใช้เทคโนโลยีคอมมอนเรลโดยตรงของ Hyundai ให้กำลัง 170 แรงม้า แรงบิด 392 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมันและปล่อยมลพิษต่ำเหมาะกับการเดินทางไกลและใช้ในครอบครัว ส่วนเครื่องยนต์ 2.6 ลิตร D4BH ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงต่ำ จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มรถเชิงพาณิชย์ของไทย เครื่องยนต์ดีเซล Hyundai ระบายความร้อนได้ดีในสภาพอากาศร้อน ช่วงล่างสูงเหมาะกับถนนไม่เรียบ และเมื่อจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติทั่วไปในไทย สามารถรับมือกับการจราจรติดขัดในกรุงเทพได้ Hyundai H1 รุ่นจำหน่ายในไทยมาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่และระบบ ABS ตามมาตรฐานความปลอดภัย เหมาะทั้งเป็นรถ MPV อเนกประสงค์สำหรับนักท่องเที่ยวและปรับเป็นรถรับรองธุรกิจได้
Q
Hyundai H-1 เร็วแค่ไหน?
รถ Hyundai H-1 รุ่นปัจจุบันในประเทศไทยมีความเร็วสูงสุดประมาณ 170 กม./ชม. แต่ความสามารถจริงอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นและการปรับแต่ง โดยตัวรถรุ่นนี้ในตลาดไทยเน้นจุดขายเรื่องความประหยัดและพื้นที่ใช้งานสะดวก เหมาะสำหรับครอบครัวหรือใช้ทำงาน ส่วนเรื่องความเร็วขนาดนี้บนถนนในเมืองหรือทางด่วนของไทยก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานประจำวันอยู่แล้ว แถมยังประหยัดน้ำมันดีเพราะใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเหมาะกับราคาน้ำมันที่ค่อนข้างสูงในไทย แต่ต้องระวังเรื่องกฎหมายนะ เพราะกฎหมายไทยจำกัดความเร็วบนทางด่วนไว้ที่ 120 กม./ชม. เท่านั้น ควรขับขี่ตามกฎจะดีที่สุด ส่วนเรื่องพื้นที่ภายในรถ H-1 นั้นจัดว่าใช้งานได้หลากหลาย ทั้งจัดวางเบาะนั่งและพื้นที่เก็บของได้ดี จุดนี้ทำให้หลายคนในไทยเลือกซื้อรถรุ่นนี้ แต่ถ้าอยากได้รถที่ขับสนุกกว่านี้ อาจลองดูรถ SUV หรือรถเก๋งรุ่นอื่นๆ ของ Hyundai ในไทยก็ได้นะ
ดูเพิ่มเติม