Q

จะมีฮอนด้าซีวิคแฮตช์แบ็คปี 2025 หรือไม่

ในปี 2025 จะมีการเปิดตัว Honda Civic Hatchback รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ โดย Civic รุ่นปี 2025 ได้วางจำหน่ายแล้ว พร้อมตัวเลือกทั้งแบบซีดานและแฮทช์แบ็ก สำหรับรุ่นแฮทช์แบ็ก ตัวรถมีขนาดความยาว 4,548 มม. กว้าง 1,802 มม. สูง 1,420 มม. (หรือ 1,415 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) และมีระยะฐานล้อเท่ากันที่ 2,735 มม. ด้านขุมพลังมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการสมรรถนะที่แตกต่าง โดยมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 2 ระดับ — รุ่นกำลังต่ำสุดให้กำลังสูงสุด 95 กิโลวัตต์ แรงบิด 180 นิวตันเมตร และรุ่นกำลังสูงสุดให้กำลัง 134 กิโลวัตต์ แรงบิด 240 นิวตันเมตร ทั้งสองรุ่นจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT นอกจากนี้ยังมีระบบไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรแบบไม่มีเทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ ส่วนมอเตอร์ให้กำลัง 135 กิโลวัตต์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความสมดุลด้านสมรรถนะ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถ Civic Hatchback ปี 2021 มีระบบ VTEC ไหม?
รถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดไทยนี่ แน่นอนว่ามีระบบ VTEC เป็นมาตรฐาน แต่ต้องบอกก่อนว่าเครื่องยนต์ของรุ่นนี้เป็นแบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ใช้ระบบ VTEC TURBO เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Honda ซึ่งจะแตกต่างจากระบบ VTEC แบบเครื่องยนต์ดูดอากาศทั่วไปครับ VTEC TURBO นี่เน้นใช้เทคโนโลยี Variable Valve Timing และ Lift ที่ด้านไอดีเป็นหลักเท่านั้น แล้วยังผสมผสานกับเทอร์โบชาร์จเจอร์เพื่อประสิทธิภาพการเผาไหม้และกำลังส่งที่ดียิ่งขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนๆแบบไทยเรา การออกแบบนี้ช่วยให้ได้ทั้งกำลังขับที่แรงสมรรถนะสูง และยังประหยัดน้ำมันไปพร้อมกัน เหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมืองกรุงเทพฯ ที่รถติดเป็นประจำ สำหรับคนไทยแล้ว ระบบ VTEC นี่ถือเป็นจุดขายสำคัญของรถฮอนด้ามาตลอด ส่วนCivic Hatchback รุ่น 2021 นี้ นอกจากจะยังคงความสปอร์ตในดีเอ็นเอแล้ว ยังเพิ่มแรงบิดช่วงรอบต่ำด้วยเทคโนโลยีเทอร์โบ ทำให้การขับขี่ในสภาพแวดล้อมของการจราจรแบบ Go Stop ซึ่งเป็นเรื่องปกติในประเทศไทย ที่สำคัญแม้ว่าระบบ VTEC TURBO จะทำงานแตกต่างจาก VTEC แบบเดิม แต่ยังคงสืบทอดแก่นแท้ของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของฮอนด้า ด้วยระบบควบคุมวาล์วที่แม่นยำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ นี่ล่ะคือเหตุผลหนึ่งที่ทำไมรถรุ่นนี้ถึงได้ใจคนรุ่นใหม่ในไทยมาก
Q
รถ Honda Civic Hatchback 2021 มีขนาดเท่าไหร่?
รถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 เป็นที่นิยมมากในตลาดไทย ด้วยดีไซน์ 5 ประตูที่คล่องตัว ขนาดตัวรถยาว 4,539 มม. กว้าง 1,799 มม. สูง 1,434 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม. ทำให้ขับเคลื่อนในเมืองไทยได้สะดวก แถมยังมีพื้นที่ภายในกว้างขวางพอสมควร ความจุกระบอกสูบ 408 ลิตร แต่ถ้าพับเบาะหลังลงจะเพิ่มเป็น 1,214 ลิตร เหมาะมากสำหรับคนไทยที่ชอบช้อปปิ้งหรือไปเที่ยววันหยุด สาเหตุที่ Civic Hatchback ติดอันดับรถยอดนิยมในไทยก็เพราะขนาดกะทัดรัดและขับลื่นไหล แถมยังเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบก็ประหยัดน้ำมันแต่ยังให้กำลังดี อีกจุดขายสำคัญคือศูนย์บริการในไทยครอบคลุม แถมอะไหล่ก็หาง่าย นี่เป็นปัจจัยที่คนไทยให้ความสำคัญมาก ส่วนเรื่องสีก็มีให้เลือกหลายเฉด โดยเฉพาะสีสันสดใสที่ตรงใจคนไทยชอบความโดดเด่น
Q
แบตเตอรี่สำหรับ Honda Civic hatchback ราคาเท่าไหร่?
ในตลาดไทย ราคาแบตเตอรี่รถ Honda Civic Hatchback จะแตกต่างกันไปตามประเภทแบตเตอรี่ แบรนด์ และช่องทางในการซื้อ โดยทั่วไปแบตเตอรี่แบบเดิมจากศูนย์จะอยู่ที่ประมาณ 5,000-8,000 บาท ส่วนแบตเตอรี่จากแบรนด์อื่นอาจราคาถูกกว่าเริ่มต้นที่ 3,500 บาท แต่เพื่อความแน่นอนแนะนำให้สอบถามราคาจากโฮนด้าโชว์รูมหรืออู่บริการที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ เนื่องจากสภาพอากาศไทยที่ร้อนจัดส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก จึงควรตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ทุก 2-3 ปี เพื่อป้องกันปัญหารถติดยากจากแบตเตอรี่เสื่อม นอกจากราคาแล้วเวลาซื้อควรดูค่า CCA (กระแสสตาร์ทเครื่องในที่เย็น) และความจุว่าเหมาะสมกับรุ่นรถหรือไม่ แบตเตอรี่รุ่นสูงบางรุ่นอาจมีการรับประทานที่ยาวนานกว่าหรือออกแบบมาให้ทนความร้อนได้ดีกว่า ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศร้อนตลอดปีของไทย ส่วนในชีวิตประจำวันควรหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าในรถขณะดับเครื่องนานๆ เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
Q
Honda Civic Hatchback ปี 2021 มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยถือเป็นรุ่นที่แสดงความน่าเชื่อถือได้ดี เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จที่ผ่านการทดสอบตลาดมาหลายปี ให้กำลังส่งออกอย่างลื่นไหลและประหยัดน้ำมันเหมาะกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทย ส่วนเกียร์ CVT ก็ถูกตั้งค่าให้เน้นความทนทานเป็นหลัก ระบบระบายความร้อนของรุ่นนี้ทำงานได้มั่นคงแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย แถมเครือข่ายผู้จำหน่ายฮอนด้าในไทยก็ครอบคลุม มีอะไหล่พร้อมให้บริการและค่าบำรุงรักษาก็สมเหตุสมผล ที่น่าสนใจคือ Civic ในตลาดมือสองของไทยยังคงมูลค่าสูง ซึ่งสะท้อนถึงความทนทานในระยะยาว สำหรับคนไทยที่สนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ตรวจสอบระบบแอร์เป็นประจำ (เพราะใช้งานบ่อยในสภาพอากาศร้อน) และดูแลป้องกันสนิมช่วงล่างโดยเฉพาะในฤดูฝน จะช่วยยืดอายุการใช้งานรถได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆในระดับเดียวกัน ซีวิค แฮทช์แบ็กยังคงจุดเด่นด้านความคล่องตัวของพื้นที่ใช้สัยและสมรรถนะการขับขี่แบบฉบับฮอนด้า เหมาะกับครอบครัวรุ่นใหม่หรือผู้ที่มองหารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
Q
"รถ Honda Civic Hatchback ปี 2021 มีมูลค่าเท่าไหร่?"
ราคาขายต่อของ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดมือสองประเทศไทยจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพรถ ระยะไมล์ อุปกรณ์และพื้นที่ โดยทั่วไปราคาอยู่ที่ประมาณ 700,000 ถึง 900,000 บาท ถ้าจะเจาะลึกหน่อย รุ่นที่ระยะไมล์ต่ำ (เช่นไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร) และดูแลมาอย่างดีพร้อมอุปกรณ์สูงสุดอาจพุ่งไปถึง 900,000 บาท ส่วนรถที่ระยะไมล์สูงหรือเป็นรุ่นพื้นฐานก็จะถูกลง สำหรับในไทยแล้ว Civic เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพราะความน่าเชื่อถือ ประหยัดน้ำมันและการออกแบบสปอร์ต โดยเฉพาะรุ่น Hatchback ที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัดและความสนุกในการขับขี่ ควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบประวัติรถให้ชัดเจน ทั้งประวัติการซ่อมและการบริการตามระยะ เพราะ Civic เป็นรถที่ครองราคาได้ดีในตลาดมือสอง แถมรถญี่ปุ่นในไทยยังมีอัตราคงราคาสูงอยู่แล้ว ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ก็อาจมองรถยี่ห้ออื่นในปีเดียวกัน แต่ต้องระวังเรื่องศูนย์บริการและอะไหล่ในระยะยาวด้วย
Q
รถ Honda Civic Hatchback ปี 2021 จะมีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหน
อายุการใช้งานของ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา นิสัยการขับขี่ และปัจจัยสภาพแวดล้อมเป็นหลัก หากทำตามคำแนะนำของทางผู้ผลิตในการเข้าศูนย์ทุก 10,000 กิโลเมตร หรือทุก 6 เดือน (ตามระยะใดถึงก่อน) พร้อมใช้อะไหล่แท้และน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับสภาพอากาศไทย รถสามารถวิ่งได้เกิน 200,000 กิโลเมตรโดยยังคงสภาพเครื่องยนต์และเกียร์ที่สมบูรณ์ สภาพอากาศร้อนชื้นของไทยส่งผลต่อยางและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นพิเศษ แนะนำให้ตรวจสอบยางขอบหน้าต่าง ที่ปัดน้ำฝน และแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ กุญแจสำคัญในการยืดอายุรถคือการเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นทุก 2 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตร และน้ำมันเกียร์ (รุ่น CVT เปลี่ยนทุก 60,000 กิโลเมตร) พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการขับระยะสั้นบ่อยๆ ที่อาจทำให้เกิดคาร์บอนสะสม สำหรับสภาพการจราจรติดขัดในไทย แนะนำให้ขับทางไกลเป็นครั้งคราวเพื่อช่วยเผาผลาญคาร์บอนในเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 1.5T Earth Dreams ของ Civic สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงกับน้ำมันเบนซิน 91 แต่การใช้เบนซิน 95 จะให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดีกว่า ในส่วนการป้องกันสนิม ถึงแม้ Honda จะเพิ่มการป้องกันสนิมสำหรับสภาพอากาศร้อนแล้ว แต่เจ้าของรถในเขตชายทะเลควรล้างช่วงล่างทุก 6 เดือน สิ่งที่น่าสนใจคือรุ่นที่ผลิตหลังปี 2021 ในไทยได้ติดตั้งระบบระบายความร้อนเกียร์ CVT รุ่นปรับปรุงใหม่เป็นมาตรฐาน ทำให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนมากขึ้น หากดูแลรักษาอย่างดี รถคันนี้สามารถใช้งานในไทยได้เกิน 15 ปีอย่างแน่นอน ซึ่งตรงกับข้อมูลในตลาดมือสองที่แสดงถึงอัตราการทรงมูลค่าที่ดีกว่าโมเดลอื่นในประเภทเดียวกัน
Q
2021 Civic Hatchback เป็นรถที่ดีหรือไม่?
รถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดไทย ด้วยความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยที่สืบทอดมาจากซีวิครุ่นก่อนๆ พร้อมดีไซน์ Hatchback ที่ขับสวนและจอดในซอยแคบๆ ในกรุงเทพฯ ได้สะดวกกว่า รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 173 แรงม้า มาพร้อมเกียร์ CVT หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แอร์เย็นฉ่ำแม้อากาศเมืองไทยจะร้อนจัด ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันก็ทำได้ดี โต๊ะเครื่องจัดวางแบบใช้งานง่าย พร้อมหน้าจอสัมผัส 7 นิ้วที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ด้านความปลอดภัยมีระบบ Honda SENSING รวมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้และช่วยเบรกเมื่อเสี่ยงชน ช่วยรับมือสภาพการจราจรที่คาดเดาไม่ได้ในไทย จุดเด่นคือสามารถพับเบาะหลังลงเพื่อขนของใหญ่ๆ อย่างทุเรียนได้สบายๆ เมื่อเทียบกับซีวิคซีดาน รุ่น Hatchback นี้ขับลื่นไหลกว่า โดยเฉพาะเวลาขับขึ้นเขาลงเขาทางคดเคี้ยวแถวเชียงใหม่ ส่วนเรื่องค่าขายต่อก็อยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน ค่าดูแลรักษาก็ไม่แรงเกินไป ถือเป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งใช้งานในเมืองและทริปเที่ยวสุดสัปดาห์ได้ดีทีเดียว
Q
ราคาของ Honda Civic Hatchback ปี 2021 เท่าไหร่?
ราคารถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1-1.3 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น รุ่น LX ราคาประหยัดเหมาะสำหรับคนเริ่มต้น ส่วนรุ่น Sport หรือ RS ที่เป็นเวอร์ชันสูงจะราคาสูงกว่าเพราะมาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตรและระบบ Honda Sensing สำหรับความปลอดภัย รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นไทยเพราะขับเคลื่อนคล่องตัวเหมาะกับสภาพถนนในเมืองอย่างกรุงเทพฯ แถมยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย ที่สำคัญรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงาน ทำให้ Honda Civic Hatchback คุ้มค่ามากขึ้น ส่วนราคารถมือสองจะลดลงประมาณ 15-30% ขึ้นอยู่กับระยะทาง สภาพรถและระยะเวลารับประกัน ถ้าคิดจะใช้ยาวๆ แนะนำให้ดูบริการรับประกันและแพ็กเกจบริการจาก Honda ประเทศไทย จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้เยอะ
Q
Honda Civic Hatchback ใช้น้ำมันอย่างไรต่อกิโลเมตรหลอดน้ำ?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามข้อมูลจากผู้ผลิตอยู่ที่ 5.8 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ซึ่งสามารถคำนวณเป็นอัตราสิ้นเปลืองต่อกิโลเมตรได้ โดยนำ 5.8 ÷ 100 = 0.058 ลิตร หมายความว่ารถคันนี้จะใช้น้ำมันประมาณ 0.058 ลิตรต่อการวิ่ง 1 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม อัตราสิ้นเปลืองจริงอาจมีความผันแปรตามพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุกของรถ เช่น หากมีการเร่งเครื่องกะทันหัน เบรกบ่อย หรือจอดติดเครื่องยนต์นาน ๆ อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น แต่ถ้าขับขี่ในสภาพถนนที่ดี และมีพฤติกรรมการขับขี่ที่นุ่มนวล อัตราสิ้นเปลืองจริงก็อาจเข้าใกล้ตัวเลขจากผู้ผลิต
Q
Honda Civic hatchback ใช้แก๊สธรรมดาได้หรือไม่?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเบนซิน ซึ่งตามทฤษฎีสามารถใช้น้ำมันเบนซินทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบคู่มือผู้ใช้หรือข้อมูลที่ระบุบนฝาถังน้ำมันเพื่อทราบค่าความเหมาะสมของน้ำมันที่แนะนำสำหรับรถรุ่นนี้ เนื่องจากน้ำมันแต่ละชนิดมีค่าออกเทนหรือความทนทานต่อการจุดระเบิดที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงหรือมีระบบเทอร์โบชาร์จมักต้องใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงกว่าเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หากใช้ค่าน้ำมันที่ไม่เหมาะสมติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เครื่องยนต์สั่น เร่งไม่ขึ้น หรือสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น โดยทั่วไปเครื่องยนต์เทอร์โบจะมีความไวต่อคุณภาพและค่าของน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป ดังนั้นเพื่อรักษาสมรรถนะและความทนทานของเครื่องยนต์ การเลือกใช้น้ำมันตามที่ผู้ผลิตแนะนำถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

1. ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมพร้อมเครื่องยนต์ L15B7 Turbo 1.5 ลิตร ที่สอดคล้องกับระบบเปลี่ยนระดับอัตโนมัติ CVT ที่ฉลาด
2. มาพร้อมระบบท่อไอเสียคู่ตรงกลางที่ติดตั้งโรงงาน ช่วยประหยัดค่าแต่งตั้งให้กับลูกค้า
3. ติดตั้งระบบ Honda Sensing แสดงความสามารถในการขับขี่บนถนนที่ดี
4. ความเรียบง่ายของความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 6 ถุง, กล้องตรวจสอบจุดบอด, และระบบช่วยสนับสนุนการขับขี่หลายระบบ
5. สไตล์ที่สตรีทไฟนิคร, แม้จะลงตลาดมาเรียบร้อยแล้วก็ยังเด่นซ้อน, มีลูกค้าชอบฉันโฉมแฮทช์แบคแนวนอน
6. ตกแต่งภายในแนวสปอรตสบาย ๆ, วัสดุที่ทันสมัย, พื้นที่ขาที่กว้างขวาง, มากมายและสนุก
7. มีภาพลักษณ์ที่น่ารัก, เครือข่ายบริการที่กว้างขวาง

ข้อเสีย

1. ราคาสูงที่สุดในระดับเดียวกัน ราคาใหม่ 122.9 ล้านบาท สูงกว่าคู่แข่งที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา
2. มีเพียงหนึ่งรุ่น ลูกค้ามีตัวเลือกน้อย
3. ในด้านความสบายของรถ ชุดล่างต้องปรับ มั่นใจไม่เต็มที่

Q&A ล่าสุด

Q
ราคา Land Rover Defender ปี 2022 มีมูลค่าเท่าไร?
รถ Land Rover Defender ปี 2022 รุ่น P400e ในประเทศไทยมีราคาที่ 6,999,000 บาท รุ่นนี้ใช้ระบบพลังงานไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in Hybrid) ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เวลาเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. จากทางโรงงานคือ 5.6 วินาที การใช้น้ำมันรวมทั้งระบบ 3.3 ลิตร/100 กม. ระยะฐานล้อ 2794 มิลลิเมตร มีที่นั่ง 5 ที่นั่ง มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น ABS (ระบบป้องกันล้อล็อก), ESP (ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ), AEB (ระบบเบรกอัตโนมัติ) และอื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์เพิ่มความสะดวก เช่น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน, ระบบแอร์ในแถวหลัง ในปัจจุบันรุ่นนี้ได้หยุดขายแล้ว รุ่นนี้ในฐานะรุ่นไฮบริดปลั๊กอิน สามารถรักษาทั้งสมรรถนะด้านกำลังขับเคลื่อนและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนสามารถตอบสนองความต้องการในการเดินทางระยะสั้นประจำวันได้ ในขณะเดียวกันยังคงรักษาลักษณะเฉพาะด้านสมรรถนะออฟโรดและอุปกรณ์อเนกประสงค์ของ Land Rover Defender เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทั้งความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสมรรถนะการขับขี่
Q
2022 Defender เปรียบเทียบกับ Jeep Wrangler อย่างไร?
Defender รุ่น 2022 เมื่อเปรียบเทียบกับ Jeep Wrangler ในด้านสมรรถนะการขับเคลื่อน Defender ติดตั้งเครื่องยนต์ 3.0L L6 หรือ 2.0L Turbo ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 395 แรงม้า หรือ 296 แรงม้า ซึ่งสูงกว่า Wrangler ที่ใช้เครื่องยนต์ 3.6L V6 (285 แรงม้า) หรือ 2.0L Turbo (270 แรงม้า) ในด้านความสามารถในการขับขี่ผ่านพื้นที่ยากลำบาก Defender มีระยะห่างจากพื้นรถ 291 มิลลิเมตร มีความสามารถในการปรับตัวกับสภาพภูมิประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับการใช้งานในเส้นทางทุกรูปแบบที่ซับซ้อน ขณะที่ Wrangler มีระยะห่างจากพื้นรถ 230 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและการขับลุยเบาๆ ในด้านความสะดวกสบาย Defender ให้ความรู้สึกเงียบและนุ่มนวลกว่าเมื่อขับบนถนนเรียบหรือด้วยความเร็วสูง ระบบช่วงล่างสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประสบการณ์ในการเดินทางไกลดีกว่า ในด้านอุปกรณ์เทคโนโลยี Defender มีระบบอินเทอร์เฟซดิจิทัล Pivi Pro ระบบตอบสนองสภาพภูมิประเทศอัตโนมัติ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ที่ช่วยให้สามารถใช้โหมดการขับขี่แบบออฟโรดระดับมืออาชีพ เช่น ระบบช่วยออกตัวบนพื้นลื่น ระบบช่วยผู้ขับขี่ ADAS และระบบเสียง Meridian ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ในด้านการออกแบบพื้นที่ Defender ใช้แนวคิดการออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวางและมีรางสำหรับยึดอุปกรณ์ เพื่อความสะดวกในการบรรทุกอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งสองรุ่นเป็นรถออฟโรดคลาสสิก โดย Defender ให้ความสำคัญกับสมรรถนะการขับขี่ทุกรูปแบบระดับสูงที่ผสมผสานกับความสะดวกสบายและเทคโนโลยี ขณะที่ Wrangler มีจุดเด่นในสไตล์ออฟโรดคลาสสิกที่ทรหด เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้ในประสบการณ์การขับออฟโรด
Q
Defender 2022 ราคาเท่าไหร่?
ราคาอ้างอิงอย่างเป็นทางการของ Land Rover Defender P400e รุ่นปี 2022 อยู่ที่ 6,999,000 บาท โดยรุ่นนี้ได้ยุติการจำหน่ายแล้ว สำหรับข้อมูลเปรียบเทียบ ราคาของรถ Land Rover Defender รุ่นปี 2025 อยู่ในช่วง 21,000,000 ถึง 22,000,000 บาท ซึ่งรวมถึงรุ่น Defender 110 OCTA 2025 และ Defender 110 OCTA Edition One 2025 โดยรถเหล่านี้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 4.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 467 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบถาวร ระบบกันสะเทือนแบบปรับระดับได้ด้วยลม และระบบความปลอดภัยอันทันสมัยต่างๆ เช่น ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกเลน ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีระบบเสียงรอบทิศทาง Meridian และหน้าจอควบคุมกลางขนาด 11.4 นิ้ว ซึ่งผสมผสานสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดเข้ากับประสบการณ์ความหรูหราได้อย่างลงตัว
Q
รถ Defender ปี 2022 มีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน?
Land Rover Defender รุ่นปี 2022 มีความน่าเชื่อถือเป็นเลิศ จากข้อมูลการสำรวจ พบว่าอยู่ในกลุ่มรถยนต์ Land Rover ที่มีความน่าเชื่อถือสูงที่สุด โดยมีเจ้าของรถเพียง 14% เท่านั้นที่รายงานปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์และระบบความบันเทิง การซ่อมแซมทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย และบางปัญหาสามารถแก้ไขได้ภายในหนึ่งวัน ตัวรถมีโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงทนทาน สร้างจากวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง สามารถรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อนและสถานการณ์การชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบส่งกำลังได้รับการปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างพิถีพิถัน โดยมีการจับคู่เครื่องยนต์และเกียร์ในระดับสูงเพื่อความเสถียรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติความปลอดภัยเชิงรุกและเชิงรับที่ครบครัน รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ ระบบช่วยรักษาเลน ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน และระบบถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในการขับขี่ ในการใช้งานประจำวัน ความผิดปกติที่พบบ่อยของรถยนต์มักเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนที่สึกหรอง่าย เช่น ยางและผ้าเบรก การปฏิบัติตามการบำรุงรักษาตามปกติที่ผู้ผลิตแนะนำ จะช่วยให้เจ้าของรถได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่เสถียรและมีคุณภาพสูง ระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดของแบรนด์และเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมยังเป็นหลักประกันที่แข็งแกร่งสำหรับความน่าเชื่อถือของรถยนต์อีกด้วย นอกจากนี้ ตัวถังและระบบช่วงล่างของรถคันนี้ยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถรักษาสมดุลการขับขี่ที่ดีทั้งบนถนนในเมืองและบนเส้นทางออฟโรด ลดการสึกหรอของชิ้นส่วน และแสดงให้เห็นถึงความทนทานและความน่าเชื่อถือโดยรวมในระดับสูง
Q
2022 Land Rover Defender มีราคาเท่าไหร่?
รถ Land Rover Defender P400e รุ่นปี 2022 มีราคาแนะนำจากผู้ผลิตที่ 6,999,000 บาท แต่ปัจจุบันเลิกจำหน่ายแล้ว รถรุ่นนี้เป็นปลั๊กอินไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.6 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 3.3 ลิตร/100 กม. และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 43 กม. อุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพรถยนต์, ระบบเตือนการออกนอกเลน, ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และระบบปรับอากาศด้านหลัง หน้าจอคอนโซลกลางมีขนาด 10 นิ้ว เมื่อเทียบกับ Defender 110 OCTA ซีรีส์ที่เปิดตัวในปี 2025 (ราคาประมาณ 21 ล้านถึง 22 ล้านบาท) รุ่นปี 2022 นี้มีราคาที่ย่อมเยากว่าและเหมาะสมกับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด โครงสร้างตัวถังแบบแยกส่วนและระบบขับเคลื่อนแบบออฟโรด ยังคงสืบทอดคุณสมบัติการขับขี่แบบออฟโรดสุดแกร่งของรถยนต์ซีรีส์ Defender ต่อไป
ดูเพิ่มเติม