รูป Ferrari

รีวิว Ferrari Monza SP1 2019

2019 Ferrari Monza SP1 publicในฐานะซูเปอร์คาร์เปิดประทุนรุ่นแรกในซีรีส์ Icona ของ Ferrari ที่มีจำนวนจำกัด ผสมผสานการออกแบบย้อนยุคเข้ากับสมรรถนะล้ำสมัย ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่นั่งเดียว+เครื่องยนต์ V12 แสดงให้เห็นถึงคุณค่าความหายากอย่างแท้จริง
รูป Ferrari Monza SP1
รูป Ferrari Monza SP1
รูป Ferrari Monza SP1
รูป Ferrari Monza SP1
รูป Ferrari Monza SP1
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Ferrari Monza SP1 2019
ตัวถัง
Convertible
เซกเมนท์
-
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
-
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
ระบบเกียร์
-
ดู Ferrari Monza SP1 >
ดูข้อมูลจำเพาะทั้งหมด >
รีวิว
รีวิวผู้ใช้

ตลาดซูเปอร์คาร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ รถซูเปอร์คาร์รุ่นลิมิเต็ดจำนวนมากกำลังกลายเป็นจุดสนใจของนักสะสมและผู้หลงใหลในรถยนต์มืออาชีพ วันนี้เราจะมาพูดถึง Ferrari Monza SP1 ปี 2019 ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกในซีรีส์ "Icona" ของแบรนด์ Ferrari ที่มีชื่อเสียง โดยถูกกำหนดเป้าหมายไปที่ตลาดรถโรดสเตอร์ซูเปอร์คาร์ระดับสะสม จุดขายหลักเน้นการผสมผสานระหว่างดีไซน์ย้อนยุคกับสมรรถนะซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ รวมถึงเป็นรุ่นลิมิเต็ดที่ผลิตเพียง 500 คันทั่วโลก วัตถุประสงค์หลักของการทดลองขับครั้งนี้ คือเพื่อตรวจสอบว่ารถรุ่นนี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Barchetta ในปี 1950 สามารถรักษาเสน่ห์ความคลาสสิก พร้อมมอบประสิทธิภาพและประสบการณ์การขับขี่สุดยอดสำหรับผู้ใช้ซูเปอร์คาร์แห่งยุคปัจจุบันได้หรือไม่

การออกแบบภายนอกของ Monza SP1 แตกต่างจากกรอบการออกแบบรถยนต์ที่ผลิตจำนวนมากของ Ferrari ในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง ตัวถังโดยรวมยึดมั่นต้นแบบของ Ferrari 166 MM Barchetta รุ่นปี 1954 ที่เป็นรถโรดสเตอร์แบบเบาะเดียว ไม่มีกระจกหน้ารถแบบดั้งเดิม แต่ใช้ "Virtual Wind Shield" หรือแผ่นกันลมเสมือนที่อยู่ด้านหน้ารถชี้นำให้อากาศไหลผ่าน และลดแรงกระแทกขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ส่วนด้านหน้ารถมีการออกแบบที่เรียบง่ายด้วยช่องรับอากาศรูปสี่เหลี่ยมคางหมูหัวกลับ และไฟหน้า LED ทรงกลมที่ผสานทั้งไฟเดย์ไลท์และองค์ประกอบย้อนยุคเข้ากับข้อกำหนดสมัยใหม่ เส้นสายด้านข้างของตัวรถดูเรียบหรู ลื่นไหลตั้งแต่เสา A จนถึงท้ายรถ เพื่อช่วยตอบสนองต่อความต้องการด้านหลักอากาศพลศาสตร์ ประตูใช้การออกแบบแบบซ่อนตัวให้รวมเข้ากับเส้นโครงรถ ช่วงท้ายรถมีจุดเด่นที่ท่อไอเสียคู่ทรงกลมและกันชนหลังที่ออกแบบในสไตล์ดิฟฟิวเซอร์ ให้ทั้งความคลาสสิกของรถแข่ง และเสริมความเป็นสปอร์ต ตัวถังรถถูกสร้างขึ้นด้วยโครงสร้างแบบคาร์บอนไฟเบอร์ และพ่นสี "Rosso Corsa" สีแดงเฉพาะที่ช่วยเพิ่มคุณค่าด้านการสะสม

เมื่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร การออกแบบภายในของ Monza SP1 วางลำดับตามหลักการออกแบบเบาะเดี่ยวยกให้ตำแหน่งคนขับอยู่ตรงกลางเบี่ยงไปทางซ้ายเล็กน้อย โดยไม่มีที่สำหรับผู้โดยสาร และพื้นที่ด้านขวาเหลือไว้สำหรับที่เก็บของเท่านั้น แผงคอนโซลกลางถูกหุ้มด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วตรงกลาง รองรับ CarPlay และการแสดงผลข้อมูลพื้นฐานของรถยนต์ พวงมาลัยเป็นแบบก้นแบน มาพร้อมปุ่มสตาร์ท รุ่นเลือกโหมดขับเคลื่อน และแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย โดยฟังก์ชันควบคุมทั้งหมดเน้นไปที่ตำแหน่งคนขับเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และผ้ากำมะหยี่ Alcantara ที่ได้รับการปรับเทียบเพื่อการขับขี่ในสนามแข่ง แม้ว่าจะไม่มีฟังก์ชันปรับไฟฟ้า แต่ก็สามารถปรับได้ด้วยมือเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่ที่มีรูปร่างแตกต่างกัน ภายในรถไม่มีอุปกรณ์หรูหรามากนัก ระบบปรับอากาศเป็นแบบปรับด้วยมือ และระบบเสียงจะมีเพียงลำโพงพื้นฐานโดยการออกแบบมุ่งเน้นที่น้ำหนักเบาและความสมาธิของผู้ขับเป็นหลัก

ในเรื่องพื้นที่ Monza SP1 มีขนาดตัวถัง 4657มม.×1996มม.×1155มม. ระยะฐานล้ออยู่ที่ 2720มม. ในฐานะรถเบาะเดียว พื้นที่ศีรษะและขาของคนขับเพียงพอสำหรับผู้ขับที่มีความสูง 185 ซม. พื้นที่จัดเก็บด้านหลังเบาะนั่งสามารถใส่กระเป๋าเป้ขนาดเล็กหรือหมวกกันน็อกได้ และเนื่องจากไม่มีหลังคาและกระจกหน้ารถ ขณะขับจำเป็นต้องสวมหมวกกันน็อคเพื่อป้องกันแรงลมที่กระแทก ทางผู้ผลิตจึงมีหมวกกันน็อคคาร์บอนไฟเบอร์เฉพาะรุ่นมาให้ สามารถวางในพื้นที่จัดเก็บของด้านขวา อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการจัดเก็บของรถคันนี้ค่อนข้างจำกัด นอกจากพื้นที่เก็บของด้านขวาแล้ว ที่ด้านในประตูไม่มีช่องเก็บของ และมีเพียงกล่องเก็บของขนาดเล็กอยู่ใต้แผงคอนโซลกลาง ดังนั้นในชีวิตประจำวันจึงควรพกพาเฉพาะสิ่งที่จำเป็น

ในด้านระบบขับเคลื่อน Monza SP1 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบไม่มีระบบอัดอากาศ กำลังสูงสุด 596kW (810 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 719N·m จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด โดยใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง การเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาที และความเร็วสูงสุดเกินกว่า 300 กม./ชม. ในการขับขี่จริง เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมด Sport การตอบสนองของคันเร่งจะไวมาก ยางจะลื่นในช่วงเริ่มต้นเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นพลังงานจะระเบิดออกมาอย่างต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกถึงแรงดันหลังตลอดช่วงความเร็วรอบ การเร่งจาก 100-200 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 5.7 วินาที ขณะเร่งแซงที่ความเร็วสูง เกียร์จะลดเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้พลังงานพร้อมใช้งานทันที

ในด้านระบบควบคุมและช่วงล่าง Monza SP1 มีฐานรองล้อหน้าแบบปีกนกสองตอน และล้อหลังแบบมัลติลิงก์อิสระ พร้อมด้วยระบบปรับแรงหน่วงแบบแม่เหล็กไฟฟ้า อัตราทดของพวงมาลัยคือ 13.5:1 ซึ่งมีความแม่นยำสูง ให้ความรู้สึกสัมผัสกับพื้นถนนอย่างชัดเจน ทุกการเลี้ยวสามารถถ่ายทอดข้อมูลจากพื้นถนนได้อย่างดี เมื่อขับบนเส้นทางที่มีเนินเขา ระบบช่วงล่างมีความมั่นคงอย่างมาก การควบคุมการเอียงตัวรถในโค้งนั้นทำได้ในขนาดเล็กมาก ยางมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนสูง (ติดตั้งชุดยาง Pirelli P Zero Corsa) แม้ในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงก็ยังคงความเสถียร ในการเจอถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ ระบบช่วงล่างกรองการสั่นสะเทือนได้ในระดับที่จำกัด การสั่นสะเทือนเล็กน้อยของพื้นถนนจะถูกถ่ายทอดไปยังตำแหน่งผู้ขับขี่โดยตรง จึงเหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนเรียบหรือสนามแข่งมากกว่า

ในด้านการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อมูลของผู้ผลิตอยู่ที่ 15.8 ลิตร/100 กม. แต่ในการขับจริงในเมืองอัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ที่ประมาณ 18-20 ลิตร/100 กม. และในการขับขี่ทางไกลด้วยความเร็วคงที่จะลดลงมาเหลือประมาณ 12 ลิตร/100 กม. ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่ ระบบเบรกใช้จานเบรกทำจากคาร์บอนเซรามิก โดยมีขนาดจานเบรกหน้า 398 มม. และจานเบรกหลัง 360 มม. พร้อมด้วยคาลิเปอร์เบรกหน้าแบบหกลูกสูบและหลังแบบสี่ลูกสูบ ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่เพียง 30 เมตร และไม่มีการลดประสิทธิภาพจากความร้อนเมื่อใช้งานต่อเนื่อง

ในด้านความสบายในการขับขี่ เนื่องจากไม่มีหลังคาและกระจกบังลม Monza SP1 เมื่อต้องขับด้วยความเร็วเกิน 80 กม./ชม. จะรู้สึกถึงแรงลมกระแทกที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องสวมหมวกกันน็อคเพื่อให้ขับขี่ได้อย่างสบาย เสียงเครื่องยนต์ในรอบต่ำค่อนข้างนุ่มนวล แต่เมื่อรอบเครื่องยนต์เกิน 5000 รอบต่อนาที เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 จะดังเต็มห้องโดยสาร มอบประสบการณ์เสียงที่เร้าใจ เบาะนั่งมีการโอบกระชับตัวได้ดี แต่หากขับเป็นเวลานาน (เกิน 2 ชั่วโมง) อาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าบริเวณเอว จึงเหมาะสำหรับการขับขี่ระยะสั้นหรือการขับบนสนามแข่ง การเก็บเสียงในรถแทบไม่มี เสียงยางและลมจะถูกถ่ายทอดเข้ามาในห้องโดยสารโดยตรง ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันจึงมีจำกัด

ในส่วนของบทสรุป Ferrari Monza SP1 ปี 2019 มีจุดเด่นหลักคือการผสมผสานระหว่างการออกแบบรถแข่งคลาสสิกและสมรรถนะของรถซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ คุณลักษณะพิเศษของจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 500 คันทั่วโลก และประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมของเครื่องยนต์ V12 ที่ไม่มีระบบอัดอากาศ เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น McLaren Elva และ Aston Martin V12 Speedster Monza SP1 มีดีไซน์ย้อนยุคที่บริสุทธิ์กว่า ขนาดเครื่องยนต์ใหญ่กว่า และเสียงเครื่องยนต์ที่ทำให้ประทับใจยิ่งกว่า แต่ด้อยกว่าในด้านเทคโนโลยีและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

โดยรวมแล้ว Monza SP1 ไม่ใช่รถที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่เหมาะสำหรับนักสะสมที่มีประสบการณ์หรือผู้ที่ชื่นชอบรถซูเปอร์คาร์เพื่อการขับขี่ในระยะสั้นสุดสัปดาห์หรือการทดสอบบนสนามแข่ง การออกแบบที่นั่งเดี่ยวและการปรับแต่งเพื่อรองรับการขับขี่บนสนามแข่ง กำหนดให้มันเป็นรถที่เหมาะกับการใช้งานที่เฉพาะเจาะจง แต่สำหรับผู้ที่แสวงหาความบริสุทธิ์ของการขับขี่และคุณค่าทางการสะสม นี่คือรถที่หายากและน่าสะสม

สุดท้าย 2019 Ferrari Monza SP1 ด้วยการออกแบบ Barchetta แบบคลาสสิก เครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลัง และคุณค่าของการผลิตรุ่นจำกัดกลายมาเป็นรถรุ่นที่โดดเด่นในซีรีส์ Icona ของเฟอร์รารี่ มันไม่ใช่รถซูเปอร์คาร์ที่ใช้งานได้จริง แต่แน่นอนว่าเป็นรถที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงความบริสุทธิ์ของความสนุกในการขับขี่และเป็นรถสะสมที่เหมาะกับผู้ที่ไม่พอใจกับรถซูเปอร์คาร์ที่ผลิตเป็นจำนวนมาก แต่แสวงหาความพิเศษและสืบทอดประวัติศาสตร์

ข้อดี
เครื่องยนต์ V12 แรงทรงพลัง ให้ความรู้สึกพุ่งตัวแรง การเร่งความเร็วสนุกและน่าตื่นเต้น
ตัวรถดึงดูดสายตา วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์โดดเด่น สะดุดตาเมื่อมอง
แชสซีมั่นคงดี การควบคุมการเอียงในขณะเข้าโค้งเยี่ยมยอด พื้นฐานแชสซีของ Ferrari ช่วยเสริม
ข้อเสีย
การออกแบบไม่มีหลังคาทำให้เกิดแรงต้านลมมาก ลมสามารถพัดเข้ามาได้ง่าย ในวันที่ฝนตกอาจมีน้ำเข้ามา และในวันที่แดดร้อนจะร้อนจัด
บางสภาพถนน (เช่น ฤดูฝนของกรุงเทพฯ หรือวันที่ฝนตกหนัก) ขับขี่ลำบาก จำเป็นต้องตรวจสอบพยากรณ์อากาศ
ตัวรถที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้จอดรถในถนนแคบของไทยลำบาก เสี่ยงต่อการชนกับกระโปรงด้านข้างที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 7 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.7 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.1 / 5
แสดงรีวิว 7 รายการ
4 ดีเยี่ยม
แรงเบนซิน
เจ้าของ 2019 Ferrari Monza SP1 public
ช่วงที่เหยียบ V12 ลงไปทันที รู้สึกเหมือนตัวเองถูกตรึงไว้กับเบาะ น่าตื่นเต้นจนขนลุก!
4 ดีเยี่ยม
กระบะเร็ว
เจ้าของ 2019 Ferrari Monza SP1 public
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขับมันไปยังถนนในภูเขาชานเมืองเชียงใหม่ เพิ่งผ่านโค้งที่มีหมอกยามเช้า แสงแดดตกกระทบกับตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์จนกลายเป็นสีแดงเหมือนมะม่วงผลสุก คนขับรถกระบะที่ขับผ่านลดกระจกลงแล้วยกนิ้วโป้งให้ — แต่ขาดกระจกบังลม ตอนขึ้นเนินลมพัดแรงจนแว่นกันแดดเลื่อนลงมาที่ปลายจมูก หัก1คะแนน เครื่องยนต์ 3.9T V8 บนถนนในภูเขาเหมือนเหยียบสำลี การเอี้ยวโค้งมั่นคงกว่าที่คิด (อย่างน้อยก็เป็นพื้นฐานของเฟอร์รารี) แต่เวลาฝนตกไม่กล้าขับเร็ว รถไม่มีหลังคา ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์จะดีแค่ไหนก็กลัวน้ำจะกระเด็นเข้าห้องเครื่อง ความปลอดภัยในจุดนี้ถือว่าเชื่อถือได้แต่ไม่สมบูรณ์แบบ
5 ดีเยี่ยม
สายเครนก
เจ้าของ 2019 Ferrari Monza SP1 public
วันนี้ขับมันออกไปข้างนอก แสงแดดส่องมาบนที่นั่งหนังแท้อุ่นๆ จับพวงมาลัยเหมือนกอดเพื่อนเก่า สบายมาก!
4 ดีเยี่ยม
สายเร็ว
เจ้าของ 2019 Ferrari Monza SP1 public
เพิ่งจับพวงมาลัยก็ถูกภายในนั้นดึงดูดวิญญาณ ความละเอียดของการเย็บเหมือนกำลังสัมผัสกับงานศิลปะ!
5 ดีเยี่ยม
สายแรง
เจ้าของ 2019 Ferrari Monza SP1 public
ก่อนหน้านี้เคยขับ 911 Turbo S คิดว่าแรงพอแล้ว แต่ Monza SP1 คือ "จิตวิญญาณแห่ง Ferrari"—ลุยซอยช่วงเช้าช่วงเร่งด่วนในกรุงเทพฯ แรงบิดต่ำของ V12 เหมือนกับเตะหลัง แรงกว่า 911; ขับไปพัทยาช่วงสุดสัปดาห์ด้วยความเร็วสูง เปิดประทุนลมทะเลพัดผ่านพร้อมกับเหยียบคันเร่งไปถึงเส้นแดง เสียงคำรามดังกว่าซุปเปอร์คาร์ที่รวมกันสิบเท่า! การตกแต่งภายในด้วยหนังกลับและไฟเบอร์คาร์บอนแบบสปอร์ต ระบบความปลอดภัยก็ติดตามรถคันหน้าได้มั่นคงบนความเร็วสูง ข้อเสีย? ฤดูฝนในกรุงเทพฯ ไม่มีหลังคา ต้องตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นจะเปียกเหมือนลูกไก่ตกน้ำ; และถนนในไทยแคบ ทุกครั้งจอดรถต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ครูดกับขอบไฟเบอร์คาร์บอน แต่ก็นี่แหละ "ของเล่นเด็กผู้ชายตัวโต" —ดึงดูดสายตามากกว่ายอชท์ทั้งลำ คุ้มแล้ว!
1
2
รูป Ferrari Monza SP1
Ferrari Monza SP1
รูป Mazda MX-5
Mazda MX-5
Ferrari Monza SP1
vs
Mazda MX-5
รูป Ferrari Monza SP1
Ferrari Monza SP1
รูป Audi TT Roadster
Audi TT Roadster
Ferrari Monza SP1
vs
Audi TT Roadster
รูป Ferrari Monza SP1
Ferrari Monza SP1
รูป BMW Z4 Roadster
BMW Z4 Roadster
Ferrari Monza SP1
vs
BMW Z4 Roadster

รถ Ferrari 296 GTB มือสองในดูไบราคาเท่าไหร่?

ราคาของ Ferrari 296 GTB ในมาเลเซียเป็นเท่าไร?

จำนวนพนักงานของ Ferrari ในปี 2023 มีเท่าไหร่?