รูป Ferrari

รีวิว Ferrari Monza SP1 2020

2020 Ferrari Monza SP1 V12 เป็นรถซูเปอร์คาร์ลิมิเต็ดรุ่นแรกของซีรีส์ Icona ด้วยการออกแบบ Barchetta แบบย้อนยุค พร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร และประสบการณ์ขับขี่ที่บริสุทธิ์ กลายเป็นอาวุธระดับสะสมสำหรับการขับขี่
รูป Ferrari Monza SP1
รูป Ferrari Monza SP1
รูป Ferrari Monza SP1
รูป Ferrari Monza SP1
รูป Ferrari Monza SP1
THB 55,000,000
Ferrari Monza SP1 2020
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Convertible
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ระบบเกียร์
DCT
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดซูเปอร์คาร์ของประเทศไทย รถยนต์ที่ผสานความสนุกในการขับขี่เข้ากับการออกแบบที่น่าลุ่มหลงอย่างเต็มรูปแบบมักจะเป็นที่โปรดปรานของนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์อย่างแท้จริง Ferrari Monza SP1 ในฐานะผลงานชิ้นแรกของซีรีส์ Icona ได้เติมเต็มช่องว่างในกลุ่มรถยนต์ที่เฉพาะเจาะจงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การทดลองขับครั้งนี้ เรามุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์การขับขี่จริงและความสามารถในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อที่จะดูว่ารถซูเปอร์คาร์รุ่นลิมิเต็ดที่เน้นการขับขี่บริสุทธิ์คันนี้สามารถหาความสมดุลระหว่างสนามแข่งและถนนได้หรือไม่

ลักษณะภายนอกของ Monza SP1 หลุดออกจากกรอบการออกแบบของซูเปอร์คาร์สมัยใหม่อย่างสิ้นเชิง สไตล์โดยรวมได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบ Barchetta คลาสสิกของ Ferrari ในทศวรรษ 1950 ด้านหน้าของรถไม่มีกระจังหน้าแบบดั้งเดิม แต่เปลี่ยนมาเป็นฝากระโปรงหน้าแบบทรงเตี้ยที่มีลายโค้งไหลลื่นและช่องลมด้านข้างที่คมชัด ประกอบกับไฟวิ่งกลางวันแบบ LED ที่เรียวยาว แสดงความดุดันได้อย่างเต็มที่ ส่วนด้านข้างของตัวรถใช้รูปแบบการออกแบบที่มีเพียงที่นั่งเดียวซึ่งมีเส้นสายที่กระชับ สัดส่วนที่เป็นระเบียบด้วยหน้าสั้นและฝากระโปรงหน้าที่ยาว สร้างความรู้สึกแข็งแกร่งและสปอร์ตสไตล์ย้อนยุคเพิ่มเติม ล้อขนาด 21 นิ้วพร้อมระบบล็อกตรงกลางล้อจับคู่กับยาง Pirelli P Zero Corsa ช่วยเสริมสร้างความสามารถด้านสมรรถนะ ด้านท้ายของรถได้รับการออกแบบอย่างเรียบง่ายโดยมีท่อไอเสียคู่สองชุดประกอบกับดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะของสมรรถนะอย่างชัดเจน ในส่วนของระบบไฟนั้น ไฟหน้ามาพร้อมกับแหล่งกำเนิดแสง LED แบบแมทริกซ์ ซึ่งให้แสงสว่างในยามค่ำคืนอย่างชัดเจน ส่วนไฟท้ายเป็นแบบแถบ LED ที่ล้อมรอบ ให้ความรู้สึกพิเศษ

เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร ภายในของ Monza SP1 นำเอาการออกแบบสไตล์ครอบครัวของ Ferrari มาใช้อย่างต่อเนื่อง วัสดุหลักใช้คาร์บอนไฟเบอร์และ Alcantara ที่ให้ความรู้สึกทนทานและมีความรู้สึกของการต่อสู้ พื้นที่ควบคุมส่วนกลางมีการจัดเรียงที่เรียบง่าย หน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้วรวมความสามารถในการใช้งานต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว เช่น สื่อ การนำทาง และการตั้งค่ารถยนต์ ซึ่งความราบรื่นในการทำงานเป็นไปตามความคาดหวัง พวงมาลัยออกแบบเป็นแบบตรงส่วนล่าง โดยด้านซ้ายมีปุ่ม Manettino สำหรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ เช่น โหมดเปียก โหมดสปอร์ต และโหมดสนามแข่ง ส่วนด้านขวามีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์และแป้นเปลี่ยนเกียร์ โดยแป้นเกียร์มีขนาดใหญ่และมีการตอบสนองในการเปลี่ยนเกียร์ที่ชัดเจน เบาะที่นั่งถูกออกแบบมาให้มีรูปทรงถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่เจาะจง สนับสนุนส่วนเอวและต้นขาได้ดี แต่เมื่อใช้งานเป็นเวลานานอาจรู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย พื้นที่ภายในเกิดจากการจัดที่นั่งแบบคนเดียว มีเพียงพื้นที่นั่งของผู้ขับขี่เท่านั้นที่ใช้งานได้ ด้านหลังของเบาะมีช่องเก็บของขนาดเล็กที่สามารถใส่กระเป๋าสตางค์หรือโทรศัพท์มือถือได้ ความสามารถในการใช้งานทั่วไปยังค่อนข้างจำกัด

ในด้านสมรรถนะ Monza SP1 มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรที่ใช้การดูดอากาศเข้าเครื่องตามธรรมชาติ ให้กำลังสูงสุด 810 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 719 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด ขณะเริ่มออกตัว การเหยียบคันเร่งเบา ๆ จะส่งผลให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ชัดเจนและรอบเครื่องเร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ต คันเร่งจะตอบสนองได้ไวขึ้น และเมื่อเหยียบคันเร่งลึกแรงผลักดันจะรุนแรงมาก การเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุดสามารถถึง 340 กม./ชม. ในระหว่างการเร่งแซง เกียร์เปลี่ยนได้เร็วมากและแรงขับเคลื่อนต่อเนื่องกัน ให้ความสามารถในการเร่งซ้ำในช่วงความเร็วสูงอย่างเพียงพอ ในด้านการควบคุม พวงมาลัยมีความแม่นยำ และแทบไม่มีช่องว่างในการหมุน เมื่อเข้าโค้งผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ถึงการยึดเกาะของล้อหน้า ระบบกันสะเทือนใช้แขนรูปตัว A สองชั้นด้านหน้าและระบบหลายจุดด้านหลัง การปรับจูนถูกตั้งค่าให้ออกมาค่อนข้างแข็ง ความโอนเอนของตัวรถในโค้งถูกควบคุมได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อต้องวิ่งผ่านเนินชะลอความเร็วหรือถนนขรุขระ การสั่นสะเทือนจะถูกส่งผ่านมาอย่างชัดเจน ซึ่งอาจลดความสะดวกสบายลงบ้าง

ในด้านการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ระบุโดยผู้ผลิตคือ 16.1 ลิตร/100กม. ในการทดสอบจริง อัตราสิ้นเปลืองในสภาพการขับขี่ในเมืองประมาณ 22 ลิตร/100กม. และบนทางหลวงประมาณ 14 ลิตร/100กม. ซึ่งเป็นไปตามคาดสำหรับเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่ ประสิทธิภาพการเบรกยอดเยี่ยม คาลิปเปอร์เบรกแบบหกลูกสูบด้านหน้าพร้อมดิสก์เบรกเซรามิกคาร์บอน ระยะเบรกสั้นและไม่เกิดอาการ fade จากความร้อนที่ชัดเจน ในด้านการควบคุมเสียงรบกวน เนื่องจากไม่มีหลังคาแบบดั้งเดิมและกระจกหน้ารถ เสียงลมและเสียงเครื่องยนต์จะเข้าสู่ห้องโดยสารโดยตรงระหว่างการขับขี่ แต่ในโหมดสปอร์ต เสียงของเครื่องยนต์ V12 ให้เสียงที่มีความหนักแน่นและหลากหลายชั้น ทำให้การขับขี่เต็มไปด้วยความเร้าใจ

โดยสรุป จุดเด่นของ Monza SP1 อยู่ที่การออกแบบย้อนยุคที่เป็นเอกลักษณ์ กำลังของเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลัง และประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ เมื่อเปรียบเทียบกับ McLaren Elva ในระดับเดียวกันแล้ว เสียงของเครื่องยนต์ของ Monza SP1 มีความโดดเด่นมากกว่า และการออกแบบมีความเป็นงานสะสมที่มีค่า อย่างไรก็ตาม ในด้านการใช้งานในชีวิตประจำวันและความสะดวกสบาย Monza SP1 ด้อยกว่าคู่แข่งเล็กน้อย รถคันนี้เหมาะสำหรับนักสะสมและผู้เล่นที่มีประสบการณ์ที่ต้องการแสวงหาความสนุกในการขับขี่ขั้นสุดยอด หรือเหมาะสำหรับใช้ในงานแข่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางในชีวิตประจำวัน การใช้งานและความสะดวกสบายจะเป็นข้อเสียใหญ่

โดยรวมแล้ว Ferrari Monza SP1 เป็นรถซูเปอร์คาร์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่ผสานการออกแบบย้อนยุคเข้ากับสมรรถนะที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว รถคันนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการใช้งานที่ครอบคลุม แต่เน้นการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ที่สุดให้กับผู้ขับขี่ หากคุณคือแฟนพันธุ์แท้ของ Ferrari และมีความสามารถที่จะครอบครองรถในระดับสะสม Monza SP1 จะเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าคุณต้องการรถซูเปอร์คาร์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ Monza SP1 อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด

ข้อดี
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 สั่นสะเทือน ดึงดูดสายตา สร้างความรู้สึกพิธีการและความดิบของเครื่องจักร
สมรรถนะการเร่งแซงบนทางหลวงทรงพลัง สัมผัสการเร่งดึงหลังได้ชัดเจน ช่วงล่างกระชับบริสุทธิ์
ระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบเสถียรภาพในลมข้าง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
ข้อเสีย
การออกแบบแบบไม่มีหลังคาทำให้ในฤดูร้อนร้อนเนื่องจากแสงแดด และในฤดูฝนอาจเปียกฝนได้ ลำบากต่อการหลบฝนชั่วคราว
เมื่อเกิดการจราจรติดขัดในเมืองสมรรถนะของเครื่องยนต์ไม่สามารถแสดงได้เต็มที่ และการใช้น้ำมันสูง (16.1L/100km)
ขนาดตัวรถใหญ่ การจอดรถทำได้ยาก ต้องวนหาที่จอดเป็นรอบ
คะแนนรวม
4.6
ดีเยี่ยม
จาก 8 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.6 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.8 / 5
แสดงรีวิว 8 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายแอร์
เจ้าของ 2020 Ferrari Monza SP1 V12
รถ SP1 คันนี้ในช่วงเช้าของกรุงเทพฯ กลายเป็น "จุดโฟกัสเคลื่อนที่" อย่างแท้จริง แค่เหยียบคันเร่งเครื่อง V12 ถนนทั้งสายก็หันมามอง แต่มันไม่มีหลังคา เปิดรถช่วงเที่ยงแค่ครึ่งชั่วโมงก็เหมือนเข้าไปอบซาวน่า บางครั้งรอยต่อของภายในรถอาจมีฝุ่นติดอยู่ แต่ระบบความปลอดภัยมั่นใจได้เต็มที่ เร่งแซงเปลี่ยนเลนไม่เคยลังเล
5 ดีเยี่ยม
สายสปริง
เจ้าของ 2020 Ferrari Monza SP1 V12
รถ Monza SP1 คันนี้ในกรุงเทพฯ ตอนรถติดนี่ทำเอาปวดหัวเลย เครื่องยนต์ 6.5L V12 ไม่สามารถแสดงพลังในเขตเมืองได้อย่างเต็มที่ อัตราสิ้นเปลือง 16.1L ก็ทำเอาเจ็บใจเหมือนกัน แต่พอขึ้นทางด่วน การเร่งแซงนี่มันสะใจจริง ๆ แรงดึงทำให้คนถูกกดลงกับเบาะเลย แต่การหาที่จอดนี่ลำบากมาก ต้องวนหลายรอบกว่าจะเจอที่จอด
5 ดีเยี่ยม
สายซิ่ง
เจ้าของ 2020 Ferrari Monza SP1 V12
ก่อนหน้านี้ขับ 911 Turbo S บนทางด่วนที่ประเทศไทยรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป จนกระทั่งได้เจอ Monza SP1 คันนี้ เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร แค่เหยียบคันเร่ง เสียงคำรามก็กลบเสียงแตรตอนเช้าที่ถนนสาทรในกรุงเทพฯ จนมอเตอร์ไซค์รับจ้างยังต้องหันมามอง วันหยุดขับไปหัวหิน ขับเปิดประทุนลมทะเลที่มาพร้อมกับกลิ่นเครื่องยนต์นั้นฟินกว่าขับเปิดประทุน 488 ไปอีก — แต่หน้าฝนที่ไทยนี่ลำบากจริง ๆ ต้องรีบหาที่หลบฝนแบบวุ่นวายฟุ้งซ่าน แต่ก็คุ้มนะ 55 ล้านบาทไทยไม่ได้ซื้อมาแค่รูปลักษณ์และสมรรถนะ แต่มันคือความรู้สึกจั๊กจี้หลังทุกครั้งที่สตาร์ทรถ นี่แหละที่ซูเปอร์คาร์คันอื่นให้ไม่ได้
5 ดีเยี่ยม
สายช่วงล่าง
เจ้าของ 2020 Ferrari Monza SP1 V12
วันนี้ขับมันเข้าโค้ง เสียงคำรามของ V12 ทำให้ขนลุกเลย สุดยอดมาก!
5 ดีเยี่ยม
สายท่อ
เจ้าของ 2020 Ferrari Monza SP1 V12
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมพาแฟนสาวไปขับรถเล่นบนถนนภูเขาชานเมืองเชียงใหม่ พอบ่ายๆ ฝนฟ้าคะนองก็ตกลงมาแบบไม่คาดฝัน เครื่องยนต์ V12 ให้ความรู้สึกเร่งติดเบาะตอนเข้าโค้งแบบสุดยอดจริงๆ แต่เมื่อเหยียบน้ำมันแรงๆ บนถนนเปียกลื่นล่ะก็ล้อจะเริ่มลื่น คิดว่าการหักคะแนนด้านประสิทธิภาพไป 1 คะแนนก็ไม่เกินจริง อย่างไรก็ตาม ในช่วงฝนตกหนัก ระบบทำความร้อนที่เบาะนั่งและระบบรักษาเสถียรภาพในขณะลมแรงตอบสนองได้เร็วมาก ให้ความรู้สึกปลอดภัยสุดๆ วัสดุภายในแบบ Alcantara ให้สัมผัสที่นุ่มสบาย แต่ตรงแผ่นตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ที่เบาะข้างคนขับจะรู้สึกเกะกะๆ ที่ขาตรงรอยต่อ คะแนน 4 คะแนนถือว่าเหมาะสมแล้ว
1
2
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.5
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
6496
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
16.1
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
DCT
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
รูป Ferrari Monza SP1
Ferrari Monza SP1
รูป Mazda MX-5
Mazda MX-5
Ferrari Monza SP1
vs
Mazda MX-5
รูป Ferrari Monza SP1
Ferrari Monza SP1
รูป Audi TT Roadster
Audi TT Roadster
Ferrari Monza SP1
vs
Audi TT Roadster
รูป Ferrari Monza SP1
Ferrari Monza SP1
รูป BMW Z4 Roadster
BMW Z4 Roadster
Ferrari Monza SP1
vs
BMW Z4 Roadster
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถ Ferrari 296 GTB มือสองในดูไบราคาเท่าไหร่?

ราคาของ Ferrari 296 GTB ในมาเลเซียเป็นเท่าไร?

จำนวนพนักงานของ Ferrari ในปี 2023 มีเท่าไหร่?