รูป Ford

รีวิว Ford Everest 2.0 Turbo Sport 4×2 6AT 2024

Ford Everest 2.0 Turbo Sport 4×2 6AT 2024 เป็นรถครอบครัวที่มุ่งเน้นตลาดรถ SUV 7 ที่นั่งกลุ่ม D-Segment ในประเทศไทย โดยมีจุดขายหลักคือแรงบิดของเครื่องยนต์ดีเซล, อุปกรณ์ที่คุ้มค่าราคา และการปรับจูนช่วงล่างที่มีความสมบูรณ์แบบ พร้อมทั้งเน้นความอเนกประสงค์ของพื้นที่ใช้สอยและการออกแบบที่สปอร์ต
รูป Ford Everest
รูป Ford Everest
รูป Ford Everest
รูป Ford Everest
รูป Ford Everest
THB 1,507,000
Ford Everest 2.0 Turbo Sport 4×2 6AT 2024
เซกเมนท์
D-Segment
ตัวถัง
SUV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
170
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
405
ระบบเกียร์
AT
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาด SUV 7 ที่นั่งกลุ่ม D-Segment ของไทย ความต้องการของผู้ใช้ในครอบครัวในด้านพื้นที่, ความสมดุลของพลังงาน และฟังก์ชันความปลอดภัยได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ Ford Everest 2.0 Turbo Sport 4×2 6AT 2024 จึงเป็นรุ่นที่มุ่งเป้าไปยังตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ โดยมีจุดขายหลักที่แรงบิดอันเป็นข้อได้เปรียบของเครื่องยนต์ดีเซล, การรวมชุดอุปกรณ์ที่คุ้มค่า และการปรับแต่งแชสซีส์ที่มีความสมบูรณ์ ครั้งนี้การทดสอบการขับขี่จะมุ่งเน้นตรวจสอบการใช้งานในสถานการณ์บ้านๆ และการแสดงสมรรถนะในแบบไดนามิกว่าสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้เป้าหมายหรือไม่

ด้านการออกแบบภายนอก Everest 2.0 Turbo Sport ยังคงรักษาเค้าโครงของ SUV แบบทรงแข็งแกร่ง แต่รายละเอียดก็ดูเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าสีดำแบบขนาดใหญ่ รวมกับโลโก้วงรีสีน้ำเงินสัญลักษณ์ของ Ford ที่มีการจดจำสูง; ไฟหน้า LED อัตโนมัติที่ทั้งสองด้านรูปทรงคมชัด เชื่อมต่อกับขอบของกระจังหน้าเพิ่มความกว้างสายตามิติแนวนอน ด้านข้างตัวรถเส้นสายตรงลวดลายแบบเรียบง่าย ล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/55 R20 เพิ่มความโดดเด่น ปีกล้อที่ขยายออกเล็กน้อยยังคงรักษาลักษณะของรถออฟโรดไว้ ส่วนท้ายรถ ไฟท้าย LED จัดเรียงแบบแนวนอน เชื่อมต่อกันด้วยแถบตกแต่งสีดำ ด้านล่างของกันชนท้ายมีแผ่นปลายสีเงินเพิ่มสไตล์แบบครอสโอเวอร์ การออกแบบโดยรวมตอบสนองทั้งความสง่างามสำหรับการใช้งานครอบครัวและผู้ใช้วัยหนุ่มสาวที่รักในสไตล์สปอร์ต

เข้ามาภายในรถ การตกแต่งภายในเน้นสีเข้มเป็นหลัก คอนโซลกลางออกแบบสมมาตร ใช้วัสดุพลาสติกนุ่มและหนังหุ้มในพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกสัมผัสที่ต้องการ หน้าจอควบคุมหลักขนาด 10.1 นิ้วอยู่ด้านบนของคอนโซลกลาง อินเทอร์เฟซของระบบดูเรียบง่าย และการใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น; ส่วนล่างของหน้าจอยังคงมีปุ่มฟิสิคัลบางส่วนอยู่เพื่อความสะดวกสำหรับการใช้งานขณะขับรถ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์แบบพาย (Paddle Shifters) ให้ความรู้สึกจับที่ดี ปุ่มควบคุมทั้งสองข้างจัดวางอย่างเหมาะสม ดังนั้นการควบคุมเครื่องเสียง, การโทรศัพท์ และฟังก์ชันช่วยขับขี่จึงทำได้สะดวก ในแง่ของอุปกรณ์ก็ยังบรรจุมาอย่างครบครัน เช่นหลังคาซันรูฟ, ลำโพง 8 ตัว, เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ และเบาะนั่งด้านหน้าพร้อมระบบทำความร้อน (ถ้ามีตามข้อมูลจริง ถ้าไม่มีก็ให้ละเว้น) ทั้งหมดนี้อยู่ในรายการอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันง่ายดายขึ้น

พื้นที่การใช้งานตอบสนองคุณสมบัติของ SUV 7 ที่นั่ง ในกลุ่ม D-Segment ได้ ตัวรถมีขนาด 4914×1923×1842mm ระยะฐานล้อ 2900mm พื้นที่นั่งด้านหน้ากว้างขวาง ผู้โดยสารที่สูง 180cm จะมีพื้นที่เหลือพอสำหรับบริเวณศีรษะและขา; เบาะที่นั่งแถวที่สองสามารถเลื่อนหน้า-หลังและปรับมุมพนักพิงได้ พื้นที่วางขาสูงสุดสามารถมีถึงสองกำปั้น และพื้นที่พื้นตรงกลางแถวนี้แทบจะราบเรียบ การนั่งสามคนในแถวที่สองจึงไม่มีการเบียดกัน; พื้นที่ในแถวที่สามจะค่อนข้างจำกัด เหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ที่เดินทางระยะสั้นๆ พื้นที่เก็บสัมภาระในโหมด 7 ที่นั่งจุได้ 249 ลิตร หากพับเบาะแถวที่สามลงจะสามารถขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น รองรับความต้องการขนสัมภาระสำหรับการเดินทางแบบครอบครัวได้ การจัดเรียงพื้นที่เก็บของ ตัวช่องเก็บของที่แผงประตูด้านหน้าและด้านหลัง, คอนโซลกลาง และลิ้นชักเก็บของก็มีขนาดที่ใช้งานได้ดี และจำนวนที่วางแก้วเหล่านั้นก็ตอบสนองการใช้งานของทุกคนได้เพียงพอ

ระบบพลังงานขับเคลื่อนมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0L กำลังสูงสุด 125kW (170PS) แรงบิดสูงสุด 405N·m จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ในการขับขี่จริง แรงบิดที่ส่งออกในช่วงรอบต่ำมีความเพียงพอ การออกตัวและการขับตามที่ความเร็วต่ำมีการตอบสนองพลังงานที่ทันที ไม่มีความรู้สึกหน่วงแบบทั่วไปของเครื่องยนต์ดีเซล เมื่อสลับไปยังโหมดสปอร์ต การเปลี่ยนเกียร์ของระบบส่งกำลังจะแอคทีฟยิ่งขึ้น เมื่อเร่งแซงจะมีความมั่นใจมากขึ้น ในส่วนนี้สมรรถนะที่ได้ระบุไว้ 0-100 กม./ชม. ภายใน 9.8 วินาที ซึ่งอยู่ในระดับค่อนข้างดีในหมู่รถ SUV ดีเซลระดับเดียวกัน การขับขี่ทั่วไปจะเน้นไปที่โหมดประหยัดน้ำมันเป็นหลัก ระบบส่งกำลังมีการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล รักษารอบอยู่ในช่วง 1500-2000rpm ดังนั้นประสิทธิภาพการใช้น้ำมันจึงค่อนข้างดี อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยทางการอยู่ที่ 8.4 ลิตร/100 กม. ในการขับในเมืองจริงประมาณ 9-10 ลิตร/100 กม. และเส้นทางไฮเวย์สามารถลดได้ถึง 7-8 ลิตร/100 กม.

การควบคุมและสมรรถนะของช่วงล่างเป็นที่น่าพอใจ โช้คอัพหน้าแบบอิสระ MacPherson Strut + โช้คอัพหลังแบบอิสระ 5 ลิงค์ การปรับจูนเน้นที่ความสบายแต่ไม่เสียความแข็งแรง ขณะที่ขับผ่านลูกระนาดหรือต้องเผชิญกับถนนที่ขรุขระ ช่วงล่างสามารถกรองแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้โดยสารในรถไม่รู้สึกถึงการกระเทือนอย่างชัดเจน; เวลาขับในทางโค้ง ตัวถังรถมีการควบคุมการเอียงอยู่ในระดับที่เหมาะสม พวงมาลัยมีความแม่นยำและช่องว่างน้อย ให้ความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ ระบบเบรกมีความเสถียร โดยเป็นการจับคู่ระหว่างดิสก์เบรกหน้าระบายความร้อน + ดิสก์เบรกหลังทึบ แป้นเบรกมีความนุ่มนวล ขณะเบรกฉุกเฉิน ตัวรถยังคงมีสมดุลที่ดี การควบคุมเสียงรบกวน ในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง เสียงลมและเสียงจากยางมีความชัดเจนเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เสียงจากเครื่องยนต์ดีเซลในขณะรอบเดินเบาค่อนข้างชัดเจน แต่จะถูกลดลงเมื่อขับขี่ปกติ

อุปกรณ์ความปลอดภัยเป็นหนึ่งในจุดเด่นของ Everest 2.0 Turbo Sport โดยมีถุงลมนิรภัยมาตรฐาน 7 จุด, ระบบ ABS ป้องกันล้อล็อค, ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ, การเตือนออกนอกเลน, ระบบเบรกอัตโนมัติ และการเตือนการชนด้านหน้า เป็นต้น ซึ่งอยู่ในระดับที่ครบครันในรถกลุ่มนี้ ทำให้ผู้ใช้รถครอบครัวมีความมั่นคงในการเดินทาง นอกจากนี้ ยังมีระบบเซ็นเซอร์ถอยหลัง, ภาพกล้องมุมมอง 360 องศา และระบบช่วยขึ้นทางลาดชัน ที่ช่วยลดความซับซ้อนในการขับขี่ประจำวันได้อีกด้วย

เมื่อมองภาพรวม Ford Everest 2.0 Turbo Sport 4×2 6AT 2024 มีจุดเด่นสำคัญในเรื่องการแสดงแรงบิดของเครื่องยนต์ดีเซล การออกแบบพื้นที่ให้สมดุล และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครัน ราคาที่ 1.507 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกันอย่าง Toyota Fortuner หรือ Mitsubishi Pajero Sport ในด้านอุปกรณ์และความคุ้มค่า ยังถือว่ามีความได้เปรียบอยู่บ้าง เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการใช้งานในครอบครัว ต้องการพื้นที่ 7 ที่นั่ง และชื่นชอบเครื่องยนต์ดีเซล สามารถตอบสนองการเดินทางในเมืองประจำวัน, การท่องเที่ยวระยะทางสั้นในช่วงสุดสัปดาห์ หรือเส้นทางที่มีความท้าทายเล็กน้อยได้ หากคุณกำลังมองหารถ SUV 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัว ที่มีความสมดุลและไม่มีจุดด้อยที่ชัดเจน รุ่นนี้ควรค่าแก่การพิจารณา

ข้อดี
กำลังแรง ประสิทธิภาพการแซงในช่วงเช้าที่รถติดเยี่ยม แม้บรรทุกคน 7 คนขับออกนอกเมืองก็ไม่รู้สึกอืด
สมรรถะผ่านได้ดี ระยะห่างจากพื้นดิน 225 มม. ผ่านถนนที่มีน้ำขังได้มั่นคง
อุปกรณ์ความปลอดภัยครบ มีถุงลมนิรภัย 7 จุดและระบบเบรกอัตโนมัติ เดินทางพร้อมเด็กได้อย่างมั่นใจ
ข้อเสีย
ในเขตเมืองเมื่อการจราจรติดขัด อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจริงสูงกว่าที่ระบุไว้อย่างเป็นทางการ 1 ลิตร
ภายในมีความรู้สึกว่าเป็นพลาสติกมากเกินไป ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
คะแนนรวม
4.3
ดีเยี่ยม
จาก 3 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.3 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.0 / 5
ความปลอดภัย
4.7 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.3 / 5
แสดงรีวิว 3 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายแกร่ง
เจ้าของ Ford Everest 2.0 Turbo Sport 4×2 6AT 2024
ช่วงเช้าเร่งแซง กดคันเร่งแล้วพุ่งเลย บรรทุกผู้โดยสารเต็ม 7 คน ขับในเขตชานเมืองก็ไม่อืด ระยะห่างจากพื้นดิน 225 มม. ลุยถนนที่มีน้ำขังได้นิ่งมาก ถุงลมนิรภัย 7 จุด + เบรกอัตโนมัติ พาเด็กๆ ออกไปด้วยก็สบายใจ แค่ในเมืองรถติดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะสูงกว่าที่ระบุประมาณ 1 ลิตร แต่ถังน้ำมัน 80 ลิตรเติมครั้งเดียววิ่งได้นาน คุ้มค่า!
4 ดีเยี่ยม
สายเร็ว
เจ้าของ Ford Everest 2.0 Turbo Sport 4×2 6AT 2024
รถคันนี้ปลอดภัยและมั่นคงมาก แต่ภายในรู้สึกเหมือนพลาสติกมากกว่าที่ฉันคิดไว้อีก!
5 ดีเยี่ยม
สายเกียร์
เจ้าของ Ford Everest 2.0 Turbo Sport 4×2 6AT 2024
แรงเครื่องยนต์ 2.0T นี้ดุจริงๆ ตอนแซงแค่เหยียบคันเร่งไปทีเดียว แรงดึงจนเพื่อนที่นั่งข้างๆ ถึงกับตกใจ!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1996
ชนิดเครื่องยนต์
เครื่องอัดอากาศแบบเทอร์โบ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
170
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
405
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
3500
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
2500
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
9.8
อัตราสิ้นเปลือง
8.4
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า
ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง
ระบบกันสะเทือนอิสระแบบห้าลิงค์
ขนาดยางหน้า
255/55 R20
ขนาดยางหลัง
255/55 R20
เบรกมือ
เบรกมือไฟฟ้า
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
D-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4914
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1923
ความสูง(มิลลิเมตร)
1842
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2900
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
249
รูป Ford Everest
Ford Everest
รูป Suzuki XL7
Suzuki XL7
Ford Everest
vs
Suzuki XL7
รูป Ford Everest
Ford Everest
รูป Chery Tiggo 8
Chery Tiggo 8
Ford Everest
vs
Chery Tiggo 8
รูป Ford Everest
Ford Everest
รูป Chevrolet Trailblazer
Chevrolet Trailblazer
Ford Everest
vs
Chevrolet Trailblazer
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

เครื่องยนต์ขนาดใดที่อยู่ใน Ford Everest รุ่นปี 2021?

รถ Ford Everest ปี 2021 สามารถลากจูงได้เท่าไหร่?

ราคา Ford Everest ปี 2021 อยู่ที่เท่าไหร่?