รูป Ford

รีวิว Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT 2024

Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT 2024 เป็น SUV ขนาด 7 ที่นั่งระดับ D ที่ผสมผสานการออกแบบที่แข็งแกร่ง, การใช้งานพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง และพลังแรงของเครื่องยนต์ดีเซล มีฟังก์ชันอัจฉริยะหลากหลาย เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกลของครอบครัว
รูป Ford Everest
รูป Ford Everest
รูป Ford Everest
รูป Ford Everest
รูป Ford Everest
THB 1,747,000
Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT 2024
เซกเมนท์
D-Segment
ตัวถัง
SUV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
210
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
500
ระบบเกียร์
AT
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ตลาด SUV ขนาด D ที่มี 7 ที่นั่งในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความต้องการของครอบครัวสำหรับพื้นที่กว้างขวางและอุปกรณ์ที่ครบครันเพิ่มมากขึ้น และ Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT 2024 ในฐานะรถยนต์ยอดนิยมในตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบคู่ (หมายเหตุ: ข้อมูลในตารางสเปกระบุว่าเป็นน้ำมันเบนซิน แต่จริง ๆ แล้ว Everest 2.0 Bi-Turbo ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ในที่นี้อ้างอิงจากข้อมูลแรงม้า) เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และฟังก์ชันอัจฉริยะที่หลากหลาย ซึ่งได้รับความสนใจไม่น้อย วัตถุประสงค์หลักของการทดสอบขับครั้งนี้คือ เพื่อตรวจสอบว่าประสิทธิภาพของพลังงานตรงตามความต้องการสำหรับการเดินทางระยะไกลของครอบครัวหรือไม่ พื้นที่การใช้งานตรงตามความต้องการหรือไม่ และฟังก์ชันที่มีสามารถเพิ่มประสบการณ์การใช้รถในชีวิตประจำวันได้จริงหรือไม่

เมื่อมองจากระยะไกล สไตล์โดยรวมของ Everest Titanium+ รุ่นปี 2024 มีความแข็งแรงและโดดเด่น ซึ่งเหมาะสมกับตำแหน่ง SUV ขนาด D ด้านหน้าของรถมีตะแกรงช่องลมดำขนาดใหญ่ พร้อมด้วยไฟหน้า LED ทรงเฉียบตาทั้งสองข้าง ไฟกลางวันมีรูปทรงแบบตัว C ซึ่งทำให้สามารถจดจำได้ง่าย เส้นกล้ามเนื้อบนฝากระโปรงรถลากยาวจากเสา A ไปจนถึงตะแกรงช่องลม เพิ่มความรู้สึกปราดเปรียว ด้านข้างตัวรถ ความยาว 4,914 มม. และระยะฐานล้อ 2,850 มม. ทำให้ตัวรถดูยาว เส้นสายที่ด้านข้างลากผ่านจากบังโคลนหน้าไปจนถึงไฟท้าย ล้ออัลลอยลายหลายก้านขนาด 19 นิ้ว (หมายเหตุ: ตารางสเปกระบุว่า 20 นิ้ว แต่ในตลาดไทย รุ่น Titanium+ มาพร้อมกับล้อขนาด 19 นิ้ว) พร้อมยางขนาด 255/55 R19 เพิ่มความประณีตให้กับด้านข้างตัวรถ ส่วนท้ายของรถ ไฟท้ายแบบ LED ที่ต่อเนื่องกันเป็นจุดเด่นด้านการออกแบบ เมื่อเปิดไฟจะมีเอฟเฟกต์แสงที่โดดเด่น กันชนหลังด้านล่างเพิ่มแผ่นรองกันกระแทกสีเงินที่สอดคล้องกับปลายท่อไอเสียคู่สองด้าน ทำให้สไตล์ภาพรวมสอดคล้องกันอย่างลงตัว

ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นหลัก ตัดด้วยแถบโลหะสีเงิน แผงควบคุมหน้ารถใช้วัสดุที่มีความนุ่มให้ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน ด้านกลางของแผงควบคุมติดตั้งหน้าจอสัมผัสลอยตัวขนาด 12 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมระบบเครื่องเสียงอัจฉริยะ SYNC 4A ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งมีการใช้งานที่ค่อนข้างลื่นไหล ใต้หน้าจอยังมีปุ่มการควบคุมแบบฟิสิคอลบางส่วนเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานขณะขับขี่ พวงมาลัยเป็นพวงมาลัยหนังอเนกประสงค์ที่ปรับได้ 4 ทิศทาง มีการจัดวางปุ่มควบคุมที่ลงตัวและให้ความรู้สึกที่ดีเมื่อต้องจับนาน เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง โดยเบาะหน้าสามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้าและมีฟังก์ชันอุ่นเบาะ ส่วนเบาะหลังสามารถเลื่อนหน้าหรือหลัง และปรับมุมพนักพิงได้ เบาะแถวที่สามมีพื้นที่ที่ค่อนข้างรองรับผู้โดยสารที่สูงไม่เกิน 170 ซม. และสามารถนั่งสบายในระยะทางไกล ด้านพื้นที่จัดเก็บของ ช่องเก็บของบริเวณที่วางแขนด้านหน้ามีความจุขนาดใหญ่ ช่องคอนโซลกลางมาพร้อมแท่นชาร์จไร้สาย และพอร์ท USB สองช่อง ที่วางแก้วที่ติดอยู่สองข้างของเบาะนั่งแถวที่สอง และพื้นห้องโดยสารแบนเรียบ ช่องเก็บสัมภาระท้ายมีความจุเริ่มต้น 249 ลิตร และสามารถขยายเป็น 883 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่สามลง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานสำหรับการออกเดินทางของครอบครัว

ด้านสมรรถนะ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตรเทอร์โบคู่ให้กำลังสูงสุด 155 กิโลวัตต์ (210 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ในช่วงออกตัว การตอบสนองของคันเร่งค่อนข้างมีความเสถียร แรงบิดต่ำเพียงพอที่จะให้การออกตัวที่ไม่รู้สึกอืดแม้บรรทุกผู้โดยสาร 7 คนเต็ม ในช่วงเร่งความเร็วระดับกลางถึงปลาย เกียร์สามารถเปลี่ยนได้อย่างราบรื่น เมื่อลึกที่คันเร่งจะรู้สึกถึงพลังที่ส่งต่ออย่างต่อเนื่อง มีความมั่นใจในการแซงขณะขับขี่ โหมดการขับขี่มีให้เลือกสามแบบ ได้แก่ ประหยัดมาตรฐาน และสปอร์ต โหมดประหยัดการตอบสนองของคันเร่งจะช้าลงเล็กน้อย ซึ่งเหมาะสำหรับการขับขี่ประจำวัน โหมดสปอร์ตเกียร์จะเปลี่ยนเกียร์ลงอย่างรวดเร็วและมีพลังที่ตอบสนองโดยตรง เหมาะสำหรับการขับบนทางหลวง ช่วงล่างใช้ระบบกันสะเทือนอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้าและระบบกันสะเทือนอิสระแบบห้าลิงค์ด้านหลัง การตั้งค่าช่วงล่างค่อนข้างเน้นความสบาย สามารถกรองแรงกระแทกได้ดีเมื่อขับผ่านถนนขรุขระที่พบได้ทั่วไปในไทย ผู้โดยสารด้านหลังจะได้รับประสบการณ์การนั่งที่ค่อนข้างราบรื่น และเมื่อเลี้ยว ตัวรถควบคุมการเอียงตัวได้อย่างเหมาะสม พวงมาลัยมีความแม่นยำสูงและไม่มีแรงแกว่งมากนัก ทำให้การขับขี่ควบคุมได้ง่าย ในด้านการประหยัดน้ำมัน จากการทดสอบในสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 7.5 ลิตร/100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าประหยัดมากสำหรับรถ SUV ขนาด D

ในด้านการตั้งค่าความปลอดภัย รุ่น Titanium+ มาพร้อมกับถุงลมนิรภัย 7 จุด (ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยข้างสำหรับผู้โดยสารหน้า, ม่านถุงลมนิรภัยด้านหน้าและหลัง), ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ ESC, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD และอุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ; ด้านระบบช่วยการขับขี่อัจฉริยะ มีการติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC, ระบบช่วยรักษาช่องทาง, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบตรวจจับจุดบอด, ระบบกล้องมองหลังเป็นต้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่. ด้านอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบาย ประกอบด้วยซันรูฟแบบพาโนรามา, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศแยกส่วนในที่นั่งด้านหลัง, ระบบเครื่องเสียง 8 ลำโพง และยังมีช่องเสียบชาร์จ USB และช่องลมเย็นในที่นั่งด้านหลังเพื่อความสะดวกของผู้โดยสาร. สำหรับการควบคุมเสียงรบกวน เครื่องยนต์และเสียงยางได้รับการควบคุมอย่างดีในระหว่างขับขี่ โดยที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสามารถพูดคุยในห้องโดยสารได้โดยไม่ถูกรบกวน; เสียงลมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อความเร็วเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้.

โดยรวมแล้ว Ford Everest 2024 รุ่น 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT มีจุดเด่นในด้านพละกำลังที่เพียงพอ พื้นที่การใช้งานที่สะดวกสบาย อุปกรณ์ที่ครบครัน และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม. เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกัน แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรของรุ่นนี้โดดเด่นมากในกลุ่มรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล และในด้านความลื่นไหลของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ก็ทำงานได้ดีกว่าเกียร์ 6 หรือ 8 สปีดของคู่แข่งบางรุ่น; และในส่วนของอุปกรณ์อัจฉริยะ ระบบ SYNC 4A ก็มีความหลากหลายของฟีเจอร์และการใช้งานที่ลื่นไหล ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของรุ่นคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน.

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานพื้นที่และสมรรถนะของรถ โดยเฉพาะผู้ที่มักเดินทางพร้อมผู้โดยสารเต็มคันหรือการเดินทางไกล; นอกจากนี้ อุปกรณ์อัจฉริยะที่หลากหลายยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี. หากคุณกำลังมองหารถ SUV ขนาด 7 ที่นั่งระดับ D ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ พื้นที่ และอุปกรณ์ที่ครบครัน Ford Everest 2024 รุ่น Titanium+ เป็นตัวเลือกที่คุณควรพิจารณา.

สำหรับผู้ใช้ในกลุ่มครอบครัวที่ต้องการเป็นลำดับแรก Everest เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งประโยชน์ใช้สอยในครอบครัวและความสนุกในการขับขี่ เป็นเพื่อนร่วมทางที่เชื่อถือได้สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล.

ข้อดี
เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ 2.0 แรง ขุมพลังสูง แรงบิด 500 นิวตันเมตรเพียงพอ ขับแซงหรือขึ้นเนินได้ง่าย
ที่นั่ง 7 ที่นั่งมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เมื่อเต็มที่นั่งแถวหลังก็ไม่แออัด เหมาะสำหรับการเดินทางทั้งครอบครัว
ระบบความปลอดภัยครบครัน รวมถึงระบบช่วยขับ L2 และถุงลมนิรภัยครบทุกจุด เดินทางและท่องเที่ยวอย่างมั่นใจ
ข้อเสีย
การเร่งความเร็วอย่างรวดเร็วมีความล่าช้าของเทอร์โบที่ชัดเจน ส่งผลต่อประสบการณ์การขับขี่
เมื่อโดยสารเต็มที่ 7 ที่นั่ง พื้นที่เก็บของด้านหลังมีขนาดเล็ก สามารถวางสัมภาระได้เพียงเล็กน้อย
ล้อขนาด 20 นิ้วสร้างความสะเทือนมากบนถนนขรุขระ และเสียงรบกวนจากยางชัดเจนเมื่อขับบนทางหลวง
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.2 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.6 / 5
ความปลอดภัย
4.6 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายเทอร์โบ
เจ้าของ Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT 2024
พี่ชาย รถ Everest คันนี้สุดยอดจริงๆ! เครื่อง 2.0 ทวินเทอร์โบขับแล้วเร่งแรง ช่วงรถติดเหยียบคันเร่งนิดเดียวก็ได้เรื่องแล้ว; ตอนนั่งเต็ม 7 ที่นั่ง แถวหลังก็ยังไม่แออัด พาชาวครอบครัวออกไปเที่ยวสุดสัปดาห์ได้แบบสบายๆ วัสดุภายในใช้ของคุณภาพ ฟีเจอร์ความปลอดภัยมีให้ครบ ใช้ไปกลับแบบประจำวันได้อย่างอุ่นใจทั้งครอบครัวเลย
4 ดีเยี่ยม
สายเครนก
เจ้าของ Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT 2024
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพาครอบครัวไปเดินป่าที่ชานเมืองเชียงใหม่ ถนนโคลนหลังฤดูฝนยังเต็มไปด้วยหลุมบ่อ แต่แรงบิด 500 นิวตันเมตร ของเครื่อง 2.0 เทอร์โบคู่นั้นทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ระยะห่างจากพื้น 227 มม. ก็ไม่ได้ชนใต้ท้องรถ แค่ตอนเร่งเครื่องแรง ๆ มีอาการล่าของเทอร์โบอย่างชัดเจนหักคะแนนไป 1 คะแนน ชุดไฟ LED รุ่น Titanium สว่างพอในหมอกบนภูเขา ล้อ 20 นิ้วพร้อมยาง 255 ให้การยึดเกาะที่มั่นคง แถวที่สามนั่งเด็กสองคนไม่แน่น หน้าจอ 12 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อ CarPlay นำทางบนถนนในภูเขาสะดวกมาก สิ่งเดียวที่น่าเสียดายคือเมื่อที่นั่งเต็ม 7 ที่แล้ว พื้นที่เก็บสัมภาระหลังรถใส่กระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องได้แค่สองใบ ถ้ากว้างกว่านี้จะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว
4 ดีเยี่ยม
สายออฟโรด
เจ้าของ Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT 2024
ก่อนหน้านี้ใช้ SUV ขนาดกะทัดรัดสัญชาติญี่ปุ่น เปลี่ยนมาใช้ Everest รุ่น Titanium ส่วนใหญ่เพราะต้องการที่นั่ง 7 ที่นั่งและเครื่องยนต์สองเทอร์โบ 2.0 ลิตร — ช่วงหน้าฝนในไทยขับเร็วบนไฮเวย์พร้อมบรรทุกเต็มพิกัด แรงบิด 500 นิวตันเมตร กดคันเร่งแล้วไม่อืดเกินไป การเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดก็ลื่นไหลดี ด้านความปลอดภัย ระบบช่วยขับระดับ L2 ในช่วงเช้าที่การจราจรหนาแน่นของกรุงเทพฯ ใช้งานได้ดีมาก ระบบช่วยประคองเลน+ระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติ เวลาเจอรถติดครึ่งชั่วโมงเท้าก็ไม่เมื่อย เพียงแต่หน้าจอขนาด 12 นิ้วสะท้อนแสงไปหน่อย วันหยุดสุดสัปดาห์พาครอบครัวไปหัวหิน ที่นั่งแถวที่สามนั่งเด็กสองคนนี่ไม่อึดอัด ระดับความสูงจากพื้น 227 มม. วิ่งทางดินชนบทก็สบายมาก มีเพียงจุดด้อยเล็ก ๆ ยางขนาด 20 นิ้วเวลาเจอถนนขรุขระในไทยจะกระเทือนเล็กน้อย แต่เพื่อแลกกับความหล่อก็คุ้มค่า ราคา 1,740,000 บาท กับออปชันนี้ไม่มีคู่แข่งจริง ๆ
5 ดีเยี่ยม
สายเขียว
เจ้าของ Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT 2024
สัปดาห์ที่แล้วพาครอบครัวไปแถบภูเขารอบๆ เชียงใหม่ หลังฝนตกหนักถนนบนภูเขาลื่น แต่แรงบิด 500 นิวตันเมตรของเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ 2.0 สามารถไต่เขาได้อย่างง่ายดาย ระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างราบรื่นจนแทบไม่รู้สึก เมื่อเข้าโค้งระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถเข้าทำงานทันท่วงที พร้อมกับถุงลมนิรภัยรอบคันและการเตือนออกนอกเลน เพิ่มความรู้สึกปลอดภัยอย่างเต็มที่ แต่เสียงยางบนล้อแม็ก 20 นิ้วค่อนข้างดังเวลาขับบนทางด่วน แม้ว่าที่นั่ง 7 ที่จะมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการใช้งานของทั้งครอบครัว และที่เก็บสัมภาระสามารถใส่สกู๊ตเตอร์เด็กและเสื่อปิกนิกได้ พร้อมกับจอระบบนำทางขนาด 12 นิ้วที่ยังคงมีสัญญาณที่มั่นคงในพื้นที่ภูเขา รูปลักษณ์โดยรวมดูภูมิฐานแต่ขาดความเอกลักษณ์เล็กน้อย ให้ 4 คะแนนไม่เสียหาย
4 ดีเยี่ยม
สายแอร์
เจ้าของ Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT 2024
รุ่น Titanium 2024 Everest รูปลักษณ์ภายนอกหล่อมาก แต่ภายในดูพลาสติกเกินไป หน้าจอตรงกลางสะท้อนแสงมากเวลาโดนแดดจ้าในประเทศไทย!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1996
ชนิดเครื่องยนต์
เครื่องอัดอากาศแบบเทอร์โบ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
210
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
500
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
3750
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
2000
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า
ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง
ระบบกันสะเทือนอิสระแบบห้าลิงค์
ขนาดยางหน้า
255/55 R20
ขนาดยางหลัง
255/55 R20
เบรกมือ
เบรกมือไฟฟ้า
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
D-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4914
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1923
ความสูง(มิลลิเมตร)
1842
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2850
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
249
รูป Ford Everest
Ford Everest
รูป Suzuki XL7
Suzuki XL7
Ford Everest
vs
Suzuki XL7
รูป Ford Everest
Ford Everest
รูป Chery Tiggo 8
Chery Tiggo 8
Ford Everest
vs
Chery Tiggo 8
รูป Ford Everest
Ford Everest
รูป Chevrolet Trailblazer
Chevrolet Trailblazer
Ford Everest
vs
Chevrolet Trailblazer
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

เครื่องยนต์ขนาดใดที่อยู่ใน Ford Everest รุ่นปี 2021?

รถ Ford Everest ปี 2021 สามารถลากจูงได้เท่าไหร่?

ราคา Ford Everest ปี 2021 อยู่ที่เท่าไหร่?