รูป ZEEKR

รีวิว ZEEKR 7X Performance AWD 2025

ZEEKR 7X Performance AWD 2025 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับเรือธงที่เล็งเป้าหมายไปยังตลาดรถยนต์ระดับ D ขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาพร้อมกับสมรรถนะมอเตอร์คู่ 475kW ระยะทางวิ่ง 665km และการตกแต่งที่หรูหรา โดดเด่นด้วยความคุ้มค่า
รูป ZEEKR 7X
รูป ZEEKR 7X
รูป ZEEKR 7X
รูป ZEEKR 7X
รูป ZEEKR 7X
THB 1,799,000
ZEEKR 7X Performance AWD 2025
เซกเมนท์
D-Segment
ตัวถัง
SUV
กำลังมอเตอร์(kW)
475
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
710
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
665
ขนาดแบตเตอรี่
100
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับ D ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ความต้องการของผู้บริโภคสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระดับสูงที่มีพื้นที่กว้างและระยะการขับขี่ยาวนานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ZEEKR 7X Performance AWD 2025 เป็นรุ่นเรือธงที่มุ่งเป้าไปที่ตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ ในฐานะรุ่นที่มีสมรรถนะสูงของแบรนด์ ZEEKR ในระดับนี้ รถรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่เพลาหน้าและหลัง และกำลังรวมสูงสุดถึง 475kW (646PS) นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเครื่องเสียงที่มีลำโพง 21 ตัว และหลังคากระจกพาโนรามิกที่เปิดได้ เป็นต้น ฟีเจอร์หรูหราเหล่านี้จะสามารถรองรับราคาจำหน่ายที่ 1.799 ล้านบาทไทยได้หรือไม่? การทดสอบขับขี่ในครั้งนี้จะพิสูจน์สมรรถนะของรถโมเดลนี้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบภายนอก การขับขี่ ไปจนถึงการใช้งานจริง

การออกแบบภายนอกของ ZEEKR 7X Performance AWD มีสไตล์เรียบหรูและเน้นเทคโนโลยี ด้านหน้ารถใช้กระจังหน้าแบบปิดผนึก พร้อมไฟ LED สำหรับการขับขี่กลางวันแบบเส้นบาง และสายไฟที่เชื่อมต่อไฟทั้งสองข้างเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายที่ลื่นไหล เส้นแนวข้างรถที่เริ่มจากซุ้มล้อหน้าจนถึงท้ายรถทำให้รถดูเรียวยาวขึ้น ล้อขนาด 21 นิ้วที่จับคู่กับยางขนาด 265/40 R21 ช่วยเพิ่มความรู้สึกของความสปอร์ต ท้ายรถยังมีไฟท้ายแบบ LED เชื่อมต่อกัน และส่วนกระจังล่างหลังเพิ่มความรู้สึกของสมรรถนะ การออกแบบโดยรวมสอดคล้องกับการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับสูงในระดับ D

เมื่อเข้าสู่ภายใน ตัวห้องโดยสารมีสีเข้มเป็นสีหลัก พร้อมตกแต่งด้วยแถบโลหะและวัสดุหุ้มที่ให้สัมผัสนุ่ม ให้ความรู้สึกหรูหรา แผงควบคุมส่วนกลางออกแบบให้เรียบง่าย มีหน้าจอสัมผัสลอยขนาด 16 นิ้วอยู่ตรงกลางที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วและรองรับการสัมผัสหลายจุด ระบบแสดงผลแบบ HUD ซึ่งแสดงรายละเอียดความเร็ว ทิศทาง และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ถูกติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนัง เบาะด้านหน้าสามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า พื้นที่เบาะหลังให้ความสะดวกสบายด้วยความยาวฐานล้อที่ 2900 มม. ทำให้มีพื้นที่วางขาที่เพียงพอ พร้อมปากช่องลมแอร์สำหรับผู้โดยสารเบาะหลังและช่องเสียบไฟสำหรับความสะดวกสบาย ปริมาตรพื้นที่เก็บสัมภาระ 616 ลิตร เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและความต้องการในการจัดเก็บ

ในด้านพลังงาน รถรุ่นนี้มาพร้อมกับมอเตอร์แม่เหล็กถาวรแบบซิงโครนัสคู่ติดตั้งทั้งที่เพลาหน้าและหลัง แรงบิดรวมสูงสุด 710N·m โดยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่บริษัทกำหนดอยู่ที่เพียง 3.8 วินาที ในการขับขี่จริง การตอบสนองของพลังงานในช่วงเริ่มต้นทำได้อย่างรวดเร็ว รู้สึกถึงแรงขับดันเมื่อเหยียบคันเร่งลึก การเร่งแซงทำได้ง่าย โหมดการขับขี่มีให้เลือก 3 โหมด คือ โหมดประหยัด, โหมดสบาย, และโหมดสปอร์ต ในโหมดสปอร์ต การส่งพลังงานจะตรงไปตรงมา เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้นในการขับรถ ช่วงล่างใช้ระบบอิสระด้านหน้าและด้านหลังแบบ Multi-link ที่ถูกปรับมาในแนวทางของความสบาย ขณะขับขี่บนถนนขรุขระสามารถลดแรงสะเทือนได้ดี รักษาเสถียรภาพของตัวรถ ขณะเข้าโค้งสามารถควบคุมตัวเอียงได้ดี พวงมาลัยตอบสนองอย่างแม่นยำ สมรรถนะในการควบคุมโดยรวมค่อนข้างสมดุล

สมรรถภาพในการขับขี่และการชาร์จพลังงานเป็นไปตามคาดการณ์ แบตเตอรี่ขนาด 100kWh มีระยะการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนประมาณ 665 กม. ในการขับขี่ในเมือง ระยะทางจริงที่สามารถทำได้ประมาณ 85% ของระยะทางที่กำหนด ส่วนการขับขี่บนทางหลวงทำได้ประมาณ 75% อัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ารวมอยู่ที่ประมาณ 18kWh/100km เวลาชาร์จเร็วใช้เพียง 0.26 ชั่วโมง (15.6 นาที) เพื่อชาร์จแบตเตอรี่จาก 30% เป็น 80% ตอบสนองความต้องการสำหรับการเดินทางระยะไกล การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดี ในการขับขี่ที่ความเร็วสูงเสียงลมและเสียงล้อไม่มีความรบกวน เบาะนั่งมีการรองรับที่ดี ไม่รู้สึกล้าแม้ขับขี่เป็นเวลานาน ระบบฟื้นฟูพลังงานมีให้ปรับได้ 3 ระดับ โดยระดับสูงสุดจะรู้สึกถึงแรงน้อยลงเมื่อถอนคันเร่ง สามารถลดการใช้เบรกได้อย่างดี

ในด้านการกำหนดค่าความปลอดภัย รถรุ่นนี้มีถุงลมนิรภัย 7 ใบเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน, ABS ป้องกันล้อล็อก, ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ, ระบบช่วยเปลี่ยนเลน, ระบบเตือนการออกนอกเลน, ระบบเตือนการชนด้านหน้า และอุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงรุกและเชิงรับครบครัน เพื่อมอบการปกป้องเต็มรูปแบบให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

โดยรวมแล้ว ZEEKR 7X Performance AWD 2025 มีความโดดเด่นในด้านสมรรถนะ, อุปกรณ์หรูหรา และความสามารถในการวิ่ง เทียบกับรถในระดับเดียวกัน เช่น Tesla Model S ซึ่งโดดเด่นในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยและอุปกรณ์ ในราคาเพียง 1,799,000 บาท ทำให้รถรุ่นนี้มีความคุ้มค่ามากกว่า เหมาะสำหรับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะของรถและความหรูหรา นอกจากนี้ยังตอบสนองความต้องการของผู้บริโภควัยหนุ่มสาวที่ชื่นชอบเทคโนโลยีอีกด้วย หากคุณมองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาด D ที่มีพื้นที่กว้าง, วิ่งได้ไกล และมีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ZEEKR 7X Performance AWD 2025 ถือเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา

ข้อดี
ประสิทธิภาพทรงพลัง เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาทีได้อย่างรวดเร็ว แซงง่าย ทรงตัวดีในทางโค้ง
ภายในสะดวกสบาย ลำโพง 21 ตัว คุณภาพเสียงดี เบาะนุ่มและหุ้มด้วยหนังคุณภาพดี ที่นั่งด้านหลังมีระบบปรับอากาศแยกอิสระ
ระบบความปลอดภัยครบครัน ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง+ระบบช่วยเปลี่ยนเลน การแจ้งเตือนเมื่อออกนอกเลนช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้อย่างดี
ข้อเสีย
ขาดฟังก์ชันจอดรถอัตโนมัติ ทำให้การใช้งานที่ลานจอดแคบในกรุงเทพไม่สะดวก
การออกแบบไฟหน้ารถดูดุดันมากเกินไป ผู้ใช้งานบางส่วนรู้สึกว่าไม่อ่อนโยน
ความไวของการเตือนด้านความปลอดภัยยังต้องปรับปรุง การเตือนเมื่อเข้าชิดคันหน้ามักล่าช้า
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
5.0 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.0 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายอินเตอร์
เจ้าของ ZEEKR 7X Performance AWD 2025
ตำแหน่งกรุงเทพฯ ขับ ZEEKR 7X Performance AWD มาเกือบสองเดือนแล้ว รู้สึกอยากชมจริงๆ! ประสิทธิภาพต้องให้คะแนนเต็ม——เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.8 วินาที ไม่ได้โม้! ฤดูฝนในไทยถนนลื่น+บางครั้งทางด่วนรถติด เดิมทีขับรถน้ำมันแล้วเวลาจะแซงต้องลังเลนาน ตอนนี้แค่เหยียบคันเร่งก็แซงได้อย่างสบาย ช่วงเข้าโค้งก็รู้สึกมั่นคงมาก ไม่สั่นเลย ภายในรถก็ต้องให้คะแนนเต็ม! ลำโพง 21 ตัวของ Zeekr Sound Pro เสียงดีมาก ทุกวันติดอยู่บนถนนสาทรฟังเพลงกลายเป็นความสุขไปเลย เบาะนั่งนุ่มสบาย วัสดุหนังสัมผัสดีมาก และแอร์หลังปรับอุณหภูมิแยกได้ เวลาพาพ่อแม่ออกไปข้างนอก ท่านทั้งสองก็ชมว่านั่งแล้วไม่อึดอัด ปลอดภัยให้คะแนน 4 ดาวนะ ถุงลมนิรภัย 7 จุด+ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ประเภทนี้มีครบเลย ครั้งหนึ่งบนทางด่วนเกือบโดนปาดหน้า ระบบเตือนออกนอกเลนช่วยเตือนทันที ช่วยหลีกเลี่ยงการเฉี่ยวชนเล็กๆ ได้ แต่อยากให้มีระบบจอดอัตโนมัติเพิ่ม จะสมบูรณ์แบบสุดๆ เพราะบางครั้งที่จอดในกรุงเทพฯ แคบแบบให้อภัยไม่ได้ ภายนอกให้ 4 ดาว การออกแบบโดยรวมดูเรียบหรูดี แต่อุปกรณ์ไฟหน้าที่ฝากระโปรงหน้า แม่บอกว่ามันดู "ดุ" เกินไป ถ้าออกแบบให้ดูนุ่มนวลกว่านี้จะสวยงามขึ้นมาก~ โดยรวมแล้ว เงินที่จ่ายไปคุ้มค่ามาก! ขับ SUV ไฟฟ้าในไทยแล้วได้ประสบการณ์ที่ดีขนาดนี้ ขอแนะนำสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากเปลี่ยนรถเลย!
5 ดีเยี่ยม
สายเทา
เจ้าของ ZEEKR 7X Performance AWD 2025
ในฐานะเจ้าของ ZEEKR 7X Performance AWD 2025 ขับในประเทศไทยมาสามเดือน ยิ่งขับยิ่งชอบ! เริ่มจากสมรรถนะ การเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาทีมันเร็วสุดๆ——ในชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้าของกรุงเทพฯ ที่รถติดจนน่าเบื่อ แค่มีช่องว่างข้างหน้า กดคันเร่งครั้งเดียวก็แซงไปได้ คนขับกระบะข้างๆ ถึงกับหันมามองเลย สัปดาห์ที่แล้วขับไปเชียงใหม่ขึ้นเขา ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ยึดเกาะถนนดีมาก โค้งที่ลื่นในฤดูฝนก็ไม่ลื่นไถล ขึ้นเขาก็ไม่มีปัญหา สมรรถนะนี้ต้องให้คะแนนเต็ม! ส่วนเรื่องดีไซน์ ให้ 4 คะแนนเพราะการออกแบบล้ำสมัยดี ล้อใหญ่และรูปลักษณ์แบบท้ายลาดดึงดูดสายตาบนถนนในไทยได้มาก แต่ดีไซน์กระจังหน้าปิดสนิท บางครั้งคนเดินผ่านก็ถามว่า “ไม่มีช่องรับอากาศเหรอ?” แต่พอดูจนชินก็เริ่มชอบ ภาพรวมยังคงดูทันสมัยมีเทคโนโลยี สิ่งที่ไว้วางใจได้มากที่สุดคือความปลอดภัย ในประเทศไทยมีมอเตอร์ไซค์เยอะ ถนนสับสน ระบบถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง+ระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟครบชุดช่วยชีวิตผมได้ครั้งหนึ่ง——สัปดาห์ที่แล้วที่ถนนสุขุมวิท มีมอเตอร์ไซค์พุ่งออกมากะทันหัน ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าแจ้งเตือน+เบรกอัตโนมัติทันที เกือบชนแล้ว! เวลาขับบนทางด่วน ระบบรักษาเลนและช่วยเปลี่ยนเลนก็เชื่อถือได้ เรื่องความปลอดภัยต้องให้คะแนนเต็ม เพราะเวลาขับรถในไทย ความปลอดภัยต้องมาก่อนจริงๆ!
5 ดีเยี่ยม
RacingFanatic
เจ้าของ ZEEKR 7X Performance AWD 2025
ในฐานะเจ้าของ ZEEKR 7X Performance AWD 2025 ที่ใช้ชีวิตในประเทศไทยมาสามเดือน ประสบการณ์ของฉันเกินความคาดหมายจริงๆ! ก่อนอื่นต้องให้คะแนนเต็มสำหรับสมรรถนะ! ช่วงหน้าฝนในประเทศไทย มักจะเจอถนนที่มีน้ำขัง และเมื่อรวมกับรถติดในช่วงเวลาเช้าและเย็นที่กรุงเทพ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ของรถคันนี้เสถียรมาก — การออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.8 วินาทีนั้นดึงหลังให้รู้สึกเหมือนมีแรงผลักที่เร้าใจ การเร่งแซงสามารถทำได้ทันทีไม่มีชักช้า และแม้แต่ตอนเปลี่ยนเลนบนทางด่วนก็มั่นคงมาก อาทิตย์ที่แล้วฉันพาเพื่อนไปหัวหิน ขับผ่านเส้นทางขึ้นเขานิดหน่อย เจอว่าช่วงล่างของรถคันนี้รองรับได้ดีมาก ขณะเข้าโค้งตัวรถเอียงน้อยมาก ขับแล้วรู้สึกมั่นใจจริงๆ การตกแต่งภายในไม่ติเลย! ระบบ Zeekr Sound Pro ที่มีลำโพง 21 ตัว เพลิดเพลินกับเพลงไทยได้อย่างเต็มอิ่มขณะรถติด หน้าจอกลางขนาด 16 นิ้วตอบสนองรวดเร็ว การแสดงข้อมูลบนกระจก (HUD) ที่สามารถแสดงแผนที่ได้ด้วย หมดกังวลไม่ต้องก้มมองทางเลย สะดวกสุดๆ แอร์ที่นั่งด้านหลังควบคุมได้อิสระ ครอบครัวนั่งข้างหลังบอกว่าสบายมาก เบาะหนังสัมผัสก็นุ่มลื่นให้ความรู้สึกดีมาก เรื่องความปลอดภัยให้ 4 คะแนนก็แล้วกัน ที่จริงฟีเจอร์ก็ครบอยู่แล้ว — มีถุงลมนิรภัย 7 ใบ, ระบบเตือนออกนอกเลน, ระบบเตือนชนด้านหน้า แต่ว่าครั้งหนึ่งที่ขับตามหลังอยู่ที่ถนนสุขุมวิท การเตือนระยะใกล้ทำงานช้าไปนิดนึง ทำให้ตกใจเหมือนกัน ถ้าความไวของระบบเพิ่มขึ้นอีกนิดจะสมบูรณ์แบบเลย รูปลักษณ์ภายนอกให้ 4 คะแนน การออกแบบโดยรวมดูโดดเด่น สง่างาม แต่ชุดไฟ LED ด้านหน้ารถอาจจะไม่ค่อยโดดเด่นเมื่อเทียบกับรถกระบะที่มาเพียบในไทย อย่างไรก็ตาม เส้นสายด้านข้างของตัวรถดูโฉบเฉี่ยว ทำให้รถคันนี้เวลากลายเป็นที่จับตามองบนท้องถนนได้เหมือนกัน โดยสรุป รถคันนี้ใช้งานได้ดีมากในสภาพถนนของประเทศไทย ขอแนะนำสำหรับคนที่ชอบสมรรถภาพและเน้นความสะดวกสบาย!
4 ดีเยี่ยม
ChiangMaiCar
เจ้าของ ZEEKR 7X Performance AWD 2025
ผมเป็นเจ้าของ ZEEKR 7X Performance AWD 2025 ขับมาในประเทศไทยเกือบสองเดือนแล้ว อยากจะพูดถึงรถคันนี้หน่อย! ก่อนอื่นต้องให้คะแนนเต็มสำหรับการออกแบบภายใน! นั่งเข้าไปเหมือนเข้าไปในห้องนั่งเล่นเล็กๆ เบาะที่นั่งเป็นหนัง Nappa ที่นุ่มมาก อากาศในไทยร้อน แต่พอเปิดระบบระบายอากาศบนเบาะหลัง เย็นสบาย ไม่ร้อนเลย หน้าจอกลางขนาด 16 นิ้วตอบสนองได้ไวมาก การเชื่อมต่อ CarPlay ก็ทำได้เร็วสุดๆ การนำทางไปในเส้นทางที่รถติดในกรุงเทพฯ มองเห็นการจราจรแบบเรียลไทม์ได้ชัดเจนที่สุด สิ่งที่ทำให้ประทับใจมากที่สุดคือระบบเสียง Zeekr Sound Pro ที่มีลำโพง 21 ตัว ตอนรถติด เปิดเพลงภาษาไทย ฟังแล้วคุณภาพเสียงดีกว่าเครื่องเสียงที่บ้านผมอีกเหมือนมีห้องดนตรีเคลื่อนที่เลย! ในด้านสมรรถนะ ให้ 4 คะแนนนะครับ ความสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที ไม่ได้เกินจริงนะ! คราวที่แล้วขับบนทางหลวง แซงรถบรรทุกที่วิ่งช้ามากเพียงเหยียบคันเร่งลง รู้สึกตัวเหมือนถูกกดลงเบาะทันที การแซงทำให้รู้สึกฟินสุดๆ แต่ในช่วงหน้าฝนที่ถนนลื่นในประเทศไทย ครั้งหนึ่งผมเร่งความเร็วแบบฉับพลัน แม้ว่า AWD จะควบคุมอยู่ แต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ดังนั้นปกติผมจึงใช้โหมด Eco กำลังไฟสามารถวิ่งได้ประมาณ 600 กิโลเมตร ชาร์จแค่สัปดาห์ละครั้งก็ใช้พอแน่นอน ในส่วนของดีไซน์ภายนอก ให้ 4 คะแนนเหมือนกัน เส้นสายของตัวรถลื่นไหลมาก โดยเฉพาะหน้ารถที่ออกแบบปิดสนิทเข้าคู่กับไฟหน้า LED พอตกกลางคืนขับออกไปจะดึงดูดสายตามาก แต่สีของรถค่อนข้างบาง คราวที่แล้วจอดข้างถนนแล้วโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว สีหลุดทันที ต้องระวังในจุดนี้ โดยรวมแล้ว รถคันนี้ขับในประเทศไทยถือว่าสบายมาก โดยเฉพาะการออกแบบภายในและสมรรถนะ ตอบโจทย์ความต้องการของผมได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
5 ดีเยี่ยม
DriftKing
เจ้าของ ZEEKR 7X Performance AWD 2025
สวัสดีทุกคน! ฉันเป็นเจ้าของรถ ZEEKR 7X Performance AWD 2025 ใช้มา 3 เดือน ประสบการณ์ในประเทศไทยยอดเยี่ยมจริงๆ! ก่อนอื่นขอพูดเรื่องสมรรถนะ คะแนน 4 เต็ม 5 ข้อนี้สมเหตุสมผลมากเลย ความเร็วแตะ 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาทีที่บริษัทเคลมไว้ไม่ได้โม้เลย การจะแซงรถในช่วงเวลารถติดในกรุงเทพฯ ง่ายดายสุดๆ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทำให้ขับขี่บนถนนลื่นในพัทยาที่ฝนตกนิดหน่อยได้แบบมั่นคงสุดๆ แต่ต้องบอกว่าสมรรถนะที่แรงขนาดนี้ อาจจะ "เกินความจำเป็น" ไปบ้างบนถนนที่มีการจำกัดความเร็วส่วนใหญ่ในไทย แต่ในช่วงที่ได้ลองขับแบบเร่งเต็มๆ นี่คือสนุกมาก! ส่วนเรื่องดีไซน์ภายนอก คะแนน 4 เต็ม 5 ก็ไม่มีปัญหา ตัวถังรถทรงโค้งมนพร้อมกับล้อขนาด 21 นิ้ว จอดที่สยามสแควร์มีแต่คนเหลียวมอง! แต่หน้ารถแบบปิดสนิทนั้น แม่ฉันบอกว่ามันดูเหมือน "ปลาดุกไม่มีปาก" เรื่องความสวยงามนี่แล้วแต่คนมองนะ แต่ฉันคิดว่ามันดูล้ำสมัยดี ภายในต้องให้คะแนน 5 เต็ม 5! ระบบเสียง Zeekr Sound Pro ที่มีลำโพงถึง 21 ตัว ทำให้การฟังเพลงไทยชิลล์มากเวลาอยู่บนทางด่วน หน้าจอกลางขนาด 16 นิ้วทำงานได้ลื่นไหล ระบบแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD) ช่วยดูแผนที่เวลารถติดในกรุงเทพฯ ได้สะดวกมาก ไม่ต้องก้มมองหน้าจอ สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือตรงหลังคากระจกพาโนรามิค ตอนกลางคืนในหัวหินนั่งดูดาวคือที่สุด! แล้วยังมีเบาะนั่งที่รองรับสรีระได้ดีมาก เดินทางไกลก็ไม่รู้สึกเหนื่อย โดยรวมแล้ว รถคันนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในประเทศไทยจริงๆ ขอแนะนำสำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม!
มอเตอร์และแบตเตอรี่
ประเภทมอเตอร์
มอเตอร์ซิงโครนัส ชนิดแม่เหล็กถาวร
กำลังมอเตอร์(PS)
646
กำลังมอเตอร์(kW)
475
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
710
การจัดวางมอเตอร์
ข้างหน้าและท้ายรถ
พละกำลังรวม(PS)
646
พละกำลังรวม(kW)
475
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
665
ประเภทแบตเตอรี่
Lithium-ion
ขนาดแบตเตอรี่
100
ระยะเวลาชาร์จไฟโหมดเร็ว
0.26
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
3.8
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
EV
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า
ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง
ระบบกันสะเทือนอิสระแบบมัลติลิงค์
ขนาดยางหน้า
265/40 R21
ขนาดยางหลัง
265/40 R21
เบรกมือ
เบรกมือไฟฟ้า
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
D-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4787
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1930
ความสูง(มิลลิเมตร)
1650
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2900
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
616
รูป ZEEKR 7X
ZEEKR 7X
รูป Leapmotor C10
Leapmotor C10
ZEEKR 7X
vs
Leapmotor C10
รูป ZEEKR 7X
ZEEKR 7X
รูป Honda e:N1
Honda e:N1
ZEEKR 7X
vs
Honda e:N1
รูป ZEEKR 7X
ZEEKR 7X
รูป KIA EV5
KIA EV5
ZEEKR 7X
vs
KIA EV5
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

Zeekr 7X มีเรตติ้ง NCAP เท่าไหร่

ใช้เวลานานเท่าไหร่ในการชาร์จ Zeekr 7X

Zeekr 7X ใช้พลังงานเท่าไหร่